City tour (Gallery 2)

 
 
    The Professional Photo Website     :    เวปไซต์ภาพถ่าย เวปไซต์คุณภา Home > City tour > Behind APEC
  City tour 19-Oct-03
Part 1     ป้อมพระสุเมรุ, ถนนราชดำเนินกลาง
     
  City tour คราวนี้ขอพาเดินทัวร์แถวถนนราชดำเนิน เริ่มจากแถวๆวัดราชนัดดาที่ติดกับลานเจษฎาบดินทร์ เก็บภาพเรื่อยไป
  ตามถนนราชดำเนิน มีรถผู้นำเอเปคผ่านมาเป็นระยะๆ และปิดถนนเป็นบางครั้ง ขณะกำลังซดกาแฟที่ร้านริมถนนตึก
  ธนาคารกรุงเทพอยู่นั้น ประธานาธิบดี จอร์จ บุช กำลังจะผ่านมา ตำรวจแถวนั้นต้องระวังกันอย่างหนัก ใครอยู่ในร้านและ
  นั่งชิดกระจกริมถนน  ต้องให้ย้ายหลบไปด้านอื่น
 
Part II   วัดราชนัดดา
(มีภาพ panorama ให้ดูด้วย เลื่อนดูข้างล่างได้เลย )
  ลานเจษฎาบดินทร์ วันนี้ดูเงียบเหงาไปแยะ แต่เป็นวันที่สวยกว่าทุกครั้ง เป็นมุมมองที่สวยงามมากบนถนนราชดำเนิน
  นั่งรถผ่านมาทีไรจะต้องเหลียวมองทุกที วันนี้มีโอกาสถ่ายภาพอย่างใกล้ชิด จึงนำสิ่งที่มีคุณค่าบนถนนสายนี้มาฝากกัน
  ใครมีรถแนะนำให้เลี้ยวเข้าถนนข้างป้อมพระสุเมรุ แล้วไปจอดที่วัดราชนัดดาที่มีโลหะปราสาทตั้งตระหง่านอยู่ในวัด
 
Part III    บริเวณถนนราชดำเนินนอก

  ภาพนี้เป็นบรรยากาศที่ประธานาธิบดีสหรัฐอยู่ระหว่างพบปะผู้นำกองทัพบกที่กองบัญชาการทหารบก ใกล้กับกระทรวง
  ศึกษา  เลยได้ภาพบรรยากาศแถวๆนั้นมาให้ดูกัน ต้องบอกว่าตำรวจที่รักษาการณ์ตามเส้นทางที่ประธานาธิบดีสหรัฐผ่าน
  ต่างเคร่งเครียดกันมาก ใครเดินไปเดินมาอยู่แถวนั้นต้องให้หยุดเดิน หรือให้หลบไปด้านอื่นก่อน และห้ามถ่ายภาพเด็ดขาด..
  เสียดายตอนขากลับมีการเปลี่ยนเส้นทาง ไม่งั้นต้องมีการลักไก่ถ่ายภาพมาให้ดูกันแล้ว...
  (ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ..กับอีตาช่างภาพคนนี้..เอิ๊กๆๆ)
 
Part IV   ถนนจักพรรดิพงษ์, ถนนนครสวรรค์ , หน้าทำเนียบรัฐบาล
             
  
  ออกจากจุดตรงแยกวุ่นๆมุมถนนราชดำเนิน เดินเลาะถนนมาตามเส้นทางไปทะลุสนามม้านางเลิ้ง ในวันนี้ถนนเส้นนี้ ถือว่า
  เงียบเป็นป่าช้า ถนนไม่ได้ปิดนะครับ..แต่ไม่มีรถวิ่ง บ้านช่องห้องหับก็ปิดประตูหน้าต่างปิดร้านกันเป็นแถว จากนั้นก็เลี้ยว
  ซ้ายจะไปหน้าทำเนียบ ผ่านแผงกั้นจราจร แต่ไม่ปิดกั้นคนเดินทางเท้า...ว่าแล้วก็เลาะไปเรื่อยๆ แอบถ่ายรถผู้นำเอเปค
  มาได้คันหนึ่ง... จากนั้นก็โดนซิว...อยากรู้ต้องอ่านที่น
ี่
ี่
Part V  วัดเบญจมบพิตร, ถนนราชดำเนินนอก
           
  วันนี้สนุกมาก เดินต๊อกๆๆกับลูกชาย ผ่านถนนราชดำเนินและบริเวณใกล้เคียง ที่ดูเงียบเหงาคล้ายเป็นเมืองร้าง ใครมา
  เห็นก็ต้องตื่นเต้นกับภาพประวัติศาสตร์ครั้งนี้ มันเงียบมาก ไม่มีเสียงรถผ่าน ไม่มีรถ ไม่มีคน อดไม่ได้ที่จะนึกถึงช่วงปฏิวัติ
  ที่ชาวบ้านชาวช่องไม่กล้าผ่านถนนเส้นนี้ เพราะกลัวถูกลูกหลงเข้า แต่ช่วงเวลานี้ต้องรักษาสภาพที่สวยงามนี้ไว้อวดผู้นำ
  เอเปค  เพราะเป็นถนนที่สวยคลาสสิคมาก และมีสายนี้ สายเดียวในเมืองไทย เป็นถนนประวัติศาสตร์ที่ใช้ประกอบพิธี
  พระราชพิธี   รวมไปทั้งเลือดตกยางออกก็ถนนสายนี้ นี่แหละถนนราชดำเนิน
 
ภาพ Panorama ดูกันให้เต็มตา
 
ลานเจษฎาบดินทร์, วัดราชนัดดา, อนุสาวรีย์รัชกาลที่ 3
 
ลานเจษฎาบดินทร์ มองออกไปยังถนนราชดำเนิน
 
ถนนราชดำเนินนอก ซ้ายมือไปกระทรวงศึกษาธิการ
  ถนนราชดำเนินนอก รั้วสีเหลืองขวามือเป็นวังปารุสกัน
ภาพจากหนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ
  
     
 


กรุงเทพเมืองร้าง ในวันประชุมผู้นำ APEC

เมื่อผู้นำหมายเลข 1 นายจอร์จบุช บินมาอยู่เมืองไทยในคืนวันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม 46 พอเช้าวันอาทิตย์หลายคนก็ไม่กล้าออกจากบ้าน เพราะคิดว่ารถติดแน่ๆ โดยเฉพาะแถวถนนราชดำเนิน หรือตามเส้นทางที่นายบุชผ่าน

ก่อนหน้านี้คนที่ใช้ถนนวิภาวดีก็เดือดร้อนกันมาแล้ว แต่เอาเถอะยอมเพื่อชาติ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อสายตาชาวโลกก็คงไม่ว่ากัน ยิ่งมีผู้นำชาติอภิมหาอำนาจสหรัฐอเมริกา รัสเซีย และจีน 3 ค่ายยักษ์โคจรมาพบกัน แน่นอนว่าย่อมเป็นจุดสนใจให้กับคนทั่วโลก  ในบ้านเราต่างก็เฝ้าระวังและหายใจไม่ทั่วท้อง ไม่รู้ว่าจะมีมือดีแอบลอบวางระเบิดกันที่ไหน

ดังนั้นกรุงเทพในช่วงเวลาดังกล่าว ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่วิกฤติกันหลายๆด้าน เช่นความพร้อมในการต้อนรับ  ระบบจราจรการระวังเหตุร้าย  ที่มีข่าวชวนให้ตื่นเต้นในก่อนหน้านี้ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่คนไทยในฐานะเจ้าภาพก็อดหวั่นใจไม่ได้ ยิ่งมารู้เบื้องหลังการป้องกันภัยแบบรอบทิศชนิด 360 องศาแล้ว ยิ่งเครียดแทน ได้ยินว่าท่อระบายน้ำใกล้โรงแรมก็ต้องส่งคนลงไปตรวจไปเฝ้า ที่แม่น้ำเจ้าพระยาในวันแสดงขบวนเรือพยุหฯ ก็ต้องส่งมนุษย์กบลงไปแช่น้ำเฝ้าระวังเช่นกัน นี่เอากันถึงขั้นนี้เชียว

เจ้าหน้าที่ตำรวจบางคนเล่าว่าในวันนี้(19 ตุลาคม) ได้มารักษาการณ์อยู่ที่ถนนราชดำเนินตั้งแต่ตีห้า และต้องเข้มงวดที่สุดหากเกิดพลาดพลั้งไปแล้ว บอกติดคุกหัวโตแน่ ดังนั้นจึงต้องเข้มและทำให้พลอยเครียดไปด้วย

ด้านประชาชน แน่นอนว่าคงไม่ค่อยมีใครกล้าออกนอกบ้านนัก เพราะรู้ดีว่าการจราจรมีปัญหาแน่นอน มีการปิดถนนในหลายสายตามที่เป็นข่าว แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ต้องออกไปตามชานเมืองเพื่อชมงานต่างๆที่จัดในช่วงประชุมเอเปค

วันนั้นที่ศูนย์แสดงสินค้าที่ใบเทคบางนาก็มีนิทรรศการสินค้า 1 ตำบลมาอวดต่างชาติ เห็นบอกว่าคัดแบบเจ๋งๆเกรด A พอที่จะทำตลาดส่งออกได้ ที่เมืองทองธานีก็มีงานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของธุรกิจในกลุ่ม 21 เศรษฐกิจ ที่ดอนเมืองก็มีงาน

แฟชั่นโชว์ เอาผ้าไหมไทยมาให้นางแบบเดินโชว์นักท่องเที่ยว

คิดไม่ออกว่าจะไปงานไหนดี แต่ละแห่งก็อยู่ไกลลิบโลก เลยตัดสินใจแวะทำธุระแถวๆบางลำพูก่อนแล้วค่อยมาคิดว่าจะไปต่อที่ไหนดี วันนั้นลากเอาลูกชายติดรถไปด้วย พอช่วยถือโน่นถือนี่ได้บ้าง จะได้ไม่หมกมุ่นอยู่กับเจ้าเกมส์ รักนรก

ที่ทำเอาทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต้องตกนรกกันมาหลายคนแล้ว

แปลกแฮะ วันนี้ทำไมถนนโล่งจังเลย เป็นอะไรที่นานๆจะเห็นสภาพแบบนี้สักครั้ง เหมือนกับเป็นเช้าวันหยุดขึ้นปีใหม่หรือวันสงกรานต์ที่ถนนในกรุงเทพจะปลอดโปร่งโล่งตลอดแบบนี้

โห...นี่ใครไม่รู้คงนึกว่ากรุงเทพรถคงติดน่าดู เพราะข่าวปิดถนนสายหลักๆจะทำให้ถนนสายอื่นๆพลอยกระทบไปด้วย แต่ที่ไหนได้ กลายเป็นว่าหลายคนต่างหยุดกิจกรรมที่จะต้องออกนอกบ้าน จึงทำให้ถนนทุกสายโล่งแบบผิดปกติรถนี่วิ่งกันฉิวระเบิดเถิดเทิงกันไปเลย

เอาละ...ไหนๆก็ออกนอกบ้านกันแล้วจึงขอขับรถชมวิวกันหน่อย ที่แรกกะจะหลบถนนราชดำเนินเพื่อไปยังบางลำพู แต่คิดไปคิดมา น่าจะเสี่ยงลุยเข้ากลางเมืองผ่านถนนราชดำเนินแล้วเลี้ยวอ้อมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งก็ไม่รู้ว่า

จะปิดถนนหรือเปล่า มาแล้วก็ต้องลองเสี่ยงดู อีกอย่างวันนี้ไม่รีบร้อนไปไหนด้วย

ไม่น่าเชื่อเลยว่า วันนี้รถราหายไปไหนกันหมด ทำไมรถมันน้อยจังเลย ขับผ่านหน้าทำเนียบรัฐบาลทั้งๆที่รู้ว่าเป็นสถานที่ต้อนรับผู้นำเอเปค และเป็นเขตต้องห้าม แต่กลับเปิดการจราจรตามปกติ ทั้งรถเก๋งรถมอเตอร์ไซด์เหยียบกันมันส์

” อะ..ถนนไม่ปิดนี่ ที่หน้าทำเนียบก็ได้นำดอกไม้ต้นไม้มาประดับจนบริเวณทางเท้ากลายเป็นสวนหย่อมตลอดแนว ”

” ได้การละ เดี๋ยวก่อนๆ จะมาถ่ายภาพแถวนี้ไปอวดชาวบ้านว่า มันผิดหูผิดตาไปจากวันปกติกันยังไง ”

ผ่านไปที่ถนนราชดำเนิน

” นี่มันอะไรกัน เกลี้ยงเกลาสะอาดสะอ้านจนแทบไม่น่าเชื่อ รถราก็น้อย คนเดินผ่านไปมาก็น้อย ต้นมะขามสองข้างทางดูสวยงามไปหมด มันเป็นถนนที่เหมาะสมหรับอวดแขกบ้านแขกเมืองจริงๆ “

ว่าแล้วก็ตัดสินใจจอดรถที่วัดราชนัดดา แล้วออกมาเดินถ่ายภาพบนถนนราชดำเนินและถนนใกล้เคียงกันอยู่หลายชั่วโมงวันนั้นเดินท่องเมืองหลวงในย่านนั้นกับลูกชาย มันเป็นอะไรที่คิดอยากจะทำมานานแล้ว ว่าน่าจะลองทำตัวแบบนักท่องเที่ยว คือเดินชมเมือง จากระยะที่เดินในวันนั้น กะว่าน่าจะราวๆเกือบ 10 กิโลเมตร  ร้านรวงที่ผ่านไปก็ปิดกันเป็นแถว เหมือนเมืองที่ไร้วิญญาณ  เป็นสิ่งที่แปลกและไม่เคยเห็นมาก่อน ขนาดจะหาน้ำกินยังหายากเลย มีแต่ร้านเซเว่นเท่านั้นที่ยังเห็นเปิดอยู่ เลยได้อาศัยซื้อน้ำซื้อฟิล์ม 

ถนนหน้าทำเนียบตอนเช้าๆเห็นรถวิ่งกันฉิว แต่พอตกบ่ายกลับปิดการจราจร  รถราห้ามผ่าน ร้านค้าแถวใกล้ทำเนียบต่าง ปิดร้านกันหมด ทั้งถนนและฟูตบาทว่างสนิทจริงๆ

ยิ่งเดินลึกเข้าไปแถวหน้าวิทยาลัยพาณิชพระนครตรงข้ามทำเนียบฯ  มีเจ้าหน้าที่ตามจุดต่างๆอยู่หลายคน ครั้นจะข้ามสะพานหน้าทำเนียบก็ยังหวั่นๆเหมือนกันว่า ห้ามผ่านหรือเปล่า ก็มันมีแต่ป้าย "ปิดการจราจร" แต่ไม่มีป้ายห้ามผ่านนี่ ว่าแล้วก็ไปยืนเท่ห์ถ่ายรูปตรงสะพานพอดี กวาดภาพให้หมดแถวๆนั้น เพราะเป็นสิ่งที่แปลก และสวยงามกว่าทุกวัน"สิบปากว่าไม่เท่าเห็นภาพถ่าย" ไม่มีรถวิ่ง ไม่มีคนเดิน มีแต่ตำรวจรักษาการณ์ อยู่หลายจุด

รู้ทั้งรู้ว่าเดี๋ยวเถอะ คงโดนดีแน่ เพราะตำรวจที่อยู่แถวนั้นต่างหันมามองเป็นจุดเดียว ถ่ายภาพไปก็เสียวสันหลังไปแต่ก็ยังทำใจดีสู้เสือ ยิ่งไม่ห้าม ไม่บอก ไม่ทัก ยิ่งเอาใหญ่ กดชัตเตอร์ลูกเดียว เป็นไงเป็นกัน

"มานี่ มานี่ .. " เสียงจากตำรวจคนหนึ่งที่เดินแยกตัวออกมาจากกลุ่มตำรวจ 5-6 คนที่รักษาการณ์ตรงสี่แยก

"คุณมาจากหนังสือพิมพ์ฉบับไหน ขอดูบัตรหน่อย...."

"นี่คุณไม่รู้หรือว่าแถวนี้เค้าห้ามเข้า คุณไปอยู่ไหนมา ฮะ.."

" เปิดกระเป๋าให้ดูหน่อยซิ....มีหนังสือเดินทางหรือเปล่า ใหนขอดูบัตรประชาชน....."

"บ้านอยู่ไหน....กำลังจะไปที่ไหน.....ทำงานที่ไหนขอดูบัตรด้วย ....."

โอย สารพัดที่ต้องตอบคำถาม กับการปฏิบัติงานที่ดูขึงขังเอาจริงเอาจัง

ก็ตอบไปตรงๆว่า

" มาถ่ายภาพ เห็นมันเงียบ มันแปลกดี ก็อยากถ่ายภาพไว้ ....ไม่ทราบว่าห้ามผ่านเพราะไม่มีป้ายบอกไว้ นี่ผมเดินถ่ายภาพมาจากโน่น ที่วัดราชนัดดา เดินเรื่อยมากับลูกชายจนถึงนี่ เห็นเค้าประดับดอกไม้สวยดี เลยมาถ่ายภาพนี้แหละ....."

"ก็เมื่อเช้าเห็นเปิดให้รถวิ่ง เลยคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา นี่กำลังจะเดินไปทะลุถนนราชดำเนิน....นึกว่าเค้าประชุมกันที่ศูนย์สิริกิตต์ ไม่คิดว่าแถวนี้จะปิดถนน........."

"ที่คุณเห็นโล่งๆแบบนี้ก็เพราะตำรวจเค้าปิดถนน คุณรู้หรือเปล่า ยิ่งพรุ่งนี้ จะหนักกว่านี่ คุณไม่ต้องมาเลยแถวนี้......."

ทั้งผมและลูกชาย ต่างถูกตำรวจแยกกันค้นกระเป๋า และจดบันทึกรายละเอียดไว้เป็นหลักฐานทั้งสองคนเจ้าลูกชายไม่ทราบว่าจะตกใจหรือเปล่า เห็นนั่งเงียบไม่พูดไม่จา จนตำรวจที่ค้นแซวว่า ไม่พูดบ้างหรือไง

หลังจากเรียบร้อยแล้ว  เราก็เดินกันต่อ ผ่านวัดเบญจซึ่งร้างผู้คน เลี้ยวเข้าลานพระรูป และย้อนขึ้นไปบนถนนราชดำเนิน ซึ่งเป็นถนนที่ว่างเปล่า ไม่มีรถวิ่ง ไม่มีคนเดิน มีแต่ผมกับลูกชายตามลำพัง 2 คน ขณะเดินก็พูดคุยกันไปด้วย ต่างก็ขำกลิ้ง กับเรื่องที่เกิดขึ้น

"ลูกเอ้ย...นักถ่ายภาพที่ฉลาดนะ สถานการณ์แบบนี้ เค้าจะไม่ถามก่อนว่าถ่ายภาพได้หรือไม่"

"เค้าจะใช้วิธี ถ่ายไปก่อน และแกล้งทำเป็นไขสือ ใช้วิธีตัวเบา แก้ตัว หลบหลีกกันทีหลัง แต่ต้องคะเนดูแล้วว่า มันคงไม่มีปัญหารุนแรงถึงขนาดยึดกล้องยึดฟิล์มกัน"

" ในการถ่ายภาพบางครั้งก็ต้องแกล้งโง่บ้าง ไม่งั้นคงไม่ได้ภาพ ยิ่งพวกช่างภาพสื่อมวลชนด้วยแล้ว เค้าจะเจอยิ่งกว่านี้หลายเท่านะลูก"

นี่เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ทำให้การถ่ายภาพครั้งนี้มีรสชาติขึ้นมาบ้าง หากใครเจอแบบนี้ก็ขอให้ถือเป็นเรื่องปกติก็แล้วกัน คาดการณ์เอาเองว่า ควรเสี่ยงแค่ไหน ถ้าเสี่ยงมากก็อย่าฝืน ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานการณ์ ช่างภาพก็แบบนี้แหละ สนุกดี

สวัสดีครับ
webmaster
photoontour.com


 
   
 City Tour | Events | Photo Services  |  Gallery |  Misc. |  
Portraits |  Special Photos | Today Talk |  About Us  |  Site Map Home
Photoontour.com