HomeCity tour > Countdown2004 The Professional Photo website : เวปไซต์ภาพถ่าย เวปไซต์คุณภาพ




Bangkok Countdown 2004

คำว่า countdown ของคืนวันสิ้นสุดปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ ทีมีจัดเฉลิมฉลองกันใหญ่โต คงมีผลพวงมาจากวันสิ้นสุดคศ. 2000 ที่ทั่วโลกถือเป็นจุดเปลี่ยนผันครั้งยิ่งใหญ่ มีการถ่ายทอดสดแต่ละประเทศไปยังทั่วโลก เริ่มจากประเทศที่นับ คศ.2001 เป็นประเทศแรก จากนั้นก็นับเรื่อยมาทีละประเทศๆ จนมาถึงประเทศไทย ที่ถ่ายทอดการเฉลิมฉลองจากท้องสนามหลวง ครั้งนั้นมีเรื่องตื่นเต้นกับระบบคอมพิวเตอร์ด้วย เรื่อง Y2K ว่าจะมีที่ไหนเดี้ยงหรือเปล่าผลปรากฏว่าไม่มีปัญหา ที่ออกจะท้าทายก็เห็นจะเป็นการบินไทย ที่มี fright ข้ามเวลาเที่ยงคืนด้วย(มั้ง) เลยเป็นข่าวครึกโครมผู้โดยสารเที่ยวนั้น เลยกลายเป็นผู้กล้าหาญไป

จากนั้นมาการ countdown ในประเทศไทยและประเทศต่างๆทั่วโลก ก็ถือเป็นประเพณีร่วมกัน บางประเทศเช่นประเทศจีน ซึ่งแต่เดิมไม่ค่อยจะฉลองกันใหญ่โตนัก ก็ต้องพลอยต้องจัดใหญ่โตไม่ให้น้อยหน้าประเทศอื่น

ช่วงเวลาสุดท้ายแห่งปี ทุกคนจึงมานั่งอยู่หน้าจอทีวี ดูการถ่ายทอด หรืออาจไปร่วมฉลองกับเค้าตามที่ต่างๆ ในกรุงเทพเรารู้สึกว่าจะจัดยิ่งใหญ่มากขึ้นๆทุกๆปี แต่ละแห่งก็ลงทุนกันไม่น้อย เพื่อให้งานยิ่งใหญ่อลังการ ซึ่งคนไทยทุกคนก็คงต้องการให้เป็นอย่างนั้น อย่างน้อยก็ขอสักวันหนึ่งที่ให้โบนัสกับตนเอง ถือเป็นวันแห่งความสนุกสนานรื่นเริง

ภาพ Bangkok countdown 2004 ปีนี้ ผมไม่รู้จะไปไหน ก็เลยออกเดินทัวร์ในกรุงเทพ ตามเส้นทางที่รถไฟฟ้า BTS ผ่าน ซื้อตั๋วเหมา 85 บาท ก็เดินทางกันได้ทั้งคืนโดยไม่มีข้อจำกัดจำนวนเที่ยว

ไปตั้งหลักที่ห้างดิเอ็มโพเรี่ยม กินข้าวกินปลาที่ห้างเสร็จสรรพก็เก็บภาพแถวลานด้านหน้า ซึ่งมีการประดับไฟสวยงามไม่แพ้ที่อื่น บริเวณลานแถวนั้นจึงเป็นจุดที่พ่อแม่ที่มาเที่ยวห้างต่างมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึก มีทั้งฝรั่ง ทั้งแขก และอีกหลายชาติหลายภาษา หอบลูกจุงหลานมาถ่ายภาพกับดูแสงสี เป็นบรรยากาศอันอบอุ่นสำหรับครอบครัว

จากนั้นก็ขึ้น BTS ต่อไปแถวราชดำริ ปรากฏว่าแถวนั้น คนแยะไปหมด ยิ่งค่ำก็ยิ่งมาก แถวหน้าโรงแรม Regent และบริเวณ Plaza แต่งไฟสวยงามและสวยกว่าที่อื่น คนมาถ่ายภาพกันเพี๊ยบ ของที่วางขายประเภทไฟระยิบระยับ รูปร่างแปลกๆ เอามาติดเสื้อ ติดหน้าอก ขายดีมาก และราคาไม่แพงด้วย คนขายบอกว่ามาจากประเทศจีน

เห็นไอเดียแบบนี้ ก็ต้องยอมรับว่า รู้จักคิดหาเงินกันจัง ในภาพชุดนี้มีภาพที่ว่านี้หลายภาพ เป็นสีสันริมทางเท้า ที่ทำให้ผมต้องก้มๆเงยๆ ถ่ายไปได้หลายภาพ และภาพที่ได้ก็ออกจะแปลกตาดี

จากนั้นก็ไปมั่วๆเบียดเสียดปะปนกับผู้คนที่อยู่ลานหน้า world trade อยู่ได้ไม่นานก็ต้องออก เพราะคนเยอะมาก ขนาดจะหาทางออก ก็ต้องลัดเลาะมาตามทางลัด เล่นเอาเหนื่อยเอาร้อนเลยทีเดียว

อยู่แถวนั้นเลยไม่มีโอกาสถ่ายภาพ เพราะไม่มีอารมณ์ ดูงานแล้วก็ไม่เห็นมีอะไร มีเวทีดนตรี เอาดารามาร้องเพลง ส่วนข้างล่างเวทีและบนถนนที่ปิดการจราจรก็มีแต่ คน คน คน อีกอย่างก็ไม่รู้ว่า ตอนเที่ยงคืนจะมีอะไรน่าสนใจหรือไม่

กลับบ้านดีกว่าเรา ถึงบ้านก็ได้เวลาเที่ยงคืนพอดี เลยได้ดูการถ่ายทอดจากที่ต่างๆ เห็นที่สะพานพระราม 8 แล้วก็เสียดาย จุดพลุยิ่งใหญ่อลังการมาก

ภาพจาการจุดพลุจบลงอย่างสวยงาม จากนั้นก็ตัดเป็นรายการข่าว ปรากฏว่าที่หน้า world trade มีวัยรุ่นยกพวกตีกันที่หน้าเวที ขณะที่วงไมโคร ของ อำพล ลำพูน กำลังแสดง โชคดีที่ผมชิงกลับบ้านก่อน ไม่งั้น..

คงเผ่นหนีป่าราบไปแล้ว คนกล้าก็แบบนี้แหละ “ รักชีวิต เป็นชีวิตจิตใจ “ ขอบอก


การถ่ายภาพ

ถ่ายภาพบรรยากาศกลางคืนคงหนีไม่พ้นฟิล์มไวแสงที่ 400 หรือ 800 ผมพกฟิล์มสไลด์ของโกดัก 400 พร้อมเลนส์ 2 ตัว
50 มม.และ 28-70 มม. มีแฟลชไปด้วย เลนส์ทั้งสองตัวมีโอกาสใช้พอๆกัน แต่รู้สึกว่า เลนส์ 50 มม. F1.4 จะคล่องตัวมาก
ถือว่าเป็นพระเอกของการถ่ายภาพในครั้งนี้ หลายภาพไม่คิดว่าจะออกมาได้ดี แต่ผลก็ออกมาเกินคาด

ถ่ายเล่นๆกับของเล่นแสงสีเป็นไฟกระพริบที่ขายข้างทางแถวราชดำริ ยังงงๆกับภาพที่ให้ผลออกมาต่างกับที่คิดไว้แยะ สภาพแสงที่น้อยมาก วัดแสงแถบไม่ได้ แต่ก็ยังไม่ละความพยายาม ถ่ายมันจนได้ด้วยหน้ากล้องที่เปิดกว้างสุด ความเร็วที่ 1/30 วิ ซึ่ง subject ก็ยังไม่นิ่งพอ มีลมพัด หรือลมจากรถที่วิ่งผ่านมาตลอดเวลา ต้องรอให้ลมสงบ และกดชัตเตอร์เบาๆ

เปิดหน้ากล้องที่ 1.4 และโฟกัสในระยะจ่อใกล้ๆ เรื่องระยะชัดลึกจึงไม่ต้องถามหาเลย คงยากเต็มทีที่จะหาความชัดได้ดั่งใจแต่ภาพที่ได้มาก็ค่อนข้างพอใจ คุณสมบัติของเลนส์ตัวนี้ กับสภาพแสงน้อยๆ บ่อยครั้งที่สร้างความ surprise ให้กับตนเองผมหยิบเลนส์ตัวนี้ติดตัวมาเสมอเมื่อต้องถ่ายภาพในสภาพที่แสงน้อยๆ มันไม่เคยทำให้ผมผิดหวังเลย

 

สวัสดีครับ
webmaster
photoontour.com


 
   
     
   photoontour.com