Photoontour.com โฟโต้ออนทัวร์  
Home    Directory   Events   Royal Photos   Gallery   Outbound tour   Portraits   Flowers   Asia Girls    Wallpapers   Site Update
 
 
Home  :  City tour  :  Cycle Rickshaw part 02    
 
 
 

ตอนที่ 2 อาชีพสามล้อถีบ หรือ สามล้อรับจ้าง ที่ตลาดนนท์ : Cycle Rickshaw at Nonthaburi

 

 

 
 
 
       

สามล้อเมืองนนท์ ตอนที่ 2
(เดินทาง 13 กพ.54)



ในบ้านเรานี้คงไม่มีใครมารวบรวมสถิติว่าปัจจุบันสามล้อถีบ หรือรถสามล้อรับจ้างทั่วทั้งประเทศมีจำนวนเท่าใด  ถึงรวบรวมก็คงจะยาก  เนื่องจากรถสามล้อรับจ้างไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนขนส่ง เพราะไม่มีเครื่องยนต์  ตัวเลขสถิติจึงไม่อาจทราบได้

รถสามล้อรับจ้างในเมืองไทยดูแล้วก็น่าจะพัฒนามาจาก รถเจ๊ก หรือ รถลาก ในอดีต  ที่ชาวจีนแผ่นดินใหญ่นำมาใช้ในเมืองไทยราวสมัยรัชกาลที่ 5  ในยุคที่มีเรือสำเภาเดินทางมาค้าขาย

ครั้นเมื่อบ้านเมืองเจริญขึ้น  พื้นที่ค้าขายก็ขยายออกไปไกลขึ้น  รถเจ๊กที่ใช้คนวิ่งก็คงไปไม่ไหว  วิ่งไปไกลๆคงเหนื่อยจนลิ้นห้อย  จึงต้องปรับเปลี่ยนมาเป็นรถสามล้อถีบที่ทุ่นแรงกว่า  และสามารถไปได้ไกลกว่า

ต่อมารถสามล้อถีบ คงไม่เหมาะกับสภาพท้องถนนในกรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยรถยนต์ รถตุ๊กๆหรือสามล้อเครื่องก็เข้ามาแทนที่



ในสมัยรัชกาลที่ 5  บรรดาข้าราชบริพารรวมทั้งเจ้านายชั้นสูง นิยมใช้รถม้าเป็นพาหนะเช่นเดียวกับผู้ดีทางยุโรป พอนานเข้าก็เป็นที่แพร่หลาย กลายเป็นพาหนะสำหรับคนทั่วไป

เมื่อบ้านเมืองเจริญขึ้นจึงมีการนำรถยนต์เข้ามาใช้งาน รถม้าจึงเป็นพาหนะที่ไม่เหมาะสำหรับเมืองบางกอก หรือกรุงเทพ เนื่องจากกีดขวางถนนหนทาง รถม้าที่เคยใช้งานในมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และ รัชกาลที่ 6 จึงได้เคลื่อนย้ายไปที่เมืองเขลางค์หรือนครลำปางโดยทางรถไฟ ซึ่งสมัยนั้นยังเป็นรถจักรไอน้ำ

เหตุที่ย้ายไปจังหวัดลำปาง เนื่องจากเมื่อปี พ.ศ. 2448 ทางรถไฟสายเหนือได้สร้างไปสิ้นสุดที่สถานีรถไฟนครลำปาง

ลำปางในสมัยนั้นจึงเป็นศูนย์กลางการเดินทางของภาคเหนือ (หรือมณฑลพายัพ)  สถานีรถไฟนครลำปางจึงคับคั่งไปด้วยผู้คน รวมทั้งเป็นคลังสินค้าที่มาจากกรุงเทพเพื่อส่งต่อไปยังจังหวัดต่างๆทางภาคเหนือ

และรถม้าที่ย้ายมาจากบางกอกนี่แหละได้ทำหน้าที่ บริการรับ-ส่งผู้โดยสารจากสถานีรถไฟไปยังที่ต่างๆ

สามล้อถีบในเมืองไทยทุกวันนี้ กำลังจะกลายเป็นตำนานไปแล้ว จังหวัดที่ยังพอเห็นสามล้อถีบนับวันก็จะค่อยๆห่างหายไปทุกขณะ พาหนะขนส่งที่ใช้พลังงานน่อง หรือพลังงานบริสุทธิ์ที่ปลอดจากมลภาวะก็จะเหลือแค่ความทรงจำ และหมดไปจากประเทศไทยในที่สุด

ปัจจุบันประเทศทางแถบเอเชียยังมีสามล้อถีบให้เห็นกันหลายประเทศ เช่น เวียดนาม จีน อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ฯลฯ แต่คิดว่าประเทศที่จะเลิกใช้รถสามล้อเป็นประเทศสุดท้ายน่าจะเป็นอินเดีย  เพราะความเจริญความทันสมัยของประเทศนี้ยังห่างไกลกับประเทศอื่นๆชนิดหลายช่วงตัว   และนิสัยของคนอินเดียจะไม่ค่อยปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตกันง่ายๆ  ถึงเปลี่ยนก็ช้ามาก  อินเดียเมื่อ 100 ปีเป็นอย่างไร  ปัจจุบันก็ยังมีให้เห็นกันอยู่

ใครไปเที่ยวอินเดียคงแปลกใจไม่น้อยว่า เครื่องใช้ในครัวเรือนบางอย่างเช่นเตารีด่ใช้ถ่าน ในบ้านเราเลิกใช้ไปนานแล้ว ถึงมีก็คงอยู่ในพิพิธภันฑ์ หรือในอาคารเก็บของเก่าภายในวัดที่ชาวบ้านนำมาบริจาค แต่อินเดียยังใช้กันอยู่ทั่วทุกหัวระแหง หรืออาชีพขัดรองเท้า (หนัง) ยังพบเห็นตามริมถนนในอินเดีย ขณะที่เมืองไทยอาชีพนี้หายสาบสูญไปหลายสิบปีแล้ว หรือรถเจ๊ก - รถลาก ปัจจุบันอินเดียก็ยังใช้กันเป็นปกติ

แต่อินเดียก็คืออินเดีย ไม่โหนกระแส หรือเปลี่ยนไปตามกระแสโลก ใครไปเที่ยวอินเดียก็มีโอกาสเห็นภาพย้อนยุคมากมาย บางคนอาจคิดว่าล้าหลัง

แต่หารู้ไม่ว่าสิ่งเหล่านี้คนอินเดียกำลังสอนชาวโลก หรือคิดอีกมุมหนึ่งก็อาจเป็นไปได้ว่าคนอินเดียมีจิตใจสูง เกินกว่าที่เราเข้าใจ หรือดวงตายังไม่เห็นธรรม

ตัวอย่างเรื่องการอนุรักษ์


่เมืองไทยเรารณรงค์ให้อนุรักษ์กันจนจำไม่ได้ว่ามีเรื่องอะไรบ้าง ตัวอย่างเช่น รณรงค์ให้หันมาแต่งกายแบบไทยๆ ส่งเสริมให้นิยมดนตรีไทย และภาษาไทย ใช้ชีวิตแบบไทยๆ กินอยู่แบบคนไทย สนับสนุนภูมิปัญญาไทย ใช้ของไทย ฯลฯ

ลองพิจารณากันให้ดีว่า สิ่งที่กล่าวมาข้างต้น คนอินเดียได้ทำครบทุกเรื่อง ชนิดไม่มีขาดตกบกพร่องแม้แต่เรื่องเดียว และไม่มีการประชาสัมพันธ์ให้เสียงบประมาณ ขณะเดียวกันก็ยังทำมากกว่าที่เราคิดด้วยซ้ำไป นั่นก็คือจิตใจที่จะอนุรักษ์อย่างมั่นคง

บ้านเราก็มีให้เห็นตัวอย่างกันมากมาย โดยไม่จำเป็นต้องไปดูถึงประเทศอินเดีย เช่นผู้หญิงอินเดียในเมืองไทยจะนิยมใส่ชุดสาหรี่กันทั้งประเทศ

เห็นอย่างนี้แล้ว เราควรคิดแบบคนอินเดีย หรือคิดแบบคนไทยกันดีละครับ

พูดเรื่องอินเดียก็ขอเอาภาพสามล้อถีบในอินเดียมาให้ดูกัน (ทางด้านล่าง) จะได้เปรียบเทียบกับบ้านเราว่าแตกต่างกันแค่ไหน


โฟโต้ออนทัวร์
10 พฤษภาคม 2554







 

 
 
 
เรื่องราวของจังหวัดนนทบุรี ที่ผ่านมา
 

Koh Kred 1
เกาะเกร็ดตอนที่ 1

Koh Kred 2
เกาะเกร็ดตอนที่ 2

Nonthaburi
ศาลากลางเก่า-ท่าน้ำนนท์

Wat Chonpratan
วัดชลประทานรังสฤษฏ์

Flower Market
ตลาดดอกไม้ที่บางใหญ่

Am Dang Am 's cafe
ร้านกาแฟริมทาง

Koh Kred Flood
น้ำท่วมเกาะเกร็ด

Chao Praya Cruise
ล่องเจ้าพระยา ผ่านนนท์

Thai Life
วิถีไทยที่เมืองนนท์

Morning Chaopraya river
ยามเช้าที่นนทบุรี
 
 
 
      copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ