Photoontour.com  โฟโต้ออนทัวร์
  Home   :   City Tour   :   Koh kred #1
             
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Home    Directory   Events   Royal Photos   Gallery   Outbound tour   Portraits   Flowers   Asia Girls   Photo Around the World   Wallpapers   Site Update
 


เกาะเกร็ด นนทบุรี ชุมชนชาวมอญ ตอนที่ 1
Koh Kred ,Tiny Island on Chao Phra Ya River

(เดินทาง 16 มกราคม 54)



เกาะเกร็ด แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่หลายๆคนรู้จักและเคยไปเที่ยว  บางคนอาจติดใจในบรรยากาศแบบไทยๆที่หาดูได้ยาก ก็อาจไปเที่ยวหลายครั้ง โดยอาจชวนเพื่อนฝูงญาติพี่น้อง หรือยกโขยงไปกับแบบครอบครัวใหญ่  ก็เห็นกันมามากแล้ว  ที่ติดใจเกาะเกร็ดและตัดสินใจไม่ยากก็เพราะอยู่ไม่ไกลกรุงเทพ

ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ปัจจุบันน่าจะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของกรุงเทพไปแล้ว  ถนนหนทาง  ทางด่วนยกระดับ  และอนาคตก็จะมีรถไฟฟ้าหรือ BTS ในอีกไม่นานนี้   นอกจากนี้ยังมีรถเมล์หลายสายจากกรุงเทพไปสุดปลายทางที่ปากเกร็ด และท่าน้ำนนท์ ทำให้รู้สึกว่าจังหวัดนนทบุรีก็คือกรุงเทพเราดีๆนี่เอง

รัฐบาลในอดีตได้รวมจังหวัดธนบุรีเข้ากับกรุงเทพ(เดิมชื่อพระนคร)  ก็เพราะต้องการให้ระบบการบริหารจัดการแบบเมืองใหญ่ๆเข้าไปดูแล  จะได้พัฒนาให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ไช่ต่างคนต่างทำ และไม่สอดรับกัน  ทำให้เกิดปัญหามากมาย  เช่นงบประมาณการดูแลเรื่องน้ำท่วมทางฝั่งธนบุรีมีไม่มากนัก หรืองบประมาณการซ่อมสร้างถนนก็เป็นไปอย่างล่าช้า ไม่ทันกาล หรือได้งบน้อย เพราะเป็นแค่ระดับจังหวัด  รวมทั้งปัญหาการจราจรซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ก็ไม่ประสานกัน

ด้วยเหตุดังกล่าว จังหวัดธนบุรีจึงได้รวมเข้ามาอยู่กับจังหวัดพระนคร มีชื่อใหม่ว่า นครหลวงกรุงเทพธนบุรี  ต่อมาได้เปลี่ยนมาเป็นชื่อ กรุงเทพมหานคร 

คิดว่าอีกไม่นาน  ทั้งจังหวัดสมุทรปราการ และนนทบุรี ก็อาจเข้ามารวมกับกรุงเทพ  กลายเป็นมหานครขนาดใหญ่ที่รัฐบาลต้องทุ่มงบประมาณเพื่อรองรับการเจริญเติบโต  ทั้งการขยายตัวทางธุรกิจและการขยายตัวของประชากร  เพราะหากไม่ทำแบบนั้นหรือไม่ปรับการบริหารจัดการในจังหวัดรอบๆกรุงเทพให้สอดรับกัน  ปัญหาต่างๆก็จะตามมาอย่างแน่นอน

ปัจจุบันความเจริญได้รุกคืบเข้าไปในจังหวัดนนทบุรีอย่างรวดเร็วเนื่องจากใกล้กรุงเทพ คำว่าจังหวัดนนทบุรีแทบจะไม่เรียกว่าเป็นต่างจังหวัดเหมือนเมื่อก่อนแล้ว 

แต่ถึงแม้ว่านนทบุรีจะเปลี่ยนไปแค่ไหนก็ยังมีมุมสงบ หรือมุมที่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวในบรรยากาศแบบดั่งเดิมอยู่มากมาย  คนกรุงเทพสามารถเดินทางไปเที่ยวชมได้อย่างสะดวกรวดเร็ว หรือเพียงนั่งรถมาไม่กี่นาที สภาพบ้านเรือน และตึกอาคารก็ดูเป็นต่างจังหวัด เหมือนกับว่านั่งรถมาเป็นระยะทางไกลๆ

โดยเฉพาะ สามล้อถีบ ที่จังหวัดนนทบุรียังมีให้เห็นกันมาก  ต่างกับหลายๆจังหวัดที่หายสาบสูญไปกับความเจริญ  คิดไปก็น่าแปลกที่จังหวัดนนทบุรีอยู่ใกล้กรุงเทพ และสามล้อถีบน่าจะหายไปก่อนจังหวัดอื่นๆ  แต่ตรงกันข้ามยังให้บริการกันในจุดสำคัญๆที่เป็นย่านเก่าแก่เช่น ตลาดสดเมืองนนท์  ท่าน้ำนนท์  หรือท่าน้ำปากเกร็ด  ใครมาเห็นก็อาจแปลกใจที่เห็นสามล้อนับร้อยๆคันวิ่งให้บริการ นับว่าเป็นภาพที่น่าดูเป็นอย่างมาก

ทุกครั้งที่ผมมาเที่ยวจังหวัดนนท์ หากมีโอกาสก็มักเรียกใช้บริการกันเสมอๆ  เพราะถือว่าช่วยยืดอาชีพเก่าแก่นี้ให้คงอยู่คู่กับนนทบุรีนี้ไปอีกนานๆ 

เกาะเกร็ด  หรือเกาะริมแม่น้ำเจ้าพระยาในจังหวัดนนทบุรีก็เป็นสถานท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งสำหรับคนกรุงเทพ  ที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากคำว่า เมือง มาสู่ ชนบท  ซึ่งสามารถเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว  รถเมล์  หรือทางเรือโดยสาร ที่มีให้เลือกหลายๆรูปแบบ  แล้วแต่ว่าใครจะชอบแบบไหน  โดยเฉพาะในวันอาทิตย์  ตามท่าเรือใหญ่ๆในกรุงเทพจะมีเรือพาเที่ยวสถานที่สำคัญๆริมแม่น้ำเจ้าพระยา  รวมถึงพาเที่ยวเกาะเกร็ดด้วย  ส่วนราคาค่าบริการก็ขึ้นอยู่ว่าจะชอบแบบไหน จะรวมอาหารในเรือหรือไม่รวม

แต่ถ้าหากจะไปกันแบบประหยัดก็นี่เลย รถเมล์ธรรมดาปรับอากาศตามธรรมชาต  หรือรถเมล์ปรับอากาศเย็นๆ  มีหลายสายที่วิ่งจากกรุงเทพไปถึงเกาะเกร็ด หรือที่เรียกว่าย่านปากเกร็ดกันเลย  ทั้งถูกและสะดวก  ไม่ต่างกับนั่งรถเมล์ในกรุงเทพ 

วันหยุดหากไม่รู้จะไปไหนดี  ก็ต้องเกาะเกร็ดนี่แหละ  ใกล้และประหยัด  แถมยังได้ทานอาหารราคาถูกๆในบรรยากาศของบ้านริมน้ำแบบไทยๆ  ที่มีมากมายหลายแห่ง  ยิ่งเป็นหน้าร้อนด้วยยิ่งดีใหญ่  ทานข้าวที่บ้านไม้ริมน้ำ ลมพัดเย็นๆ บรรยากาศเย็นสบายอย่าบอกใคร

มาเกาะเกร็ดแล้วก็ต้องแนะนำ หน่อกะลา ที่ขึ้นชื่อของเกาะเกร็ด และย่านนนทบุรี


หน่อกะลาคืออะไร

ชื่อก็ฟังดูแปลกๆ ลักษณะลำต้นและหัวของต้นหน่อกะลาคล้ายต้นข่าแต่เล็กกว่า ทั้งหน่อเล็กๆและก้านสีขาวๆที่ลอกเปลือกแล้วสามารถนำมาปรุงเป็นอาหารได้หลายแบบ โดยเฉพาะนำมาทำอาหารที่คล้ายปลากรายทอด เวลาทานก็จะทานกับมีน้ำจิ้มหวานๆคล้ายน้ำจิ้มไก่

ที่นี่ขายดีมาก มาถึงเกาะเกร็ดแล้วต้องทานให้ได้ หากไม่ทานไม่ชิม ไปพูดให้ใครฟังแล้วเค้าจะหาว่ายังมาไม่ถึงเกาะเกร็ด และไปเที่ยวที่นั่นก็ควรรู้ว่าอะไรเป็นของท้องถิ่นจริงๆ จะได้เลือกซื้อเลือกชิมได้

สำหรับหน่อกะลาจะมีขายเฉพาะในเขตจังหวัดนนทบุรีเท่านั้น พ้นจังหวัดนี้ออกไปแล้วก็คงหาทานได้ยาก

หากทานหน่อกะลาทอดแล้วไม่จุใจก็ลองชิมดอกไม้ชุบแป้งทอด ก็มีหลากหลายชนิดให้เลือก แต่สามารถซื้อรวมๆใส่ในถ้วยเดียวกันได้ เดินไป กินไป อร่อยอย่าบอกใคร

ทานเสร็จแล้วอยากทานน้ำก็นี่เลย กาแฟเย็น โอเลี้ยง ชาเย็น หรือน้ำมะนาว ที่ใช้โถดินเผาจากเกาะเกร็ดเป็นภาชนะ ใช้แล้วอย่าโยนทิ้ง เพราะราคาโถเค้าคิดเงินจากเราเรียบร้อยแล้ว กลับมาที่บ้านให้นำมาปลูกไม้ประดับแขวนโชว์ สวยไปอีกแบบ ใครเห็นก็บอกว่านี่แหละของฝากจากเกาะเกร็ด เป็นเครื่องหมายว่าได้มาถึงเกาะเกร็ดแล้ว

เกาะเกร็ด หากต้องการเทียวกันแบบให้คุ้มค่าแล้ว ก็แนะนำว่าควรให้ท้องว่างๆไว้ก่อน หรือมาหาข้าวทานกันที่เกาะเกร็ดเลย เพราะของกินที่ยั่วยวนใจมีมากมายจริงๆ โดยเฉพาะอาหารแบบไทยๆหรือขนมพื้นบ้านที่หาทานได้ยาก

เกาะเกร็ดผมเคยไปหลายครั้งแต่ก็ไปไม่ถึงไหนเพราะมีเวลาจำกัด  ล่าสุดเคยไปเที่ยวเมื่อปี 2549 คราวนั้นตั้งใจไปก็เพราะอยากเห็นน้ำท่วมเกาะเกร็ด  ช่วงเวลานั้นสื่อมวลชนก็มักจะรายงานน้ำท่วมจากเกาะเกร็ดกันเป็นประจำ  จึงอยากรู้อยากเห็นกับเค้าบ้าง แต่วันอาทิตย์ที่น้ำท่วมนั้นไม่มีใครไปเที่ยว  แต่ผมดันอยากไปเห็น จึงได้ภาพน้ำท่วมมาให้ดูกัน 

เกาะเกร็ดโดยเฉพาะเสาร์-อาทิตย์  นักท่องเที่ยวจะคับคั่งมาก  ชาวบ้านที่ขายของในย่านนั้นต่างนั่งยิ้มนอนยิ้มกันเพลิน  เรียกว่าขายดีเกือบทุกอย่าง  แต่พวกเค้าบอกว่าขายได้แค่เสาร์-อาทิตย์เท่านั้นเอง  วันอื่นๆหยุดขายเพราะตัวเองต้องทำงาน

นี่แสดงว่าคนแถวนั้นทำงานกันทั้ง 7 วัน  วันธรรมดาก็ทำงานตามสถานที่ราชการหรือของเอกชน ส่วนเสาร์-อาทิตย์ก็มาขายของที่บ้าน  อาจดูเหนื่อยที่ไม่มีเวลาพักผ่อน แต่คนแถวนี้เขากลับชอบ  เพราะขายได้ขายดี หรือขายจนร่ำจนรวย

หากใครไปเที่ยววันอาทิตย์ตอนเย็นๆหรือใกล้จะปิดร้านกันแล้ว อาจเห็นชาวบ้านบางกลุ่ม  นั่งร่วมวงเสวนากินเหล้ากันอย่างสนุกสนาน  พวกเค้าบอกว่าขอเวลาพักผ่อนกันบ้างเพราะเหนื่อยกันมาทั้งเสาร์และอาทิตย์  แต่เป็นความเหนื่อยที่มีความสุข เพราะรับทรัพย์กันเพลิน

เกาะเกร็ดมีพื้นที่ราว 4  ตารางกิโลเมตร ชาวบ้านที่อาศัยอยู่แถวนี้ส่วนใหญ่เป็นคนมอญที่เข้าในประเทศไทยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เรื่อยมาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์   อาชีพหลักได้แก่การทำเครื่องปั้นดินเผาที่ใช้ในครัวเรือน  เช่น โอ่ง คนโฑ ถ้วย ชาม หรือของตกแต่ง เช่น กระถางต้นไม้  และบรรดาเครื่องปั้นดินเผาจากเกาะเกร็ดนี้ถือว่าเป็นที่ยอมรับในเรื่องความสวยงาม

สมัยประวัติศาสตร์พวกบรรดาภาชนะที่ใช้ในพระราชวังหรือในราชสำนักก็มักมาจากผลงานของชาวมอญ หรือจากเกาะเกร็ด สาเหตุเพราะชาวมอญมีความชำนาญและทักษะในงานด้านนี้เป็นอย่างสูง และยึดอาชีพนี้มาตั้งแต่บรรพบุรุษ  เครื่องปั้นดินเผาที่ใช้ราชสำนักทั้งไทยและพม่าในสมัยก่อนๆนั้น ก็มาจากฝีมือของชาวมอญทั้งสิ้น

อิฐมอญก้อนสีเหลืองๆออกน้ำตาลที่ใช้ในการก่อสร้าง  ถึงบางอ้อแล้วหรือยังว่าทำไมจึงเรียกว่า “ อิฐมอญ “

เกาะเกร็ดมีสัญญลักษณ์ที่รู้จักกันโดยทั่วไปก็คือ เจดีย์เอียง ตรงบริเวณหัวมุมเกาะที่เป็นเขตวัด ปรมัยยิกาวาส หรือ วัดมอญ   วัดนี้ชาวมอญร่วมกันสร้างในสมัยรัชกาลที่ 5  สังเกตได้จากบานประตูโบสถ์ก็มีภาพแกะสลักที่เป็นตราสัญญลักษณ์ของรัชกาลที่ 5 อยู่ด้วย

นอกจากวัดมอญที่ทุกคนจะต้องเห็นเมื่อนั่งเรือขึ้นเกาะเกร็ดแล้ว  ภายในเกาะเกร็ดก็ยังมีวัดต่างๆอีกหลายแห่ง  ถ้าจำไม่ผิดคนแถวนี้บอกว่ามีประมาณ 5 วัด และยังมีวัดร้างอีกราว 2-3 วัด รวมๆกันแล้วก็ราว 7- 8 วัด ไม่น่าเชื่อว่าพื้นที่เล็กๆจะมีวัดมากมาย ทำให้คิดว่าเกาะเกร็ดที่ได้มาเห็นในวันนี้เป็นเพียงจุดเล็กๆที่เป็นย่านค้าขาย ส่วนที่เป็นที่อยู่อาศัยหรือเป็นสวนของชาวบ้านคงต้องเดินลึกเข้าไปอีก

คงต้องเก็บเป็นการบ้านแล้วละครับว่าชาวมอญที่นี่เค้าอยู่กันอย่างไร เพราะจากที่ได้เห็นในเวลาอันสั้นนี้ดูน่าสนใจไม่น้อย จุดเด่นของที่พอจะมองออกว่า ก็คือว่าทุกสิ่งทุกอย่างยังเหมือนเดิม แม้ภายนอกจะเจริญแค่ไหน แต่นี่นี่ยังใช้ชีวิตกันแบบเดิมๆ และเป็นวิถีชีวิตของคนไทยที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเหมือนเช่นอดีต

คนไทยในอดีตใช้ชีวิตอยู่ตามแม่น้ำลำคลอง หรือมีชีวิตอยู่กับน้ำกันมาตลอด คนไทยจึงมีนิสัยรักสงบ ไม่รุกรานใคร เพราะเมืองไทยก็คือดินแดนที่มีความอุดมสมบูรณ์อยู่แล้ว จึงไม่คิดที่จะเบียดเบียน หรือแย่งชิงแผ่นดินกับใคร ต่างกับประเทศจีนในอดีต ที่ต้องรบราฆ่าฟันเพื่อแย่งชิงพื้นที่ทำกินกันมาหลายยุคหลายสมัย และเป็นประเทศที่มีแต่สงครามมาตลอด คนจีนไม่น้อยจึงต้องอพยพหนีภัยไปอาศัยอยู่ที่อื่นๆ เช่นประเทศไทยเป็นต้น

เคยถามชาวจีนที่อพยพมาอยู่เมืองไทย เขาบอกว่าไม่ได้หนีภัยแล้งเหมือนกับที่หลายคนเข้าใจ แต่หนีภัยสงครามต่างหาก อยู่ที่นั่นก็ตายลูกเดียว อพยพออกไปต่างประเทศยังพอมีโอกาสรอดบ้าง

ี่เกาะเกร็ดมีพื้นที่ 4.12 ตารางกิโลเมตร หรือ 2,489 ไร่  มีทางเดินเล็กๆที่สามารถเดินได้รอบเกาะ   หากไม่อยากเดินก็มีจักรยานให้เช่าขี่รอบเกาะ  ลัดเลาะไปถามถนนแคบๆ  แต่อาจขับขี่ไม่สะดวกในบริเวณที่ผู้คนหนาแน่น  โดยเฉพาะวันอาทิตย์คนจะแน่นมาก  ร้านค้าร้านขายก็มาก   เรียกว่าแทบไม่มีช่องว่างให้ขี่จักรยาน

แค่มาเดินเที่ยวก็สนุกแล้วครับ  ความหลากหลายมีให้เห็นกันตลอดทาง  อธิบายกันไม่ไหว  แต่รับรองว่าไม่เบื่อแน่  ของกินก็มากมาย โดยเฉพาะของหายากเช่นตังเมเหนียวๆหนืดๆ และราคาถูก ทานแล้วนึกถึงตอนเป็นเด็กๆ

มาเที่ยวเกาะเกร็ดแล้วรับรองว่าลืมความวุ่นวายของเมืองหลวงกันไปเลย

เกาะเกร็ดมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย  ภาพจากเกาะเกร็ดตอนที่ 1 เป็นการลำดับตามเส้นทางเดิน  เริ่มต้นจากวัดสนามเหนือที่เป็นท่าเรือ   เมื่อข้ามไปเกาะเกร็ดแล้วก็จะเป็นวัดมอญ  จากนั้นก็เดินไปตามถนนของชุมชนแคบๆ  แต่ก็ได้บรรยากาศแบบเมืองไทยสมัยก่อน  หรืออาจเป็นบรรยากาศแบบย้อนยุคไปสักราว 50 -60 ปี

ปัจจุบันเกาะเกร็ดเป็นชุมชนที่ยังรักษาความเป็นอดีตไว้ได้อย่างเหนียวแน่น  สาเหตุก็น่าจะเป็นเพราะที่นี่เป็นเกาะเล็กๆ  ไม่สามารถขยายตัวหรือทำอะไรได้มากกว่านี้  เนื้อที่ก็มีจำกัดเพียง  2 พันกว่าไร่  จะสร้างตึกใหญ่ๆโตๆก็ทำไม่ได้   ใครมาเที่ยวเกาะเกร็ดก็ต้องนั่งเรือข้ามฝาก บนเกาะไม่มีรถยนต์  คงมีแต่มอเตอร์ไซด์และจักรยานเท่านั้น

เมื่อถูกจำกัดพื้นที่แบบนี้จึงมีส่วนทำให้เกาะเกร็ดยังรักษาความเป็นอดีตได้อย่างไม่เสื่อมคลาย  แม้บางจุดจะสร้างตึกที่อยู่อาศัยกันใหญ่โตตามฐานะแต่ก็เป็นส่วนน้อย   เพราะหากที่นี่มีแต่ตึกรามบ้านช่องที่ทันสมัย ก็คงไม่มีใครอยากมาเที่ยว  เกาะเกร็ดที่ขายได้ขายดีให้กับนักท่องเที่ยวทุกวันนี้ ก็คือขายความเป็นอดีต  หรือขายความเก่านั่นเอง  หากชุมชนที่นี่ต้องการให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบยั้งยืน  ก็ต้องพยายามรักษาสิ่งที่กล่าวมานี้ให้นานที่สุด  และให้มีบรรยากาศแบบไทยย้อนยุคเหมือนกับที่เห็นในปัจจุบันนี่แหละ

เกาะเกร็ดในตอนที่ 1 เอากันแค่นี้ก่อนเพราะยังมีอีกหลายสิ่งที่อยากจะกล่าวถึง  ก็คงจะว่ากันในตอนที่ 2  ต่อไป  พบกันในตอนที่ 2 ครับ 



โฟโต้ออนทัวร์
18 กุมภาพันธ์ 2554





ข้อมูลเกาะเกร็ด

เกาะเกร็ด เป็นเกาะกลางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง และมีฐานะเป็นตำบลหนึ่งในท้องที่อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 4.12 ตารางกิโลเมตรหรือ 2,489 ไร่ เป็นที่อยู่ของชาวไทยเชื้อสายมอญที่มีอาชีพปั้นเครื่องปั้นดินเผาเป็นส่วนใหญ่

ประวัติ

เกาะเกร็ดเกิดจากการขุดคลองลัดแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อปี พ.ศ. 2265 ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ คลองลัดดังกล่าวเรียกว่า "คลองลัดเกร็ดน้อย" หรือ "คลองเตร็ดน้อย" ดังปรากฏในพระราชพงศาวดารกรุงสยามฉบับบริติชมิวเซียมตอนหนึ่งว่า

"...ในปีขาล จัตวาศก ทรงพระกรุณาโปรดให้พระธนบุรีเป็นแม่กอง เกณฑ์พลนิกายคนหัวเมืองปากใต้ให้ได้คน 10,000 เศษ ให้ขุดคลองเตร็ดน้อย ลัดคุ้งบางบัวทองนั้นคดอ้อมนัก ขุดลัดตัดให้ตรง พระธนบุรีรับสั่งแล้วถวายบังคมลามา ให้เกณฑ์พลนิกายในบรรดาหัวเมืองปากใต้ได้คน 10,000 เศษ ให้ขุดคลองเตร็ดน้อยนั้นลึก 6 ศอก กว้าง 3 วา ยาวทางไกลได้ 29 เส้นเศษ ขุดเดือนเศษจึ่งแล้ว..."

ต่อมากระแสน้ำเปลี่ยนทิศเนื่องจากไหลทางตรงได้สะดวกกว่าและกัดเซาะตลิ่งทำให้คลองสายนี้ขยายเป็นแม่น้ำลัดเกร็ด แผ่นดินตรงแหลมจึงกลายเป็นเกาะ ในรัชสมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ระบุในโฉนดชื่อว่า เกาะศาลากุล ตามชื่อวัดศาลากุลที่สร้างโดยเจ้าพระยารัตนาธิเบศร์ (กุล) ตั้งแต่สมัยธนบุรี ต่อมาเมื่อตั้งอำเภอปากเกร็ด จึงเรียกเป็น เกาะเกร็ด

เขตการปกครอง

ตำบลเกาะเกร็ดมีเขตการปกครองทั้งหมด 7 หมู่บ้าน ได้แก่
หมู่ที่ 1 บ้านบนบ้านล่าง หรือบ้านมอญ
หมู่ที่ 2 บ้านคลองศาลากุล
หมู่ที่ 3 บ้านศาลากุล
หมู่ที่ 4 บ้านคลองสระน้ำอ้อย
หมู่ที่ 5 บ้านท่าน้ำ
หมู่ที่ 6 บ้านวัดเสาธงทอง
หมู่ที่ 7 บ้านโอ่งอ่าง
source : wigipedia.com




การเดินทางโดยรถเมล์ รถปรับอากาศ รถตู้ ไปเกาะเกร็ด

สาย 32 ปากเกร็ด - วัดโพธิ์ (ท่าเตียน)
เที่ยวไป

ปากเกร็ด ไปตามถนนแจ้งวัฒนะ เลี้ยวขวาไปตามถนนติวานนท์ ผ่านแยกสนามบินน้ำ กรมพลาธิการทหารบก รพ.โรคทรวงอก แยกแคราย รพ.บำราศนราดูร รพ.ศรีธัญญา ถนนติวานนท์ ห้างบิ๊กซีนนท์ เลี้ยวขวาไปตามถนนประชาราษฎร์ ถึงสามแยกนนทบุรี เลี้ยวซ้ายไปตามถนนพิบูลสงคราม ห้างเมเจอร์นนท์ ร.ร.พงษ์สวัสดิ์พาณิชยการ วัดนครอินทร์ ร.ร.วัดเขมา ร.ร.สตรีนนทบุรี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือเลี้ยวขวาถนนประชาราษฎร์สาย 1 ร.ร.วัดสร้อยทอง ลอดใต้สะพานพระราม 7 บางโพ สถานีดับเพลิงบางโพ แยกเกียกกาย พล ป.ต.อ. ถนนสามเสน ร.ร.โยธินบูรณะ วัดจันทร์สโมสร กรมชลประทาน การไฟฟ้าศรีย่าน พาณิชการวิมล ห้งเอดิสันศรีย่าน รพ.วชิรพยาบาล สถานีตำรวจสามเสน ร.ร.เซนต์คาเบรียล หอสมุดแห่งชาติ, ตลาดเทเวศร์ ถนนจักรพงษ์ สหกรณ์บางลำภู วัดชนะสงคราม ถนนข้าวสาร ถนนเจ้าฟ้า ถนนพระอาทิตย์ สะพานพระปิ่นเกล้า ถนนราชินี โรงละครแห่งชาติ ถนนหน้าพระธาตุ วัดมหาธาตุ ถนนพระจันทร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถนนมหาราช จนสุดเส้นทางที่วัดโพธิ์(ท่าเตียน)
เที่ยวกลับ
วัดโพธิ์(ท่าเตียน) ไปตามถนนมหาราช เลี้ยวขวาถนนพระจันทร์ เลี้ยวซ้ายถนนพระธาตุ เลี้ยวซ้ายถนนราชินี เลี้ยวขวาถนนพระอาทิตย์ เลี้ยวซ้ายถนนจักรพงษ์ ถนนสามเสน ไปตามเส้นทางเดิม (เข้าท่าน้ำนนท์) จนสุดเส้นทางที่ปากเกร็ด

สาย 51 ปากเกร็ด - เซ็นทรัล(ลาดพร้าว
เที่ยวไป

เที่ยวไป จากท่าน้ำปากเกร็ด ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนติวานนท์ โรงพยาบางโรคทรวงอก แยกแคลาย โรงพยาบาลบำราศนราดูร โรงพยาบาลศรีธัญญา สามแยกติวานนนท์ ถนนประชาราษฏร์ ตลาดบางซ่อน เลี้ยวขวาเข้าถนนประชาราษฏร์สาย2 จนสุดเส้นทางที่ท่าน้ำบางโพ
เที่ยวกลับ
เที่ยวกลับ จากท่าน้ำบางโพ ถนนประชาราฏร์สาย2 เลี้ยวซ้ายแยกเตาปูน ถนนประชาราษฏร์ แล้วไปตามเส้นทางเดิมจนสุดเส้นทางที่ท่าน้ำปากเกร็ด

สาย 52 ปากเกร็ด – สถานีรถไฟบางซื่อ
เที่ยวไป
เริ่มต้นจากบริเวณตลาดปากเกร็ด ไปตามถนนแจ้งวัฒนะ แยกขวาไปตามถนนวิภาวดีรังสิต แยกขวาไปตามถนนพหลโยธิน แยกขวาไปตามถนนประดิพัทธ์แยกขวาไปตามถนนเตชะวณิช แยกขวาไปตามถนนโรงปูนซิเมนต์ ไปสุดเส้นทางที่สถานีรถไฟบางซื่อ
เที่ยวกลับ
เริ่มต้นจากสถานีรถไฟบางซื่อ ไปตามถนนโรงปูนซิเมนต์ แยกซ้ายไปตามถนนเตชะวณิช แล้วไปตามเส้นทางเดิม ไปสุดเส้นทางที่บริเวณตลาดปากเกร็ด

สาย 90 ท่าน้ำบางพูน - ย่านสินค้าพหลโยธิน
เที่ยวไป เริ่มต้นจากท่าน้ำบางพูน ไปตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 3180 ถนนติวานนท์ แยกขวาไปตามถนนกรุงเทพ – นนทบุรี แยกซ้ายไปตามถนนพิบูลสงคราม แยกขวาไปตามถนนประชาราษฎร์สาย 1 ถนนสามเสน ถึงสี่แยกเกียกกาย แยกซ้ายไปตามถนนทหาร ถนนประดิพัทธ์ ถึงสี่แยกสะพานควาย แยกซ้ายไปตามถนนพหลโยธิน แยกซ้ายไปตามถนนย่านสินค้าพหลโยธิน จนสุดเส้นทางที่บริเวณย่านสินค้าพหลโยธิน
เที่ยวกลับ เริ่มต้นจากบริเวณย่านสินค้าพหลโยธิน ไปตามถนนย่านสินค้าพหลโยธิน แยกซ้ายไปตามถนนพระรามที่ 6 แยกขวาไปตามถนนประดิพัทธ์ ถนนทหาร แล้วไปตามเส้นทางเดิม จนสุดเส้นทางที่ท่าน้ำบางพูน

สาย 104 ปากเกร็ด – สถานีขนส่งผู้โดยสารสายเหนือ (หมอชิต 2)
เที่ยวไป เริ่มต้นจากท่าน้ำปากเกร็ด ไปตามถนนแจ้งวัฒนะ แยกขวาไปตามถนนติวานนท์ แยกซ้ายไปตามถนนงามวงศ์วาน แยกขวาไปตามถนนพหลโยธิน แยกขวาไปตามถนนกำแพงเพชร 1 แยกขวาไปตามถนนกำแพงเพชร 2 จนสุเส้นทางที่สถานีขนส่งผู้โดยสารสายเหนือ
เที่ยวกลับ เริ่มต้นจากสถานีขนส่งผู้โดยสารสายเหนือ ไปตามถนนกำแพงเพชร 2 แยกซ้ายไปตามถนนกำแพงเพชร 1 แล้วไปตามเส้นทางเดิม จนสุดเส้นทางที่ท่าน้ำปาก

สาย 166 เมืองทองธานี - อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

เที่ยวไป เมืองทองธานี เลี้ยวขวาไปตามถนนแจ้งวัฒนะ ไปท่าน้ำปากเกร็ด วนขวาที่ท่าน้ำปากเกร็ด ไปตามถนนแจ้งวัฒนะ ขึ้นทางด่วนที่ถนนแจ้งวัฒนะ ลงทางด่วนที่ถนนพระราม 6 เลี้ยวซ้ายไปตาม พรรคประชาธิปัตย์ ถนนพระราม 6 เ ลี้ยวซ้าย ถนนราชวิถี จนสุดเส้นทางที่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (ตึกชัย ถนนราชวิถี รพ.พระมงกุฎเกล้า สุโขทัยธรรมาธิราช รพ.ปากเกร็ดเวชการ 
เที่ยวกลับ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ไปตามถนนพหลโยธิน ขึ้นทางด่วนที่ด่านอนุสาวรีย์ชัยฯ ลงทางด่วนที่ถนนแจ้งวัฒนะ เลี้ยวซ้ายไปตามถนนแจ้งวัฒนะ ไปวนขวาที่ท่าน้ำปากเกร็ด ไปตามถนนแจ้งวัฒนะ เลี้ยวซ้ายเข้าเมืองทองธานี จนสุดเส้นทางที่เมืองทอง


รถประจำทางปรับอากาศไปเกาะเกร็ด

ปอ.150 มหาวิทยาลัยรามคำแหง - ปากเกร็ด
เที่ยวไป เริ่มต้นจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ไปตามถนนรามคำแหง แยกซ้ายข้ามสะพานคลองแสนแสบ แยกขวาไปตามถนนลาดพร้าว แยกซ้ายไปตามถนนสุขาภิบาล 1 แยกซ้ายไปตามถนนรามอินทรา ผ่านอนุสาวรีย์หลักสี่ แล้วไปตามถนนศรีรัมสุข ถนนแจ้งวัฒนะ ไปสุดเส้นทางที่ท่าน้ำปากเกร็ด
เที่ยวกลับ เริ่มต้นจากท่าน้ำปากเกร็ด ไปตามถนนแจ้งวัฒนะ แล้วไปตามเส้นทางเดิม จนสุดเส้นทางที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง

ปอ. 505 ปากเกร็ด - สวนลุมพินี
เที่ยวไป เริ่มจาก ท่าน้ำปากเกร็ด ไปตามถนนแจ้งวัฒนะ เลี้ยวขวาไปตามถนนติวานนท์ วัดชนประทานรังสฤษฎ์ โรงพยาบาลชนประทาน เลี้ยวซ้ายไปตามถนนกรุงเทพ-นนทบุรี เลี้ยวขวาไปตามถนนประชาราษฎร์สาย2 เลี้ยวซ้ายไปตามถนนประชาราษฎร์สาย1 บางกระบือ ถนนสามเสน หอสมุดแห่งชาติ เลี้ยวซ้ายไปตามถนนพิษณุโลก สนามม้านางเลิ้ง ข้ามสะพานลอยยมราช ไปตาม ถนนเพชรบุรี เลี้ยวขวาไปตามถนนราชดำริ สุดเส้นทางที่สวนลุมพินี (แยกอุรุพงษ์ โรงพยาบาลมิชชั่น สำนักงาน กพ. เทเวศร์ สวนลุมพินี ตึก HSBC โรงแรมดุสิตธานี ถนนพิษณุโลก รพ.ศรีธัญญา หอสมุดแห่งชาติ สน.เตาปูน สน.ลุมพินี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ รพ.ตำรวจ รพ.มิชชั่น รพ.วชิรพยาบาล สวนลุมไนท์บาซาร์ พระที่นั่งอนันตสมาคม วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ศาลท้าวมหาพรหม ลุมพินี โรงเรียนวัดประดู่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ โรงเรียนเบญจมบพิตร โรงเรียนวัดจันทรสโมสร โรงเรียนวัดเทวราชกุญชร โรงเรียนวัดทองสุทธาราม โรงเรียนวัดประดู่ธรรมาธิปัตย์ โรงเรียนวัดเลียบราษฎร์บำรุง โรงเรียนสวนลุมพินี โรงเรียนวัดดิสานุการาม รพ.บางโพ รพ.บำราศนราดูร รพ.ปากเกร็ดเวชการ รพ.โรคทรวงอก รพ.ศรีธัญญา 
เที่ยวกลับ เริ่มต้นที่ สวนลุมพินี เลี้ยวขวาไปตามถนนราชดำริ ไปตามเส้นทางเดิม ทางเดิม จนสุดเส้นทาง



รถตู้ไปปากเกร็ด

  - รามคำแหง - ปากเกร็ด
  - มีนบุรี - ปากเกร็ด
  - จตุจักร (แจ้งวัฒนะ ) - ปากเกร็ด
  - จตุจักร (งามวงศ์วาน) - ปากเกร็ด
  - เดอะมอลล์งามวงศ์วาน - ปากเกร็ด
  - ท่าน้ำนนท์ - ปากเกร็ด ฟิวเจอร์รังสิต - ปากเกร็ด





แผนที่เกาะเกร็ด (คลิกที่ภาพ)






แผนที่เดินทางสู่เกาะเกร็ด แผนที่วัดชลปะทาน แผนที่แยกชิ้นสำหรับ Print
(นำมาปะต่อกัน)
(คลิกที่ภาพ)(คลิกเพื่อดาวน์โหลด Zip file 748 KB)
Size (1460*1500)Size (1460*1500)







ชุมชนชาวมอญในประเทศไทย


(ภาพประกอบ : ชาวมอญในพม่า)

ชาวมอญได้อพยพมาพำนักอยู่ประเทศไทยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระยาเกียรติและพระยารามขุนนางมอญที่มีความดีความชอบในราชการและกลุ่มญาติพี่น้องได้รับพระราชทานที่ดินตั้งบ้านเรือน ณ บ้านขมิ้น ซึ่งได้แก่บริเวณวัดขุนแสนในปัจจุบัน มอญในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ทั้งกลุ่มชาวมอญเก่าที่อยู่มาแต่เดิมและกลุ่มมอญใหม่ได้รับพระราชทานที่ดินให้ตั้งชุมชนอยู่ชานกรุงศรีอยุธยาบริเวณวัดตองปุและคลองคูจาม

นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงกลุ่มชาวมอญที่มีอาชีพฆ่าเป็ดไก่ขายที่ตลาดวัดวัวควาย และมีตลาดมอญขายขัน ถาดทองเหลือง ซึ่งเป็นทั้งตลาดสดด้วย ตั้งอยู่ภายนอกกำแพงเมืองด้านใต้ บริเวณปากคลองเกาะแก้วมีชาวมอญบรรทุกมะพร้าว ไม้แสมทะล และเกลือมาจำหน่าย

ในสงครามเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ 2 ผู้นำชุมชนชาวมอญในกรุงศรีอยุธยาคือสุกี้พระนายกอง ได้อาสากองทัพพม่าทำสงครามกับอยุธยา และรวบรวมกองทัพมอญได้ถึง 2,000 คน ในปัจจุบันแม้จะไม่มีชุมชนของผู้สืบเชื้อสายมอญภายในกรุงศรีอยุธยา อยู่ในบริเวณที่กล่าวถึงในประวัติศาสตร์แต่ก็ยังมีชุมชนมอญและกลุ่มวัฒนธรรมมอญ กระจายอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาจากพระนครศรีอยุธยาลงมาจนถึงกรุงเทพฯหลายชุมชน

ชาวมอญได้ตั้งบ้านเรือนอยู่ทั่วไปตามที่ราบลุ่มริมน้ำภาคกลาง ได้แก่ ลพบุรี สระบุรี อยุธยา นครปฐม กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง นครนายก ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรสงคราม สมุทรปราการ สมุทรสาคร กรุงเทพฯ ฉะเชิงเทรา เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์

และบางส่วนตั้งภูมิลำเนาอยู่แถบภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี

ทางภาคอีสาน ได้แก่ นครราชสีมา มีบ้างเล็กน้อยที่อพยพลงใต้ อย่าง ชุมพร สุราษฎร์ธานี โดยมากเป็นแหล่งที่พระเจ้าแผ่นดินทรงโปรดฯ พระราชทานที่ดินทำกินให้แต่แรกอพยพเข้ามา
source : wigipedia.com


 


ชุมชนมอญในประเทศไทย
จำนวน 23 ชุมชน

1 มอญบางจะเกร็ง จ.สมุทรสงคราม
2 มอญบางปลา จ.สมุทรสาคร
3 มอญบ้านเก่า จ.อุทัยธานี
4 มอญสลุย จ.ชุมพร
5 มอญหนองดู่ จ.ลำพูน
6 บ้านมอญ จ.นครสวรรค์
7 มอญบางไส้ไก่ กรุงเทพฯ
8 มอญบ้านโป่ง-โพธาราม จ.ราชบุรี
9 มอญกระทุ่มมืด จ.นครปฐม
10 มอญสามโคก จ.ปทุมธานี
11 มอญบ้านเสากระโดง จ.อยุธยา
12 คลองมอญ กรุงเทพฯ
13 สะพานมอญ กรุงเทพฯ
14 มอญปากเกร็ด จ.นนทบุรี
15 มอญบางกระดี่ กรุงเทพ
16 มอญบางขันหมาก จ.ลพบุรี
17 มอญคลองสิบสี่ (มอญหนองจอก) กรุงเทพฯ
18 มอญลาดกระบัง กรุงเทพฯ
19 มอญปากลัด (มอญพระประแดง) จ.สมุทรปราการ
20 มอญเกาะเกร็ด จ.นนทบุรี
21 มอญ จ.สมุทรสาคร
22 มอญเกาะรัตนโกสินทร์ กรุงเทพฯ
23 มอญปทุมธานี จ.ปทุมธานี
source
: wigipedia.com


วัดมอญในประเทศไทย

1 วัดบวรมงคล กรุงเทพฯ
2 วัดทรงธรรม จ.สมุทรปราการ
3 วัดหงษ์ปทุมาวาส จ.ปทุมธานี
4 วัดราชคฤห์วรวิหาร ธนบุรี
5 วัดเกาะ จ.สมุทรสาคร
6 วัดปรมัยยิกาวาส จ.นนทบุรี
7 วัดเจ็ดริ้ว จ.สมุทรสาคร
8 วัดสามพระยา กรุงเทพฯ
9 วัดบางกระเจ้า จ.สมุทรสาคร
10 วัดราษฏร์บำรุง กรุงเทพฯ
11 วัดบางกระดี่ กรุงเทพฯ
12 วัดประดิษฐาราม กรุงเทพฯ
13 วัดชนะสงคราม กรุงเทพฯ
source : monstudies.com

นางแบบสาวชาวมอญในประเทศพม่า Mon Models in Myanmar        ดูภาพสาวพม่า

 
ชนชาติมอญในประเทศพม่า


ชนชาติมอญในพม่ามีประมาณร้อยละ 1 หรือ 553,900 คน ของประชากรพม่า 55,390,000 คน
(ข้อมูล ปี 2000)
copyright © www.photoontour.com, All rights reserved