Photoontour.com   โฟโต้ออนทัวร์
  Home   :   City Tour   :   Koh kred #2
             
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Home    Directory   Events   Royal Photos   Gallery   Outbound tour   Portraits   Flowers   Asia Girls   Photo Around the World   Wallpapers   Site Update
 


เกาะเกร็ด นนทบุรี ชุมชนชาวมอญ ตอนที่ 2
Koh Kred ,Tiny Island on Chao Phra Ya River Part 2

(เดินทาง 16 มกราคม 54)



มอญ (Mon) เป็นชนชาติเก่าแก่ที่สุดของเอเชีย  เข้ามาอาศัยในดินแดนของพม่าราว 11,000 ปีมาแล้ว  แม้แต่ภาษามอญก็เป็นภาษาเก่าแก่มีอายุราว 3-4 พันปี  รวมทั้งยังพบหลักฐานเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์อีกมากมายในประเทศทางแถบอินโดจีน  ที่ระบุว่าเกิดขึ้นในยุครุ่งเรืองของชนชาติมอญ

ชนชาติมอญในอดีตนั้นเหมือนเป็นผู้อาภัพ  อาจเป็นเพราะขาดความชำนาญทางการรบ จึงตกเป็นเมืองขึ้นของพม่ามาโดยตลอด  แม้ปัจจุบันก็ยังเป็นชนกลุ่มน้อยของพม่า ไม่ต่างกับ กะเหรี่ยง  คะยิ่น  ไทยใหญ่  ฉาน ฯลฯ

ในประวัติศาสตร์ของไทยกับพม่า  ต่างก็พยายามเข้ามามีอำนาจเหนือชนชาติมอญ  หรือให้เป็นเมืองขึ้นกับตน  เพื่อให้เพิ่มจำนวนกำลังทหาร และเพื่ออาศัยเป็นทางผ่านไปดินแดนของฝ่ายตรงกันข้าม

และเมื่อครั้งที่กษัตริย์พม่าหรือพระเจ้าหงสาวดีตะเบงชะเวตี้(มังตรา) ยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาเป็นครั้งแรก  ก็ต้องรวบรวมชนชาติมอญเข้ามาเป็นสมัครพรรคพวก  ก่อนที่จะเดินทัพเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์ (พื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีในปัจจุบัน)

แต่การรบในครั้งนั้นพม่าไม่สามารถตีไทยได้   ทำให้ชาติมอญเกิดความกระด้างกระเดื่องต่อพม่า เพราะเห็นว่าพม่าไม่มีความสามารถในการรบกับไทย

ครั้นพระเจ้าบุเรงนองสถาปนาตนเองขึ้นเป็นกษัตริย์ต่อจากพระเจ้าตะเบงชะเวตี้  ก็หันมาปราบมอญเพื่อให้มีความภักดีเหมือนเดิม  และเพื่อสร้างความเป็นปึกแผ่นของกองทัพ

มอญ  อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในดินแดนไทยเป็นระลอกๆ  ส่วนใหญ่เกิดจากการกดขี่จากพม่า  และเกิดจากการกวาดต้อนของไทยหลังมีชัยเหนือพม่า

มอญรุ่นแรกที่เข้ามาอาศัยในย่านปากเกร็ด จ.นนทบุรีนั้น ได้เข้ามาในสมัยพระเจ้าตากสิน  ราว พ.ศ. 2316 หรือ 5-6 ปี หลังจากไทยกอบกู้เอกราชจากพม่าได้สำเร็จเป็นครั้งที่สอง และเข้ามาอีกครั้งหนึ่งในสมัยพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2)

ส่วนมอญรุ่นล่าสุด ได้อพยพเข้ามาในประเทศไทยเมื่อราว 3-4 ปีมานี้

ไม่ได้โม้นะครับ แต่เป็นเรื่องจริงที่หน้าประวัติศาสตร์ในอนาคตต้องจารึก เพราะปัจจุบันเราสามารถพบคนมอญได้ตามสถานที่ต่างๆ เช่นร้านอาหาร ร้านค้า หรือปั้มน้ำมัน ดูหน้าตาก็ไม่ต่างกับคนไทย เพียงแต่นัยน์ตาจะออกไปทางแขกนิดๆ บางคน(โดยเฉพาะสาวมอญ) หน้าตาก็ดูสระสวย ไม่น่าจะมีอาชีพบีบน้ำมันขายเลย และทุกครั้งที่เห็นสาวต่างชาติในปั้มหน้าตาดี ก็อดไม่ได้ที่จะสอบถามว่าบ้านอยู่หนใด

วันก่อนนำรถไปเติมน้ำมัน เจอเด็ก(สาว)ปั้มพูดสำเนียงแปลกๆ ถามว่าเป็นพม่า หรือเปล่า สาวน้อยหน้าซื่อตอบว่าไม่ไช่ แกบอกว่าเป็น " โมน "

บอกให้พูดอีกทีซิ แกก็พูดชัดถ้อยชัดคำว่า " โมน "

" นึกในใจว่า พม่ามีชาติ โมน ที่ไหนกันวะ นึกไม่ออกครับท่าน "

ถามกี่ครั้งแกก็ตอบ โมน ลูกเดียว

กว่าจะถึงบางอ้อว่า โมน ก็คือ มอญ เพียงแต่เสียงเรียกต่างกัน

จึงบอกสาวปั้ม(หน้าตาดี)ว่า " คนไทยเขาเรียก มอญ ไม่ไช่ โมน อยู่เมืองไทยต้องบอกว่าเป็นคนมอญ รู้หรือเปล่า "

ความสงสัยในเรื่องภาษาจึงกลับมาค้นหาจากเว็บไซต์ ปรากฏว่า ภาษาอังกฤษเขียนว่า Mon ก็คือ โมน ตามที่สาวมอญคนนั้นพูดนั่นแหละ

ต่อไปใครถามเด็กปั้มว่ามาจากไหน หากตอบว่า โมน ก็จะได้เข้าใจว่า เป็นคนมอญ

หลายครั้งที่ถามเด็กปั้มที่พูดไทยไม่ค่อยชัดว่ามาจ่ากไหน ส่วนใหญ่จะตอบว่า " กระเหรี่ยง " ยังแปลกใจว่าทำไมไม่ตอบว่า " พม่า " หรือว่าพวกเค้าต้องการจะปกปิดความจริงบางอย่าง พูดว่าเป็นพม่าก็อาจจะมีปัญหาในเรื่องบุคคลต่างด้าว

แต่พอศึกษาเรื่องพม่ามากขึ้น จึงถึงบางอ้อ

ประเทศพม่านั้นมีสถานะเป็นสหภาพ เรียกว่าสหภาพพม่า หรือสหภาพเมี่ยนม่า ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Republic of the Union of Myanmar ตรงนี้เองที่แตกต่างกับประเทศไทยที่ไม่มีคำว่าสหภาพ เพราะประเทศไทยคือ หนึ่งเดียว หรือ Union ไม่ว่าใครจะมีเชื้อชาติใดหรือชนชาติใด ทุกคนก็คือคนไทย ไปไหนมาไหนไม่ว่าจะเป็นปักษ์เหนือ ปักษ์ใต้ ก็บอกชาวบ้านว่าเป็นคนไทย

ต่างกับพม่าที่ประกอบไปด้วยชนกลุ่มน้อยหลายกลุ่ม และแต่ละกลุ่มก็รวมตัวอาศัยอยู่ตามป่าเขา ไม่ต่างกับเป็นประเทศเล็กๆที่เป็นอิสระและไม่ขึ้นกับประเทศใหญ่ หรือพม่า บางกลุ่มก็มีกองกำลังเป็นของตนเอง

เมื่อชนกลุ่มน้อยไปอยู่ที่ไหน ก็มักจะเรียกตามชาติพันธ์ของตนเอง ความรู้สึกว่าเป็นคนพม่าจึงเป็นเรื่องรอง หรือรู้สึกเพียงแค่อาศัยอยู่ในดินแดนพม่าเท่านั้น

พม่า กับไทย ในความเป็นประเทศจึงมีความแตกต่างกัน

หากใครเข้าใจในจุดนี้แล้ว ก็คงไม่แปลกใจที่ชนกลุ่มน้อยพยายามปลดแอกตนเอง ต้องการเป็นอิสระภาพ ไม่ขึ้นกับรัฐบาลพม่า ขณะเดียวกันรัฐบาลกลางพม่าก็พยายามปราบปรามชนกลุ่มน้อยที่อาศัยิยู่ตามรอยตะเข็บชายแดนไทย แต่ก็ไม่ง่าย

คำว่าชนกลุ่มน้อยไม่ไช่มีคนเพียงแค่น้อยนิด แต่ละกลุ่มมีประชากรของตนเองเป็นเรือนแสนเรือนล้าน มีกองกำลัง มีการฝึกอาวุธ คล้ายกับเป็นจังหวัดหนึ่งของพม่า

หลายคนอาจสงสัยว่า ชนกลุ่มน้อยเหล่านี้รัฐบาลพม่าไม่ได้มีงบประมาณสนับสนุน แต่อยู่กันได้กันอย่างไร แถมมีน้ำไฟใช้กันอย่างสะดวกสบาย

น่าแปลกนะครับ

แต่คำตอบก็คือ ชนกลุ่มน้อยมีรายได้จากการปลูกฝื่น ตั้งโรงงานผลิตเฮโรอิน และยาบ้า รวมทั้งลักลอบตัดไม้สักไปขาย

พม่าจึงปกครองไม่ง่าย เพราะหอกข้างแค่เต็มไปหมด ปัจจุบันมีชนกลุ่มน้อยราว 7-8 กลุ่ม รัฐบาลปราบที่ไร ฝ่ายพ่ายแพ้ก็คือทหารรัฐบาลเอง รบทีไรทหารพม่าตายกันเป็นเบือ เพราะความชำนาญการรบตามป่าเขาคงสู้ชนกลุ่มน้อยไม่ได้

วกกลับมาที่บ้านเรา ถามเด็กปั้มชาวพม่าว่ามาจากไหน จึงได้คำตอบที่ไม่เหมือนกัน โมนบ้าง กระเหรี่ยงบ้าง คะยิ่นบ้าง น้อยคนที่จะบอกว่ามาจากพม่า


ชาวมอญในจังหวัดนนทบุรี


ชาวมอญในจังหวัดนนทบุรี  คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าได้ชุมนุมอาศัยกันเฉพาะในเกาะเกร็ด  แต่ความเป็นจริงแล้ว  คนมอญได้กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปในอำเภอปากเกร็ดมาตั้งแต่ตั้งรกราก  มาถึงปัจจุบันได้กลายเป็นประชากรไทยกันหมดแล้ว 

ส่วนชาวมอญที่เกาะเกร็ด  น่าจะเป็นชุมชนคนมอญที่รวมตัวกันได้อย่างเหนียวแน่น โดยมีวัดมอญหรือวัดปรมัยยิกาวาสเป็นศูนย์กลาง  หากมาเที่ยวเกาะเกร็ดแล้วก็พยายามเดินเข้ามาให้ลึกเข้ามาทางวัดไผ่ล้อม  เส้นทางนี้จะได้เห็นเตาเผาเก่าแก่ร่วมร้อยปี  พร้อมกับเห็นอาชีพการทำเครื่องปั้นดินเผากันแบบสดๆ

เกาะเกร็ดในตอนที่ 2  นี้เป็นภาพต่อจากชุดที่แล้ว  จะได้เห็นบรรยากาศของเกาะเกร็ดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น  แต่ก็ต้องบอกว่าที่เห็นนี้เป็นเพียงส่วนเล็กๆเพียงส่วนเดียว  เกาะเกร็ดจะมีอีกหลายๆแห่งที่น่าสนใจ  และภายในเกาะเกร็ดนี้ก็มีโฮมสเตย์ให้ผู้ที่สนใจมานอนพัก  เพื่อสัมผัสกับวิถีชาวมอญได้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น

หน้าร้อนที่จะถึงนี้   คิดว่าเกาะเกร็ดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ  มาพักร้อน  หรือมาพักพ่อนทางใจ  มาแล้วก็อย่าลืมนั่งทานอาหารพร้อมชมวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำเจ้าพระยา   บรรยากาศของร้านอาหารริมน้ำส่วนใหญ่เป็นร้านแบบพื้นบ้าน  ไม่หรูหรา  แต่ดูดี  สะท้อนถึงความเป็นอดีตที่หาดูได้ยากในยุคปัจจุบัน


โฟโต้ออนทัวร์
25 มีนาคม 2554





ข้อมูลเกาะเกร็ด

เกาะเกร็ด เป็นเกาะกลางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง และมีฐานะเป็นตำบลหนึ่งในท้องที่อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 4.12 ตารางกิโลเมตรหรือ 2,489 ไร่ เป็นที่อยู่ของชาวไทยเชื้อสายมอญที่มีอาชีพปั้นเครื่องปั้นดินเผาเป็นส่วนใหญ่

ประวัติ

เกาะเกร็ดเกิดจากการขุดคลองลัดแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อปี พ.ศ. 2265 ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ คลองลัดดังกล่าวเรียกว่า "คลองลัดเกร็ดน้อย" หรือ "คลองเตร็ดน้อย" ดังปรากฏในพระราชพงศาวดารกรุงสยามฉบับบริติชมิวเซียมตอนหนึ่งว่า

"...ในปีขาล จัตวาศก ทรงพระกรุณาโปรดให้พระธนบุรีเป็นแม่กอง เกณฑ์พลนิกายคนหัวเมืองปากใต้ให้ได้คน 10,000 เศษ ให้ขุดคลองเตร็ดน้อย ลัดคุ้งบางบัวทองนั้นคดอ้อมนัก ขุดลัดตัดให้ตรง พระธนบุรีรับสั่งแล้วถวายบังคมลามา ให้เกณฑ์พลนิกายในบรรดาหัวเมืองปากใต้ได้คน 10,000 เศษ ให้ขุดคลองเตร็ดน้อยนั้นลึก 6 ศอก กว้าง 3 วา ยาวทางไกลได้ 29 เส้นเศษ ขุดเดือนเศษจึ่งแล้ว..."

ต่อมากระแสน้ำเปลี่ยนทิศเนื่องจากไหลทางตรงได้สะดวกกว่าและกัดเซาะตลิ่งทำให้คลองสายนี้ขยายเป็นแม่น้ำลัดเกร็ด แผ่นดินตรงแหลมจึงกลายเป็นเกาะ ในรัชสมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ระบุในโฉนดชื่อว่า เกาะศาลากุล ตามชื่อวัดศาลากุลที่สร้างโดยเจ้าพระยารัตนาธิเบศร์ (กุล) ตั้งแต่สมัยธนบุรี ต่อมาเมื่อตั้งอำเภอปากเกร็ด จึงเรียกเป็น เกาะเกร็ด

เขตการปกครอง

ตำบลเกาะเกร็ดมีเขตการปกครองทั้งหมด 7 หมู่บ้าน ได้แก่
หมู่ที่ 1 บ้านบนบ้านล่าง หรือบ้านมอญ
หมู่ที่ 2 บ้านคลองศาลากุล
หมู่ที่ 3 บ้านศาลากุล
หมู่ที่ 4 บ้านคลองสระน้ำอ้อย
หมู่ที่ 5 บ้านท่าน้ำ
หมู่ที่ 6 บ้านวัดเสาธงทอง
หมู่ที่ 7 บ้านโอ่งอ่าง
source : wigipedia.com




การเดินทางโดยรถเมล์ รถปรับอากาศ รถตู้ ไปเกาะเกร็ด

สาย 32 ปากเกร็ด - วัดโพธิ์ (ท่าเตียน)
เที่ยวไป

ปากเกร็ด ไปตามถนนแจ้งวัฒนะ เลี้ยวขวาไปตามถนนติวานนท์ ผ่านแยกสนามบินน้ำ กรมพลาธิการทหารบก รพ.โรคทรวงอก แยกแคราย รพ.บำราศนราดูร รพ.ศรีธัญญา ถนนติวานนท์ ห้างบิ๊กซีนนท์ เลี้ยวขวาไปตามถนนประชาราษฎร์ ถึงสามแยกนนทบุรี เลี้ยวซ้ายไปตามถนนพิบูลสงคราม ห้างเมเจอร์นนท์ ร.ร.พงษ์สวัสดิ์พาณิชยการ วัดนครอินทร์ ร.ร.วัดเขมา ร.ร.สตรีนนทบุรี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือเลี้ยวขวาถนนประชาราษฎร์สาย 1 ร.ร.วัดสร้อยทอง ลอดใต้สะพานพระราม 7 บางโพ สถานีดับเพลิงบางโพ แยกเกียกกาย พล ป.ต.อ. ถนนสามเสน ร.ร.โยธินบูรณะ วัดจันทร์สโมสร กรมชลประทาน การไฟฟ้าศรีย่าน พาณิชการวิมล ห้งเอดิสันศรีย่าน รพ.วชิรพยาบาล สถานีตำรวจสามเสน ร.ร.เซนต์คาเบรียล หอสมุดแห่งชาติ, ตลาดเทเวศร์ ถนนจักรพงษ์ สหกรณ์บางลำภู วัดชนะสงคราม ถนนข้าวสาร ถนนเจ้าฟ้า ถนนพระอาทิตย์ สะพานพระปิ่นเกล้า ถนนราชินี โรงละครแห่งชาติ ถนนหน้าพระธาตุ วัดมหาธาตุ ถนนพระจันทร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถนนมหาราช จนสุดเส้นทางที่วัดโพธิ์(ท่าเตียน)
เที่ยวกลับ
วัดโพธิ์(ท่าเตียน) ไปตามถนนมหาราช เลี้ยวขวาถนนพระจันทร์ เลี้ยวซ้ายถนนพระธาตุ เลี้ยวซ้ายถนนราชินี เลี้ยวขวาถนนพระอาทิตย์ เลี้ยวซ้ายถนนจักรพงษ์ ถนนสามเสน ไปตามเส้นทางเดิม (เข้าท่าน้ำนนท์) จนสุดเส้นทางที่ปากเกร็ด

สาย 51 ปากเกร็ด - เซ็นทรัล(ลาดพร้าว
เที่ยวไป

เที่ยวไป จากท่าน้ำปากเกร็ด ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนติวานนท์ โรงพยาบางโรคทรวงอก แยกแคลาย โรงพยาบาลบำราศนราดูร โรงพยาบาลศรีธัญญา สามแยกติวานนนท์ ถนนประชาราษฏร์ ตลาดบางซ่อน เลี้ยวขวาเข้าถนนประชาราษฏร์สาย2 จนสุดเส้นทางที่ท่าน้ำบางโพ
เที่ยวกลับ
เที่ยวกลับ จากท่าน้ำบางโพ ถนนประชาราฏร์สาย2 เลี้ยวซ้ายแยกเตาปูน ถนนประชาราษฏร์ แล้วไปตามเส้นทางเดิมจนสุดเส้นทางที่ท่าน้ำปากเกร็ด

สาย 52 ปากเกร็ด – สถานีรถไฟบางซื่อ
เที่ยวไป
เริ่มต้นจากบริเวณตลาดปากเกร็ด ไปตามถนนแจ้งวัฒนะ แยกขวาไปตามถนนวิภาวดีรังสิต แยกขวาไปตามถนนพหลโยธิน แยกขวาไปตามถนนประดิพัทธ์แยกขวาไปตามถนนเตชะวณิช แยกขวาไปตามถนนโรงปูนซิเมนต์ ไปสุดเส้นทางที่สถานีรถไฟบางซื่อ
เที่ยวกลับ
เริ่มต้นจากสถานีรถไฟบางซื่อ ไปตามถนนโรงปูนซิเมนต์ แยกซ้ายไปตามถนนเตชะวณิช แล้วไปตามเส้นทางเดิม ไปสุดเส้นทางที่บริเวณตลาดปากเกร็ด

สาย 90 ท่าน้ำบางพูน - ย่านสินค้าพหลโยธิน
เที่ยวไป เริ่มต้นจากท่าน้ำบางพูน ไปตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 3180 ถนนติวานนท์ แยกขวาไปตามถนนกรุงเทพ – นนทบุรี แยกซ้ายไปตามถนนพิบูลสงคราม แยกขวาไปตามถนนประชาราษฎร์สาย 1 ถนนสามเสน ถึงสี่แยกเกียกกาย แยกซ้ายไปตามถนนทหาร ถนนประดิพัทธ์ ถึงสี่แยกสะพานควาย แยกซ้ายไปตามถนนพหลโยธิน แยกซ้ายไปตามถนนย่านสินค้าพหลโยธิน จนสุดเส้นทางที่บริเวณย่านสินค้าพหลโยธิน
เที่ยวกลับ เริ่มต้นจากบริเวณย่านสินค้าพหลโยธิน ไปตามถนนย่านสินค้าพหลโยธิน แยกซ้ายไปตามถนนพระรามที่ 6 แยกขวาไปตามถนนประดิพัทธ์ ถนนทหาร แล้วไปตามเส้นทางเดิม จนสุดเส้นทางที่ท่าน้ำบางพูน

สาย 104 ปากเกร็ด – สถานีขนส่งผู้โดยสารสายเหนือ (หมอชิต 2)
เที่ยวไป เริ่มต้นจากท่าน้ำปากเกร็ด ไปตามถนนแจ้งวัฒนะ แยกขวาไปตามถนนติวานนท์ แยกซ้ายไปตามถนนงามวงศ์วาน แยกขวาไปตามถนนพหลโยธิน แยกขวาไปตามถนนกำแพงเพชร 1 แยกขวาไปตามถนนกำแพงเพชร 2 จนสุเส้นทางที่สถานีขนส่งผู้โดยสารสายเหนือ
เที่ยวกลับ เริ่มต้นจากสถานีขนส่งผู้โดยสารสายเหนือ ไปตามถนนกำแพงเพชร 2 แยกซ้ายไปตามถนนกำแพงเพชร 1 แล้วไปตามเส้นทางเดิม จนสุดเส้นทางที่ท่าน้ำปาก

สาย 166 เมืองทองธานี - อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

เที่ยวไป เมืองทองธานี เลี้ยวขวาไปตามถนนแจ้งวัฒนะ ไปท่าน้ำปากเกร็ด วนขวาที่ท่าน้ำปากเกร็ด ไปตามถนนแจ้งวัฒนะ ขึ้นทางด่วนที่ถนนแจ้งวัฒนะ ลงทางด่วนที่ถนนพระราม 6 เลี้ยวซ้ายไปตาม พรรคประชาธิปัตย์ ถนนพระราม 6 เ ลี้ยวซ้าย ถนนราชวิถี จนสุดเส้นทางที่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (ตึกชัย ถนนราชวิถี รพ.พระมงกุฎเกล้า สุโขทัยธรรมาธิราช รพ.ปากเกร็ดเวชการ 
เที่ยวกลับ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ไปตามถนนพหลโยธิน ขึ้นทางด่วนที่ด่านอนุสาวรีย์ชัยฯ ลงทางด่วนที่ถนนแจ้งวัฒนะ เลี้ยวซ้ายไปตามถนนแจ้งวัฒนะ ไปวนขวาที่ท่าน้ำปากเกร็ด ไปตามถนนแจ้งวัฒนะ เลี้ยวซ้ายเข้าเมืองทองธานี จนสุดเส้นทางที่เมืองทอง


รถประจำทางปรับอากาศไปเกาะเกร็ด

ปอ.150 มหาวิทยาลัยรามคำแหง - ปากเกร็ด
เที่ยวไป เริ่มต้นจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ไปตามถนนรามคำแหง แยกซ้ายข้ามสะพานคลองแสนแสบ แยกขวาไปตามถนนลาดพร้าว แยกซ้ายไปตามถนนสุขาภิบาล 1 แยกซ้ายไปตามถนนรามอินทรา ผ่านอนุสาวรีย์หลักสี่ แล้วไปตามถนนศรีรัมสุข ถนนแจ้งวัฒนะ ไปสุดเส้นทางที่ท่าน้ำปากเกร็ด
เที่ยวกลับ เริ่มต้นจากท่าน้ำปากเกร็ด ไปตามถนนแจ้งวัฒนะ แล้วไปตามเส้นทางเดิม จนสุดเส้นทางที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง

ปอ. 505 ปากเกร็ด - สวนลุมพินี
เที่ยวไป เริ่มจาก ท่าน้ำปากเกร็ด ไปตามถนนแจ้งวัฒนะ เลี้ยวขวาไปตามถนนติวานนท์ วัดชนประทานรังสฤษฎ์ โรงพยาบาลชนประทาน เลี้ยวซ้ายไปตามถนนกรุงเทพ-นนทบุรี เลี้ยวขวาไปตามถนนประชาราษฎร์สาย2 เลี้ยวซ้ายไปตามถนนประชาราษฎร์สาย1 บางกระบือ ถนนสามเสน หอสมุดแห่งชาติ เลี้ยวซ้ายไปตามถนนพิษณุโลก สนามม้านางเลิ้ง ข้ามสะพานลอยยมราช ไปตาม ถนนเพชรบุรี เลี้ยวขวาไปตามถนนราชดำริ สุดเส้นทางที่สวนลุมพินี (แยกอุรุพงษ์ โรงพยาบาลมิชชั่น สำนักงาน กพ. เทเวศร์ สวนลุมพินี ตึก HSBC โรงแรมดุสิตธานี ถนนพิษณุโลก รพ.ศรีธัญญา หอสมุดแห่งชาติ สน.เตาปูน สน.ลุมพินี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ รพ.ตำรวจ รพ.มิชชั่น รพ.วชิรพยาบาล สวนลุมไนท์บาซาร์ พระที่นั่งอนันตสมาคม วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ศาลท้าวมหาพรหม ลุมพินี โรงเรียนวัดประดู่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ โรงเรียนเบญจมบพิตร โรงเรียนวัดจันทรสโมสร โรงเรียนวัดเทวราชกุญชร โรงเรียนวัดทองสุทธาราม โรงเรียนวัดประดู่ธรรมาธิปัตย์ โรงเรียนวัดเลียบราษฎร์บำรุง โรงเรียนสวนลุมพินี โรงเรียนวัดดิสานุการาม รพ.บางโพ รพ.บำราศนราดูร รพ.ปากเกร็ดเวชการ รพ.โรคทรวงอก รพ.ศรีธัญญา 
เที่ยวกลับ เริ่มต้นที่ สวนลุมพินี เลี้ยวขวาไปตามถนนราชดำริ ไปตามเส้นทางเดิม ทางเดิม จนสุดเส้นทาง



รถตู้ไปปากเกร็ด

  - รามคำแหง - ปากเกร็ด
  - มีนบุรี - ปากเกร็ด
  - จตุจักร (แจ้งวัฒนะ ) - ปากเกร็ด
  - จตุจักร (งามวงศ์วาน) - ปากเกร็ด
  - เดอะมอลล์งามวงศ์วาน - ปากเกร็ด
  - ท่าน้ำนนท์ - ปากเกร็ด ฟิวเจอร์รังสิต - ปากเกร็ด





แผนที่เกาะเกร็ด (คลิกที่ภาพ)






แผนที่เดินทางสู่เกาะเกร็ด แผนที่วัดชลปะทาน แผนที่แยกชิ้นสำหรับ Print
(นำมาปะต่อกัน)
(คลิกที่ภาพ)(คลิกเพื่อดาวน์โหลด Zip file 748 KB)
Size (1460*1500)Size (1460*1500)







ชุมชนชาวมอญในประเทศไทย


(ภาพประกอบ : ชาวมอญในพม่า)

ชาวมอญได้อพยพมาพำนักอยู่ประเทศไทยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระยาเกียรติและพระยารามขุนนางมอญที่มีความดีความชอบในราชการและกลุ่มญาติพี่น้องได้รับพระราชทานที่ดินตั้งบ้านเรือน ณ บ้านขมิ้น ซึ่งได้แก่บริเวณวัดขุนแสนในปัจจุบัน มอญในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ทั้งกลุ่มชาวมอญเก่าที่อยู่มาแต่เดิมและกลุ่มมอญใหม่ได้รับพระราชทานที่ดินให้ตั้งชุมชนอยู่ชานกรุงศรีอยุธยาบริเวณวัดตองปุและคลองคูจาม

นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงกลุ่มชาวมอญที่มีอาชีพฆ่าเป็ดไก่ขายที่ตลาดวัดวัวควาย และมีตลาดมอญขายขัน ถาดทองเหลือง ซึ่งเป็นทั้งตลาดสดด้วย ตั้งอยู่ภายนอกกำแพงเมืองด้านใต้ บริเวณปากคลองเกาะแก้วมีชาวมอญบรรทุกมะพร้าว ไม้แสมทะล และเกลือมาจำหน่าย

ในสงครามเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ 2 ผู้นำชุมชนชาวมอญในกรุงศรีอยุธยาคือสุกี้พระนายกอง ได้อาสากองทัพพม่าทำสงครามกับอยุธยา และรวบรวมกองทัพมอญได้ถึง 2,000 คน ในปัจจุบันแม้จะไม่มีชุมชนของผู้สืบเชื้อสายมอญภายในกรุงศรีอยุธยา อยู่ในบริเวณที่กล่าวถึงในประวัติศาสตร์แต่ก็ยังมีชุมชนมอญและกลุ่มวัฒนธรรมมอญ กระจายอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาจากพระนครศรีอยุธยาลงมาจนถึงกรุงเทพฯหลายชุมชน

ชาวมอญได้ตั้งบ้านเรือนอยู่ทั่วไปตามที่ราบลุ่มริมน้ำภาคกลาง ได้แก่ ลพบุรี สระบุรี อยุธยา นครปฐม กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง นครนายก ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรสงคราม สมุทรปราการ สมุทรสาคร กรุงเทพฯ ฉะเชิงเทรา เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์

และบางส่วนตั้งภูมิลำเนาอยู่แถบภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี

ทางภาคอีสาน ได้แก่ นครราชสีมา มีบ้างเล็กน้อยที่อพยพลงใต้ อย่าง ชุมพร สุราษฎร์ธานี โดยมากเป็นแหล่งที่พระเจ้าแผ่นดินทรงโปรดฯ พระราชทานที่ดินทำกินให้แต่แรกอพยพเข้ามา
source : wigipedia.com


 


ชุมชนมอญในประเทศไทย
จำนวน 23 ชุมชน

1 มอญบางจะเกร็ง จ.สมุทรสงคราม
2 มอญบางปลา จ.สมุทรสาคร
3 มอญบ้านเก่า จ.อุทัยธานี
4 มอญสลุย จ.ชุมพร
5 มอญหนองดู่ จ.ลำพูน
6 บ้านมอญ จ.นครสวรรค์
7 มอญบางไส้ไก่ กรุงเทพฯ
8 มอญบ้านโป่ง-โพธาราม จ.ราชบุรี
9 มอญกระทุ่มมืด จ.นครปฐม
10 มอญสามโคก จ.ปทุมธานี
11 มอญบ้านเสากระโดง จ.อยุธยา
12 คลองมอญ กรุงเทพฯ
13 สะพานมอญ กรุงเทพฯ
14 มอญปากเกร็ด จ.นนทบุรี
15 มอญบางกระดี่ กรุงเทพ
16 มอญบางขันหมาก จ.ลพบุรี
17 มอญคลองสิบสี่ (มอญหนองจอก) กรุงเทพฯ
18 มอญลาดกระบัง กรุงเทพฯ
19 มอญปากลัด (มอญพระประแดง) จ.สมุทรปราการ
20 มอญเกาะเกร็ด จ.นนทบุรี
21 มอญ จ.สมุทรสาคร
22 มอญเกาะรัตนโกสินทร์ กรุงเทพฯ
23 มอญปทุมธานี จ.ปทุมธานี
source
: wigipedia.com


วัดมอญในประเทศไทย

1 วัดบวรมงคล กรุงเทพฯ
2 วัดทรงธรรม จ.สมุทรปราการ
3 วัดหงษ์ปทุมาวาส จ.ปทุมธานี
4 วัดราชคฤห์วรวิหาร ธนบุรี
5 วัดเกาะ จ.สมุทรสาคร
6 วัดปรมัยยิกาวาส จ.นนทบุรี
7 วัดเจ็ดริ้ว จ.สมุทรสาคร
8 วัดสามพระยา กรุงเทพฯ
9 วัดบางกระเจ้า จ.สมุทรสาคร
10 วัดราษฏร์บำรุง กรุงเทพฯ
11 วัดบางกระดี่ กรุงเทพฯ
12 วัดประดิษฐาราม กรุงเทพฯ
13 วัดชนะสงคราม กรุงเทพฯ
source : monstudies.com

นางแบบสาวชาวมอญในประเทศพม่า Mon Models in Myanmar        ดูภาพสาวพม่า

 
ชนชาติมอญในประเทศพม่า


ชนชาติมอญในพม่ามีประมาณร้อยละ 1 หรือ 553,900 คน ของประชากรพม่า 55,390,000 คน
(ข้อมูล ปี 2000)
copyright © www.photoontour.com, All rights reserved