Home I Articles I City Tour II Events I Gallery I Special Photos I Today Talk II Photo Service I Guest I Free Wallpaper I About site I Misc. I          
นนทบุรี, ตลาดนนท์ , ตลาดเมืองนนท์, ตลาดจังหวัดนนทบุรี, ท่าน้ำนนท์, ท่าน้ำจังหวัดนนทบุรี, ศาลากลางเมืองนนท์, ภาพศาลากลางหลังเก่า, ศาลากลางหลังเก่า,
ภาพศาลากลางเมืองนนท์, ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี, แม่น้ำเจ้าพระยา, ภาพแม่น้ำเจ้าพระยา, สวนนนท์,สวนนนทบุรี, ผลไม้นนท์, ภาพผลไม้เมืองนนท์, ผลไม้, สามล้อ, ภาพรถสามล้อ, สามล้อถีบ, คนถีบสามล้อ,
 
     
   

" เมืองนนท์ " หลายสิ่งที่พบเห็น


ช่วงสงกรานต์ หรือวันขึ้นปีใหม่ที่มีวันหยุดหลายๆวันและมีคนเดินทางออกต่างจังหวัดกันมาก หลายคนอาจเลือก ที่จะอยู่กับบ้าน เพราะคงไม่อยากไปเพิ่มความแออัดกันบนท้องถนน หรือไปเพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งใครออกเที่ยวในช่วงนั้นก็จะรู้ว่าสาหัสสากรรจ์เพียงใด ความคาดหวังว่าจะได้รับความสุขจากการท่องเที่ยวก็อาจหายไปเกือบหมด เผลอๆอาจได้ความทุกข์ที่เกิดจากความหงุดหงิดเป็นของแถมกลับมาอีกด้วย ใครคิดว่าหลีกเลี่ยงได้ ก็ควรเลี่ยงไปเที่ยวในช่วงอื่นดีกว่า จะได้สบายใจด้วยกันทุกฝ่าย

เดือนมษายน 2549 ในช่วงวันหยุดสงกรานต์ที่กำหนดให้เป็นวันครอบครัว ถ้าจำไม่ผิดก็คิดว่าหยุดกันหลายวันทีเดียว เป็นความโชคดีของทุกคนที่มีโอกาสพักผ่อนหรือมีเวลาเดินทางเยี่ยมญาติกันนานหน่อย แต่คนที่ไม่ได้ไปไหนก็รู้สึกว่ามีเวลาว่างเอามากๆเลยนั่งๆนอนๆอยู่กับบ้านไม่มีอารมณ์จะออกไปไหนเพราะอากาศช่วงนี้ร้อนอบอ้าว สู้อยู่บ้านกับแอร์เย็นๆ น่าจะมีความสุขกว่า

นึกขึ้นได้ว่าในช่วงสงกรานต์เมื่อหลายปีก่อนเคยซื้อข้าวเหนียวมะม่วง หรือข้าวเหนียวมูนเจ้าอร่อยที่ตลาดนนท์ ตอนนั้นขึ้นชื่ออยู่ 2 ร้าน และขายอยู่ใกล้ๆกัน เห็นลูกค้ามะรุมมะตุ้มพอๆกัน แต่ก็ไม่รู้ว่าร้านไหนอร่อยกว่ากัน จึงต้องอุดหนุนทั้งสองร้านอย่างละครึ่งกิโลเมื่อมาถึงบ้านก็ยังตัดสินไม่ถูกว่าเจ้าไหนอร่อยกว่ากัน เพราะรสชาติไปคนละแนว ร้านหนึ่งออกหวานหอม อีกร้านหนึ่งออกหวานกลมกล่อมมีเค็มนิดๆ ตามสไตล์แบบขนมไทยๆ

สรุปว่าใช้ได้ทั้งคู่

ข้าวเหนียวมะม่วงกับคนไทยนี้อยู่คู่กันมานานทีเดียว เป็นของหวานทานเล่นๆ หรือทานแบบจริงจังก็ได้ทั้งนั้น ความหอมหวานของข้าวเหนียวมูล กับมะม่วงอกร่อง นี่มันเข้ากันยิ่งกว่ากิ่งทองใบหยกเสียอีก แม้แต่ฝรั่งมังค่าที่ไม่คุ้นขนมไทยๆ ก็ยังติดใจกันเป็นแถวๆ มีเรื่องจริงที่อยากเล่าให้ฟัง โดยจำคำพูดของอาจารย์ที่เคยสอนหนังสือว่า ครั้งหนึ่งอาจารย์เคยพาฝรั่งไปทานข้าวเหนียวมะม่วงทันทีที่ฝรั่งตักคำแรกเข้าปาก ก็ติดใจและชมเปาะว่า ใครกันนะที่คิดสูตรข้าวเหนียวมะม่วง บอกว่ายอดเยี่ยมมาก แถมยังชมอีกว่าคนที่คิดนี้เก่งกว่า " อัลเบิร์ต ไอสไตน์ " นักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงของโลกเสียอีก

วันที่ 16 เมษายน 2549 จึงคิดจะไปซื้อมาทานอีกครั้ง แต่ก็ไม่แน่ใจว่าร้านยังอยู่หรือไม่ เพราะมันนานหลายปีเต็มทน ตั้งแต่เจ้าลูกชายยังตัวกะเปี๊ยก คิดว่าหากไม่มีจริงๆก็ถือว่าไปเที่ยวเมืองนนท์ในยามว่างที่หยุดหลายวันก็แล้วกัน

ก็ปรากฏว่าร้านข้าวเหนียวมะม่วงที่ว่านี้เลิกราไปนานแล้ว ส่วนร้านใหม่ที่มาแทนดูๆแล้วก็ไม่น่าจะอร่อยเท่า ลูกค้าไม่ค่อยมากนัก และหน้าตาข้าวเหนียวที่เห็นอยู่ในกะละมังก็ยังดูไม่เข้าขั้น น่าเสียดายที่ความอร่อยๆของข้าวเหนียวมะม่วงตลาดนนท์ได้สูญสลายไปกับกาลเวลา หรือว่าไม่มีใครมาสืบทอดก็อาจเป็นไปได้ แต่การสูญสลายของข้าวเหนียวมะม่วงก็ยังไม่น่าเสียดายเท่ากับทุเรียนนนท์กำลังค่อยๆหายไปจากเมืองนนท์ทุกขณะ ทุเรียนหมอนทอง หรือก้านยาวที่ราคาแพงลิ่วและมีชื่อของเมืองนนท์ คิดว่ายังอยู่ในความทรงจำของหลายๆคน และต่างยกนิ้วให้เลยว่าเป็น "หนึ่งในสยาม"

สมัยก่อนพันธ์ก้านยาวลูกไม่ใหญ่นัก ลูกละเกือบพันบาท เป็นผลไม้เศรษฐีที่จะมีขายตามตลาดใหญ่ๆเท่านั้น ชาวบ้านฐานะธรรมดาไม่มีสิทธิ์ซื้อมาทานได้ อาจเป็นผลไม้ที่ " คนกินไม่ได้ซื้อ คนซื้อไม่ได้กิน " คือเป็นผลไม้ที่ซื้อไปฝากกัน หรืออาจเป็นเครื่องบรรณาการณ์ที่ผู้น้อยซื้อไปให้เป็นของกำนัลกับผู้หลักผู้ใหญ่ แม้แต่ผู้นำประเทศในแถบอาเซี่ยนก็ยังหลงไหลชนิดถอนตัวไม่ขึ้น ทุเรียนนนท์จึงถือว่าเป็นราชาของผลไม้ทั้งปวง

" เขียนเรื่องข้าวเหนียวมะม่วง และทุเรียนนนท์ ก็ด้วยความรู้สึกนึกอยาก(กิน) เท่านั้นเอง ครับ "

ปัจจุบันพื้นที่สวนผลไม้ในเขตนนท์ได้ถูกขายไปไม่น้อย นับจากมีถนนรัตนาธิเบศร์ตัดผ่าน บ้านจัดสรรและอาคารพาณิชย์ทั้งเล็กทั้งใหญ่ได้รุกคืบเข้าไปในสวนผลไม้ จนปัจจุบันแทบไม่เหลือหรอ พื้นที่การเกษตรที่ถือว่าเป็นแผ่นดินทองก็กลายเป็นผืนดินที่ไร้ค่าเป็นการสูญเสียต้นทุนด้านเศรษฐกิจอย่างน่าเสียดาย

ช่วงที่ราคาที่ดินกำลังมารุ่งพุ่งแรง เคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับการเกษตรที่เขียนโดยประยูร จรรยาวงศ์ นักวาดการ์ตูนจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และเจ้าของรางวัลแมกไซไซ ค.ศ 1971 พูดว่า “ ดินที่สวนนนท์นี้เป็นดินที่ดีที่สุด(ในโลก) “ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลออกกฏหมายปฏิรูปที่ดิน เพื่อป้องกันการนำที่ดินการเกษตรไปสร้างอาคารพาณิชย์ บ้านจัดสรร หรือสร้างโรงงาน แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่เป็นผล ที่ดินที่มีแร่ธาตุสมบูรณ์ได้ถูกเปลี่ยนมือจากชาวสวนเป็นของนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ไปเกือบจะหมดสิ้น ภาพที่เคยเห็นท้องร่องจากสวนนนท์ก็ปล่อยรกร้างไม่ทำประโยชน์กันอีกต่อไป คงเหลือแต่เพียงบางส่วนเท่านั้นที่ยังคงสืบทอดอาชีพทำสวน อันเป็นอาชีพดั่งเดิมของบรรพบุรุษ

ไปเที่ยวเมืองนนท์คราวนี้แม้ไม่ได้อะไรคิดไม้ติดมือตามที่ตั้งใจ แต่ก็มีภาพบรรยากาศที่พบเห็นในแถวๆนั้นมาฝาก โดยเฉพาะศาลากลางจังหวัดนนทบุรีหลังเก่าที่เป็นอาคารไม้หลังใหญ่ 2 ชั้น ปัจจุบันแทบจะหาดูอาคารไม้ใหญ่โตเช่นนี้ไม่ได้อีกแล้ว ใครผ่านไปมาและเห็นกันอยู่ทุกวัน อาจไม่ทราบว่ามีอายุถึง 96 ปีแล้ว (จนถึงปี 2550) อาคารนี้สร้างในสมัยรัชกาลที่ 6 พ.ศ.2454 แรกเริ่มนั้นเป็นโรงเรียนราชวิทยาลัยมาก่อน แต่มาใน รัชกาลที่ 7 เกิดเศรษฐกิจตกต่ำจึงโปรดให้ยุบโรงเรียน และใช้เป็นศาลากลางจังหวัดแทนเมื่อปี พ.ศ.2471 อยู่มาได้ 64 ปี จึงได้ย้ายศาลากลางไปอยู่ที่ใหม่บนถนนรัตนาธิเบศร์ เมื่อ พ.ศ 2535

ศาลากลางหลังเก่านี้ ปัจจุบันได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน อยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร แต่อาคารบางส่วนยังใช้เป็นสถานที่อบรมพัฒนาข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ใครผ่านมาแถวท่าน้ำนนท์ก็สามารถแวะชมได้ หากขับรถมาเองก็มาจอดรถแถวบริเวณหน้าศาลากลางนี้ได้เลย หรือถ้าจะใช้บริการรถเมล์สาธารณะก็นั่งรถเมล์สาย 63 64 65 97 114 และ 203

มาถึงที่นี่แล้วก็อยากแนะนำให้นั่งเรือชมวิวสองฝั่งเจ้าพระยาโดยเรือเร็ว คิดค่าบริการคนละ 32 บาท จากต้นทางที่ท่าน้ำนนท์ไปสุดปลายทางที่สะพานตากสิน จากนั้นก็นั้งกลับมาที่เดิม ก็รับรองว่าประทับใจกับภาพเจ้าพระยาในมุมมองที่ไม่เคยเห็นมาก่อนอย่างแน่นอน





เว็บมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
15 มีนาคม 2550

..................................................................................................................................................................................................

การถ่ายภาพ
กล้อง : Sony Digital DSC - P10 ( 5.0 ล้าน )






   
copyright © 2007 www.photoontour.com, All rights reserved