Photoontour.com   โฟโต้ออนทัวร
     
  Home   :   City Tour   :    Ordination Ceremony Part 2  
     
ภาพตักบาตรพระ
 
 
 
พิธีบรรพชาอุปสมบท วัดชลประทานรังสฤษฏ์ รุ่น 2 ปี 2554 จำนวน 74 คน
       
   
เที่ยววัดทางภาคเหนือ


ภาพวัดพระธาตุดอยกองมู แม่ฮ่องสอน
วัดพระธาตุดอยกองมู แม่ฮ่องสอน

ภาพวัดกู่เต้า เชียงใหม่
วัดกู่เต้า เชียงใหม่

ภาพวัดศรีรองเมือง ลำปาง
วัดศรีรองเมือง ลำปาง

ภาพวัดพระธาตุแช่แห้ง จ.น่าน
วัดพระธาตุแช่แห้ง น่าน
 
 
 
   
 


พิธีบรรพชาอุปสมบทที่วัดชลประทาน ตอนที่ 2



หลังจากตอนที่ 1 ได้เห็นพิธีการต่างๆในการอุปสมบทหมู่ที่วัดชลประทาน  และจบลงตรงที่ผู้บวชได้โกนศรีษะหรือปลงผมทั้ง 74  คนเสร็จเรียบร้อยแล้ว  ถึงตรงนี้ต้องบอกว่าการปลงผมได้ทำกันอย่างเร่งรีบ  เพราะเสียงรองเจ้าอาวาส ประกาศผ่านลำโพงชนิดนับเวลาถอยหลังกันเลยทีเดียว  

และเนื่องจากต้องโกนหัวคนเป็นจำนวนมาก  ทางวัดจึงต้องระดมพระในวัดหลายรูปให้มาช่วยกัน  

ใครโกนก่อนถือว่าได้เปรียบเพราะเสร็จเร็ว ใครโอ้เอ้ ญาติเยอะ เพื่อนแยะ หรือมัวแต่ขลิบผมเอาฤกษ์เอาชัยกันหลายคน  ก็ต้องรอนาน  เพราะคนอื่นก็จองคิวพระกันหมดแล้ว

พระที่โกนเก่งๆหน่อย  ก็ดูเกลี้ยงเกลาทั้งคิ้วและศรีษะ  ส่วนพระที่ยังไม่ชำนาญก็อาจจะช้า  บางคนอาจเห็นเส้นผมหลงมาบ้าง  หรือบางคนที่หนังศรีษะไม่เรียบ ก็อาจมีเลือดซึมเป็นแห่งๆ

เรื่องโกนศรีษะเท่าที่ยืนสังเกต  รู้สึกว่าพระแต่ละรูปมีวิธีที่ไม่เหมือนกัน  พระบางรูปโกนแบบเปียก  คือราดน้ำที่ศรีษะแล้วค่อยโกน   หรือโกนไปก็เอามีดโกนจุ่มน้ำในขันเพื่อล้างเส้นผมที่ติดใบมีด

พระบางรูปถนัดโกนแห้ง  มาถึงก็ปาดใบมืดด้วยคล่องแคล่วและรวดเร็ว  ไม่กี่ทีก็เกลี้ยงทั้งศรีษะ ไม่มีคำว่าหลุดลอดแม้แต่เส้นเดียว  อยากทราบว่าพระองค์ไหนโกนเก่งก็ต้อง ดูภาพนี้  ท่านบอกว่าใช้เวลาเพียง 3-4 นาที เท่านั้น

ต้องบอกว่าพระรูปนี้ถือเป็นมือวางอันดับ 1  ของทางวัดเลยน่าจะได้  ทั้งเบามือ โกนเกลี้ยง  และเร็วมาก  อาจเป็นเพราะใช้วิธีโกนแห้ง   ลากใบมีดแล้วเส้นผมก็ร่วงจากศรีษะ เบาเหมือนปุยนุ่น  คนที่ยืนดูก็เพลินไปกับการโกนศรีษะของพระรูปนี้

สำหรับคนที่โกนเป็นคนท้ายๆ  ก็ลุ้นกันแทบแย่ทั้งพระทั้งนาค  ญาติพี่น้องก็ต้องเอาใจช่วยเพื่อให้ทันเวลาตามที่ทางวัดประกาศเร่งอยู่ตลอดเวลา  โกนเสร็จก็รีบล้างศรีษะแล้วโกยอ้าวไปรวมตัวกันที่ลานหินโค้ง  ท่ามกลางความโล่งอกของบรรดาญาติๆ

ความจริงทั้งพระและนาคต่างก็เร่งด้วยกันทั้งนั้น  แต่เนื่องจากต้องรอคิวกันหลายคน 

การโกนศรีษะถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่พ่อแม่  ญาติผู้ใหญ่ รวมไปทั้งคนใกล้ชิดที่มาในวันนี้ก็่อยากมีส่วนร่วมในการขลิบผม  หรือขลิบปลายผม ตามธรรมเนียมปฏิบัติทั่วไป เพราะถือว่ามีส่วนร่วมในพิธีบรรพชาอุปสมบทครั้งนี้  และจะได้เป็นบุญเป็นกุศลสำหรับตนเองด้วย


ปรากฏว่าในวันนั้นมีเสียงบ่นตามมาของหลายๆคนว่าทำไมต้องเร่งรีบกับการปลงผมกันนัก 

บางคนวิจารณ์ว่าทางวัดเสียเวลากับเรื่องอื่นๆมากจนเกินไปในขณะอยู่ในห้องประชุม  จึงต้องเร่งกับเวลาปลงผมหรือโกนศรีษะ  ซึ่งเป็นเวลาที่ทุกคนรอคอยและตั้งใจมาร่วมงานในวันนี้โดยเฉพาะ
 
ความจริงเสียงบ่นก็ดูจะมีเหตุผลบ้าง  โดยเฉพาะเรื่องการแจงรายละเอียดต่างๆที่ต้องเตรียมการในวันรุ่งขึ้น ทั้งเรื่องเมนูอาหารการกินว่ามีอะไรบ้าง เรื่องขออาสาสมัครปอกผลไม้ และจิปาถะ ทำให้เสียเวลาในส่วนนี้ค่อนข้างมาก


วัดถัดมา

วันนี้มาถึงวัดราวตีห้าเศษๆ  ในขณะที่ยังเป็นเวลามืดมิด  กว่าจะขับรถเลี้ยวเข้าประตูวัดก็ต้องเพ่งแล้วเพ่งอีกว่าประตูอยู่ตรงไหน   ต่างกับตอนกลางวันที่เห็นทุกอย่างชัดเจน

ที่ลานหินโค้ง 

พิธีต่างๆของการอุปสมบทจะใช้ลานหินโค้งเป็นสถานที่ทำพิธี
 

ในเวลานี้ราวตีห้าครึ่ง มีผู้คนนับร้อยนั่งกันอยู่บริเวณลานกันแล้ว  เป็นภาพที่แปลกกว่าทุกครั้งเนื่องจากเป็นเวลาค่ำคืน  นาคในชุดสีขาวจำนวน 74  คน นั่งเป็นระเบียบอยู่มุมหนึ่ง  มีบาตรและผ้าไตรวางอยู่ใกล้ๆ  รอเวลาให้มาพบกับพ่อแม่และญาติของตนเอง 

เวลาเกือบหกโมงเช้า นาคก็แยกย้ายกันออกมาพบกับพ่อแม่  ส่วนญาติใครยังมาไม่ถึงก็ให้นั่งรอไปก่อน

เมื่อนาคมาพบพ่อแม่และญาติๆที่ปูเสื่อนั่งรออยู่แล้ว  จากนั้นก็คุกเข่าพนมมือ พร้อมกับกล่าวขอขมาลาโทษ  เพื่อแสดงความเคารพ  และขออโหสิกรรม ในสิ่งที่ตนเคยล่วงเกิน ไม่ว่าจะเป็นทางกาย วาจา ใจ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง  แล้วกราบ

จากนั้นพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ก็ให้โอวาท  ขอให้ตั้งใจบวชและอยู่ในศีลในธรรมตามที่ได้ตั้งใจ  พร้อมกับมอบ บาตรและ ผ้าไตร * ให้กับนาค  แล้วไปรวมกลุ่มเพื่อรับฟังคำแนะนำต่างๆจากรองเจ้าอาวาส
*(ผ้าไตรหมายถึง : ผ้า 3 ผืนของภิกษุ คือ อันตรวาสก (สบง) อุตราสงค์ (จีวร) และสังฆาฏิ (ผ้าทาบ), เรียกสั้นๆ ว่า ผ้าไตร หรือ ไตร )

หลังจากนั้นก็ให้นาคทะยอยกันออกไปด้านนอกเพื่อเปลี่ยนจากชุดนาค(สีขาว) มานุ่งหลืองห่มเหลืองแบบพระ โดยมีพระพี่เลี้ยงคอยจัดการเปลี่ยนผ้าให้ 

ขณะนี้ต้องเรียกว่า เณร ยังไม่ถือว่าเป็นพระ เนื่องจากยังไม่ได้ทำพิธีบรรพชาต่อหน้าหมู่สงฆ์ในพระอุโบสถ 

จากนั้นก็ให้เณรทั้ง 74  รูป ออกไปพบปะญาติมิตรเพื่อถ่ายภาพเป็นที่ระลึก 

ราว 45 นาทีก็เรียกให้เข้ามาประจำที่เพื่อทะยอยกันเข้าไปทำพิธีบรรพชาอุปสมบทในพระอุโบสท  โดยแบ่งออกเป็น 2 ชุด  ชุดละ ประมาณ 37 รูป เนื่องจากพื้นที่ภายในโบสถ์ไม่สามารถรองรับผู้คนได้ทั้งหมด 

พอตกสายผู้คนเริ่มมากขึ้น  โดยเฉพาะญาติสนิทมิตรสหายของผู้บวช  มีทั้งเพื่อนร่วมรุ่นและเพื่อนที่ทำงาน มาร่วมแสดงความยินดีและเป็นสักขีพยานกันอย่างคับคั่ง  บางคนญาติเยอะก็จะเหมารถตู้กันมา  บรรยากาศในขณะนี้จึงดูคึกคักไม่ต่างกับวันรับปริญญา 

ในขั้นตอนการบวชตั้งแต่เช้ามาจนถึงขณะนี้  ทางวัดชลประทานจะตัดพิธีการที่ไม่จำเป็นออกไป  เป็นต้นว่า

- ไม่มีการทำขวัญนาค (จากผู้ที่นุ่งขาวห่มขาวคล้ายพราห์ม)
- นาคไม่ต้องมีพานดอกไม้ธุปเทียนถือ  ในขณะกล่าวขอขมาพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ (แต่ใช้วิธีคุกเข่าพนมมือ)
- การมอบบาตรและผ้าไตร แต่ไม่มีตาลปัตร
- ไม่มีการแห่นาค* รอบโบสถ์ 3 รอบ (โดยญาติมิตรถือเครื่องอัฐบริขาร สบง, จีวร, สังฆาฏิ, บาตร, มีดโกน, เข็ม, ประคดเอว, ผ้ากรองน้ำ  เดินตาม )
- ไม่มีการโปรยทาน  ด้วยเหรียญชนิดต่างๆ
- นาคหรือเณร ไม่มีดอกไม้ธูปเทียนถือในมือขณะเข้าโบสถ์

*
การแห่นาคหรือนำนาคเวียนรอบโบสถ์ ที่นิยมทั่วไปนั้นมีขั้นตอนและลำดับดังนี้

ลำดับ 1  บิดานาคสะพายบาตรถือตาลปัตรเดินนำหน้า
ลำดับ 2  มารดาหรือญาติผู้เกี่ยวข้องอุ้มไตร
ลำดับ 3 นาคพนมมือถือดอกบัว 3 ดอก เดินตาม
ลำดับ 4 ผู้ถือของอื่น ๆ ตามกันไป


จะเห็นว่าทางวัดชลประทานได้ตัดทอนพิธีการต่างๆที่เห็นว่าเกินจำเป็น เหลือแต่เพียงสาระสำคัญๆตามหลักของพุทธศาสนาเท่านั้น  เพราะหากให้มีพิธีการเหมือนเช่นที่เคยปฏิบัติตามวัดอื่นๆ ก็คงวุ่นวายพอดู   คนก็มาก  สถานที่ก็คับแคบ  และเข้าใจว่าการอุปสมบทหมู่ในสมัยนี้ก็ อาจปรับเปลี่ยนให้กระชับมากขึ้น เพราะส่วนใหญ่จะบวชเพียงแค่ 15 วัน หรือ 30 วัน ไม่ได้บวชกันนานถึง 90 วันหรือ 1 พรรษาเหมือนเมื่อก่อน

บวชระยะสั้น พระใหม่ก็คงไม่ได้ร่วมสังฆกรรมกับพระรูปอื่นกันมากนัก ตาลปัตรก็คงไม่ได้ใช้ ชุดเครื่องอัฐบริขาร หรือของใช้ของพระจึงมีไม่กี่อย่าง พ่อแม่บางคนเห็นจัดพิธีบวชเสียใหญ่โต มีการออกบัตรเชิญ เพื่อประกาศตนว่าขอลาบวช ขออโหสิกรรม หมดค่าใช้จ่ายไปมาก แต่บวชเพียง 7 วัน หรือ 15 วัน เรียกว่ายังทำอะไรไม่ค่อยถูก จะสวดให้ศีลให้พรก็ยังไม่คล่อง ผิดกับบางวัดที่เน้นสาระและการฝึกปฏิบัติ โดยเฉพาะในสถานปฏิบัติธรรมที่มีผู้นิยม จะเห็นว่าฝึกกันอย่างจริงจัง โดยเฉพาะฝึกกรรมฐาน

หลังจากเข้าไปทำพิธีบรรพชาภายในพระอุโบสถแล้วก็ออกมารวมกันที่เดิม  จากนี้ไปก็เป็นเวลาฉันท์อาหารเพลหรืออาหารเที่ยง  ซึ่งทางวัดจัดโต๊ะอาหารเตรียมไว้ประมาณ 10 โต๊ะ  และให้โยมพ่อก็ให้ช่วยกันดูแลพระใหม่  คอยประเคน และบริการตักเติมอาหาร จากนั้นก็ให้ศีลให้พร  ก็เป็นอันว่าเสร็จสิ้นพิธีบรรพชาอุปสมบทสำหรับวันนี้ 

จากนี้ไปพระใหม่ก็จะต้องปฏืบัติตนเช่นเดียวกับพระทั่วๆไป


ส่วนใครจะตักบาตรพระใหม่ก็มาได้ทุกๆวันในบริเวณลานหินโค้ง  หรืออาจรอดักใส่บาตรที่บริเวณประตูวัด 

จากนี้ก็ได้เวลาอาหารเที่ยงของญาติโยม  จะทานอะไรก็เลือกได้ตามสะดวก  แต่อาจต่อคิวกันยาวหน่อย  เพราะมีอาหารเพียง 3  จุด  ข้าว 2 ก๋วยเตี๋ยว 1  ตามที่ทางวัดประกาศ 

อิ่มแล้วก็กลับ แต่ก่อนกลับก็ขอเวลาเข้าห้องน้ำ  ปรากฏว่าเสียงนินทา(วัด) ดังกระหึ่ม  บางรายบ่นว่าพึงมาวัดนี้เป็นครั้งแรก  เข้ามาแล้วไม่รู้จะจอดรถตรงไหน  บางรายบ่นอุบว่าเสียเวลาค่อนข้างนานกว่าจะหาที่จอดได้

และเรื่องที่บ่นมากที่สุดก็น่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน ที่ไม่ค่อยได้รับความสะดวกนัก บางคนบอกว่ามาตั้งแต่เช้ามืด  แต่ในวัดไม่มีร้านอาหารและร้านเครื่องดึ่ม จึงต้องเดินไปซื้อนอกวัดซึ่งอยู่ไกล (ทางวัดมีน้ำเปล่า อาหารว่างเช่นปาท่องโก๋ กาแฟ และขนม แต่อาจหมดก่อน)

วันนั้นในห้องน้ำชายกลายเป็นที่ระบายอารมณ์ไปในตัว  หากทางวัดต้องการฟังเสียงสะท้อน  ปีต่อๆไปอาจหาเครื่องดักฟังไปติดไว้ก็ไม่เลว

ส่วนห้องน้ำหญิงปรากฏว่าแพ้กัน

ญาติบอกว่าเสียงบ่นดังเป็นหมีกินผึ้งว่า  ทางวัดน่าจะจัดซุ้มอาหารหลายๆจุด  เพราะวันนี้มีคนมาก  เข้าคิวแล้วช้า รอนาน  บางคนก็ตะขิดตะขวงใจที่ต้องถือจานเข้าคิวรอรับอาหาร (สงสัยประเภทไฮโซหรือมีฐานะ) บอกว่าให้คนนอกมาขายอาหารก็ไม่มีใครว่า  ทุกคนยินดีที่จะจ่ายอยู่แล้ว   

เสียงบ่นเสียงรำคาญ สำหรับคนที่เคยมาวัดนี้คงถือเป็นเรื่องธรรมดา เพราะคุ้นเคยกันอยู่แล้ว แต่สำหรับผู้ที่ไม่เคยมา หรือพึ่งมาเป็นครั้
แรก ก็อาจหงุดหงิดรำคาญใจ  แถมพาลมีทัศนคติในแง่ลบกับทางวัด

สำหรับเรื่องอาหารที่ให้คนภายนอกเข้ามาขายในวัดในวันที่มีคนมากมาย ถ้าจำไม่ผิดรองเจ้าอาวาสบอกว่าเคยทำมาแล้ว แต่วุ่นวาย จึงเลิก    

หลายเรื่องที่อาจดูแล้วติดๆขัดๆ หรือดูไม่ค่อยจะราบรื่นในวันสำคัญๆที่มีคนเป็นจำนวนมากแบบนี้  หากทางวัดมีอาสาสมัครประเภทจิตอาสา  รวมตัวกันมาช่วยงาน รวมทั้งช่วยคิดและช่วยวางแผนด้วย ก็จะดีไม่น้อย เป็นการแบ่งเบาภาระให้กับทางวัดด้วย เชื่อว่าหลายๆคนก็อยากมาช่วยหากมีการบอกกล่าวกัน  หากเป็นไปได้ก็อาจลดปัญหาต่างๆไปได้ และเป็นผลดีกับทางวัดเอง

มีข้อสังเกตอยู่เรื่องหนึ่งในวันนั้นว่า เห็นมีแต่รองเจ้าอาวาสเป็นแม่งานใหญ่  พร้อมกับเป็นโฆษกของงานไปในตัว ต่างกับเมื่อก่อน หรือในสมัยท่านปัญญาฯ  ที่เห็นมีโฆษกหรือพิธีกรของงานที่เป็นฆราวาส  เพื่อทำหน้าที่ชี้เจงเรื่องต่างๆ   ส่วนท่านปัญญาก็จะพูดในส่วนที่เป็นเนื้อหาของพระล้วนๆ   เป็นการแบ่งบทบาทกันทำ

แต่งานนี้ไม่มีโฆษกที่เป็นฆราวาส   ทุกเสียงที่ผ่านเครื่องขยาย มีแต่เสียงของรองเจ้าอาวาสเพียงองค์เดียว  ไม่ว่าจะเรียกเด็กวัดให้มาทำโน่นทำนี่ หรือไล่พวกที่ชอบมายืนถ่ายรูป ถ่ายวิดิโอกับพระใหม่ (จากมุมที่อยู่ด้านหลังรองเจ้าอาวาส) ก็ให้ออกไปที่อื่น บอกว่าเกะกะ หรือบอกให้คนที่ยืนหรือเดินไปเดินมาให้หาที่นั่งเสียให้เรียบร้อย  ห้ามคุยกัน

ความจริงแล้ววันนั้นมีผู้คนเป็นเรือนพัน จะห้ามทำโน่นทำนี่เหมือนมีคนน้อยๆ ก็คงจะลำบาก รองเจ้าอาวาสจึงต้องพูดแล้วพูดอีกอยู่หลายรอบ คนฟังก็ฟังไปหัวเราะไป เพราะบางครั้งพระท่านพูดแบบติดตลก ชุดนี้ไล่ไป ชุดใหม่ก็มาอีกชนิดไม่หมดสิ้น

ติดตามตอนที่ 3  ตอนสุดท้ายในโอกาสต่อไปครับ



โฟโต้ออนทัวร์
7  กรกฏาคม 2554



โหลดฟรี.. กำหนดการรับสมัครบรรพชาอุปสมบท
โหลดฟรี.. คำขอบรรพชาอุปสมบท เอสาหัง ภันเต คำขอศีล10 คำขอนิสัย คำขออุปสมบท จากวัดชลประทาน

       




บรรยากาศบริเวณลานหินโค้ง วัดชลประทานรังสฤษฏ์ เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2549 ซึ่งเป็นวันทำบุญตักบาตรตามปกติทุกวันอาทิตย์ และภาพท่านปัญญานันทะในวันนั้น (ก่อนมรณะภาพเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2550)


 
ท่านปัญญานัททะ
หลวงพ่อปัญญาฯ

วัดชลประทานฯ
ลานหินโค้งวัดชลประทาน
บรรยากาศลานหินโค้งทุกวันอาทิตย์
 
 
 
     
       copyright © www.photoontour.com, All rights reserved
   เมนูน่าสนใจอื่นๆ

     แนะนำมุมมองการถ่ายภาพ
     ภาพเด็กน่ารัก
     ภาพพริตตี้มอเตอร์โชว์
     วอลเปเปอร์ภาพทิวทัศน์
     ภาพดอกไม้และภาพธรรมชาติ
     Site update เรื่องใหม่ที่ลงในเว็บไซต์
     Today talk บทความ เรื่องราวต่างๆที่สรรหามาเล่า
   Site Directory

     ภาพถ่ายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
     
ภาพท่องเที่ยวในต่างจังหวัด
     
ภาพวัด ภาพเจดีย์ ภาพโบสถ์วิหาร
     
ภาพทะเล ภาพชายหาด ภาพหาดทราย
     
ภาพวิถีไทย บ้านไทยริมน้ำ
     
ภาพภาพพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก
     
ภาพเขื่อน ภาพทะเลสาบเหนือเขื่อน
   Site Directory

     
 ภาพงานพระราชพิธี ภาพในหลวง พระราชินี
       ภาพตลาดสด ตลาดพื้นบ้าน ตลาดนัด ถนนคนเดิน
       ภาพชาวนา ภาพทุ่งนา ภาพการทำนา
       ภาพเด็กน่ารัก ภาพเด็กนักเรียน
       ภาพดอกไม้ ดอกกล้วยไม้ ดอกทานตะวัน
       ภาพภูเขา ธรรมชาติ ทิวทัศน์ ชนบท อุทยานฯ
   Others

     Feedback ภาพสะท้อนจากสื่อ
     เว็บโฟโต้ออนทัวร์จากอดีตปี 2002 ถึงปัจจุบัน
     หนังสือภาพถ่ายที่น่าสนใจ
     ลิขสิทธิ์ภาพถ่ายในเว็บโฟโต้ออนทัวร์
     หาช่างภาพแต่งงาน รับปริญญา คลิก
     Contact Us [email protected]