Photoontour.com โฟโต้ออนทัวร์
  Home > Events > 7 October 2008

รวมข่าวเหตุการณ์จากเว็บไซต์่ต่างๆ

ไทยรัฐ
    ลำดับเหตุการณ์สลายผู้ชุมนุม
   สอบกัปตัน ห้าม สส.ขึ้นเครื่อง
   ปชป.อัดตำรวจใช้แก็สน้ำตา

ผู้จัดการ

    ลำดับเหตุการณ์ตำรวจใช้แก็สน้ำตา
    แฉนครบาลขวาง “ หมอพรทิพย์”
   “ชวลิต” ลาออกพ้นรองนายกฯ
    ทบ.ข้องใจ ตร.ใช้แก๊สน้ำตา
    นิด้า รุมสับ รบ.มือเปื้อนเลือด
    นิด้า ประณาม ผัว-เจ๊แดง หยุดฆ่า ปชช.
    ประเวศชี้ระบอบทักษิณต้นตอปัญหา
    พระราชินีประทานเงิน 1 แสนบาท
    แพทย์เผยคนเจ็บมีเขม่าดินปืน
    ชาวจุฬาแต่งดำประท้วงตำรวจ
    มหาจำลอง ซัดตำรวจตอแหล
    กัปตันบินไทยไม่รับ ส.ส.พปช.
    สนธิประกาศสงคราม ตร.ชั่ว
    สภาทนายความประนามรัฐบาล
    สมชาย+ลูกสาว ปีนรั้วสภาขึ้น ฮ.
    พระราชินี พระราชทานเงินเพิ่ม
    สว.ยื่นศาลปกครองใต่สวนฉุกเฉิน
    สมชายเจอมือตบ ล้มแผนแจงทูต
    หมอพรทิพย์แจงขาขาด
    อ.นิติศาสตร์ 7 สถาบัน เข้าชื่อ
    แพทย์โคราช-มทส.ประณามไล่ทรราช
    มอ.หาดใหญ่แต่งดำจุดเทียนไว้อาลัย
    แกะรอยระเบิดปริศนา แก๊สน้ำตา หรือ..
    พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวิมลฉัตร สมทบ
   แพทย์รามาฯ ชี้ “ น้องโบว์”
    40 ส.ว.ร้องยูเอ็น เหตุ 7 ตุลาทมิฬ
    สุนทรี ควง ลานนา คัมมินส์เคารพศพ

แนวหน้า
    ลำดับเหตุการณ์ ตำรวจประทะพันธมิตร

มติชน
    นาทีต่อนาที สลายม็อบหน้ารัฐสภา
    เปิดหนังสือลาออกของบิ๊กจิ๋ว
    ตำรวจเอาไม่อยู่ ปะทะทั้งวัน
    นายกฯปีนรั้วหนีม๊อปขึ้น ฮ.
    บทความวิเคราะห์ นับถอยหลังรัฐบาล
    องค์กรสังคมแถลงประนามรัฐบาล
    ทูตไทยปฏิเสธแจง 7 ตุลา
    ราชินีทรงสลดพระทัยเหตุ7ตุลา

คมชัดลึก
    ผู้ชุมนุมใช้ด้ามธงแทงตำรวจ ทะลุปอด

เดลีนิวส์
  อ. มหิดล แถลงการณ์ประณามรบ.

สถาบันอิศรา
    ปากคำผู้ร่วมเหตุการณ์สลายม็อบ

ข่าวต่อเนื่องจากเหตุการณ์
    เสด็จพระราชทานเพลิงน้องโบว์ - ไทยรัฐ
    บิ๊กจิ๋วแจงเหตุสลายชุมนุม - ไทยรัฐ
    พ่อโบว์เผย ราชินี ชมป้องสถาบัน-มติชน
    คณะองคมนตรีร่วมงานศพ โบว์ - มติชน
    หมอพรทิพย์สรุป-แก๊สน้ำตา - มติชน
    เด็กจิ๋วแฉเบื้องหลัง ครม.6ตุลา -มติชน
    เผยนายก-จิ๋วให้ย้ายประชุมสภา-ไทยรัฐ
    เผยปู่ชัยยืนกรานประชุมที่เดิม-ไทยรัฐ
 

บทกวีโดย
    วสันต์ สิทธิเขตต์
    ศรีแพร
    คมทวน คันธนู



ผู้ตกเป็นจำเลยต่อสังคม
ในเหตุการณ์ 7 ตุลาคม 2551

1 นายกรัฐมนตรี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์
(นายกฯนอมินี และน้องเขยทักษิณ)




2. พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ
รองนายกฯด้านความมั่นคง รัฐบาลสมชาย
และอดีตนายกรัฐมนตรีในยุคฟองสบู่แตก




3. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ




4. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน
รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล





 
รวมภาพเหตุการณ์ทมิฬ 7 ตุลาคม 2551 (330 ภาพ)

ภาพจาก เว็บไซต์ นสพ.แนวหน้า (9 ภาพ)

ภาพจากเว็บไซต์ นสพ. Post Today (9 ภาพ)
 

ภาพจากเว็บไซต์ Yahoo (24 ภาพ)

ภาพจากเว็บไซต์ Yahoo (26 ภาพ)

ภาพจากเว็บไซต์ Manager online (26 ภาพ)

ภาพจากเว็บไซต์ Manager online (25 ภาพ)

ภาพจากเว็บไซต์ Manager online (21 ภาพ)

ภาพจาก คลิปวิดีโอ BBC และ CNN (17 ภาพ)

ภาพจากโทรทัศน์ (27 ภาพ)

ภาพจากโทรทัศน์ (27 ภาพ)

ภาพจากเว็บไซต์ The Nation (30 ภาพ)

ภาพจากเว็บไซต์ The Nation (34 ภาพ)

ภาพจากเว็บไซต์ The Nation (21 ภาพ)

ภาพจากเว็บไซต์ Manager online (32 ภาพ)

ข่าวจาก CNN

ข่าว BBC
   
รวมภาพเหตุการณ์ ล่าสุด 330 ภาพ
 


เหตุการณ์ปราบปรามประชาชนที่หน้ารัฐสภา (ตุลาวิปโยค 7 ตุลาคม 2551)


โฟโต้ออนทัวร์ขอบันทึกเหตุการณ์เมื่อเช้าวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ที่บริเวณหน้ารัฐสภา จากการปะทะกันระหว่าง กลุ่มพันธมิตรและประชาชน กับ ตำรวจปราบจราจล มีการยิงแก็สน้ำตาและใช้อาวุธต่างๆรวมไปถึงระเบิดที่ใช้ในสงคราม จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้เพื่อให้เป็นแหล่งรวบรวมภาพและข่าวจากเหตุการณ์ไว้ให้ผู้สนใจได้ติดตามศึกษา โดยหวังว่าอนาคตคงจะไม่มีใครบิดเบือนประวัติศาสตร์ เหมือนกับที่นายสมัคร สุนทรเวช เคยให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNN ว่า มีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เพียงคนเดียว ทั้งที่ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตกันมากมาย มีการลากศพนักศึกษาออกมาจากธรรมศาสตร์ และนำมาแขวนคอไว้ที่ต้นมะขามให้ผู้คนได้ถีบได้เตะ จากนั้นก็ลากมาเผากลางสนามหลวงร่วมกับผู้เสียชีวิตรายอื่นๆ นับเป็นภาพที่สื่อนำมาเปิดเผยครั้งแล้วครั้งเล่า แต่นายสมัคร สุนทรเวช กลับโกหก CNN ว่ามีคนตายเพียงคนเดียว ทั้งที่ตัวเองรู้อยู่เต็มอกและรู้เรืองเบื้องลึกเหตุการณ์ได้เป็นอย่างดี (คลิกดูรายละเอียด)

เหตุการณ์ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ครั้งนี้ มีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตจากโรงพยาบาลต่างๆ จำนวน 10 แห่ง มีจำนวน 443 คน นอนรักษาตัว 82 คน และเสียชีวิต 2 คน


จากภาพข่าวโทรทัศน์ที่ปรากฏต่อสายตา คงเห็นแล้วว่าเป็นการปฏิบัติการอย่างโหดเหี้ยมของตำรวจไทย (อีกครั้งหนึ่ง) ซึ่งแน่นอนว่าได้รับไฟเขียวจากภาครัฐบาล ชุดที่มีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี และมี พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ รับผิดชอบด้านความมั่นคง

หากมีการติดตามข่าวสารนับจากมีรัฐบาลชุดใหม่ได้เพียง 18 วัน ดูเหมือนว่าเหตุการณ์บ้านเมืองทำท่าจะไปด้วยดี มีการประสานงานจากหลายๆฝ่ายเพื่อคลี่คลายปัญหากับพันธมิตร ที่มีต้นตอจากความพยายามในการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลชุดนายสมัคร สุนทรเวช หรือรัฐบาลชุดที่แล้ว จนกระทั่ง พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดใหม่อาสาเป็นกาวใจให้กับรัฐบาล

บิ๊กจิ๋วส่งนายทหารคนสนิทมาเจรจากับพลตรีจำลอง ศรีเมือง แกนนำคนสำคัญ เพื่อวางแผนการเจรจาอย่างเป็นทางการของทั้งสองฝ่าย จนหลายคนพลอยโล่งอกไปด้วยว่า ทุกอย่างน่าจะจบลงด้วยดี และพันธมิตรจะได้ถอนตัวออกมาจากทำเนียบกันเสียที หลังยึดพื้นที่มาเป็นเวลานาน

แต่แล้วก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้แผนการเจรจาสะดุดลง และถูกมองว่ามีมือที่มองไม่เห็นมาขัดขวางการดำเนินการของพลเอกชวลิต โดย

วันที่ 3 ตุลาคม 2551 ตำรวจจับนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ 1 ใน 9 แกนนำพันธมิตรที่มีข้อหากบฏ บนทางด่วน และ วันที่ 5 ตุลาคม 2551 ได้จับ พลตรีจำลอง ศรีเมือง โดยตำรวจไปดักรอจับที่หน่วยเลือกตั้งผู้ว่า กทม.

สองเหตุการณ์ ที่แกนนำพันธมิตรถูกจับในเวลาไล่เลี่ยกัน คงเดาได้ว่าเป็นแผนการของฝ่ายการเมืองที่หวังใช้ตำรวจเป็นเครื่องมือ เพื่อดิสเครดิตบิ๊กจิ๋ว เรียกว่าเป็นการหักหน้า หรือหวังผลทางการเมืองอย่างใดอย่างหนึ่ง

อย่าลืมว่าการที่บิ๊กจิ๋วเข้ามาร่วมในรัฐบาลชุดนี้ หลายคนก็กังขาถึงแนวนโยบายในการแก้ปีญหาชายแดนกัมพูชา และแก้ปัญหาภาคใต้ รวมทั้งยังมีคลื่นใต้นำภายในพรรคพลังประชาชนที่กระเพื่อมไม่รู้จบ นับจากแต่งตั้งรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว

แม้ฝ่ายตำรวจจะบอกว่าการจับแกนนำพันธมิตรเป็นการทำตามหน้าที่เพราะมีหมายจับ แต่ก็คงไม่มีใครเชื่อ เพราะมันผิดสังเกต ที่ผ่านมาบรรยากาศดูท่าทางจะไปด้วยดี แต่ก็ถูกมือดีมาขัดขวาง จนกระทั่งลามปาม กลายเป็นเหตุการณ์นองเลือด ในเช้าวันที่ 7 ตุลาคม 2551

ใครจะอยู่เบื้องหลัง ใครจะชักใยอย่างไรก็แล้วแต่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันฟ้องถึงการทำงานของตำรวจ กับฝ่ายรัฐบาล ที่ใช้ความรุนแรงปราบปราบประชาชน และดูเหมือนว่าฝ่ายตำรวจมีการใช้อาวุธสงครามมาเผด็จศึกผู้ชุมนุม นอกเหนือเพียงแค่แก็สน้ำตาตามที่ตำรวจออกมาแถลงฯ

นับจากวันนี้ไปก็คงเป็นเรื่องตอบโต้และแก้ต่างจากฝ่ายตำรวจที่กำลังถูกสังคมรุมประนาม ขณะเดียวกันสื่อมวลชนรวมทั้งผู้อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็นำหลักฐานออกมาแฉ มีทั้งจากภาพถ่าย คลิบวิดีโอ และหลักฐานทางการแพทย์จากการตรวจบาดแผลจากผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในเหตุการณ์ รวมถึงซากอาวุธที่ตรวจพบอีกมากมาย

นับเป็นการปฏิบัติอย่างป่าเถื่อนของฝ่ายปฏิบัติการ ที่กระทำต่อประชาชนซึ่งออกมาเคลื่อนไหวตามสิทธิของระบอบประชาธิปไตย

ฝ่ายรัฐบาลและตำรวจมองว่าผู้ออกมาชุมนุมเป็นศัตรูร้าย เป็นภัยต่อประเทศชาติ และเป็นภัยต่อรัฐบาลที่เลือกตั้งมาอย่างถูกกฏหมาย ในทางตรงกันข้ามก็ไม่ได้มองว่าผู้ออกมาประท้วงเป็นคนไทยด้วยกัน เป็นเพื่อนร่วมแผ่นดินเดียวกัน มีสิทธิที่จะออกมาประท้วงตามกฏหมายเช่นกัน

การปฏิบัติงานของตำรวจจึงไม่ต่างกับสัตว์ร้ายที่อยู่ในคอก พอมีผู้เปิดกรงก็กระโจนห่ำหั่นฝ่ายตรงข้ามอย่างเมามัน ทั้งโหดเหี้ยม ป่าเถื่อน เกินกว่าที่จะยอมรับและให้อภัยได้ โดยคิดว่าตัวเองมีสิทธิที่จะปราบปรามได้ตามกฏหมาย

ในสายตาของประชาชนแล้วเห็นว่าตำรวจไม่ได้ทำหน้าเพื่อยุติปัญหา หรือคลี่คลายปัญหาตามวิธีการที่อารยะประเทศนำมาใช้ปฏิบัติการ กับผู้ชุมนุม แต่กลับทำหน้าที่สุมไฟให้ลุกโชติ ด้วยความเคียดแค้นที่มีอยู่เต็มอก และด้วยความเคยมือ เคยชิน ที่มักโยนความผิดให้กับผู้ต้องหาในคดีทั่วไป เช่นยัดยาบ้า ยัดปืนใส่มือผู้ต้องหา สร้างหลักฐานเท็จ ทำทุกวิถีทางที่ทำให้ผู้บริสุทธิ์กลายเป็นผู้ร้าย หรือกลายเป็นผู้ผิด ตามที่เป็นข่าวอยู่เนืองๆ

เรียกว่าทำกันติดนิสัยจนกลายเป็นสันดานไปแล้ว

ในระยะนี้เราจึงเห็นองค์กรต่างๆออกมาเคลื่อนไหว รุมประณามสาปแช่งการกระทำของตำรวจ ที่ใช้วิธีการอันป่าเถือน ไร้มนุษยธรรม ไม่ต่างกับพวกผีป่าซาตาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติในขณะนี้จึงกลายเป็นองค์กรที่น่าขยะแขยงของสังคม จนยากที่กู้ชื่อกลับคืนมาในเวลาอันสั้น

ตำรวจก็ยังเป็นบุคคลในภาพลบของประชาชน คือเป็นบุคคลในเครื่องแบบที่ประชาชนทั่วไปจงเกลียดจงชัง และมีภาพลักษณ์ของการใช้ความรุนแรง ไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี

ี้ฝ่ายตำรวจจะบอกว่าทำตามหน้าที่ และต้องปฏิบัติ (เหี้ยม) ตามคำสั่งจากฝ่ายการเมือง สังคมก็คงสงสัยว่าไม่ต่างกับวัวควาย ที่ปฏิบัติงานอย่างไม่มีสมองและหัวคิด ใครจะลากไปตรงไหนก็ย่อมทำได้ ไม่ต่างกับเป็นขี้ข้านักการเมือง

ทำผิดแล้วยอมรับผิดก็ยังพอให้อภัย แต่จากข่าวที่เห็น มีแต่บรรดานายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ออกมาแก้ตัว สร้างหลักฐานเท็จ และตบตาประชาชน เช่นบอกว่าแก็สน้ำตาไม่ทำให้บาดเจ็บชนิดแข้งขาดขาขาด อย่างมากก็สร้างความระคายเคืองต่อผิวหนัง พร้อมกับเล่นละครสาธิตให้ผู้สื่อข่าวดู

แต่หลักฐานมันฟ้องชัดเจนว่า ตำรวจพูดโกหก มีการใช้อาวุธร้ายแรงอื่นยิงเข้าใส่ฝูงชนด้วย

ครั้นสื่อนำภาพและวิดีโอ ซึ่งเป็นภาพตำรวจกำลังยิงปืนพกเข้าใส่ฝูงชนมาเผยแพร่ กลับอ้อมแอ้มว่าต้องขอดูหลักฐานให้ละเอียดก่อน และจะสอบสวนว่ายิงปืนหรือไม่ (หรือว่าเอาปืนฉีดน้ำของลูกชายมายิงเล่น..ไม่ไช่ปีนจริงแต่อย่างใด)

จากนี้ไปก็เชื่อว่าหลักฐานจะค่อยๆปรากฏออกมาเป็นระยะๆ และอาจเห็นการกระทำของอันป่าเถื่อนของตำรวจเพิ่มมากขึ้น สะท้อนถึงผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากนักการเมืองซีกรัฐบาลที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองตามที่ตนเองต้องการ

ลึกๆแล้วจะเป็นแผนของนายใหญ่ที่กบดานอยู่ประเทศอังกฤษหรือเปล่า จะบอกว่าไม่เกี่ยวก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะแม้แต่ นายแพทย์ประเวศ สวี ยังบอกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มีต้นตอมาจากระบอบทักษิณ

ครับ...ระบอบทักษิณเลวร้ายกว่าที่คิด เพราะผู้คิด คิดล้มล้างสถาบัน และมักพูดจากระทบชิ่งเบื้องสูงมาโดยตลอด พูดตรงๆไม่ได้ ก็มักจะพูดกระทบถึงประธานองคมนตรี พลเอกเปรม ติณสุลานนท์ กระทั่งบรรดาสาวกโกรธแค้นแทนเจ้านาย จึงรวมตัวกันไปบุกบ้านป๋าเปรมเมื่อปีที่แล้ว


ใครไม่เชื่อว่านายใหญ่จากอังกฤษพูดจาดูหมิ่นป๋าเปรมที่ประเทศออสเตรเลีย หลังปฏิวัติ 19 กย. 49 ว่าอย่างไร
ก็เชิญ คลิกดูได้ที่นี่ (อย่าลืมเปิดเสียงฟังด้วย )


เว็บมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
10 ตุลาคม 2551



“โอ้ไอ้ตำรวจระยำ” โดย วสันต์ สิทธิเขตต์
(จาก manager.co.th 11 ตุลาคม 2551)
บทกวีของ “ศรีแพร” ที่กล่าวสดุดี น.ส.อังคณา
พ.ต.ท.เมธี และวีรชนพันธมิตรฯ ผู้ได้รับบาดเจ็บ
(จาก manager.co.th 13 ตุลาคม 2551)
รู้เดือดให้รู้ดับ โดย คมทวน คันธนู
(จาก manager.co.th 13 ตุลาคม 2551)
โอ้ไอ้ตำรวจระยำ
มึงจะต่ำทรามต่ำช้าไปถึงไหน
วันนี้มึงเข่นฆ่าประชาชนไทย
มึงใส่ร้ายป้ายสีอีกชั่วแท้ๆ

มึงยิงแก๊สใส่เราระดับอก
สัตว์นรกมึงต้องการฆ่า
ตูม ตูม ตูม มึงยิงระดมยิงมา
บ้าระห่ำโหดเหี้ยมอำมหิตจริงๆ

เพื่อปกป้องรัฐมารชั่ว
โกหกมั่วสร้างหลักฐานเท็จสุดโฉดช้า
กระพือโหมข่าวสดแหกตา
สื่อขี้หมาทำลายประชาชน

เรามีเพียงมือเปล่าเราต่อสู้
เพื่อกอบกู้แผ่นดินล้างรัฐชั่ว
พันธมิตรประชาชนไม่เคยกลัว
มวลชนทั่วเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง

แต่มึงทำร้ายคนไม่มีทางสู้
ทุกคนรู้ว่าตำรวจชั่วมันจัดฉาก
มึงยัดระเบิดถ่ายรูประยำมาก
ไอ้สื่อกะรากสกปรกลามกเลวทรามระยำๆ

น้องชายกูเป็นจิตรกรอ่อนไหว
เขาไม่มีระเบิดหรอกมึงยัดให้
วิชามารมึงชั่วร้ายจัญไร
ตำรวจไทยโคตรชั่วมั่วบัดซบ

เขาเลี้ยงชีพด้วยเขียนรูป
อนาคตดับวูบถูกตัดแขน
เสียมือที่วาดไม่มีอะไรมาทดแทน
กูอึดอัดคับแค้นแน่นหัวใจ

ไอ้สมชายไอ้นายกนรกแตก
มึงสั่งฆ่าแหลกพี่น้องเลือดเย็นยิ่ง
ตำรวจชั่วมันจึงระดมยิง
แล้วบิดเบือนความจริง ไอ้โคตรเลว

สมชายทรราชฆาตกรบ้า
มึงจะฆ่าคนรักชาติให้หมดหรือ
วันนี้ประชาชนต้องลุกฮือ
โค่นกระสือรัฐชั่วไม่กลัวมึง
เธอคือโบว์ประดับใจ พันธมิตร
เธอคือโบว์ประดับจิต มิตรสหาย
เธอคือโบว์ประดับฟ้า สง่าพราย
เธอคือโบว์ ดอกไม้แห่งมวลชน
ห่ากระสุนไม่ระคาย ใจประเสริฐ
ห่าระเบิดไม่ระคาย ใจกุศล
ประวัติศาสตร์ 7 ตุลา กล้าผจญ
วีรชน วีรสตรี ที่ชื่อโบว์

หนึ่งตำรวจพันธมิตร จิตใจงาม
หนึ่งผู้น้ำใจดี เมธีโธ่
พันธมิตรพี่น้อง ร้องไห้โฮ
โอ้โหเมธี ชาติมนตรี
สละชีพเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์
เกียรติประวัตินักสู้ ผู้ไม่หนี
เขาปกป้องประชาชน โดนย่ำยี
ชีวิตพลี เพื่อ ประชาธิปไตย

วีรสตรี วีรบุรุษ พันธมิตร
ผู้อุทิศเรือนร่าง ถางทางให้
แขนขา ดวงตา ที่เสียไป
เพื่อชูชัย มวลมหา ประชาชน
เพื่อชูชัย มวลมหา ประชาชน

โคลง๕
อีกครั้งที่ เผ่าไทย
น้ำตาไหล หลั่งสะอื้น
ท้นหัวใจ บาดเจ็บ
เลือดท่วมพื้น แผ่นดิน

รินรดด้วย เดรฉาน
ส่งฝูงมาร มุ่งขย้ำ
เต็มแถวกระดาน เรียงเดี่ยว
กราดยิงซ้ำ ระเบิดสุม

ตูมตู้มตู้ม! แตกเสียง
แขนขาเรียง หลุดห้อย
คนกลับเคียง ประคองต่อ
ต่อจิตร้อย ร่วมประจัน

ควันกาซกลุ้ม กลบหาว
คาวเลือดคาว กลิ่นคลุ้ง
คนล้มระนาว ระเนระนาด
ใจลุกมุ่ง มั่นประจญ

ยานี ๑๑
โจรสีกากีเหวย
มึงไม่เคยเห็นเลือด “คน”
ยิ่งเคี่ยวยิ่งเหนียวข้น
ยิ่งคละคลุ้งยิ่งฟุ้งหอม

ยิ่งเจ็บยิ่งเก็บจำ
ยิ่งไหลย้ำยิ่งไม่ยอม
ยิ่งพลียิ่งปรี่พร้อม
เข้าสู้มึงจนถึงม้วย

มึงยิงผู้หญิงเล่น
ทั้งที่เห็นไอ้เฮงซวย
จัดตั้งกองซังกะบ๊วย
อรินทรราชขี้ขลาดยิง

เก่งมากไอ้กากมั่ว
สันดานชั่วเหลือชังชิง
เก่งอยู่แค่ผู้หญิง
กับมือเปล่าเท่านั้นทุด!

กลอน๘
ตำรวจชั่วตัวโฉดไอ้โคตรชั่ว
ยังหดหัวหดกบาลหน้าด้านสุด
แย่งกันเถียงเบี่ยงประเด็นต้มเป็นชุด
แย่งกันมุดก้นหมาไอ้สารเลว

ทั่วภาคใต้ชายแดนมึงแล่นหนี
ถุยไอ้ขี้ข้าเก่งห่าเหว
ทำทางโตโชว์ปืนสั้นเหน็บบั้นเอว
แท้ท่าดีทีเหลวทุเรศทุรัง

เพื่อนมิตร......
ปล่อยความคิดปิดความทุกข์เปิดคุกขัง
สร้างทางแถวแนวธรรมด้วยกำลัง
ทุกแถวยังยืนหยัดสู้สัตว์นรก

ซับทุกคราบอาบเลือดให้เหือดแห้ง
โดยหลอมแรงชำระคราบสกปรก
หลอมโดยแรงแห่งเพียรไม่เวียนวก
ถ่ายอ้อมอกอ้อมใจเพื่อให้ปัน

ปันต่อเนื่องเบื้องหน้าจรดฟ้าโน่น
จนฉายโชนชูเชิดใจเฉิดฉัน
เป็นใจเกื้อเอื้อตระกองใจของกัน
จวบใจนั้นประจักษ์ในหัวใจนี้!

 
  copyright © www.photoontour.com, All rights reserved :สงวนลิขสิทธิ์