Events Cambodia Crisis , 29-Jan-2003      เวปไซต์ภาพถ่าย เวปไซต์คุณภาพ
           Home > Events > CambodiaCrisis > News1   ออกไปหน้าแรก
ลำดับเหตุการณ์ (จาก นสพ.ไทยรัฐ 30 มค.46) < ข่าวหน้าแรก >   < ข่าวหน้าสอง >
 

ลำดับเหตุการณ์ (จาก นสพ.ไทยรัฐ 30 มค.46)

จากกรณีดาราสาวชื่อดังขวัญใจ "กบ-สุวนันท์ คงยิ่ง" ถูกสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ออกมาเกี้ยวกราด หาว่าพูดจาดูหมิ่นประเทศ กัมพูชาอย่างร้ายแรง ถึงขนาดห้ามละครของกบ-สุวนันท์ แพร่ภาพทุกสถานี แต่ดาราสาวออกมาปฏิเสธแล้วว่าไม่เคยพูดและแสดงความเสียใจ ต่อเรื่องที่เกิดขึ้น แต่แทนที่เรื่องจะลงเอยด้วยดี ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 29 ม.ค.ว่า เหตุการณ์กลับจะทำท่าบานปลายกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว เมื่อชาวกัมพูชาโกรธแค้นนางเอกสาวอย่างมาก ถึงขั้นฉีกรูปทิ้งและชุมนุมประท้วงหน้าสถานทูตไทยในพนมเปญ

เขมรไม่พอใจฉีกรูป "กบ-สุวนันท์"
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.สระแก้ว ว่าจากการเข้าไปสำรวจในตลาดโรงชาเกีย หรือตลาดเก่า ฝั่งปอยเปต อ.โอวโจวโรว จ.บันเตียเมียเจย โดยมี พ.ต.ซ้ง สุคน หัวหน้าชุดสำนักงานประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา ปอยเปต นำทาง ปรากฏว่าข่าวกบ-สุวนันท์ได้รับความสนใจจากชาว เขมรอย่างมาก มีการมุงดูหนังสือพิมพ์กัมพูชาใหม่ ที่ลงรูปกบ-สุวนันท์ และวิจารณ์ข่าวที่เกิดขึ้นต่างๆ นานา บางรายถึงกับแสดงอาการโกรธ แค้นให้เห็นต่อหน้าผู้สื่อข่าว ด้วยการใช้ปากกาขีดไปบนรูปนางเอกสาวแล้วฉีกรูปกบ-สุวนันท์เป็นชิ้นๆ บางกลุ่มคุยกันว่าคำสั่งผู้ใหญ่และต้องเชื่อตาม

"อดิศัย" กะใช้เวทีถกการค้าเคลียร์
ในช่วงเย็นวันเดียวกัน ที่ห้องวีไอพี อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ สนามบินดอนเมือง นายอดิศัย โพธารามิก รมว.พาณิชย์ พร้อมคณะเดินทางไปประชุมเจทีซี ที่ว่าด้วยเรื่องการค้าระหว่างประเทศไทย-กัมพูชา โดยกระแสข่าวก่อนหน้าว่า กบ-สุวนันท์ จะเดินทางมาส่ง รมว.พาณิชย์ เพื่อพูดคุยเรื่องข่าวที่เกิดขึ้น ทำให้มีสื่อมวลชนเป็นจำนวนมากมาดักรอทำข่าว แต่ปรากฏว่านางเอกสาวไม่ได้เดินทางมา โดยนาย อดิศัย เปิดเผยว่า ในโอกาสที่เดินทางไปเยือนประเทศกัมพูชาอย่างเป็นทางการ เพื่อประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-กัมพูชา ระหว่างวันที่ 29-30 ม.ค.นี้ จะได้พบกับสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา จะถือโอกาสนี้ชี้แจงกรณีข่าวกบ-สุวนันท์ กล่าวดูหมิ่นชาวกัมพูชา เชื่อว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหญ่ ที่จะกระทบความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศ ทุกอย่างระหว่างไทย-กัมพูชายังเหมือนเดิม แต่อาจเป็นไปได้ที่ประชาชนของ 2 ประเทศเข้าใจผิดเรื่องดังกล่าว ภาคเอกชนต้องแก้ไขเอง เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ดีระหว่างกัน นอกจากนี้ ในช่วงเช้า ได้โทร.คุยกับนายจอม ประสิทธิ์ รมว.พาณิชย์ ของกัมพูชาแล้ว
ราบว่ามีกลุ่มหัวรุนแรงไปดักรออยู่ที่สนามบินเพื่อประท้วงเรื่องนี้ราว 100 คน แต่คิดว่าไม่น่าจะมีอะไรรุนแรง เพราะเป็นเรื่องของความเข้าใจผิดกันหลังจากนี้สมเด็จฮุน เซน คงจะออกมาทำความเข้าใจกับประชาชนของเขา ว่าเป็นเรื่องที่ท่านไม่ได้พูด แต่สื่อมวลชนไปเขียนกันเอง

ระบุที่มาโยงการเมืองในเขมร
รมว.พาณิชย์กล่าวด้วยว่า แม้จะไปประชุมเรื่องของการค้าเป็นเรื่องหลัก แต่หากว่ามีความเข้าใจผิดกันในลักษณะนี้ ก็จะช่วยดูให้ แต่คงไม่ถึงกับไปแก้ต่างเพราะเป็นเรื่องของความเข้าใจผิด อีกทั้งเท่าที่ฟังมา ทราบว่า เป็นเรื่องของการเมืองภายในประเทศกัมพูชา ที่จะจัดให้มีการเลือกตั้งในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. ที่จะถึง และฝ่ายค้านก็ออกมากระพือข่าว ดังนั้น ทางกัมพูชาคงจะมีการจัดการกันเอง

นศ.เขมรชุมนุมเผาธงไทย
ในวันเดียวกัน สำนักข่าวเอพีรายงานจากกรุงพนมเปญว่า ในเวลาประมาณ 17.30 น. ได้มีกลุ่มนักศึกษาเขมรนับร้อยคนพากันชุมนุมเผายางรถยนต์และธงชาติไทย บริเวณหน้าสถานทูตไทยในกรุงพนมเปญ พร้อมตะโกนถ้อยคำประท้วงกรณีกบ-สุวนันท์ คงยิ่ง หรือที่ชาวเขมรรู้จักกันดีนาม "เนียง ประกายปรึ๊ก" หรือ "ดาวพระศุกร์" กล่าวอ้างว่า กัมพูชาขโมยปราสาทนครวัดอันเลื่องชื่อมาจากไทย ทั้งๆที่ กบ-สุวนันท์ ปฏิเสธคำพูดดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง อย่างไรก็ตาม ข่าวรายงานว่า ตำรวจเขมรราว 50 นาย ระดมกำลังเฝ้าคุ้มกันสถานทูตไทยอย่างแข็งขัน แต่เหตุการณ์ประท้วงไม่ได้รุนแรงหรือลุกลามบานปลายถึงขั้นปะทะ

เหตุยิ่งระอุบุกเข้าสถานทูต
แต่ในเวลาต่อมา เวลาประมาณ 18.00 น. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์ว่า กลับรุนแรงลุกลามขึ้นเรื่อยๆ โดยกลุ่มผู้ประท้วงเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ จากกว่า 100 คน เป็นเกือบ 1,000 คน ได้พยายามขยับรุกเข้าไปเขตพื้นที่สถานทูต ซึ่งตามกฎหมายระหว่างประเทศถือเป็นดินแดนของไทย พร้อมกับขว้างปาก้อนหินและทุบทำลายทรัพย์สินเสียหายย่อยยับหลายรายการ ทั้งกระจกหน้าต่างหลายบาน โคมไฟกว่า 20 ดวง ตลอด จนเครื่องหมายสถานทูตไทย จนสามารถยึดอาคารสถานทูต 2 ชั้นได้ทั้งหมด และจุดไฟเผาในเวลาต่อมา ขณะที่กำลังตำรวจ เขมร ซึ่งมีอยู่แค่ 50 นาย ไม่สามารถต้านทานกลุ่มผู้ประท้วงที่บ้าคลั่งได้ ทำได้เพียงยิงปืนขึ้นฟ้าหลายสิบนัด และวิทยุเรียกรถบรรทุกน้ำดับเพลิงหลายคันมาช่วยปราบจลาจล แต่กลุ่มผู้ประท้วงชาวเขมรที่กำลังบ้าคลั่งก็ตอบโต้รุกไล่รถดับเพลิง ด้วยการขว้างปาก้อนหินเข้าใส่อุตลุด จนรถดับเพลิงได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ

โปรยใบปลิวคว่ำบาตรไทย
ภายหลังกลุ่มผู้ประท้วงชาวเขมรบุกยึดอาคารสถานทูตไทยสำเร็จ ได้ปลดธงชาติไทยเหนือยอดเสาลงมาเผาทิ้งอย่างโกรธแค้น ส่วนด้านนอกสถานทูตก็มีการโปรยใบปลิวประณามไทย และเรียกร้องให้ชาวกัมพูชาคว่ำบาตรสินค้าไทย โดยหนึ่งในบรรดาผู้ช่วยโปรยใบปลิว ระบุว่าการซื้อและใช้สินค้าของไทย เสมือนยิ่งสนับสนุนหล่อเลี้ยงให้คนไทยเข้มแข็งขึ้น เพื่อมาดูถูกเหยียดหยามชาวเขมร

ผบ.ตร.เขมรสั่งคุมสถานการณ์
ด้านนายฮอค ลุนดี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกัมพูชา กล่าวให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีว่า ตำรวจเขมรกำลังพยายามควบคุมสถานการณ์ให้สงบเรียบร้อยเร็วที่สุด เท่าที่จะสามารถดำเนินการได้ ภายใต้คำสั่งการของนายกรัฐมนตรี ฮุน เซน ส่วนชาตะกรรมของเจ้าหน้าที่สถานทูตไทย ทั้งหมดยังไม่มีการเปิดเผย

ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศระบุก่อนหน้านี้ว่า ต้นตอข่าวคำพูดของน้องกบมาจากสื่อมวลชน ในเขมรทั้งจากหนังสือพิมพ์และวิทยุต่างพากันประโคมข่าวตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้กระแสความไม่พอใจคำพูดของน้องกบกระจายออกไปอย่างรวดเร็ว ถึงขั้นนายกรัฐมนตรี ฮุน เซน ออกแถลงคว่ำบาตรรายการโทรทัศน์จากไทยที่มีน้องกบเป็นดาราแสดงนำ นอกจากนั้นนายเมา อายุธ ประธานสมาคมโทรทัศน์กัมพูชา กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบได้ตกลงกันแล้วว่า จะยุติการแพร่ภาพออกอากาศละครและการ์ตูนไทยชั่วคราว ตามเสียงเรียกร้องของชาวเขมรผู้โกรธแค้น

นายกฯ โทร.ถึง "ฮุน เซน" เร่งจัดการ
ต่อมาในเวลา 19.00 น. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เรียก รมว.กลาโหม และ พล.อ.สัมพันธ์ บุญญานันท์ ปลัดกระทรวงกลาโหม เข้าพบ ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณให้สัมภาษณ์ว่า ได้โทรศัพท์ไปคุยกับสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาแล้ว โดยบอกว่าให้จัดการโดยด่วน ซึ่งสมเด็จฮุน เซน ได้บอกว่าเสียใจ โดยใช้คำว่าอะโพโลจัยส์ และได้อธิบายให้สังคมชาวกัมพูชาฟัง และเชื่อว่ามีการเมืองภายในอยู่เบื้องหลัง ตนเลยบอกว่าอย่างไรก็ตาม ให้จัดการโดยด่วน เพราะเป็นเรื่องเสียความรู้สึกของคนไทยทั้งประเทศ และเมื่อมีเหตุการณ์ไม่สงบ เจ้าหน้าที่ในสถานทูตต้องหนีออกทางด้านหลัง และได้พูดคุยกับรัฐมนตรีของกัมพูชาที่อยู่กับนายอดิศัย โพธารามิก รมว.พาณิชย์ รวมทั้งทูตกัมพูชาในไทยว่าภายใน 1 ชั่วโมง ถ้าเหตุการณ์ไม่เรียบร้อยจะส่งคอมมานโดเข้าไป ตอนนี้ได้สั่งให้หน่วยคอมมาน โดสแตนด์บายเพื่อเข้าไปบุกช่วยเหลือชีวิตคนของเราทันที ซึ่งได้พูดกับรัฐมนตรีกัมพูชาและให้แจ้งไปยังสมเด็จฮุน เซน ด้วยว่าถ้าควบคุมไม่ได้จะส่งเข้าไปทันท

สั่งคอมมานโดพร้อมลุย
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลกัมพูชาหละหลวมมาก ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะพยายามแต่ก็อ่อนแอมาก เรื่องนี้ต้องทำอะไรอีกหลายอย่าง เรื่องนี้ไม่จบเพียงแค่นี้เพราะทางรัฐบาลกัมพูชาบอกว่า ได้สั่งรถดับเพลิงไป5 คัน และตอนนี้กำลังรอฟังรับทราบเหตุการณ์ ถ้าไม่ เรียบร้อยถือว่าหย่อนยาน ไม่มีความสามารถคุ้มครองสถานทูตที่อยู่ในประเทศได้ ไทยก็ต้องทำหน้าที่ของไทย และในวันที่ 30 ม.ค. จะเรียกเจ้าหน้าที่สถานทูตกลับมาให้หมด และอาจจะต้องเจรจาส่งเครื่องบินไปรับนักธุรกิจ นักท่องเที่ยวไทยกลับประเทศ สั่งการให้ทุกฝ่ายสแตนด์-บายไว้ สำหรับสถานทูตนั้นเสียหายมาก เพราะถูกเผาทั้งที่ทำเนียบและที่ทำการสถานทูต ซึ่งเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดในเรื่องความสัมพันธ์ใดๆ ถือว่าเลวร้ายมาก ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางกัมพูชายินดีให้ไทยส่งคอมมานโดเข้าไปหรือไม่ นายกรัฐมนตรีตอบว่า ยินดีหรือไม่ยินดี ไทยก็จะเข้าไปรักษาอธิปไตย เพราะถือว่าสถานทูตเป็นอธิปไตยของไทย ส่วนความรับผิดชอบของรัฐบาลกัมพูชา ต้องดูเหตุการณ์ก่อน ความจริงความสัมพันธ์ของไทยกับกัมพูชาค่อนข้างดี แต่ความหย่อนยานมีมากเกินไป ทำให้เสียหาย

ศักดิ์ศรีของชาติต้องมาก่อน
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กล่าวอย่างมีอารมณ์ว่ารัฐบาลกัมพูชาพยายามพูดให้ประชาชนเข้าใจ แต่กำลังมีการเลือกตั้งและนักการเมือง ที่ไร้ความรับผิดชอบนำเรื่องนี้ขึ้นมาพูด เพื่อต้องการสร้างคะแนนนิยม เลยทำให้เกิดความเสียหายกับประเทศกัมพูชาเอง เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องปกติตรงไปตรงมาของอารมณ์คน เพราะรู้ประวัติของกัมพูชาดี ผู้สื่อข่าวถามว่า จะกระเทือนความสัมพันธ์หรือไม่ นายกรัฐมนตรีตอบว่าไม่เป็นไร ถ้าจะกระเทือน ก็ต้องกระเทือนผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังการให้สัมภาษณ์แล้ว ได้มีโทรศัพท์เข้ามาหา พ.ต.ท.ทักษิณ โดย นายกรัฐมนตรีพูดเสียงดังว่า "ความสัมพันธ์ว่ากันทีหลัง ผมถือว่าเรื่องศักดิ์ศรีและชีวิตรับไม่ได้"

บุกเผาสถานทูตไทยวอด
กระทั่งในเวลา 19.30 น. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงเหตุการณ์เผาสถานทูตไทยในกัมพูชาว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 09.30 น. ชาวกัมพูชาได้ประท้วงอยู่ที่หน้าสถานทูตไทยในกัมพูชา เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อการให้สัมภาษณ์ของ กบ-สุวนันท์ คงยิ่ง ต่อมาผู้ประท้วงบุกเข้าไปในสถานทูตและทำลายทรัพย์สินในสถานทูต รวมถึงมีรายงานว่ามีการเผาเกิดขึ้น แต่ยังไม่ ่ทราบว่าเป็นการเผาส่วนใด อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทรวงการต่างประเทศ ได้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกัมพูชาอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ช่วยควบคุมสถานการณ์ไม่ให้บานปลายออกไป ซึ่งกัมพูชาแสดงท่าทีห่วงใยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ส่วนนายชัชเวทย์ ชาติสุวรรณ เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ และเจ้าหน้าที่รวม 10 คน ที่อยู่ในเหตุการณ์ ต่างปลอดภัยดี ส่วนกรณี ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ระบุว่า ถ้ากัมพูชาไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ ได้ จะส่งชุดคอมมานโดและเครื่องบิน ไปรับเจ้าหน้าที่ไทยกลับมา คงเป็นไปตามที่นายกฯ พูด ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้เตรียมดำเนินการในเรื่องที่มีความจำเป็นเอาไว้แล้ว หากมีความจำเป็นก็พร้อมที่จะปฏิบัติตาม

เผาร้านอาหารธนาคารไทย
ด้านนายบรรพต หงษ์ทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก ซึ่งติดตามคณะของนายอดิศัย โพธารามิก รมว.พาณิชย์ เดินทางไปยังประเทศกัมพูชา เพื่อประชุมความร่วมมือทางการค้าไทยกับกัมพูชา ระหว่างวันที่ 29-30 ม.ค. นี้ ซึ่งอยู่ในการเหตุการณ์ความไม่สงบพอดี ให้สัมภาษณ์ ู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ เมื่อเวลา 20.00 น.ขณะกำลังรอขึ้นเครื่องบินเพื่อเดินทางกลับประเทศไทย ว่า ได้เกิดเหตุความรุนแรงขึ้น ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำของวันที่29 ม.ค. โดยประชาชนชาวกัมพูชาได้เอาป้ายโฆษณาสินค้าของไทยไปเผาทำลาย และได้ขว้างปาสถานทูตและบ้าน ทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่สถานทูตไทยได้รับบาดเจ็บ และมีสิ่งของได้รับความเสียหาย โดยเอกอัครราชทูตไทยประจำ กรุงพนมเปญ และเจ้าหน้าที่สามารถหนีออกมาได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ ยังมีการขว้างปาร้านอาหารไทยในกรุงพนมเปญอีกหลายแห่ง จนได้รับความเสียหายด้วย ส่วนคณะของนายอดิศัยนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งให้เดินทางกลับทันที ในเที่ยวบิน 20.30 น. ของวันที่ 29 มค.

สั่งปิดแบงก์กรุงไทยในเขมร
นายสุวิทย์ อุดมทรัพย์ รองกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า สำนักงานสาขาของธนาคารกรุงไทย ในกรุงพนมเปญ นั้น มีคนไทยทำงานประจำอยู่ 3 คน และได้ปฏิบัติตามแผนการฉุกเฉินที่วางไว้ โดยคนไทยทั้งหมดได้อพยพไปอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัย ส่วนสำนักงานสาขาของกรุงไทยนั้น มีตำรวจของกัมพูชามารักษาการณ์ ส่วนเรื่องข้อมูลของธนาคารนั้นไม่มีปัญหา เพราะได้ทำการสำรองข้อมูลคอมพิวเตอร์ ในอีกสถานที่หนึ่งไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนจะปิดการดำเนินกิจการหรือไม่ ต้องรอดูสถานการณ์ในช่วงเช้าของวันที่ 30 ม.ค. อีกครั้งหนึ่งว่า จะเป็นอย่างไร ซึ่งล่าสุดเมื่อเวลา 19.30 น. ของวันที่ 29 ม.ค. เจ้าหน้าที่โทรศัพท์รายงานว่า สำนักงานสาขาของธนาคารกรุงไทย ในกรุงพนมเปญ ไม่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์รุนแรงแต่อย่างใด ขณะที่นายศุภชัย พิศิษฐวานิช ประธานกรรมการธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ได้สั่งให้ปิดสำนักงานสาขาธนาคารกรุงไทย ในกรุงพนมเปญ เป็นการชั่วคราว และไม่ทราบว่าจะเปิดทำการอีกครั้งได้ เมื่อไหร่

เขมรคุมสถานการณ์ได้แล้ว
ต่อมา เวลา 20.10 น. นายยงยุทธ ติยะไพรัช เลขาธิการนายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในกัมพูชา นายกฯได้สั่งเตรียมเครื่องบิน ซี 130 และหน่วยคอมมอนโดเข้าไปในกัมพูชา ขณะนี้ทางกัมพูชาได้คุมสถานการณ์ไม่ให้ลุกลามได้แล้ว นายกฯจึงได้สั่งยุติการเคลื่อนกำลังพลเข้าไป แต่ได้เตรียมพร้อมเครื่องบินและสั่งการให้ปิดสถานทูต และในวันที่ 30 ม.ค. จะนำเครื่องบินไปรับเจ้าหน้าที่สถานทูตกลับ รวมทั้ง จะปรึกษาหารือทางการทูตต่อไป แต่เท่าที่ได้รับรายงานความเสียหาย ของสถานทูตค่อนข้างมาก เพราะสถานทูตที่กัมพูชาใช้งบประมาณมาก ในการตกแต่ง เหตุการณ์เป็นการลุกฮือของประชาชน เรื่องที่เกิดขึ้นกระทบกระเทือนต่อคนทั้ง 2 ประเทศ ที่ผ่านมาไทยเห็นกัมพูชา เสมือนญาติ เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นเช่นนี้ ก็ต้องมีการพูดคุยกันเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก การส่งทูตกัมพูชาในไทยกลับหรือไม่นั้น ต้องมีการพิจารณา

เรียกอดิศัยกลับ-ไล่ทูตเขมรพ้นไทย
จากนั้น เวลา 20.30 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กล่าวว่า ทางกัมพูชาแจ้งว่าเรียบร้อย และส่งกำลังเข้าควบคุมหมดแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องส่งคอมมานโดเข้าไป จึงยกเลิกที่เตรียมไว้ อย่างไรก็ตาม ก็อาจมีการพิจารณาปิดสถานทูต และส่งทูตของกัมพูชาในไทยกลับไป ซึ่งต้องคุยกับกระทรวงการต่างประเทศก่อน และในการประชุมระหว่าง รมต.พาณิชย์ ให้ยกเลิกจนกว่าจะได้รับการอธิบายที่ชัดเจน และมีการแก้ไขต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะว่ากรณีอย่างนี้เสียภาพพจน์ต่อกัมพูชามาก เพราะทุกประเทศต้องปกป้องสถานทูตต่างประเทศอย่างเข้มแข็ง และในตอนแรกทูตไทยแจ้งไปว่าเหตุการณ์ ไม่ค่อยดี ขอกำลังทหารมาเสริม แต่ตำรวจเขมรยืนยันว่าดูแลได้ ซึ่งตำรวจเขาอ่อนแอมาก หลังจากนี้ได้รับรายงานว่า ทูตเราอยู่ในภาวะอันตราย ซึ่งทั้งหมดต้องเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลกัมพูชา ส่วนเรื่องปิดด่านตามแนวชายแดนไทย เป็นเรื่องของประชาชน ต้องพิจารณากันอีกที ี

เผาวอดโรงแรมร้านค้าคนไทย
อย่างไรก็ตาม ในเวลาประมาณ 22.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานด่วนว่า สถานการณ์ในกรุงพนมเปญไม่ได้คลี่คลายอย่างที่มีข่าวมาก่อนนี้ เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมกลับเดินหน้าทุบข้าวของ และเผากิจการร้านค้าของคนไทยชนิดดะ ทุกอย่างที่ขวางหน้า อาทิ โรงแรมจูเลียน่า โรงแรมรอยัล พนมเปญ ทำให้พนักงานและแขกต้องวิ่งหนีเปลวไฟกันโกลาหล รวมถึงบริษัทสื่อสารโทรคมนาคม เช่น ในเครือสามารถ บริษัทชินวัตร กัมโบเดีย และร้านอาหาร ร้านข้าวต้ม ร้านคาราโอเกะ ที่เป็นของคนไทย ต่างตกเป็นเป้าในการทุบทำลายทั้งสิ้น โดยเป็นที่น่าสังเกตว่า ผู้นำในการชุมนุมเป็นคนของนายสม รังสี ผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่ง เป็นที่ร่ำลือกันภายในกัมพูชาว่า เรื่องดังกล่าวเป็นการจุดประเด็นของฮุน เซน แล้วฝ่ายค้านร่วมผสมโรง

งดเที่ยวบินไปพนมเปญทุกไฟลท

์ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในเวลาไล่เลี่ยกัน นาย กนก อภิรดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้สั่งหยุดเที่ยวบินระหว่าง กทม.-พนมเปญแล้ว และกำลังรอรายงานความคืบหน้าเป็นระยะ เช่นเดียวกับสายการบินบางกอกแอร์เวย์ของ นพ. ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ผอ.ใหญ่ บริษัทการบินกรุงเทพ จำกัด แจ้งว่า ได้ยกเลิกเที่ยวบินกรุงเทพฯ-เสียมเรียบ-พนมเปญ ทุกเที่ยวบินแล้วเช่นกัน

รณฤทธิ์ยืนยัน "กบ" เรื่องเล็ก
นอกจากนี้ นายอิศรา สุนทรวัฒน์ ส.ส.และพิธีกรรายการทีวีที่เดินทางไปกรุงพนมเปญ ก่อนหน้าเกิดเหตุจลาจล ได้ให้สัมภาษณ์จากพื้นที่ว่า เดินทางมากรุงพนมเปญเมื่อคืนวันที่ 28 ม.ค. โดยมากับคณะนายวิทยา บูรณศิริ รองประธานกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อสำรวจเส้นทางสาย 48 จากเกาะกง-โฮจิมินห์ เมื่อมาถึงพนมเปญปรากฏว่าเกิดเรื่องพอดี คนเขมรให้ความสนใจอย่างมากกับข่าวที่เกิดขึ้น เพราะ "กบ" เป็นดาราที่ดังมากในเขมร มีคนชื่นชอบมาก เมื่อมีข่าวว่าไปพูดถึงชาวเขมรในทางไม่ดีคนเขมร จึงสะเทือนใจพอสมควร ในช่วงเช้าวันที่ 29 ม.ค. คณะได้เข้าพบกับสมเด็จเจ้านโรดม รณฤทธิ์ ประธานรัฐสภากัมพูชา นายกอบศักดิ์ ชุติกุล ส.ส.พรรคชาติไทย ได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดด้วย ซึ่งสมเด็จเจ้านโรดมก็ได้ตรัสว่าเป็นเรื่องเล็กไม่ใช่เรื่องใหญ่ ท่านเข้าใจข่าวที่เกิดขึ้นและยังบอกว่า ความสัมพันธ์ ทางต่างประเทศของไทยและกัมพูชายังแน่นแฟ้นเหมือนเดิม

แย้มความขัดแย้งระหว่างเอกชน
นายอิศรากล่าวอีกว่า จากการได้เข้าพบกับกรรมาธิการต่างประเทศของกัมพูชา มีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ ซึ่งบอกกับคณะของไทยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นยังไม่มีความแน่นอนว่าเท็จจริงแค่ไหน อาจจะมาจากความขัดแย้งระหว่าง 2 บริษัทก็ได้ ้าเป็นไปได้อยากให้รัฐบาลไทยแถลงข่าวถึงเรื่องนี้ อย่างเป็นทางการ เพราะที่ผ่านมามีเพียง "กบ" ออกมาแถลงข่าวชี้แจงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ขณะที่โทรทัศน์ของกัมพูชาก็ได้เสนอข่าวการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.เตีย บัน ได้พูดว่าอยากให้ไทยแถลงข่าวอย่างเป็นทางการด้วย โดยระหว่างที่คณะของไทยประชุมอยู่กับกรรมาธิการต่างประเทศของกัมพูชา ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมขี่รถมอเตอร์ไซค์ประมาณ 100 คัน เอกอัครราชทูตไทยประจำกัมพูชาที่ร่วมอยู่ในคณะได้แนะนำว่าให้เก็บธงชาติไทยที่ติดอยู่กับรถยนต์ เพราะเกรงว่าหากขับรถโดยมีธงชาติไทยติดอยู่อาจจะไม่ปลอดภัย

บัวแก้วเชิญทูตเขมรมาประท้วง
ต่อมา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว โฆษกประจำกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันที่ 30 ม.ค.นี้ เวลา 09.00 น. กระทรวงการ ต่างประเทศจะเชิญนายอึง เซียน เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทยมาที่กระทรวง เพื่อประท้วงอย่างรุนแรง สำหรับเหตุการณ์ที่เกิด ขึ้นที่รัฐบาลกัมพูชาไม่สามารถดูแลคนไทยได้ อีกทั้งยังเป็นการรุกล้ำอธิปไตยของไทย และถือว่าผิดกฎหมายระหว่างประเทศด้วย

นายกฯเรียกประชุม ผบ.เหล่าทัพด่วน
เมื่อเวลา 22.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เรียกหน่วยงานด้านความมั่นคง และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง มาประชุมเป็นการเร่งด่วน อาทิ พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รมว.กลาโหม นายอดิศัย โพธารามิก รมว.พาณิชย์ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ รมว.แรงงาน รวมทั้ง ผบ.เหล่าทัพต่างๆ ผบ.ตร. พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก เป็นต้น

ไม่ใช่แค่เผา ยังปล้น-ทุบคนไทย
ด้านนายสุภชัย วีระภุชชงค์ เจ้าของโรงแรมรอแยล พนมเปญ ที่ตกเป็นเหยื่อถูกเผาทำลายในเหตุความวุ่นวายครั้งนี้ด้วย เปิดเผยเมื่อเวลา 22.31 น. ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ได้รับรายงานจากพนักงาน ในกัมพูชาแจ้งว่าลักษณะการเข้ามาเผาทำลายโรงแรม ของกลุ่มผู้ชุมนุม เป็นลักษณะของการจลาจลและเข้าปล้นสะดม โดยมีชาวบ้านเข้าผสมโรง ขโมยทรัพย์สิน ข้าวของเครื่องใช้ภายในโรงแรมทั้งทีวี ตู้เย็น โต๊ะ เก้าอี้ ทุกอย่างที่จะหยิบฉวยได้ ขณะที่ตอนนี้สภาพของพนักงานและแขกที่มาพักที่เป็นคนไทยได้แตกหนีกันกระจัดกระจาย ยังไม่รู้ว่าปลอดภัยแค่ ไหน ซึ่งสั่งให้เอาชีวิตให้ปลอดภัยก่อน ส่วนทรัพย์สินตอนนี้ต้องปล่อยเพื่อเอาตัวรอดไปก่อน เพราะทราบว่ามีการทำร้ายร่างกายคนไทย ด้วย โดยทราบว่าสถานการณ์ ในกรุงพนมเปญวุ่นวายมาก และไม่ปลอดภัยสำหรับคนไทย และขณะนี้ได้รับรายงานว่ามีการเข้าไปล้อมสถานี โทรทัศน์ช่อง 5 ที่ตนเข้าไปร่วมทุนกับกระทรวงกลาโหมของกัมพูชา ซึ่งขณะนี้ยังไม่รู้ว่าสถานการณ์รุนแรงไปถึงไหนแล้ว ส่วนมาตรการความปลอดภัยตอนนี้ต้องอยู่ที่ รัฐบาลกัมพูชาว่าจะช่วยปกป้องคุ้มครองอย่างไร ทรัพย์สินของนักลงทุน รวมทั้งความช่วยเหลือจากรัฐบาลไทย

"สุรเกียรติ์" ประท้วงเขมรเรียกทูตไทยกลับ

เมื่อเวลา 22.50 น. นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รมว. ต่างประเทศให้สัมภาษณ์ว่า จากการรายงานล่าสุดของท่านทูตไทยในพนมเปญ ทราบว่าที่ตัวอาคารสถานทูตถูกไฟเผาหมด รถยนต์ถูกเผาหมด ตัวทำเนียบของท่านทูตถูกเผาด้วย ซึ่งได้เรียกเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทยมาประท้วงรุนแรงที่สุด พร้อมกับเรียกเอกอัครราชทูตไทยประจำกัมพูชา เดินทางกลับประเทศ เป็นการประท้วงด้วย

คนบางกอกแอร์เวย์หายไป 3
เวลา 23.00 น. นายพิเชษฐ สถิรชวาล รมช.คมนาคมให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงเหตุการณ์ความไม่สงบในกัมพูชาว่า จากรายงานของเจ้าหน้าที่การบินไทยประจำกรุงพนมเปญซึ่งในขณะนี้อยู่ในที่ปลอดภัย และเตรียมที่จะเดินทางกลับประเทศไทย เนื่องจากเหตุการณ์ยังไม่น่าไว้วางใจจึงได้ตัดสินใจสั่งการระงับเที่ยวบินที่จะไปประเทศกัมพูชาจนกว่าเหตุการณ์จะสงบ ซึ่งปกติจะมีเที่ยวบินของการบินไทยไปยังกรุงพนมเปญ วันละ 2 เที่ยว นอกจากนี้ เท่าที่ได้รับรายงานในเบื้องต้นสถานที่ทำงาน ของบริษัทบางกอกแอร์เวย์ถูกทำลายได้รับความเสียหาย และมีเจ้าหน้า ที่ของบริษัทหายไปในขณะเกิดเหตุการณ์ไม่สงบขณะนี้ยังหาตัวไม่พบอีก 3 คนด้วยกัน ส่วนบริษัทการบินไทยเจ้าหน้าที่ปิดที่ทำการ และเอาผ้ามาบังป้ายไว้จึงรอดพ้นจากการถูกทำลาย อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้ผู้ บริหารการบินไทยเตรียมพร้อมไว้ตลอดเวลา ในกรณีที่จะต้องเข้าไปช่วยเหลืออพยพคนไทยออกจากประเทศกัมพูชาเป็นการเร่งด่วน

ผู้ช่วยทูตทหารดูแลคนไทยกลับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางกระทรวงกลาโหมและกระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งว่า สำหรับญาติของคนไทยที่ทำงานในประเทศกัมพูชา ถ้าต้องการติดต่อกับญาติของตัวเอง หรือญาติมีความต้องการเดินทางกลับประเทศไทยนั้นให้ติดต่อโดยตรงที่ พ.อ.พัลลภ รักเสนาะ ผู้ช่วยทูตทหารประจำกัมพูชา ที่เบอร์ 001-85523366-111

ระทึก..พนมเปญทมิฬ
หลังจากที่สถานการณ์ในกรุงพนมเปญคุกรุ่นด้วยควันไฟ และกลุ่มชาวเขมรตระเวนไล่ทุบตี ทำลายทรัพย์สินของคนไทย ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งเพิ่มเติมจากนายธวัชชัย วิไลลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทสามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ได้รับรายงานจากพนักงานบริษัทที่กรุงพนมเปญว่า ลักษณะของการเข้าโจมตีทำลายอาคารสำนักงาน และร้านค้าของคนไทยในกรุงพนมเปญนั้น น่าจะมาจากคนกลุ่มเดียว และทยอยทำลายบริษัทของคนไทยบริษัทในตัวเมืองและบริเวณรอบๆกรุงพนมเปญ

หลังจากที่เข้าทำลายของบริษัทชินวัตรแล้ว
เคลื่อนขบวนมาที่สำนักงานของบริษัทสามารถ ซึ่งอยู่ห่างจากสำนักงานของบริษัทชินวัตรเพียง 5-10 นาที และยังได้รับรายงานว่า สำนักงานของบริษัทสามารถเป็นบริษัทคนไทยสุดท้าย ที่กลุ่มผู้ประท้วงเข้ามาทำลายทรัพย์สินข้าวของภายในบริษัท เพราะหลังจากนั้น ตำรวจเข้ามาคลี่คลายสถานการณ์ ล่าสุดได้รับรายงานว่า บริษัทสามารถมีความเสียหายไม่มากนัก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์สำนักงาน ส่วนพนักงานทุกคนปลอดภัย อย่างไรก็ตาม การดำเนินธุรกิจต่อไปในกัมพูชาต้องรอดูนโยบายของรัฐบาลก่อนว่าจะเป็นอย่างไร นอกจากนั้น ต้องรับฟังความเห็น ของผู้ร่วมทุนด้วย เพราะการเข้าลงทุนนั้นเป็นลักษณะของการร่วมทุน อย่างกรณีโทรศัพท์เคลื่อนที่ของบริษัทสามารถนั้น ร่วมทุนกับรัฐบาลมาเลเซีย ก็ต้องหารือกับรัฐบาลมาเลเซียด้วย

คนไทยหนีกระจัดกระจาย
ด้านนายไตรรัตน์ แก้วเกิด ผจก.ทั่วไปบริษัทชินวัตร กัมโบเดีย ประจำประเทศกัมพูชา กล่าวภายหลังทราบว่าบริษัทถูกบุกทำลายทรัพย์สินว่าบริษัทคนไทยส่วนใหญ่อยู่ใจกลางพนมเปญทั้งหมด เท่าที่ยังติดต่อกัน ในระดับชั้นหัวหน้าผู้บริหารของบริษัทคนไทย ทุกคนบอกว่าถูกทำลายหมด และบางคนเพิ่งหนีมาได้ไม่กี่นาที ตอนนี้คนไทยยังกระจัดกระจายกันอยู่ ตอนนี้ยังไม่รู้ถึงความปลอดภัย แต่พยายามติดต่อกันโดยต้องไม่พูดภาษาไทย ให้อยู่ในที่ปลอดภัย และให้ติดต่อกันได้ สิ่งที่ตนเป็นห่วงคือ การสื่อสารถูกตัดขาด เพราะทางทีวีถูกตัดไปแล้ว ส่วนพนักงาน บริษัทชินวัตร เป็นชาวกัมพูชา 200 กว่าคน คนไทยประมาณ 30 คน ตอนนี้ยังติดต่อกันได้ แต่ให้อยู่ในที่ปลอดภัยโดยแยกย้ายให้อยู่กันหลายแห่ง ไม่สามารถอยู่รวมกันได้ เพราะสถานที่โรงแรมของคนไทยถูกเข้าไปทำลายหมด เท่าที่ทราบข่าว โรงแรม จูเลียน่า ของคนไทยถูกทำลายไปแล้ว แต่ไม่แน่ใจ รอยัล พนมเปญ เท่าที่คุยกันทราบว่าเป็นบริษัทของเครือปูนซิเมนต์ ซีแพค ที่ถูกทำลาย บริษัทสามารถ และร้านอาหาร ที่เป็นชื่อไทยถูกทำลายหมด ทำให้ร้านย่อยของบริษัทชินวัตรต้องเอาป้ายลงจึงรอดจากการถูกทำลายทรัพย์สิน และเห็นมีรถถังวิ่งออกไปบ้าง

ทอ.เตรียมเครื่องบินไว้พร้อม
เมื่อเวลา 23.40 น. พล.อ.อ.คงศักดิ์ วันทนา ผบ.ทอ. ให้สัมภาษณ์ว่าทางกองทัพได้เตรียมเครื่องบินซี 130 ไว้แล้ว สามารถขึ้นได้ทันทีเมื่อได้รับสั่งการ ขณะนี้สถานการณ์ดีขึ้น ทางรัฐบาลควบคุมสถานการณ์ได้ เชื่อว่าคงไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าหากมีการเปลี่ยนแปลงและมีการสั่งการทางกองทัพเตรียมไว้ 4 ลำ เพื่อไปรับเจ้าหน้าที่จากสถานทูตไทยประจำพนมเปญ และคนไทยอพยพกลับมา และได้ประสานไปทางกัมพูชาไว้ แล้ว แต่ไม่ได้นำกำลังเข้าไป เพียงแต่ไปรับคนไทยกลับมาเท่านั้น เหตุการณ์นี้เป็นเพียงม็อบธรรมดาซึ่งเหมือนกับไทบที่เคยเผา ผู้สื่อข่าวถามว่าได้ประเมินสถานการณ์ว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร ผบ.ทอ.ตอบว่าไม่รู้ เพราะอยู่ดีๆก็มาเล่นงานทั้งๆที่รักกันดี ขณะเดียวกันมีรายงานจากในที่ประชุม สมช.มีการถกปัญหาการจลาจลในกรุงพนมเปญอย่างเคร่งเครียด เนื่อง จากสถานทูตไทย รวมทั้งโรงแรม บริษัทห้างร้านของ นักลงทุนชาวไทย ถูกกลุ่มเขมรที่บ้าคลั่งบุกเผาทำลาย และปล้นสะดมไม่เหลือหลอ หลังจากวิเคราะห์สถานการณ์ อย่างละเอียดแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จึงมีบัญชาให้กองทัพบก เรือ อากาศ เตรียมพร้อมเต็มพิกัด โดยในส่วนของกองทัพบกให้ประสาน กำลังกับชุดปฏิบัติการพิเศษ หน่วยนเรศวร 261 จ.เพชรบุรี เพื่อเข้าไปช่วยเหลือคนไทย ขณะที่กองทัพอากาศให้เตรียมเครื่องซี 130 ไว้ลำเลียงคนไทยกลับมาตุภูมิ และยังให้ เตรียมพร้อมเครื่องบินรบ เอฟ 16 ไว้ออกปฏิบัติการได้ ทันที เมื่อมีเหตุการณ์รุนแรงที่กัมพูชาให้
ความคุ้มครองดูแลคนไทยไม่ได้

"ทักษิณ" แถลงเครียด
ต่อมาในเวลา 00.20 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดแถลงข่าวหลังประชุมเครียดกับหน่วยงานความมั่นคง ต่อกรณีมีกลุ่มคนบุกเผาสถานทูตไทยในพนมเปญ ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าเศร้าสลด เป็นเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นการปลุกกระแสเกี่ยวกับสถานที่โบราณ แต่มีการฉกฉวยการปลุกกระแสทำให้เกิดการเข้าใจผิดอย่างแรง มีคนเข้าไปเผาสถานทูต ทูตและ นท.ต้องปีนออกด้านหลัง นั่งเรือออกมาได้ปลอดภัยทุกคน หลังจากนั้นกลุ่มคนเหล่านี้เผาโรงแรมและธุรกิจคนไทยที่ลงทุนเสียหายจำนวนมาก เท่าที่ทราบคนไทยปลอดภัย แต่ขณะนี้อยู่ด้วยความหวาด-ระแวง เวลาเหตุเกิดขึ้นตั้งแต่ 4-5 โมงเย็น พอ 6 โมง ตนติดต่อกับฮุนเซ็นและเตือนไปบอกว่า รัฐบาลกัมพูชาได้ทำหน้าที่ปกป้องสถานทูตไทยน้อยเกินไป ขอให้ใช้มากกว่าขอให้ดำเนินการโดยด่วน ท่านรับปาก กระทั่ง 19.00น. ได้รับโทรจาก ทูตไทยว่า ขณะนี้บุกถึงชั้น 2 อาคารแล้วเผา จึงพยายามติดต่ออีกครั้ง ปรากฏติดต่อไม่ได้ บังเอิญ ท่านอดิศัยกำลังจะไปเจรจาเรื่องของเศรษฐกิจกับ รมต.ของเขาโทร.เข้ามา จึงขอพูดกับ รมต.ของเขาพูดกับนายกฯ เขาว่า หาก 1 ชั่วโมงข้างหน้า หากยังไม่สามารถคุมสถานการณ์ได้ จะส่งคอมมานโดเข้าไปปกป้องคนไทย ปรากฏว่า เขาขอร้องว่าอย่าส่งออกไปเลย จนถึงเวลา 2 ทุ่มเศษ ทูตไทยประจำพนมเปญโทรกลับมาว่า ปลอดภัยแล้ว ไม่น่ามีเหตุการณ์ใดแล้ว จึงยกเลิกส่งคอมมานโด แต่เตรียมความพร้อมเรื่องอื่น

ลำดับเหตุการณ์ยิ่งรุนแรงขึ้น
นายกฯกล่าวอีกว่า กระทั่ง 4 ทุ่ม ได้รับการยืนยันว่า มีการเผารอยัล พนมเปญ และจูเลียน่า และทรัพย์สินบริษัทธุรกิจ 3-4 แห่ง มีการติดต่อกันหลายครั้งกับนายกฯ ฮุน เซน และ รมว.กลาโหม พวกเขาบอกว่า ขณะนี้มีการปล่อยข่าวจนเลอะเทอะว่า มีคนฆ่าคนกัมพูชาในไทย ทูตกัมพูชา ถูกฆ่าแล้ว การจลาจลจึงหนัก และที่สุดกัมพูชาเอารถถังออกมา คนไทยติดต่อเข้ามา และตนย้ำกับฮุน เซน ว่า คุ้มครองคนของเรา วันที่ 30 ม.ค. นี้ จะส่ง ซี 130 และคอมมานโดกลับประเทศ ท่านรับปากว่าจะดูแลอย่างเต็มที่

ลดความสัมพันธ์ทางการทูต
สำหรับมาตรการที่ไทยจะทำต่อจากนี้ก็คือการดำเนินการทางการทูต
1. เรียกทูตกลับ คือ ไม่มีทูตไทยประจำพนมเปญ
2. พรุ่งนี้กระทรวงต่างประเทศจะเรียกทูตกัมพูชาในไทยมาประท้วง และส่งกลับ เพื่อลดระดับเหลืออุปทูต จนกว่า กัมพูชาจะสามารถอธิบายเหตุผลของสิ่งที่เกิดขึ้น จับกุมผู้ทำผิด และชดใช้ความเสียหายให้แก่ประเทศไทยถ้าไม่เช่นนั้น เราลำบากที่จะคืนสัมพันธภาพอันดี ฮุน เซน ขอร้อง ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นคนกัมพูชาเพียงกลุ่มเดียว เป็นความเข้าใจผิดของการปลุกกระแสชาตินิยมของคนบางกลุ่ม ตนบอกว่า นายกฯ ต้องจริงใจที่จะให้ความร่วมมือกับไทยจับกุมคนร้าย ดังนั้นจะขอส่งผู้เชี่ยวชาญด้านสืบสวน เข้าช่วยเขา เขายินดีที่จะรับเรา ระหว่างนี้เราจะร่วมมือ เพื่อจับผู้กระทำความผิดมาลงโทษ หลังจากนั้นเป็นหน้าที่รัฐกัมพูชาที่จะเสนอแนวทางแก้ไข และต้องมีเหตุผลอธิบายเป็นที่พอใจต่อประชาชนคนไทย มิฉะนั้นคงไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิม ต้องแขวนหมด ขณะนี้ ทบ. ทอ. ทร. ตร. พร้อมช่วยเหลือคนไทยทุกเวลาพรุ่งนี้เช้าไปรับคนไทยด้วย ทอ. พร้อมหน่วยคุ้มกัน

ส่งกองกำลังคุ้มกันคนไทย"
ขอเรียนให้ประชาชนทุกคนทราบว่า รัฐบาลจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดป้องกันทรัพย์สินคนไทยให้ดีที่สุด ขณะนี้มีคนไทยประมาณ 400 คน ในพนมเปญ มีเครื่องบินพอที่จะไปรับ การบินไทยจะงดบินระยะหนึ่งจนกว่าเหตุการณ์จะน่าไว้ใจได้ ซึ่งได้เสนอไปว่ากำลังดู เพราะฉะนั้นท่านต้องแสดงความมั่นใจ มิฉะนั้นเราจะส่งคนของเราไปดูแลคนของเรา คุยกันด้วยมิตรไมตรี เราต้องส่งคนของเราไปดูแลคนของเรา เราส่งไปที่สนามบินเพื่อรับคนของเรากลับแต่ต้องมีกำลังคุ้มกัน ผมคุยกับนายกฯ และคุยเป็นภาษาอังกฤษ แต่ รมต.กลาโหมคุยไทยได้ จึงย้ำกับเขา เรื่องนี้ได้ดำเนินการในสิ่งที่เหมาะสมแล้ว คนไทยที่ไปกัมพูชาสามารถกลับมาได้ ต่างประเทศสามารถกลับมาได้ ไม่มีปัญหา ผมกับฮุนเซน
ต่างคนต่างบอกว่า เหตุการณ์แบบนี้ผมต้องทำ เขาบอกว่า เขาเสียใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขอให้เข้าใจว่าเขาทำเต็มที่แล้ว วันนี้ทุกอย่างต้องเลิก จนกว่าจะมีการดำเนินการกระทำความผิด และต้องหาผู้อยู่เบื้องหลังน่าจะเป็นการเมืองภายในประเทศ เพราะเขาเลือกตั้ง ก.ค.นี้" นายกฯ กล่าว



'กบ' โต้หมิ่นเขมร ไม่เคยพูด เผยต้นตอข่าวลือ (จาก นสพ.ไทยรัฐ 30 มค.46)

หลังเจอศึกหนักข้ามชาติ ที่ลือแพร่ สะพัดไปทั่ว ทั้งกัมพูชาว่า ดาราสาว ชื่อดัง "กบ-สุวนันท์ คงยิ่ง" ดูหมิ่น ประเทศกัมพูชาอย่างร้ายแรง ถึงขนาด นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โกรธจัด สั่งแบนละครของกบ-สุวนันท์ ไม่ให้ทุกสถานีของ กัมพูชาแพร่ภาพ ออกอากาศอีก ประชาชนที่ได้ยินข่าวลือ พากันประท้วงและแอนตี้กบ-สุวนันท์ ที่กำลังเป็นขวัญใจสุดฮอต ของชาว กัมพูชาเป็นอย่างมาก ขณะที่กบ-สุวนันท์ ออกมาปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่า ไม่เคย พูดจาดูหมิ่นกัมพูชาเลยแม้แต่ครั้งเดียว และยังมึนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้นว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร

ต่อมาตอนเที่ยงวันที่ 28 ม.ค. ที่บริษัทมิสลิลลี่ รามอินทรา ซอย 21 ถนนรามอินทรา บางเขน กทม. ทีมงานถ่ายละครเรื่องแม่คุณเอ๊ย ของ บริษัท ดาราวิดีโอ ได้ยกกองมาถ่ายทำ ที่บริษัทดังกล่าว มีกบ-สุวนันท์ร่วมเข้าฉากแสดงด้วย หลังพักการเข้าฉาก กบพร้อมกับหลุยส์- สยาม สังวริบุตร ผู้บริหารบริษัทดาราวิดีโอ ได้ประกาศแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับเรื่องที่กบถูกกล่าวหาว่าดูหมิ่นเขมร ที่ห้องประชุมชั้น 3 ของบริษัท โดยที่ กบ-สุวนันท์ กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า มีคนถามมาเยอะว่ากบไปพูดแบบนั้นออกรายการหรือละครเรื่องใดหรือไม่ กบขอยืนยันตรงนี้ว่าไม่เคยพูดอย่างแน่นอน ยิ่งเป็นในละครยิ่งไม่เคยพูด หลังจากเกิดเรื่องเมื่อคืนวันที่ 27 ม.ค. ได้มานั่งเช็กดูเทปละครเรื่องลูกไม้ไกลต้น ไม่พบว่ามีคำพูดพาดพิงถึงเรื่องนครวัดที่ชาวกัมพูชากล่าวหาว่ากบดูหมิ่น หรือแม้กระทั่งการไปออกรายการทีวีกบก็ไม่เคยให้สัมภาษณ์ เพราะไม่ค่อยได้ไปออกรายการของช่องไหนอยู่แล้ว นอกจากช่อง 7 สี

ส่วนตัวกบไม่เคยมีอคติกับประเทศกัมพูชา คนใกล้ชิดกบจะรู้ว่าตัวกบเองเคยพูดว่าอยาก ไปเที่ยวกัมพูชา ไปดูนครวัด เพราะกัมพูชาเป็นประเทศที่สวยงาม ไม่เคยคิดไม่ดี หรือให้ร้ายกัมพูชาเลย อยากยืนยันอีกครั้งว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่เป็นความจริง กบไม่เคยพูดดูหมิ่นกัมพูชา และเสียใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้นตอข่าวคิดบ้างหรือไม่ว่าเกิดมาจากเรื่องใด กบตอบว่าได้พยายามเช็กแล้ว แต่ยังไม่ทราบว่าข่าวมาจากจุดไหน คุยกับทางช่อง 7 ก็บอกว่ายังหาไม่เจอ

ต่อข้อถามว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นมา คิดว่าจะแก้ ปัญหา หรือหาทางออกอย่างไร เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ กบตอบว่า ในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่ง อะไรที่กบสามารถทำให้ความสัมพันธ์ของไทย กับประเทศเพื่อนบ้านยังมีสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน กบยินดีทำ และจะทำให้ดีที่สุด ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าสรุปแล้วเรื่องทั้งหมดไม่เป็นความจริง กบจะฟ้องร้องกัมพูชาหรือไม่ กบตอบว่าไม่ ขอแค่ความสัมพันธ์ที่ดี อยากให้คนกัมพูชาเข้าใจก็พอแล้ว ตอนนี้ กบทราบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โน่น ค่อนข้างจะรุนแรง ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความรู้สึกกระทบกระเทือนใจหรือไม่ เกี่ยวกับเรื่องนี้ กบตอบว่า รู้สึกกังวล เพราะในข่าวมีชื่อของเราไปเกี่ยวข้อง ทั้งที่เราไม่ได้พูด แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น กบก็ยังต้องทำงานถ่ายละครต่อไป

ด้านสำนักข่าว "เอเอฟพี" ที่เสนอข่าวนายกรัฐมนตรี แห่งกัมพูชา สมเด็จฮุน เซน โกรธ เกรี้ยว กบ-สุวนันท์ คงยิ่ง นางเอกสาวชื่อดังของไทยที่ถูกกกล่าวหาว่ากบพูดว่านครวัดเป็นของไทย ก็ยังเกาะข่าวนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 28 ม.ค. เอเอฟพีรายงานว่า กบได้ออกโรงแถลงข่าวปฏิเสธโดยสิ้นเชิงว่าไม่เคยพูดจาเช่นนั้น ไม่รู้ ข่าวนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร ตัวเธอเองไม่ได้กังวลเรื่องผลกระทบต่อละครโทรทัศน์ที่ฉายในกัมพูชามากนัก แต่วิตกกังวลว่าเรื่องนี้จะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชามากกว่า

ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ จ.สระแก้ว รายงานในวันเดียวกันนี้ว่า ที่ตลาดปอยเปต อำเภอโอวโจวโรว จังหวัดบันเตย-เมียนเจย ประเทศกัมพูชา ซึ่งมีเขตแดนติดกับอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว มีชาวกัมพูชาพากันจับกลุ่มอ่านหนังสือพิมพ์ชื่อ Kampuchea thmey daily หรือ น.ส.พ. กัมพูชาใหม่ ฉบับประจำวันที่ 27-28 ม.ค.46 ที่นำข่าวกบ-สุวนันท์ ไปพาดหัวยักษ์และพากันวิพากษ์ วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง โดย น.ส.พ. กัมพูชาใหม่ ซึ่งมีจำหน่ายที่ปอยเปตแห่งเดียว ได้พาดหัวยักษ์ในฉบับวันที่ 25 ม.ค.46 ว่านิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย ตัวตาปูม

ในกรุงพนมเปญ ได้ออกมาประท้วง และแจกแถลงการณ์ทั่วทั้งมหาวิทยาลัย และแจกจ่ายไปยังมหาวิทยาลัยนานาชาติและ มหาวิทยาลัยบานาน่า ทำให้นิสิต นักศึกษาทั้ง 3 มหาวิทยาลัยมารวมตัวประท้วงกัน ที่มหาวิทยาลัยตัวตาปูมในแถลงการณ์ซึ่งอ้างว่าออกโดยกลุ่มรักชาติ ได้โจมตีกบ-สุวนันท์ ว่าดูถูกชาวกัมพูชาทั้งประเทศ โดยอ้างว่า กบได้ให้สัมภาษณ์โดยไม่ระบุว่าให้สัมภาษณ์ ใครที่ไหนอย่างไร ว่าหาก ต้องการให้ตัวเธอที่กำลังโด่งดังเป็นขวัญใจสุดฮอต ของชาวกัมพูชาไปโชว์ตัวที่กัมพูชา จะต้องคืนนครวัดมาให้ก่อน คำพูดนี้ถือเป็นการดูถูกชาวกัมพูชาทั้งประเทศ เพราะนครวัดเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดของชาวเขมร นใบปลิวยังเรียกร้องให้สถานีโทรทัศน์กัมพูชาและชาวกัมพูชา ไม่ให้ นำละครและดูละครจากไทยที่มีกบ-สุวนันท์ แสดง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากข่าวดังกล่าวชาวกัมพูชาที่ปอยเปต ส่วนใหญ่ไม่เคยดูทีวีของกัมพูชา ดูแต่ทีวีไทยที่มีสัญญาณแพร่ภาพไปถึงจึงไม่ทราบเรื่องกระทั่ง น.ส.พ.กัมพูชาใหม่นำข่าวไปพาดหัวยักษ์ จึงพากันนำมาอ่านและวิจารณ์กันว่าข่าวนี้เกิดมาหลายเดือนแล้ว มีการพูดกันปากต่อปากมานานแล้ว ทำไมหนังสือพิมพ์เพิ่งนำมาเขียน

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวพิเศษ "ไทยรัฐ" รายงานจากกรุงพนมเปญ ว่าที่มาของข่าวที่นำไปสู่ กระแสการต่อต้าน "กบ-สุวนันท์" ดาราสาวยอดนิยมของไทย ได้แก่ หนังสือพิมพ์ "รัศมีอังกอร์" ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ที่สนับสนุนสมเด็จฮุน เซน ออกตีพิมพ์ไม่สม่ำเสมอ ฉบับประจำวันที่ 18 ม.ค. 2546 ได้รายงานข่าวว่า มีข่าวลือว่า กบ-สุวนันท์ได้ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ของไทยว่า หากได้รับเชิญไปประเทศกัมพูชา จะไป หรือไม่ ซึ่งกบตอบว่าถ้าจะเชิญไป กัมพูชาจะต้องคืนนครวัดให้กับไทยก่อน เมื่อนักข่าวถามต่อว่า กบเกลียดอะไรมากที่สุดในโลก กบตอบว่า เกลียดคนเขมร รายงานข่าวดังกล่าวได้ถูกขยายผลโดยนักเรียนมัธยม หลายสถาบันถ่ายสำเนาข่าวดังกล่าว พร้อมใบปลิวต่อต้านกบ-สุวนันท์ แจกจ่ายทั้งในโรงเรียน และทั่วทั้งกรุง พนมเปญรวมทั้งสถานีวิทยุบายน ของสมเด็จฮุน เซน ก็ได้นำข่าวนี้ไปขยายผลต่ออีกด้วย


ด้านนายอิน สีโสวัตทา บรรณาธิการหนังสือพิมพ์รัศมีอังกอร์กล่าวถึงที่มาของข่าวนี้ ว่าไม่ได้มีหลักฐานที่ชัดเจน เพียงแต่ได้รับการร้องเรียนจากผู้อ่านคนหนึ่ง ถึงเหตุการณ์การให้สัมภาษณ์ของกบ-สุวนันท์ หรือที่ชาวเขมรรู้จักกันดีในนามของ "เนียง ประกายปรึ๊ก" หรือ "น้องดาวพระศุกร์" ที่เกิดขึ้นเมื่อ 3-4 เดือนมาแล้ว ขณะที่นายพระ ซิม บรรณาธิการนิตยสารประเจียไพร ซึ่งเป็นนิตยสารแนวบันเทิงที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ในกัมพูชา กล่าวว่า เมื่อ 4 เดือนก่อน เคยได้รับโทรศัพท์จาก ผู้อ่านแจ้งว่าได้รับข่าวลือดังกล่าวมา แต่ได้ตอบไปว่าไม่ทราบเรื่องนี้ และเนื่องจากไม่มีหลักฐานยืนยันข่าวที่ชัดเจน จึงได้ตัดสินใจไม่เสนอข่าวดังกล่าว

นายสัม รังสี ผู้นำพรรคฝ่ายค้านในกัมพูชากล่าวกับ "ไทยรัฐ" ว่า ควรมีการพิสูจน์ให้ชัดเจนก่อนว่า กบ-สุวนันท์ ได้พูดอย่างที่เป็นข่าวจริงหรือไม่ หรือได้มีการบิดเบือนสิ่งที่ดาราสาวไทยพูดไปหรือไม่ ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีสมเด็จฮุน เซน ออกมาสั่งห้ามออกอากาศละครที่ กบ-สุวนันท์แสดงนั้น เห็นว่าเป็นพฤติกรรมปกติของสมเด็จฮุน เซน ที่ต้องการหาประเด็นมาเบี่ยงเบนความสนใจ ของชาวกัมพูชาไป จากปัญหาที่ตัวเอง ได้ก่อขึ้น และไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่สมเด็จฮุน เซน กำลังทำอยู่ เพราะเป็นการปลุกกระแสความคลั่งชาติมาเพื่อประโยชน์ทางการเมือง โดยไม่คำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ขอยืนยันว่า ประชาชนไทยและกัมพูชา มีความเข้าใจและรักใคร่กันดีตลอดมา ทั้งนี้ อยากให้ปัญหานี้ยุติโดยเร็วที่สุด

นายชัชเวทย์ ชาติสุวรรณ เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงพนมเปญ กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของตัวบุคคล ไม่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และขณะนี้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาอยู่ในขั้นดีมากในทุกๆด้าน ดังนั้น จึงไม่เชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะบานปลายกลายเป็นปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ยิ่งเมื่อกบ-สุวนันท์ยืนยันแล้วว่าไม่ได้พูดอย่างที่เป็นข่าว เรื่องก็น่าจะยุติลงด้วยดี

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลด้วยเรื่องของดาราสาวคนดัง กบ-สุวนันท์ คงยิ่ง ยังได้ถูกนำเข้าไปหารือพูดจากันในการประชุม ครม. เมื่อเช้าวันอังคารที่28 ม.ค. โดยก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ครม. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้หยิบยกข่าวกรณีที่สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ไม่พอใจกบ-สุวนันท์ คงยิ่ง ที่ถูกกล่าวหาว่าให้สัมภาษณ์ในลักษณะว่า กัมพูชาแย่งชิงนครวัดไปจากไทย โดยนายกฯ กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มๆว่า "เรื่องนี้ผมถามกบแล้ว กบบอกว่าไม่ได้พูด แต่ผมไม่ได้พูดกับกบโดยตรง ถ้าพูดกับกบโดยตรงเดี๋ยวเป็นเรื่องแน่ เพียงแต่มีคนไปสอบถามแล้วรายงานกลับมาให้ทราบว่า กบยืนยันว่าไม่ได้พูดอย่างที่เป็นข่าว เท่าที่ได้เช็กไปที่กระทรวงการต่างประเทศ และตรวจสอบไปยังกัมพูชา ได้รับการตอบกลับมาว่า สมเด็จฮุน เซน ท่านพูดแต่เพียงว่า ถ้าเป็นจริงก็เป็นเพียงความเห็นของคนคนหนึ่งเท่านั้น



News 2  Clck
 
Photoontour.Com