The professional photo website : เวปไซต์ภาพถ่าย เวปไซต์คุณภาพ
Home >Events >SunthornPoo กลอนสุนทรภู่..ไม่เมาเหล้า  แต่เรา  ยังเมารัก สุดจะหัก  ห้ามจิต  คิดไฉน...ถึงหน้าวัง  ดังหนึ่ง  ใจจะขาด
กลอน กลอนสุนทรภู่ คำกลอน บทกลอน บทกวี กวีเอกของไทย กลอนไพเราะ ประวัติสุนทรภู่ วัดเทพธิดาราม
    Events Sunthorn Poo Memorial day   วันรำลึกสุนทรภู่ กวีเอกของไทย กวีเอกของโลก  
 
ไม่เมาเหล้า  แต่เรา  ยังเมารัก
สุดจะหัก  ห้ามจิต  คิดไฉน
 ถึงเมาเหล้า  เช้าสาย  ก็หายไป
 แต่เมาใจ  นี้ประจำ ทุกค่ำคืน

 ถึงหน้าวัง  ดังหนึ่ง  ใจจะขาด
 คิดถึงบาท  บพิตร  อดิศร
 โอ้ผ่านเกล้า เจ้าประคุณ ของสุนทร
 แต่ปางก่อน  เคยเฝ้า  ทุกเช้าเย็น
อ่านบทกวี อันไพเราะของ
สุนทรภู่  กวีเอกของไทย
<คลิ๊กที่นี่>
คลิกดูภาพท่องเที่ยวในเว็บไซต์


วันรำลึกสุนทรภู่
(26-27 มิถุนายน 2546
)

คลิก
<ประวัติสุนทรภู่ที่น่าสนใจ >
<บทกวีอันไพเราะบางตอนที่คัดมาเฉพาะ>
 
 



ภาพบรรยากาศในงานวันรำลึกสุนทรภู่ กวีเอกของไทย กวีเอกของโลก จัดขึ้นภายในวัดเทพธิดาราม ใกล้กับสำนักงานกรุงเทพมหานครที่เสาชิงช้า งานได้จัดในวันที่ 26 - 27 มิย. 2546 ตรงกับคล้ายวันเกิดของสุนทรภู่ ซึ่งเกิดวันที่ 26 มิถุนายน 2329 มาจนถึงปี 2546 นี้ ครบรอบ 217 ปีพอดี

วัดเทพธิดาราม เคยเป็นวัดที่สุนทรภู่มาจำพรรษาเมื่อปี 2383 ขณะนั้นอายุได้ราว 54 ปี อยู่ที่วัดนี้ได้ 3 พรรษา ก็ลาสิกขาบท ด้วยเหตุผลเพื่อเตรียมตัวตาย โดยมีสาเหตุมาจากฝันร้าย ว่าชะตาขาดจนถึงแก่ชีวิตจึงได้แต่งนิราศรำพันพิลาป ซึ่งบทกวีที่สะท้อนให้เห็นถึงเรื่องราวชีวิตของสุนทรภู่

ภายในวัดเทพธิดารามมีกุฏิของสุนทรภู่ และยังได้เก็บเครื่องอัฐบริขารต่างๆ เมื่อครั้งสมัยที่ยังอยู่ในสมณเพศปัจจุบันได้รักษาไว้เป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อให้ประชาชนทั่วไปมาเยี่ยมชมและศึกษาค้นคว้า และในช่วงที่จัดงานรำลึกนี้ มีเด็กนักเรียนมาเข้าชมเป็นหมู่คณะเป็นจำนวนมาก ทำให้บรรยากาศภายในเขตอาศรมของวัด  เจี้ยวจ้าวไปด้วยเสียงเด็กๆที่วิ่งเล่นกันรอบวัด

วันที่มาถ่ายภาพงานรำลึกฯนี้ เป็นช่วงเวลาเย็น ท้องฟ้าเริ่มครึ้มฝนจนไม่ชักแน่ใจว่าจะฝนจะตกกลางงานหรือไม่ เพราะเมื่อวานก็ตกหนักกันทั่วกรุงจนงานล่มมาแล้ว ลานสนามหญ้าบางส่วนก็ยังเฉอะแฉะไปด้วยน้ำ

ในมุมหนึ่งของพื้นที่จัดงาน ได้จำลองเป็นลานวัดสมัยโบราณ มีการออกร้านต่างๆที่เป็นบรรยากาศแบบไทยๆวันนั้นมีผู้สนใจเข้ามาในงานค่อนข้างบางตา ทั้งๆที่มีการออกข่าวทีวี ลงหนังสือพิมพ์ และมีรายการพูดคุยเรื่องนี้ทางคลื่นวิทยุ

ที่ริมกำแพงข้างวัดได้จัดเวทีการแสดงของนักเรียน ในขณะนั้นนักแสดงตัวน้อยๆ กำลังแตรียมตัวขึ้นเวทีแต่ละโรงเรียนกำลังแต่งหน้าแต่งตาและซักซ้อมก่อนการแสดง

เมื่อแสดงไปได้ไม่กี่ชุด ท้องฟ้าก็เริ่มมืดดำ และมีลมพัดรุนแรง

ไม่นานฝนก็ลงเม็ด จนผู้ชมที่นั่งเก้าอี้กลางสนามเริ่มกางร่ม และส่วนใหญ่ก็หลบฝนไปยืนดูอยู่ด้านอื่นแต่การแสดงบนเวทีก็ยังดำเนินต่อไปจนครบทุกชุด โดยที่ผู้แสดงทุกคนไม่ได้สะทกสะท้านแต่อย่างใดยังแสดงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นท่ามกลางรอยยิ้มและใบหน้าที่เปียกฝน ซึ่งได้รับเสียงปรบมือจากผู้ชม ที่ยังหลงเหลือ



ประวัติสุนทรภู่โดยสังเขป
บทกวีอันไพเราะที่คัดมาให้ดูบางตอน
            



การถ่ายภาพ
วันนั้นเตรียมฟิล์ม สไลด์ Kodak E 100VS และ Kodak Extrachrome 400 ซึ่งกะว่าช่วงเย็นๆฟิล์มไวแสง 100 น่าจะถ่ายได้แม้บรรยากาศช่วงเวลานั้นจะมีฝนตกทุกวัน อาจถ่ายยากหน่อยแต่คิดว่าเพื่อแลกกับเกรนของภาพที่ละเอียดและสีอิ่มตัวกว่า จึงไม่มีการ push film ไปที่ 200 หรือเลือกใช้ฟิล์ม 400แต่อย่างใด ซึ่งผลที่ออกมาก็ได้ภาพตามที่คาด

ช่วงตอนเย็นๆประมาณห้าโมงเย็น ก่อนการแสดงเริ่มขึ้น ได้ไช้ฟิล์มสไลด์ Kodak E 100VS กับกล้องNikon F 90 ถ่ายในสภาพที่มีแสงแดดอ่อนๆ ซึ่งยังพอถ่ายได้ และใช้แฟลชเสริมเป็นบางภาพในมุมที่แสงไม่พอ ความเร็วที่ใช้จะอยู่ระดับ 1/60 และ 1/30 ซึ่งต้องถือกล้องให้นิ่งๆ ภาพส่วนใหญ่ใช้เลนส์ Nikon 28 - 70 จะใช้เลนส์ 75-300 กรณีที่ต้องการเก็บภาพที่อยู่ไกล และต้องการได้ภาพ candid

การวัดแสง วัดแบบเฉลี่ยหนักกลาง และปรับกล้องให้ under 1/3 stop เพื่อให้สีอิ่มตัวเพิ่มขึ้น

มุมถ่ายภาพ
ส่วนใหญ่จะเกาะติดกลุ่มนักเรียนที่กำลังเตรียมเนื้อเตรียมตัวเพื่อขึ้นเวที เป็นภาพเบื้องหลังของการแสดงถ่ายภาพโดยเด็กนักเรียนรู้ตัวบ้าง ไม่รู้ตัวบ้าง ปล่อยให้เป็นธรรมชาติของพวกเค้า เด็กบางคนก็ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะทำยังไงดี เพราะมีกล้องเล็งอยู่ข้างหน้า บางทีก็ทำหน้าเจื่อนๆ จะยิ้มก็ไม่กล้า คงสงสัยว่าใครก็ไม่รู้ กำลังถ่ายภาพพวกเรา

ถ่ายภาพบริเวณนั้นอยู่นาน จนเด็กๆไม่ค่อยให้ความสนใจนัก แม้จะจ่อกล้องอยู่ใกล้ๆ ทั้งนี้เป็นเพราะมีคนพลุกพล่าน และส่วนใหญ่ก็สนใจหน้าตาตนเองมากกว่าจะสนใจว่าใครกำลังจ้องถ่ายภาพ ทำให้ภาพที่เห็นในบรรยากาศข้างเวทีเป็นภาพที่ดูเป็นธรรมชาติ

ส่วนภาพบนเวที ใช้ฟิล์มสไลด์ Extrachrome 400 ใช้แฟลชบ้าง ไม่ใช้บ้างสลับกันไป ในวันนั้นท้องฟ้าครึ้มฝน ช่วยทำให้เกิดการคอนทราสต์ของสีสันบนเวทีและฉากหลังที่เป็นท้องฟ้าสีน้ำเงินปนเทา  เป็นภาพที่ออกจะดูแปลก และหาดูได้ไม่ง่ายนัก

ความตั้งใจที่มาถ่ายภาพครั้งนี้ มาจากได้เห็นข่าวจากทีวี ถ่ายภาพในกุฏิสุนทรภู่ เห็นเครื่องใช้ไม้สอยและที่ลานหญ้าหน้าวัดก็มีบรรยากาศย้อนยุค ซึ่งเป็นภาพที่น่าสนใจ โดยเฉพาะวัดเทพธิดารามก็พึ่งได้ยินเป็นครั้งแรก เป็นวัดที่สุนทรภู่เคยมาจำพรรษา แต่เมื่อมาถ่ายภาพแล้วกลับไม่ได้ภาพตามที่ตั้งใจ กุฏิสุนทรภู่ก็เห็นแต่ป้ายชี้บอกทาง แต่ไม่ได้เดินเข้าไปดูเพราะเป็นช่วงเวลาเย็นแล้ว อากาศก็ขมุกขมัว ถ่ายไปก็คงยุงยากลำบากในเรื่องการจัดแสง จึงเปลี่ยนใจมาเดินดูบริเวณอื่นของวัด

ที่ลานหญ้าหน้าวัด ก็มีมุมขายของแบบไทยๆอยู่ไม่กี่ร้าน มีคนสนใจเข้ามาชมน้อยมาก แต่ก็ยังมีจุดที่น่าสนใจในขณะนั้น ก็คือการแสดงชุดไทยๆของเด็กนักเรียนในเขต กทม. ซึ่งจะแสดงเวลาหกโมงเย็น จึงได้เดินหาภาพในกลุ่มนักแสดงที่กำลังเตรียมตัว

และนี่ก็คือที่มาของภาพชุดนี้


สวัสดีครับ
webmaster


  คลิ๊ก <อ่านบทกวีอันไพเราะของสุนทรภู่> <ประวัติสุนทรภู่โดยสังเขป >       



  

 
 
 
 
 
Photoontour.Com