Photoontour โฟโต้ออนทัวร์   Home : Events : Thunderbirds (1)  
   
Menu
Events>
Thunderbird
นากีส
world press
สุดเศร้า
บุกช่อง11
ไล่สมัคร
ลงนาม
ปราบม็อบ
ปฏิวัติ 11 กย.
กาะเกร็ด
สึนามิ
พริตตี้
 
 
ภาพชุด 1 วันซ้อมใหญ่
 
 




เมื่อจ้าวเวหาตัวจริง Thunderbirds (ฝูงบินวิหคสายฟ้า) แสดงแสนยานุภาพเหนือน่านฟ้าดอนเมือง



เชื่อว่าคนที่เคยดูการแสดงผาดโผนของฝูงบิน ธันเดอร์เบิร์ด เมื่อ ปี 2537 หรือ 15 ปีที่แล้ว คงจะรู้รสชาติของการแสดงโดยเครื่องบินขับไล่ที่ทันสมัยที่สุดในสมัยนั้นว่า มันตื่นเต้น ตื่นตาขนาดไหน

เครื่องบินขับไล่ F16 ราคาพันกว่าล้านบาท(ในขณะนั้น) เหล่าเสืออากาศจากกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา ขับฉวัดเฉวียนบนท้องฟ้าได้อย่างแคล่วคล่อง ชนิดสั่งได้ ไม่ต่างกับเห็นเครื่องบิน F16 กลายเป็นของเด็กเล่นที่บินเล่นกันได้อย่างเมามันส์

การแสดงที่ยังประทับใจครั้งนั้นก็คือ การแสดงในชุดหนีแรง G ของเครื่องบิน 5 ลำ ดิ่งขึ้นตั้งฉากกับท้องฟ้าทันทีหลัง Takeoff จากรันเวย์ พร้อมกับแผดเสียงคำรามอันน่ากลัว สะกดสายตาทุกคนให้เพ่งมองไปยังฝูงบินที่กำลังแหวกอากาศ และไต่ระดับขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งค่อยๆหายลับไปกับสายตา พร้อมๆกับเสียงที่ดังสนั่นก็ค่อยๆเงียบหายไป

เหล่านายทหารอากาศที่ชมการแสดงอยู่ใกล้ๆได้วิจารณ์ว่าการแสดงแบบบินตั้งฉากนี้ เครื่องยนต์ต้องมีสมรรถนะที่สูงมาก สามารถหนีแรง G (ระดับ 9 ) หรือแรงโน้มถ่วงของโลกลักษณะตรงกันข้าม ไม่ต่างกับการปล่อยจรวดขึ้นสู่อวกาศ (แรง G ระดับ 11-12 ) ซึ่งเครื่องบินแบบทั่วๆไปไม่สามารถทำได้ ขณะเดียวกันนักบินที่นั่งประจำเครื่องก็จะได้รับแรงกดที่สูงมาก ไม่ต่างกับมีคน 3 คนมามานั่งทับตัวเรา อึดอัดและหายใจไม่ค่อยออก เลือดในตัวถูกกดทับให้ไปกองอยู่บริเวณขา ดังนั้นชุดของนักบินจึงต้องทำเป็นพิเศษ สามารถปรับสภาพแรงกดดันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ โดยไม่ทำให้นักบินได้รับอันตราย

อีกชุดหนึ่งจากการแสดงในปี 2537 ที่จดจำได้แม่นยำ ก็คือการที่ฝูงบินราว 4-5 ลำ กำลังบินโชว์อยู่ข้างหน้า จากนั้นก็แยกย้ายกันหายไปคนละทิศละทาง
ทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบไปชั่วขณะ รอว่าเมื่อไหร่เครื่องบินฝูงนี้จะกลับมาอีก แต่ความเงียบก็อยู่ได้ไม่นาน

บึ้ม.. เสียงเหมือนระเบิดดังอยู่ข้างหลัง ไม่ต่างกับเครื่องบินทิ้งระเบิด ทุกคนที่อยู่บนลานสะดุ้งสุดตัว ขณะเดียวกันก็เห็นฝูงบินเฉียดศรีษะจากด้านหลังพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วในระยะที่ต่ำมาก

โอม..พ่อแก้วแม่แก้ว บางคน (โดยเฉพาะสุภาพสตรี) เอามือกุมหน้าอก " ก็แหม ตกใจหมก เลย "

บางคนบอกว่าเป็นการทำโซนิคบูม จึงเกิดเสียงดังสนั่น

คำว่าโซนิคบูมก็คล้ายๆกับการบินมาด้วยความเร็วปกติของเครื่องรบที่มีความเร็วเหนือเสียง เมื่อมาถึงที่หมายก็จะเร่งเครื่องแล้วพุ่งไปข้างหน้าแบบฉับพลัน ผลที่ตามมาก็คือเกิดเสียงดังสนั่นจากการกระทบของอากาศ ไม่ต่างกับเสียงดังจากการทิ้งระเบิด

แค่โซนิคบูมเพียงอย่างเดียวก็คิดว่าคุ้มค่าคุ้มเวลา และสะใจกับการชมในครั้งนั้น ขณะเดียวกันก็ติดตาตรึงใจมาจนถึงทุกวันนี้

นานทีเดียวกว่าฝูงบินธันเดอร์เบิร์ดจะกลับมาแสดงในเมืองไทยอีกครั้งหนึ่ง และเชื่อว่าผู้ที่เคยชมการแสดงเมื่อปี 2537 คงไม่พลาดกับการแสดงในครั้งนี้แน่ ใครมาชมแล้วก็อาจต้องบอกว่า เป็นการแสดงทางอากาศที่ยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะเสียงแผดคำรามของ F16 ที่สะใจเสนาะหูให้กับบรรดาพวกซาดิสต์ไทยเป็นอย่างมาก หลายคนชูกำปั้นให้กับการแสดงในระยะต่ำๆ จนเสียงเครื่องไอพ่นมันดังสนั่นหวั่นไหว กระแทกกระทั้นไปทุกรูขุมขน

เมื่อปี 2537 การแสดงได้จัดในบริเวณสนามบินของกองทัพอากาศ ซึ่งเป็นรันเวย์ที่อยู่ทางฝั่งถนนพหลโยธิน หรือบริเวณจัดแสดงโชว์เครื่องบินในวันเด็กแห่งชาติ ส่วนสนามบินดอนเมืองในช่วงเวลานั้นยังเป็นสนามบินแห่งชาติ หรือสนามบินพาณิชย์

สำหรับปี 2552 สนามบินพาณิชย์ได้ย้ายไปอยู่สุวรรณภูมิเรียบร้อยแล้ว สนามบินดอนเมืองจึงว่าง คงเหลือแต่นกแอร์เพียงสายการบินเดียว การแสดงบินผาดโผนในปีนี้จึงเปลี่ยนมาจัดแสดงบนรันเวย์ของสนามบินดอนเมือง

ยังจำได้ว่าการแสดงในปี 2537 มีผู้สนใจไม่มากนัก ผู้ที่มาชมส่วนใหญ่จะเป็นเหล่าทหารอากาศ และหน่วยงานของกองทัพอากาศในย่านดอนเมือง บริเวณงานจึงมีแต่เครื่องแบบสีเทาพรึบไปหมด คะเนด้วยสายตาน่าจะมีประชาชนทั้งหมดราว 1 หมื่นคน

แต่ปี 2552 วันซ้อมใหญ่ 9 ตค.52 วันนี้ ปรากฏว่ามีประชาชนมากชนิดผิดคาด

เพียงแค่วันซ้อมใหญ่ก็ทำเอาการจราจรบนถนนวิภาวดี ย่านดอนเมืองติดขัดวินาศสันตโร วันนั้นออกจากบ้านย่านลาดพร้าว ราว 10 โมง กว่าจะไปอาคารคลังสินค้าดอนเมืองถึงก็ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงเศษๆ ทั้งที่วางแผนแล้วว่าน่าจะปลอดภัย เพราะกว่าจะบินโชว์ก็ราวบ่ายสองโมงครึ่ง

คนที่มาดูโชว์ในวันนั้นคงไม่คิดว่า จะมีคนมากมายเพียงนี้ แม้แต่ทางกองทัพอากาศ ก็จัดเจ้าหน้าที่มาอำนวยความสะดวกไม่มากนัก เพราะตั้งแต่เข้ามาในเขตสนามบินดอนเมืองก็แทบไม่เห็นมีเจ้าหน้าของกองทัพอากาศ หรือมีหน่วยงานใดเข้ามาดูแลการจราจรอย่างจริงจัง คงเห็นแต่ทหารที่ไม่มียศ ยืนคุมเฉพาะพื้นที่รับผิดชอบของตนเองเพียงไม่กี่คน ส่วนถนนสายหลักที่ยาวตลอดแนวบริเวณหน้าคลังสินค้า กลับไม่มีเจ้าหน้าที่แม้แต่คนเดียว รถที่หลังไหลกันเข้ามาก็เลยไม่แน่ใจว่า ที่ขับๆตามกันมานี้จะไปสิ้นสุดที่ไหน และข้างหน้าจะมีที่จอดหรือไม่

ยิ่งขับลึกเข้าไปเรื่อยๆ ทั้งรถทั้งคนก็ยิ่งหนาแน่น จนรถที่มีช่วงล่างสูงๆ ต้องขับปีนขึ้นไปจอดบนฟูตบาท เรียกว่าแก้ปัญหาไปได้แบบลักไก่ คันอื่นเห็นเข้าก็เอาอย่างบ้าง สภาพแบบนี้ต้องบอกว่าใครดีใครอยู่้ มีช่องทางตรงไหนว่างก็ต้องเสียบทันที

เมื่อผ่านมาถึงอาคารที่จอดรถ 5 ชั้นหลังใหญ่ ก็พอดีเจ้าหน้าที่เปิดแผงกั้นและอนุญาตให้รถขึ้นไปจอดบนอาคารนั้นได้ นึกในใจว่าโชคดีอะไรอย่างนี้ และเป็นคันแรกที่เข้าไปจอดบนอาคารจอดรถนี้ได้ ทีแรกก็ยังงงว่า เข้าไปได้หรือเปล่า คนก็มากมายจนขวางหน้ารถไปหมด แถมรถเราก็ไม่มีป้ายพิเศษหรือเครื่องหมายของกองทัพอากาศ คนขับรถก็หน้าแก่ๆ หน้าเหี่ยวๆ ไม่มีมาดของนายพลของทัพอากาศแม้แต่น้อย เรียกว่าโหงวเฮ้งไม่ถูกต้องตามลักษณะใดๆทั้งสิ้น แต่วันนี้ถือว่าโชคดี ได้จอดรถในทีร่ม ไม่โดนแดดโดนฝนให้ระคายเคือง

เมื่อเข้ามาจอดจึงรู้ว่าชั้นดาดฟ้าของอาคารหลังนี่เป็นที่ตั้งเครื่องไม้เครื่องมือตรวจจับ ของกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาสำหรับการแสดงโชว์ผาดโผน อาคารหลังนี้จึงไม่อนุญาตให้ใช้งาน แต่ปัญหาการจราจรและปัญหาที่จอดรถ จึงต้องเปิดให้รถเข้ามาได้


ออกจากบ้านราว 10 โมง กว่าจะจอดรถได้ก็เกือบบ่ายโมง ถือว่าโชคดีที่ยังมีเวลาอีกราวชั่วโมงกว่า

วันซ้อมใหญ่ 9 ตค.52 ถ้าให้เดาก็คงมีผู้เข้าชมราว 2-3 หมื่นคน วันนั้นทั้งร้อนทั้งหิวน้ำมาก น้ำเตรียมไปขวดเดียวเอาไม่อยู่ เพราะต้องยืนในบริเวณลานสนามบินราว 2 ชั่วโมง กลับถึงบ้านดูหน้าตาแล้วก็ไม่ต่างกับขวานฟ้าหน้าดำ

การแสดงโชว์ในวันซ้อมใหญ่ ดูแล้วก็ไม่ต่างกับเมื่อ 15 ปีก่อน แต่ไม่มีการทำโซนิคบูมที่คล้ายเครื่องบินทิ้งระเบิด แต่โดยภาพรวมแล้วถือว่าคุ้มค่ากับการรอคอย

ภาพในชุดนี้เป็นบรรยากาศในวันซ้อมใหญ่ ส่วนภาพวันจริง วันที่ 10 ตุลาคม 2552 จะมีผู้คนสนใจมากมายขนาดไหน ก็ต้องรอชมในชุดต่อไปครับ




โฟโต้ออนทัวร์
15 ตุลาคม 2552







รายละเอียดฝูงบิน ธันเดอร์เบิร็ด จาก นสพ.เดลีนิวส์

หมู่บินผาดแผลง “ ธัน เดอร์เบิร์ดส” หรือ “ วิหคสายฟ้า” เป็นหมู่บินสาธิตของ กองทัพอากาศสหรัฐ ที่ตั้งอยู่ที่ฐานทัพอากาศลุค (Luke) มลรัฐแอริโซนา ซึ่งเป็นทีมผาดแผลงที่มีชื่อเสียงในชั้นแนวหน้าของโลก ปัจจุบันประจำการด้วยเครื่องบินขับไล่ เอฟ-16 C/D บล็อก 52 จำนวน 10 เครื่อง ในปีนี้นับเป็นปีแรกที่ทำการแสดงการบินด้วยเครื่องบินแบบนี้

นับตั้งแต่ปี 2496 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน “ ธัน เดอร์เบิร์ดส” ทำการบินด้วย เครื่องบินไอพ่นมาโดยตลอด ประกอบด้วย เครื่องบินขับไล่แบบ เอฟ-84 จี ธันเดอร์เจ๊ต (พ.ศ. 2496-2497) ซึ่งเป็นเครื่องบินขับไล่ที่ร่วมปฏิบัติการในสงครามเกาหลีเข้าประจำการเป็นแบบแรก จากนั้นได้เปลี่ยนเป็นเครื่องบิน ขับไล่แบบ เอฟ-84 เอฟ ธันเดอร์สทรีค (THUNDER- STREAK) ( พ.ศ. 2498-2499) ในช่วง 3 ปีแรกของหมู่บินธันเดอร์เบิร์ดส ได้ทำการบินด้วยเครื่องบินตระกูล เอฟ-84 ต่อสายตาผู้ชมกว่า 9 ล้านคน สามารถทำการแสดงการบินถึง 222 ครั้ง รวมทั้งในอเมริกากลางและอเมริกาใต้

ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา หมู่บินผาดแผลง “ ธันเดอร์เบิร์ดส” ทำการแสดงการบินโชว์ต่อสายตาของผู้คนกว่า 20 ล้านคนมาแล้วรอบโลก กว่า 1,000 ครั้ง โดยทุกประเทศที่หมู่บินผาดแผลง “ ธันเดอร์เบิร์ดส” ไปทำการแสดงจะได้รับการประดับธงชาติติดไว้ที่ลำตัวเครื่องบินทุกเครื่อง เพื่อเป็นที่ระลึก ซึ่งในที่นี้รวมถึงธงไตรรงค์ของประเทศไทยด้วย

ปัจจุบันหมู่บิน “ ธัน เดอร์เบิร์ดส” ทำการบินด้วย เครื่องบินขับไล่แบบ เอฟ-16 C/D บล็อก 52 ในปี 2552 นี้นับเป็นปีแรกที่ปฏิบัติการด้วยเครื่องบินขับไล่รุ่นนี้ แม้จะมีการเปลี่ยนแบบมาไม่ถึงปีเต็ม แต่การแสดงอันตื่นตาตื่นใจก็ยังคงสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมโดยเฉพาะการแสดง การบินเดี่ยวและการบินหงายท้องของเครื่องบินหมายเลข 5 ( หมายเลข 5 ต้องเขียนกลับหัวอยู่เพียงเครื่องเดียว)

สำหรับหมู่บินผาดแผลง “ ธันเดอร์เบิร์ดส” หรือ “ วิหคสายฟ้า” ครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 3 ที่จะเปิด การแสดงให้พี่น้องประชาชนชาวไทยและชาวต่างประเทศได้ชม ซึ่งขณะนี้ตารางการแสดงของ “ ธันเดอร์เบิร์ดส” ในประเทศไทย ได้รับการนำไปเป็นส่วนหนึ่งของตารางการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะมาเที่ยวในประเทศไทยด้วย

การที่กองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา จะพิจารณานำหมู่บินผาดแผลง “ ธันเดอร์เบิร์ดส” ไปทำการบินแสดง ณ ประเทศใด อันดับแรกจะต้องขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ และความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพด้วย สำหรับประเทศไทย นับเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดีอย่างยิ่งกับประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้มีการสถาปนาครบรอบความสัมพันธ์ระหว่างกันครบ 175 ปี เมื่อปี 2551 ที่ผ่านมา นับว่าเป็นความสัมพันธ์ อันดีต่อเนื่องและยาวนาน

การแสดงของหมู่บินผาดแผลง “ ธันเดอร์เบิร์ดส” ครั้งแรกในประเทศไทยนั้น เคยเปิดการแสดงเมื่อปี 2530 โดยในครั้งนั้นใช้เครื่องบินขับไล่แบบ เอฟ-16 A/B และครั้งที่ 2 เมื่อปี 2537 โดยใช้เครื่องบินแบบ เอฟ-16 C/D บล็อก 32 นอกจากนี้เมื่อปี 2544 หมู่บิน “ ธันเดอร์เบิร์ดส” เคยจะมาทำการแสดงในประเทศไทย แต่ครั้งนั้นมีอันต้องยกเลิกเนื่องจากกองทัพอากาศ สหรัฐ ต้องเข้าร่วมในสงครามอัฟกานิสถานและสงครามอิรัก ซึ่งจะสังเกตเห็นว่า ทีม “ ธันเดอร์เบิร์ดส” มีความพร้อมทุกภาคส่วน ของกำลังพลที่สามารถทำการแสดงการบินผาดแผลงได้ตื่นตาตื่นใจ ในฤดูการแสดง ได้รอบโลก และสามารถกลับไปปฏิบัติหน้าที่ป้องกันประเทศได้ เมื่อกองทัพและประเทศชาติต้องการ

ด้าน พล.อ.ท.วินัย เปล่งวิทยา รองเสนาธิการทหารอากาศ ในฐานะประธานกรรมการอำนวยการจัดแสดงการบิน หมู่บินผาดแผลง “ ธันเดอร์เบิร์ดส” กล่าวว่า การแสดงของหมู่บินผาดแผลง “ ธันเดอร์เบิร์ดส” จะเดินทางเข้าที่ตั้งในประเทศไทย วันนี้ 6 ต.ค. 2552 โดยจะมีเครื่อง บินใหญ่ 2 เครื่องคือ แบบ ซี-17 ซึ่งเป็นเครื่องบินลำ เลียงทางยุทธวิธี ที่ทางสหรัฐอเมริกาใช้อยู่ในปัจจุบัน และเครื่องบินแบบ เอฟ-16 C/D บล็อก 52 ซึ่งเป็นเครื่องบินขับไล่

พล.อ.ท.วินัย กล่าวว่า หมู่บินผาดแผลง “ ธันเดอร์เบิร์ดส” เป็นฝูงบินที่มีประวัติค่อนข้างยาวนาน โดยเริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2496 ส่วนที่เรียกว่า “ วิหคสายฟ้า” เนื่องจาก ฐานบินที่ไป ตั้งอยู่ที่มลรัฐแอริโซนาซึ่งในพื้นที่ของมลรัฐแอริโซนา จะเกี่ยวกับ เรื่องของเผ่าอินเดียนแดงอยู่ด้วย และเรื่องของ “ ธันเดอร์เบิร์ดส” เหมือนกับฉายาหนึ่งของเผ่า หรือหัวหน้าเผ่า หรือนักรบเผ่าอินเดียนแดง ที่มีพละกำลังและสายฟ้าออกจากตาเวลาบิน นักรบทั้งหลาย จะเกิดความเกรงกลัว ทั้งนี้ไม่ใช่นกอินทรี หรือไม่ใช่อะไร แต่เป็น “ ธันเดอร์เบิร์ดส” อีกประเภทหนึ่ง และเป็นนกในจินตนาการของชนเผ่าอินเดียนแดง

สำหรับการแสดงหมู่ บินผาดแผลง “ ธันเดอร์เบิร์ดส” ในปี 2552 นักบินในทีม “ ธันเดอร์เบิร์ดส” ประกอบด้วย นาวาโทเกร็ก โธมัส (ผู้บังคับการหน่วย บินผาดแผลง) เรืออากาศตรีจอห์น บัม ไอวี (ปีกซ้าย) เรืออากาศตรีเคอร์บี้ เอ็นสเซอร์ (ปีกขวา) เรืออากาศตรีซีน กุสตาฟสัน (บินแทรก ระหว่างกลาง) เรืออากาศตรี ที.ดียอน ดักลาส (บินเดี่ยว) เรืออากาศตรีริค กูดแมน (บินเดี่ยวสวนทาง) นาวาอากาศโทเดเร็ค รูทต์ (นายทหารยุทธการ) เรืออากาศตรีแอนโธนี มุลแฮร์ (นักบินล่วงหน้า) เรืออากาศตรีดอก เตอร์ ชาร์ลา เควลย์ (หัวหน้า ช่างประจำฝูงบิน) เรืออากาศเอกเพทริน่า แฮนสัน (นายทหารติดต่อ) เรืออากาศตรี เดวิด ลีเมอรี (นายทหารซ่อมบำรุง) เรืออากาศเอก เจสัน แม็คครี (นายทหารการจราจรทางอากาศ)

ทั้งนี้ในวันศุกร์ที่ 9 ต.ค. 2552 ตั้งแต่เวลา 12.00 น. จะมีการฝึกซ้อมการแสดงการบินของ เอฟ-16 C/D และเครื่องบินลำเลียงแบบ ซี-17 ซึ่งอยู่ในทีมเดียวกับ “ ธัน เดอร์เบิร์ดส” โดยจะทำการแสดงตามตารางการแสดงจริง ณ สถานที่แสดงจริง คือเวลา 13.00 น. โดยใช้เวลาการบิน 35 นาที ฉะนั้นในวันแสดงจริงคือวันเสาร์ที่ 10 ต.ค 2552 ก็จะใช้เวลาเดียวกัน ซึ่งสถานที่ที่แสดง ณ ลานจอดอากาศยาน บริเวณคลังสินค้า ท่าอากาศยานดอนเมือง ถนนวิภาวดีรังสิต


source : http://www.dailynews.co.th









 
copyright © 2009 www.photoontour.com, All rights reserved