Home
Home : Events : Tsunami 26 Dec 2004 : Data 10   
 
ข้อมูล สึนามิ
ลำดับเหตุการณ์ในวันที่ 26 ธันวาคม 2547
แผ่นดินไหว" รุนแรงที่สุดรอบ 40 ปี
เด้ง "อธิบดีกรมอุตุฯ" ละเลยการเตือนภัย
เบื้องหลังแห่งเบื้องหลัง “ สึนามิ” : กิตติ สิงหาปัด
สรุปสถานการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547
เกาเหลาสึนามิ “ ตำรวจ-หมอพรทิพย์"
เหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิ 26 ธันวาคม 2547
ด่วน!! รับ"อาสาสมัคร" ช่วยผู้รับผลจากสึนามิที่เขาหลัก 10-14 มค.
\" นพดล\" ชน \" พรทิพย์\" แฉกลางที่ประชุม ส.ว.งานพิสูจน์ศพเหลว
พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ถอดหัวใจ สู้เพื่อศพ!!
สตช.เปิดซีดีแฉทีม “ หมอพรทิพย์” ชันสูตรศพสึนามิไร้มาตรฐาน

 
 
หมอพรทิพย์อาฟเตอร์ช็อก
“ คนสึนามิ ” ลั่น ยังศรัทธาหมอพรทิพย์
ตำรวจแจงไม่ได้ขัดแย้งหมอพรทิพย์
ปลัดกระทรวงยุติธรรม ทิ้งทวนก่อนเกษียณ
“ หมอพรทิพย์” ยันพร้อมส่งงานพิสูจน์ศพให้ตำรวจ
เรื่องเล่าสึนามิที่หมู่เกาะสุรินทร์ 26 ธ.ค 2547
กมธ.สิทธิ์ฯวุฒิสภา ป้องหมอพรทิพย์อัดรบ.แทรกแซง
คุณพุ่ม เจนเซน
นพดลฉะพรทิพย์รอบ2 พิสูจน์ศพสึนามิใช้ไม่ได้
ฮือฮาภาพวิญญาณ' ผี' สึนามิโผล่เคียง' พรทิพย์'
" แม้ว"จวกม็อบยับ! ขวางย้ายศพสึนามิ
 หมอพรทิพย์แฉแก๊งกินผีสวมรอย-รับศพ
 



สตช.เปิดซีดีแฉทีม “ หมอพรทิพย์” ชันสูตรศพสึนามิไร้มาตรฐาน

พล.ต.ท.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช

พล.ต.ท.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ในฐานะหัวหน้าศูนย์พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลและการส่งกลับ (ทีทีวีไอ)พร้อมด้วย พล.ต.ท.อัมรินทร์ เนียมสกุล ผบช.สนว.และพ.ต.อ.พรประเสริฐ กาญจนบรินทร์ ผกก.ตำรวจสากล แถลงข่าวเพื่อแก้ข้อครหาที่ผ่านมา ทั้งเรื่องไม่ลงพื้นที่ช่วยผู้ประสบภัย การเบิกจ่ายค่าผ่าพิสูจน์ศพสึนามิ ซึ่ง พล.ต.ท.อชิรวิทย์ ย้ำว่า สตช.จัดส่งกำลังกว่า 2,000 นาย ลงพื้นที่เพื่อสำรวจและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยตั้งแต่วินาทีแรกที่เกิดเหตุ และทำงานในลักษณะปิดทองหลังพระ ไม่ประชาสัมพันธ์หรือแถลงข่าว ทำให้ถูกกล่าวหาต่างๆ นานา

อีกทั้งยังเห็นว่าเหตุการณ์ธรณีพิบัติสึนามิไม่ควรมีใครได้ประโยชน์ฝ่ายเดียว หรือมีฝ่ายใดเสียประโยชน์ อยากให้ประชาชนเข้าใจว่า สตช.พยายามร่วมสามัคคีกับหน่วยงานอื่นที่ลงพื้นที่ช่วยผู้ประสบภัยจนตำรวจสากลมอบหมายให้ไทยเป็นศูนย์กลางการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลแห่งเอเชีย มีที่ตั้งอยู่ภายใน สตช.ปฏิบัติภารกิจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล และเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ให้กับประเทศเสี่ยงต่อการเกิดเหตุสึนามิ

จากนั้นคณะทำงานจัดงานแถลงข่าวได้ฉายวิดีทัศน์ เรื่อง “ ทำความจริงให้ปรากฏ” เนื้อหาในซีดีตอนหนึ่งระบุมาตรฐานการชันสูตรศพที่วัดย่านยาว อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ในความรับผิดชอบของ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ไม่มีมาตรฐาน เช่น ใช้อาสาสมัครอายุ 14 ปี ทำหน้าที่ชันสูตรพลิกศพเพียงลำพังโดยไม่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และพนักงานสอบสวนกำกับ ถือว่าขัดต่อกฎหมายการชันสูตรศพที่เสียชีวิตโดยผิดธรรมชาติ อีกทั้งเอกสารใบชันสูตรศพก็ใช้กระดาษเปล่าขนาดเอ 4 โดยไม่มีแบบฟอร์มที่ถูกต้องให้กรอกรายละเอียด รายละเอียดบางศพมีข้อความเพียง 2-3 บรรทัด แตกต่างกันตามความรู้และประสบการณ์ ก่อนประทับตราลงลายมือชื่อของ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กำกับ ซึ่ง พญ.คุณหญิงพรทิพย์ ถือว่าการชันสูตรสมบูรณ์ และส่งมอบให้ สตช. ซึ่ง สตช.เห็นว่าเป็นข้อมูลที่สูญเปล่า ไม่สามารถใช้อ้างอิงตามหลักสากลได้

นอกจากนี้ ที่วัดย่านยาวยังเน้นตรวจพิสูจน์จากดีเอ็นเอที่มีค่าใช้จ่ายสูง ไม่ตรวจพิสูจน์ลายนิ้วมือ โครงสร้างฟัน ตามหลักสากล พอศพเน่าสลายจะทำให้ยากต่อการตรวจพิสูจน์ใหม่ ส่งผลให้การส่งมอบศพคืนญาติผิดจำนวนมาก และขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการฟ้องร้อง

นอกจากนี้ยังพบว่า การส่งศพผู้เสียชีวิตคืนญาติด้วยคำยืนยันเพียงแหวนวงเดียวที่ญาติเห็นติดอยู่ที่นิ้วศพ ภายหลังกลับพบว่าเป็นการมาแอบอ้างของมิจฉาชีพเพื่อขอรับเงินช่วยเหลือจากทางราชการ และนำหลักฐานไปแสดงต่อศาลเพื่อขอให้เพิกถอนหมายจับ แต่ศาลพบพิรุธ เนื่องจากผู้ตายนับถือศาสนาคริสต์ แต่กลับนำศพไปเผา จึงประสานตำรวจช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง และจากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียชีวิตไม่ตรงกับที่มิจฉาชีพมาสวมรอยแอบอ้าง เพราะผู้เสียชีวิตเป็นชาวจีน สัญชาติเยอรมัน ในซีดียังระบุด้วยว่าการชันสูตรศพที่วัดย่านยาวของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญละเลยต่อมาตรฐานการชันสูตรพลิกศพ

ที่มา http://www.manager.co.th



หมอพรทิพย์อาฟเตอร์ช็อก

             อยู่ดีๆสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ทักขึ้นมาว่า แบบฟอร์มที่ศูนย์ตรวจศพวัดย่านยาวใช้ไปกว่า 2,000 ศพใช้ไม่ได้ อ้างว่าตำรวจสากลจะไปเอาหลักฐานจากญาติผู้สูญเสียคนที่รักมาแมทช์กันได้อย่างไร ถ้าไม่ใช้แบบฟอร์มเดียวกัน

             ปัญหาแค่นี้เมื่อเทียบกับสถานการณ์ความก้าวหน้าในการเก็บและตรวจศพที่คนไทยร่วมด้วยช่วยกันมาสองสัปดาห์อย่างน่าชื่นชมแล้ว แค่ตั้งสติทบทวนสักนิดว่าความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้นมีมูลมาจากอะไร ก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ทางแก้ก็มีเกณฑ์ว่าจะรักษาคนดีที่ทุ่มเททั้งใจและกายทำงานเพื่อชาติอย่างไรมากกว่า ไม่ใช่มักง่ายออกมาสั่งโครมให้ล้มกระดาน

             หมอพรทิพย์วันนี้กำลังตกอยู่ในสภาพเหมือนเจออาฟเตอร์ช้อกหลังเกิดคลื่นสึนามิ แต่คงเป็นเรื่องธรรมดา เราจึงต้องหันมาพูดความจริงกัน งานของหมอพรทิพย์ที่วัดย่านยาวเป็นรูปแบบที่ภาครัฐเองทำได้ยากยิ่งในการบริหารจัดการสรรพกำลังอาสาสมัคร หน่วยงาน องค์กร สถาบัน และองค์การต่างๆให้มีเอกภาพและประสิทธิผลในการทำงานให้เกิดผลกระทบข้างเคียงน้อยที่สุด จากภายในประเทศหมอพรทิพย์ก็มีทหารหมอจากกรมกองที่พังงามาช่วยถึง 130 นาย โรงพยาบาลจากมหาวิทยาภาครัฐหลายแห่งก็ออกไปช่วยเงียบๆ จากต่างประเทศหมอพรทิพย์มีผู้เชี่ยวชาญตรวจ ” เอกลักษณ์ ” นานาชาติ “ ดีวีไอ ” มาช่วยจัดระบบฐานข้อมูลศพและเชื่อมเครือข่ายกับทั่วโลก และเชื่อว่าคงไม่มีความแปลกแยกพิศดารที่องค์การตำรวจสากลให้ความร่วมมือไม่ได้ หมอพรทิพย์ยังได้โรงพยาบาลเคลื่อนที่มูลค่า 9 ล้านยูโร (ประมาณ 450 ล้านบาท) ที่รัฐบาลนอร์เวย์เพิ่งเอามาช่วยผ่าพิสูจน์ศพด้วยศรัทธาในตัวหมอพรทิพย์

             หมอพรทิพย์ไม่ใช่คนงอมืองอเท้าหรือขาดจิตสำนึกรับผิดชอบ กอร์ปด้วยศักยภาพเฉพาะตัวจึงสามารถผ่านพ้นอุปสรรคไปได้อย่างดียิ่ง การที่หมอพรทิพย์ลงไปพังงานับศพทันทีก็เพื่อแข่งกับเวลาที่ศพจะเลอะเกินไปจนอาจเก็บและตรวจหาหลักฐานต่างๆไว้เทียบเคียงกับของญาติที่จะมาขอรับกลับไปไม่สะดวก การส่งเหยื่อ “ กลับบ้าน ” ก็จะลำบาก แค่การเริ่มต้นคิดและลงมือก็สำเร็จไปกว่าครึ่งแล้ว

             หมอพรทิพย์เข้าใจได้ไม่ยากว่า ประชาชนเมื่อพบกับภัยแสนสาหัสจะเข้าใจความทุกข์ยากของเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเองได้รวดเร็วเสมอ และจะเห็นใจให้ไมตรีได้ดีกว่ารัฐ  ที่รัฐทำเองไม่ได้หรือมาช้าก็ไม่เป็นไร ขอแต่อย่าซ้ำเติมทุกข์ของเขาที่สาหัสอยู่แล้ว

             รัฐต้องป้องกันไม่ให้คนไม่ดีมาเสนอหน้าแก่งแย่งแข่งดีกันในจังหวะที่รัฐเริ่มยื่นมือเข้ามาช่วย และต้องพิจารณาข้อเท็จจริงจากข้อมูลเชิงประจักษ์ที่พบความแตกต่างว่า ทีมของ พล.ต.อ.นพดล สมบูรณ์ทรัพย์ ที่มีผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมันและออสเตรียที่ภูเก็ตได้ช่วยให้ญาติมารับศพไปแล้ว 36 ราย ในขณะที่ทีมของหมอพรทิพย์รวบรวมศพเข้ากระบวนการส่งเหยื่อสึนามิ “ กลับบ้าน ” ได้ 5,000 กว่าศพ (เหลือที่ยังไม่ได้ตรวจดีเอ็นเออยู่ 2,300 ศพ) แต่หากไม่ถือว่าต่างคนต่างทำไปก็ไม่เป็นปัญหาอะไร คงไม่มีใครไปหาเรื่องว่าทำไมทีมแรกถึงละเลียดทำได้แค่ 36 ศพหรอก!

             แต่เมื่อทีมที่ทำได้น้อยกว่าจมหูมาหาเรื่องอีกทีมว่าทำผิดฟอร์ม ใครว่าไม่ผิดปกติก็ควรไปพบจิตแพทย์ได้แล้ว

             ดังนั้น เมื่อทางการลงความเห็นให้ย้ายศพทั้งหมดจากศูนย์วัดย่านยาวที่พังงาไปภูเก็ต ทุกอย่างก็รวน ศพส่วนใหญ่ที่ส่งมาจากเขาหลัก บ้านน้ำเค็ม และบ้านบางเหนียงกว่าครึ่งหมื่นในพังงาจะกลายเป็นปัญหาใหญ่หลวงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยไม่รู้ตัว อาจต้องมาเสียเวลาแปรเข้าระหัสของตำรวจสากลโดยไม่จำเป็น จะเกิดปัญหาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะใช้เธอในสถานะอันใดภายในสองสัปดาห์นี้ที่ภูเก็ต   แทนที่จะให้เธอ “ ลุย ” ตรวจส่วนที่เหลืออีกครึ่งหรือ 2,300 ศพที่พังงาให้แล้วเสร็จไป

             ประเด็นที่น่าพิจารณาก่อนจะทบทวนข้อสรุปเพื่อหาข้อยุติปัญหาทั้งหมดที่แจงมา น่าจะเป็นดังนี้

            1.   ถ้าหมอพรทิพย์ไม่ตามไปภูเก็ตก็มีเหตุผลที่เหนื่อยใจกับพวกที่ชอบเกาเหลา เอาแต่ราวี หน้าที่ของตัวเองก็มีอยู่แล้ว กลับถอย คอยจะชุบมือเปิบไม่เข้าเรื่อง

            2.   รัฐจะเกิดปัญหากำลังคนที่ภูเก็ต เพราะแม้หมอพรทิพย์จะไปช่วย รูปแบบความร่วมมืออย่างที่พบว่าหมอคือศูนย์ของศรัทธาอย่างที่พบที่พังงาก็จะไม่เหมือนเดิมที่ภูเก็ตแน่นอน

            3.   ถ้าหมอพรทิพย์ไม่ลาออกจากราชการตอนนี้ ก็ต้องได้รับคำสั่งให้ไปช่วยที่ภูเก็ต และหากหมอไม่ไป ก็เสี่ยงกับเจอ ” วินัย ” เสียรังวัดหนักเข้าไปอีก

            4.   ชาวบ้านที่พังงาอาจยอมสละหมอพรทิพย์ได้ แต่นั่นไม่เท่ากับที่ต้องพบความเจ็บปวดมากขึ้น เมื่อต้องเทียวไปเทียวมาพังงา-ภูเก็ต ตามหาศพของคนที่เขารักจนไม่เป็นอันทำมาหากิน

             ความจริงแล้ว แบบฟอร์มขององค์การตำรวจสากลที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติใช้ไปกับ 36 ศพขณะนี้ก็ไม่มีปัญหา แต่หากจะแปรระหัสดีเอ็นเอจากจำนวนไม่กี่สิบศพนี้ให้เข้ากับส่วนใหญ่ที่ทำเสร็จไปแล้วสองพันกว่าศพก็จะเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง หรือหาก พล ต.อ. นพดล จะทิ้งงานนี้ไปเลยในฐานะเจ้าภาพก็ไม่กระทบงานของหมอพรทิพย์ขณะนี้ แต่ถ้ามีน้ำใจ ก็แค่ก้มหน้าก้มตาเร่งมือทำงานให้มากขึ้น ทุกคนก็อภัยให้ได้

             ส่วนที่นายกฯทักษิณบอกว่าทุกศพจากวัดย่านยาวต้องเอาไปภูเก็ต ไม่แยกศพเทศศพไทย ฟังอย่างไรก็ไม่เข้าใจ พูดผิดพูดใหม่ได้ ถึงวันนี้ ท่านมีข้อปรึกษาหารือกับนายกฯสวีเดน นอร์เวย์ ฟินแลนด์ หลายเรื่องไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือสนับสนุนตั้งศูนย์เตือนภัยสึนามิ หรืออนุสรณ์สถานเอาไว้เตือนใจอนุชน ถ้าไม่ออกนอกลู่นอกทางจนเกิดสบสนในวาระของชาติ ก็จะเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสได้ ที่ทักเพราะเกรงท่านจะทำตรงกันข้าม

             สำหรับหมอพรทิพย์ ไม่สำคัญว่าเธอต้องเป็นเจ้าภาพตรวจศพสึนามิหรือไม่ เพราะหมอทำบทบาทนี้ได้ “ สมยศสมศักดิ์น่ารักใคร่ ทีนี้ไม่อับอายขายหน้า ” ( ในสังข์ทองมีต่อว่า “ พระลูบหลังลูบไหล่ไปมา จูบซ้ายจูบขวาลูกข้างาม …)   หรือใครจะไม่เห็นด้วยครับ

 

 

 

 

 

 








 
 
    พบกับ Gallery ภาพเหตุการณ์ต่างๆ                    
งานพระศพฯ สมเด็จพระพี่นาง
งาน OTOP ที่เมืองทอง
ฝูงบินผาดโผน Thunderbird
พานุนากีสถล่มพม่า
งานแสดงภาพ world press photo
คดีทักษิณ จอมโกงชาติ
น้ำท่วมเกาะเกร็ด
ภาพไฟใหม้
ม๊อบขับไล่ นายก  สมัคร
ฉลอง 90 ปีพระสังฆราช
ปฏิวัติขับไล่ทักษิณ
pretty motor show
เข้าพรรษาที่วัดปทุมคงคา
เหตุการณ์จราจล 7 ตค.51
 
             
copyright © , www.photoontour.com , All rights reserved