Home
Home : Events : Tsunami 26 Dec 2004 : Data 15   
 
ข้อมูล สึนามิ
ลำดับเหตุการณ์ในวันที่ 26 ธันวาคม 2547
แผ่นดินไหว" รุนแรงที่สุดรอบ 40 ปี
เด้ง "อธิบดีกรมอุตุฯ" ละเลยการเตือนภัย
เบื้องหลังแห่งเบื้องหลัง “ สึนามิ” : กิตติ สิงหาปัด
สรุปสถานการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547
เกาเหลาสึนามิ “ ตำรวจ-หมอพรทิพย์"
เหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิ 26 ธันวาคม 2547
ด่วน!! รับ"อาสาสมัคร" ช่วยผู้รับผลจากสึนามิที่เขาหลัก 10-14 มค.
\" นพดล\" ชน \" พรทิพย์\" แฉกลางที่ประชุม ส.ว.งานพิสูจน์ศพเหลว
พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ถอดหัวใจ สู้เพื่อศพ!!
สตช.เปิดซีดีแฉทีม “ หมอพรทิพย์” ชันสูตรศพสึนามิไร้มาตรฐาน

 
 
หมอพรทิพย์อาฟเตอร์ช็อก
“ คนสึนามิ ” ลั่น ยังศรัทธาหมอพรทิพย์
ตำรวจแจงไม่ได้ขัดแย้งหมอพรทิพย์
ปลัดกระทรวงยุติธรรม ทิ้งทวนก่อนเกษียณ
“ หมอพรทิพย์” ยันพร้อมส่งงานพิสูจน์ศพให้ตำรวจ
เรื่องเล่าสึนามิที่หมู่เกาะสุรินทร์ 26 ธ.ค 2547
กมธ.สิทธิ์ฯวุฒิสภา ป้องหมอพรทิพย์อัดรบ.แทรกแซง
คุณพุ่ม เจนเซน
นพดลฉะพรทิพย์รอบ2 พิสูจน์ศพสึนามิใช้ไม่ได้
ฮือฮาภาพวิญญาณ' ผี' สึนามิโผล่เคียง' พรทิพย์'
" แม้ว"จวกม็อบยับ! ขวางย้ายศพสึนามิ
 หมอพรทิพย์แฉแก๊งกินผีสวมรอย-รับศพ
 


26 ธันวาคม 2547

เรื่องเล่าสึนามิที่หมู่เกาะสุรินทร์ 26 ธ.ค 2547



เรื่องเล่าสึนามิ(1) ไม่เคยเขียนที่ไหนมาก่อนเลย-ไกด์เรือสำราญโอเชี่ยนปริ๊นเซสทริปหมู่เกาะสุรินทร์

วันที่ 24-27 ธ.ค 2547 ช่วงนั้นก็เป็นช่วงเวลาที่ผมคิดว่าชาตินี้ก็คงจะไม่ได้เจอกับเหตุการณ์นี้อีกเป็นแน่ทริปนั้นเรานำสมาชิกกรุ๊บเหมาของ บ.แจนเซ่น ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายยาประมาณ 200 กว่าคนรวมกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเองอีกประมาณเกือบ 50 คนไปท่องเที่ยวทริปหมู่เกาะสุรินทร์กัน ซึ่งตัวผมเองเป็นไกด์เรือเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายออฟฟิคด้วยมีไกด์ที่ทำออฟฟิคที่ไปด้วยทั้งหมด 4 คนมี ผม โชติ, พี่น้อย(รุ่นพี่ที่อันดามันปริ๊นเซส), วิทย์(เพื่อนผม), น้องชุ(แฟนเพื่อนผม), ต้อย(ญาติผม), หนุ่ย(อันดามัน), โป่ง(เด็กชีวะ รามฯ), วิน(น้องไฟแรง), บอย(เด็กเหนือ), เอ๊ะ(เด็ก จ.สุรินทร์คนบ้านเดียวกับพี่น้อย), อั๋น(น้องแถวบ้าน), บุ้ง(สมุทรปราการ), อารีย์(เด็กนครสวรรค์), เล้ง (น้องใหม่ล่าสุด)ทั้งหมด 14 คนพอดีคิดดูแล้วกันครับ

วันนั้นวันเกิดสึนามิเป็นวันคล้ายวันเกิดผม คืนวันที่ 25 วันคริสต์มาสมีปาร์ตี้เล็กๆวันเกิดผมกับเพื่อนผม 2 คน ผมวันที่ 26 เพื่อนผมวิทย์ วันที่ 24 โดยพี่สมภพ พี่ที่ผมเคารพที่สุดในบรรดาเจ้าหน้าที่ตำแหน่งสูงบนเรือสำราญโอเชี่ยนนำเครื่องดื่มมาฉลองกันเล็กๆน้อยๆก่อนแยกย้ายไปพักผ่อนพรุ่งนี้เราต้องทำงานต่อ โดยพวกเราก็จะแยกกันไปประจำตรงจุดที่แต่ละคนมีหน้าที่รับผิดชอบตรงตำแหน่งงานนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นไกด็ประจำเรือ(รับส่งลูกค้า)เช่นเรือสปีดโบ๊ท-เรือบด(หรือเรือช่วยชีวิตลำสีส้ม)เรือท้องถิ่น(เรือไม้), ไกด์ทำแนวเชือกเซฟตี้(แนวเชือกบริเวณจุดที่ๆมีปะการัง), ไกด์ประจำแกงเวย์(ทางขึ้น-ลงเรือของลูกค้า), ไกด์ประจำชายหาด(รอรับ-ส่งลูกค้าจากเรือ)ดูแลลูกค้าตามจุดต่างๆเช่น ดูวีซีดีแนะนำเกาะ, ไปถ่ายรูปวิวสวยๆที่หาดหลังแล้วค่อยพาไปดำน้ำ ก่อนที่จะกลับขึ้นเรือในตอนกลางวันตามลักษณะของงานเรือโอเชี่ยนโดยทั่วไป

เข้าเรื่องเลยแล้วกันครับ....
ในเช้าวันที่ 26 ธันวาคม 2547 เราทยอยนำลูกค้าลงจากเรือพาไปเที่ยวที่เกาะสุรินทร์เหนือบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ลำแรก ในเวลาประมาณ 08.30 น ก่อนหน้านี้ก็จะมีหนุ่ย , ต้อย , ไปทำแนวเซฟตี้. มีวิทย์เป็นหัวหน้าประจำแกงเวย์จะถือวิทยุรับส่ง , วิน , อั๋น ส่วนผมโชติก็เป็นหัวหน้าประจำหาดก็จะมีวิทยุรับส่งมีพี่น้อยเป็นหัวหน้าชุดสำหรับทริปนี้พอลูกค้ามาถึงชายหาดผมก็จะรับเรือแล้วก็แจงงานให้น้องๆพาลูกค้าไปตามจุด ต่างๆบนเกาะเริ่มจากให้ลูกค้ารับเสื่อไปปูนั่งพักผ่อนแล้วพาไปชมวีซีดีแนะนำเกาะตรงอาคารใหม่เป็นกลุ่มๆไปประมาณกลุ่มละ 60 คน

เสร็จแล้วก็จะพาลูกค้าไปถ่ายรูปบริเวณหาดหลังซึ่งมีวิวที่สวยงามมาก ก็ทยอยไปเป็นชุดๆจนสมาชิกลำสุดท้ายมาถึงที่ชายหาด ผมก็รับลูกค้าแล้วก็บอกน้องๆให้ไปช่วยถ่ายรูปลูกค้าที่หาดหลังกันก็ประมาณ 09.30 น.ช่วงนั้นวิทย์ก็ได้วิทยุมาบอกผมว่าอย่าให้ลูกค้ามาเล่นน้ำน้ำไหลแรงเป็นน้ำตกเลยซึ่ง ณ.ที่ตรงนั้นวิทย์มาถึงบริเวณเรือบดที่จอดแสตนด์บายรอลูกค้าดำน้ำบริเวณด้านนอกปลายแหลมเห็นคลื่นมาจากทางด้านหาดไม้งาม ผมจึงรีบวิ่งมาที่บริเวณชายหาดด้านหน้าของอุทยานแล้วเห็นลักษณะของน้ำเหมือนกับน้ำป่าไหลมาแรงมากๆ

ในขณะที่มือถือวิทยุสื่อสารด้วยสักพักก็เห็นสมาชิกลูกค้าของผมรวมกับนักท่องเที่ยวที่เกาะรวมกันราวๆ 80 – 90 คนลอยจากหาดหลังมาถึงบริเวณหาดหน้ามีทั้งที่ใส่เสื้อชูชีพ และที่ถอดเสื้อชูชีพถ่ายรูปก็มีรวมทั้งที่อยู่ในเต้นท์ด้วยกระจายอยู่เต็มทั้งหน้าหาดทั้งทางด้านนอก แล้วก็มีบางคนที่กระแสน้ำพัดพาเข้ามาบริเวณชายหาดพวกเราที่อยู่บริเวณนั้นก็เข้าไปช่วยเหลือสมาชิกกันทุกคน

ผมในตอนนั้นก็ไม่เคยจะกลัวอะไรมากกว่านี้มาก่อนทั้งกลัวทั้งตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็พยายามควบคุมตัวเองให้ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้นผมก็ได้วิทยุติดต่อกับวิทย์ แล้วก็เจ้าหน้าที่ทางเรือว่าไม่ต้องให้เรือต่างๆเข้ามาให้รอสมาชิกทางด้านนอกเพราะทางด้านนอกนั้นคลื่นจะเบากว่าก็ช่วยเหลือกันอย่างเต็มความสามารถทุกคนทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นทางเรือทางเจ้าหน้าที่อุทยานฯหรือแม้กระทั่งนักท่องเที่ยวด้วยกันเองก็ยังช่วยเหลือกันเต็มที่

หรือภาพที่ ต้อเจ้าของร้านตั้งท่าร้านถ่ายรูปบนเรือ(ไกด์เก่าอันดามัน) ยังไม่สนใจที่จะถ่ายรูปเหตุการณ์นี้ซึ่งอาจทำรายได้ให้มากมาย ภายหลังยังวางกล้องแล้วช่วยสมาชิก ภาพที่ พี่น้อย อุ้มสมาชิกในน้ำขึ้นมาหรือในตอนนั้นน้องๆไกด์ที่เจอกับเหตุการณ์นี้ที่เกือบเอาชีวิตไม่รอดหาดด้านหลังที่ผมจำได้คือ ให้ เล้ง - ต้อย ไปดูแลลูกค้าทางด้านหาดหลัง (มารู้ภายหลังว่าทั้งคู่ได้ลอยไปกับคลื่นแล้วโดยสภาพไม่ได้สวมใส่เสื้อชูชีพเล้งลอยไปแล้วต้อยได้ดึงขึ้นมาหรือต้อยลอยออกไปแล้วลูกค้าดึงขึ้นมา)น้องคนอื่นเช่น โป่ง , บอย , เอ๊ะ ลอยไปกับลูกค้าในสภาพใส่เสื้อชูชีพลอยไปขึ้นอีกด้านนึงของแหลม

แหลม ส่วนวิทย์, วิน, อั๋นก็นำสมาชิกขึ้นที่เรือบดก่อนที่จะนำขึ้นเรือใหญ่ ตอนนั้นก็มีผู้เสียชีวิต 2 ท่าน ชายหนึ่งคนและหญิงอีกหนึ่งคน น้องๆอีกหลายคนที่ผมไม่ได้เอ่ยต่างก็เจอเหตุการณ์ต่อตัวเองต่างๆกันไป ภาพที่เจ้าหน้าที่อุทยาน-นักท่องเที่ยวที่เป็นหมอ-พยาบาลช่วยกันทำแผลลูกค้าบริเวณชายหาดมี่ทั้งเจ็บมากน้อยกันแทบจะทุกคน

พอดีเห็นต้อยเดินมาทางผมมีเรือยางของอุทยานเข้ามาพอดีผมจึงถอดเสื้อชูชีพของผมโยนให้กับต้อยบอกกับต้อยว่าให้ไปกับเรือยางดูข้างนอกเคลียร์สมาชิกว่ามีอีกไหม (ถ้าผมสังเกตุสักหน่อยจะเห็นความกลัวกับความตกใจซึ่งเหตุการณ์นี้พึ่งเกิดขึ้นกับตัวเองของต้อยปรากฏอยู่บนใบหน้าของเค้า)เมื่อเรือยางออกไปแล้ว ผมจึงปรึกษากับเจ้าหน้าที่อุทยานว่าจะทำไงดีก็เลยแจ้งให้สมาชิกขึ้นไปบนภูเขาบริเวณเรือนประทับ ทางเดินขึ้นแถวๆด้านหลังของร้านอาหารสวัสดิการ เคลียร์ให้ทุกคนนั้นขึ้นไปบนนั้นทางรวมทั้งทางเดินขึ้นทางฝั่งขวาที่เป็นที่พักนั่นเอง ก็มีน้องชุ คอยดูแลบริเวณนั้น
ซึ่งในเหตุการณ์ครั้งนี้ก็ไม่มีใครรู้มาก่อนว่าเป็นสาเหตุเกิดจากอะไรหลังจากนั้น

ผมจึงเดินเลาะบริเวณทางด้านหน้าหาดไปอ่าวช่องขาดไปที่หาดหลัง(ซึ่งเป็นช่วงน้ำลง) ก่อนที่จะเดินเคลียร์สมาชิกให้ขึ้นไปด้านบนอีกครั้งนึง(ซึ่งตัวผมถือว่าโชคดีถ้ามีคลื่นมาตอนนั้นผมคงจะไม่รอดแน่ๆ) ดูว่ายังมีสมาชิกหลงเหลืออยู่บริเวณนั้นหรือไม่ช่วงนั้นก็มีเหมือนกับเป็นน้ำป่าคล้ายช่วงแรกอีกครั้งนึงจะขึ้นเร็วมากภายใน 5 นาทีเท่านั้นเมื่อผมถึงบริเวณด้านหน้าชายหาดเรือยางเข้ามาจอดเรียบร้อยแล้วที่ชายหาดยังคงมีเจ้าหน้าที่อุทยาน-หมอ-ผู้เสียชีวิตแล้วก็หนุ่ยอยู่บริเวณบ่อเต่าผมก็เดินเข้าไปทางที่ทำการอุทยานเดินไปที่วิทยุ(มดดำ) ติดต่อแจ้งทางเรือประมงหรือใครก็ได้ที่รับสัญญาณวิทยุได้ให้ช่วยแจ้งทางกองทัพเรือว่ามีผู้เสียชีวิตและมีบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก หลังจากนั้นผมก็เดินลงมาที่ชายหาด

ผมเจอะกับคลื่นที่ผมว่าใหญ่กว่าที่ผมเคยเจอเพราะโอบเลาะทางเกาะสุรินทร์เหนือและสุรินทร์ใต้เข้ามาทางหาดด้านหน้าตรงที่ทำการอุทยาน* ในตอนนั้นวิทย์ที่อยู่เคลียร์ลูกค้าที่เรือบดกลางทะเลได้พยายามแจ้งไปที่ผมที่อยู่ที่ชายหาดเห็นคลื่นโอบภูเขา แล้วเลาะไปเรื่อยๆอัดไปที่ชายหาด แต่แจ้งไม่ได้เพราะแบตฯวิทยุสื่อสารวิทย์หมดส่วนผมก็กลัวสุดขีดกดวิทยุแล้วพูดว่า คลื่นยักษ์ แล้ววิ่งหนีสุดชีวิตขึ้นไปที่เรือนประทับทางด้านหลังโรงอาหาร แบบเฉียดฉิวแล้วรีบหยิบเสื้อชูชีพขึ้นมาใส่พร้อมกับบอกทุกคนให้ใส่เสื้อชูชีพ

เชื่อไหมครับว่าคลื่นลูกนี้ทำให้ภูเขาสั่นเลยทำให้ผมรู้แล้วว่าเหตุการณ์นี้นอกเหนือธรรมดามากแต่ละคนเริ่มที่จะกลัว-กังวล ควบคุมไม่อยู่ผมก็กลัวที่สุดในชีวิตเช่นเดียวกัน แต่ทำไงได้ผมก็พูดทั้งๆที่กลัวนั้นแหละพยายามให้ทุกคนมีสติมีช่วงนึงเป็นความประทับใจผมมาก ผมบอกสมาชิกทุกคนบริเวณนั้นว่า ตอนนี้เราจะขอความช่วยเหลือจากใครไม่ได้เราจะต้องช่วยตัวเองก่อน(ทั้งที่ตัวผมเองก็กลัวมากๆพูดไปกลัวไปแต่ต้องทำเป็นเข็มแข็ง) บอกว่าใครมีเสบียงอาหาร-น้ำอยู่ที่ตัวให้เอามารวมเป็นกองกลางทางด้านหน้า

เชื่อไหมครับว่าผมถึงกับน้ำตาซึมเลยเพราะแต่ละคนเดินมานำน้ำและเสบียงนำมารวมด้วยความเต็มใจซึ่งสมาชิกแต่ละคนก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี หลังจากนั้นเราก็พยายามเช็คลูกค้าของเรือกัน ไม่ว่าจะเป็นกรุ๊บแจนเซ่นก็เริ่มที่จะเช็คจำนวนคณะว่าครบหรือไม่ หรือครอบครัวที่ไปเที่ยวกันเองก็มีการประสานกับทางเรือตลอด
(ตอนนั้นทางเรือได้แจ้งให้ทราบแล้วว่าได้เกิดแผ่นดินไหวที่อินโดนีเซีย) และได้รับแจ้งว่าอาจเกิดอาฟเตอร์ช็อคตามมาพวกเราน้องๆ

ไกด์ก็ยังคงทำตามหน้าที่คอยช่วยเหลือแจ้งสถานการณ์ต่างๆให้ทุกคนทราบโดยตลอดในตอนนั้นทางฝ่ายเรือโอเชี่ยนก็ได้นำเสบียงอาหาร-น้ำทยอยนำมาให้กับสมาชิกทุกคนที่อยู่บนเกาะทั้งลูกค้าของเรือและนักท่องเที่ยวที่เกาะ โดยนำมาส่งใช้เรือไม้(ที่ใช้ได้ไม่กี่ลำเท่านั้น โดยมีวิทย์เป็นคนดูแลในการส่งในช่วงที่มีการเกิดน้ำขึ้น-ลงในตอนนั้นก็เป็นช่วงเวลาบ่ายๆแล้วสักพักก็มีกลุ่มของ

อ้น(สราวุธ มาตรทอง), กับ นาธาน(นาธานโอมาน)ที่ไปเที่ยวที่หมู่บ้านมอแกนทางเกาะสุรินทร์ใต้มาสมทบที่ทำการอุทยาน(ไม่น่าเชื่อครับตอนเช้าก่อนอ้น-นาธานจะไปเที่ยวที่บ้านมอแกนผมแซวอ้นว่าเดี๋ยวเจอกันที่เรือแล้วกันภายหลังอ้น-นาธานช่วยโปรโมทเรือให้เราโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายในงานท่องเที่ยวไทยที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตต์)ในตอนนั้นก็ยังคงหาวิธีที่จะเดินทางกลับขึ้นเรือโอเชี่ยนกัน

จนเราสรุปได้ว่าจะทยอยขึ้นไปเป็นกลุ่มๆไปในช่วงที่เกิดน้ำลงไปทีละ 20 กว่าคนทยอยขึ้นเรือโอเชี่ยนทั้งลูกค้าของเรือแล้วก็นักท่องเที่ยวที่ไปเดินทางเองที่เกาะขึ้นมาบนเรือประมาณรวมแล้วเกือบ 500 คนได้พวกเราเจ้าหน้าที่เรือขึ้นมาถึงเรือกลุ่มสุดท้ายในเวลาประมาณ ทุ่มกว่าแล้วเรือจะต้องจอดที่หน้าอุทยานอีก 1 คืน ส่วนเจ้าหน้าที่ของเกาะก็จะช่วยค้นหาผู้เสียชีวิต(ที่อยู่บนชายหาดก่อนที่จะมีคลื่นใหญ่มา ซึ่งเป็นลูกค้าของเรือ 1 ท่าน)ให้ในวันพรุ่งนี้ตอนเช้า ส่วนที่เรือก็จัดอาหาร-จุดพักผ่อนให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเองทุกๆคนเพราะจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ+พนักงานที่เกาะบางส่วนที่ขึ้นมาบนเรือก็ประมาณ เกือบ 300 คนยังไม่รวมลูกค้าของเรืออีกประมาณ 250 คน ช่วงกลางคืนก็มีการแสดงของเรือเพื่อที่จะปลอบขวัญผู้ที่พึ่งจะผ่านเรื่องราวที่ร้ายแรงที่สุดในชีวิตก่อนที่จะแยกย้ายไปพักผ่อน

ตอนเช้าพวกเราไกด์ผู้ชายก็ได้ลงเรือไปที่เกาะเพื่อที่จะไปรับผู้เสียชีวิตที่ทางเจ้าหน้าที่เกาะช่วยกันหาในตอนเช้านำขึ้นมาบนเรือ แล้วก็รับนักท่องเที่ยวของเกาะที่มาจากหาดไม้งามอีกประมาณ 100 คนเราเดินทางออกจากที่เกาะ ก็ประมาณเกือบจะเที่ยงแล้วช่วงที่เรือเดินทางมุ่งหน้าจะเข้าที่ภูเก็ต ก็พยายามจะเดินเรือใกล้ชายฝั่งให้มากที่สุดเพื่อจะได้มีสัญญาณคลื่นโทรศัพท์ จนประมาณบ่าย 3 โมงจึงมีสัญญาณคลื่นโทรศัพท์แต่ก็ติดต่อสื่อสารยากลำบากมากเพราะเครือข่ายล่ม และก็มีการใช้โทรศัพท์ในช่วงเวลาเดียวกันเยอะมากแต่ที่เห็นแต่ละคนคุยโทรศัพท์ติดต่อคนที่บ้าน ซึ่งต่างก็โทรไปบอกคนที่บ้านไม่ต้องเป็นห่วงเพราะได้รอดกลับมาแล้วกันแทบจะทุกคน (ทางไอทีวีรายงานว่าไม่ได้รับการติดต่อจากเรือสำราญโอเชี่ยนปริ๊นเซสที่เดินทางไปหมู่เกาะสุรินทร์)

แม้กระทั่งผมเองตอนนั้นก็ได้โทรศัพท์ติดต่อกับคนทางบ้าน และก็มีการให้สัมภาษณ์ออกอากาศสดก็หลายสถานีต่างก็ถามถึง อ้น-นาธานกันแทบจะทั้งนั้น ในช่วงการเดินทางเมื่อเรือเราแล่นผ่านบริเวณพังงา-ภูเก็ตก็เห็นแต่สภาพท้องทะเลเต็มไปด้วยเศษไม้เต็มไปหมดเลยแต่เราไม่เห็นภาพเหตการณ์ที่เกิดขึ้นเลย เพราะเราไม่มีสัญญาณทีวีถ้าเราเห็นภาพเหตุการณ์นั้นๆเราคงจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าพวกเราโชคดีมากๆที่เสียหายน้อยกว่าที่เขาหลัก รือที่หมู่บ้านน้ำเค็ม(ภายหลังจากที่เดินทางถึงกรุงเทพฯแล้วผมกับเพื่อนๆพี่ๆน้องๆทั้งที่อันดามันปริ๊นเซสกับโอเชี่ยนปริ๊นเซส และทางเวิล์ดสปิริตได้รวบรวมสมาชิก และของใช้ต่างๆเป็นหน่วยเฉพาะกิจไม่ขึ้นตรงกับหน่วยงานใดลงไปสมทบพี่ๆที่มาก่อนกันที่จังหวัดพังงา)

กว่าเรือจะเข้าเทียบท่าที่ภูเก็ตก็ประมาณเกือบจะ 3 ทุ่มแล้วของวันที่ 27 ธันวาคม 2547 แล้วครับ ก็มีทั้งผู้สื่อข่าว, ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเคลื่อนที่, ทหารและตำรวจ, หมอ-พยาบาลมาช่วยอำนวยความสะดวกให้ส่วนพวกเราก็มีการติดต่อให้มีรถรับส่งไปทั้งที่สนามบินและที่กรุงเทพฯ โดยมีรถของโกเห่า(เจ้าของรถที่ภูเก็ต)มาอำนวยความสะดวกให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น และที่ผมต้องชื่นชมด้วยใจจริงอีกหลายต่อหลายท่านไม่ว่าจะเป็น

รองแป๊ะขออภัยถ้าผมจำชื่อจริงท่านไม่ได้(ตำแหน่งในตอนที่ท่านดูแลที่อุทยานฯหมู่เกาะสุรินทร์ในตอนนั้น) ในการอำนวยความสะดวกและให้ความร่วมมือในทุกๆด้านในช่วงเหตุการณ์นี้ และเจ้าหน้าที่อุทยานทุกๆคนที่ร่วมมือร่วมใจกันดูแลนักท่องเที่ยวโดยไม่รู้สึกถึงความเหน็ดเหนื่อยเลย แล้วก็คุณพัฒนาเจ้าของเรือโอเชี่ยนปริ๊นเซสที่ดูแลนักท่องเที่ยวทุกๆคนเป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็นอาหาร-น้ำ-ที่พักต่างๆแม้ว่านักท่องเที่ยวเหล่านั้นไม่ได้เดินทางมาท่องเที่ยวกับเรือด้วยก็ตาม(ซึ่งผมก็ขอนับถือจากใจจริง)

เจ้าหน้าที่ฝ่ายเรือทุกๆคนไม่ว่าจะเป็นกับตันพิชัย, คุณไพโรจน์และจะขาดไม่ได้คือคุณสมภพพี่ใหญ่ที่พวกเราให้ความนับถือที่สุดคนนึงของเรือรวมทั้งเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายของเรือ (ภายหลังทางแจนเซ่นได้มีผู้ที่บันทึกภาพเหตุการณ์นี้ได้ส่งวีซีดีภาพเหตุการณ์สึนามิมาให้เราที่ออฟฟิคโอเชี่ยนปริ๊นเซสที่กรุงเทพฯ กับบางช่วงบางเหตุการณ์ที่ได้บันทึกไว้ที่เกาะจนถึงบนเรือโอเชี่ยน ว่างๆจะนำมาให้ชมกันครับ)แต่แปลกนะครับจะเรียกว่าความบังเอิญ, ความโชคดี, หรือปาฏิหารย์ก็แล้วแต่จะคิดนะครับว่า ณ.เหตุการณ์นั้นนะเรามีกลุ่มคนที่ทำงานสัมพันธ์กันตลอดคิดดูครับ เช้าวันนั้นเป็นวันคล้ายวันเกิดผมคืนวันที่ 25 ก็เลี้ยงพร้อมกันเลยทั้งคริสต์มาสและวันเกิด วิทย์วันที่ 24 พอรุ่งขึ้นผมกับวิทย์ก็ต้องมาแก้ไขสถานการณ์ด้วยกันแล้วพี่ๆน้องๆที่มาอยู่ ณ.ที่แห่งนั้นอีก ไม่น่าเชื่อนะครับ ประสบการณ์ชีวิตจริงๆ.......

สรุปโดยรวมเรามียอดผู้เสียชีวิตทั้งหมด 3 ท่านเป็น(ลูกค้าที่เกาะ 1 ท่านเป็นสุภาพบุรุษเจ้าของร้านดำน้ำในหาดป่าตองจ.ภูเก็ต) เสียชีวิตเพราะนอนอยู่ในเต็นท์

อีก สุภาพสตรีทั้ง 2 ท่านเป็นสมาชิกที่ร่วมเดินทางกับเราเรือโอเชี่ยนฯ คาดว่าจะสำลักน้ำและถูกคลื่นม้วนอาจจะไปถูกปะการังก้อนใต้น้ำ หนึ่งในผู้เสียชีวิตนั้นเป็นลูกค้าเก่าที่เคยร่วมเดินทางมากับเรือท่องเที่ยวตั้งแต่เรืออันดามันปริ๊นเซสและเรือโอเชี่ยนปริ๊นเซส และบังเอิญผมค่อนข้างจะสนิทกับครอบครัวนี้ในช่วงการเดินทางทริปนี้ด้วย บางทีถ้าผมไม่เป็นคนบอกกับครอบครัวนี้ว่าถ้าร้อนก็ให้ถอดเสื้อชูชีพไว้ก่อนแล้วเข้าไปดูวีซีดีแนะนำเกาะก่อนที่พวกเค้าจะเดินไปถ่ายรูปที่ชายหาดด้านหลัง เค้าอาจจะไม่เจอกับเหตุการณ์สูญเสียนี้ก็เป็นได้

เป็นสิ่งที่ย้ำเตือนใจตลอดให้กับผมว่าเมื่อผมออกทริปการเดินทางทุกครั้งทางทะเล ผมจะต้องแจ้งสมาชิกให้ใส่เสื้อชูชีพทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองเช่นเดียวกันกับการเล่นน้ำ-ดำน้ำดูปะการังก็ต้องใส่เสื้อชูชีพทุกครั้งห้ามประมาทโดยเด็ดขาดสิ่งเหล่านี้ก็เป็นอุทธาหรณ์ย้ำเตือนใจผมทุกครั้ง

**** สุดท้ายนี้ก็ขอให้ดวงวิญญาณผู้เสียชีวิตทุกดวงทุกท่านจงไปสู่สุขคติครับท่านเหล่านั้นคงมีความสุขอยู่บนสวรรค์แล้วครับ****

* นี่คือเหตุการณ์ที่ประสบจากเหตุการณ์สึนามิ 24-27 ธ.ค 2547 ครับยังมีเหตุการณ์ที่เราลงไปสัมผัสกันที่จังหวัดพังงาไม่ว่าจะเป็นที่คุระบุรี, เขาหลัก, บ้านน้ำเค็ม, บ้านคอเขา, วัดย่านยาว, วัดบางม่วงและศูนย์ผู้ประสบภัยสึนามิอีกครับ เอาไว้ว่างๆผมจะมาเล่าให้ทุกคนได้อ่านกันที่พวกเราได้ไปพบ สัมผัสกันมาในช่วงหลังเหตุการณ์สึนามิช่วง 28 - 03 ม.ค 48 นี้ครับ

http://chotonamsn.spaces.live.com/b


 
 
    พบกับ Gallery ภาพเหตุการณ์ต่างๆ                    
งานพระศพฯ สมเด็จพระพี่นาง
งาน OTOP ที่เมืองทอง
ฝูงบินผาดโผน Thunderbird
พานุนากีสถล่มพม่า
งานแสดงภาพ world press photo
คดีทักษิณ จอมโกงชาติ
น้ำท่วมเกาะเกร็ด
ภาพไฟใหม้
ม๊อบขับไล่ นายก  สมัคร
ฉลอง 90 ปีพระสังฆราช
ปฏิวัติขับไล่ทักษิณ
pretty motor show
เข้าพรรษาที่วัดปทุมคงคา
เหตุการณ์จราจล 7 ตค.51
 
             
copyright © , www.photoontour.com , All rights reserved