Home
Home : Events : Tsunami 26 Dec 2004 : Data 17   
 
ข้อมูล สึนามิ

ลำดับเหตุการณ์ในวันที่ 26 ธันวาคม 2547
แผ่นดินไหว" รุนแรงที่สุดรอบ 40 ปี
เด้ง "อธิบดีกรมอุตุฯ" ละเลยการเตือนภัย
เบื้องหลังแห่งเบื้องหลัง “ สึนามิ” : กิตติ สิงหาปัด
สรุปสถานการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547
เกาเหลาสึนามิ “ ตำรวจ-หมอพรทิพย์"
เหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิ 26 ธันวาคม 2547
ด่วน!! รับ"อาสาสมัคร" ช่วยผู้รับผลจากสึนามิที่เขาหลัก 10-14 มค.
\" นพดล\" ชน \" พรทิพย์\" แฉกลางที่ประชุม ส.ว.งานพิสูจน์ศพเหลว
พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ถอดหัวใจ สู้เพื่อศพ!!
สตช.เปิดซีดีแฉทีม “ หมอพรทิพย์” ชันสูตรศพสึนามิไร้มาตรฐาน

 
 
หมอพรทิพย์อาฟเตอร์ช็อก
“ คนสึนามิ ” ลั่น ยังศรัทธาหมอพรทิพย์
ตำรวจแจงไม่ได้ขัดแย้งหมอพรทิพย์
ปลัดกระทรวงยุติธรรม ทิ้งทวนก่อนเกษียณ
“ หมอพรทิพย์” ยันพร้อมส่งงานพิสูจน์ศพให้ตำรวจ
เรื่องเล่าสึนามิที่หมู่เกาะสุรินทร์ 26 ธ.ค 2547
กมธ.สิทธิ์ฯวุฒิสภา ป้องหมอพรทิพย์อัดรบ.แทรกแซง
คุณพุ่ม เจนเซ่น
นพดลฉะพรทิพย์รอบ2 พิสูจน์ศพสึนามิใช้ไม่ได้
ฮือฮาภาพวิญญาณ' ผี' สึนามิโผล่เคียง' พรทิพย์'
" แม้ว"จวกม็อบยับ! ขวางย้ายศพสึนามิ
 หมอพรทิพย์แฉแก๊งกินผีสวมรอย-รับศพ
 


คุณพุ่ม เจนเซน

คุณพุ่ม เจนเซน หรือ คุณภูมิ เจนเซน

เกิด 16 สิงหาคม พ.ศ. 2526 ซานดิเอโก ประเทศสหรัฐอเมริกา
เสียชีวิต 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 เหตุการณ์คลื่นสึนามิ หน้าโรงแรมลา ฟลอร่า จังหวัดพังงา ประเทศไทย

บิดา มารดา นายปีเตอร์ เจนเซน
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

คุณพุ่ม เจนเซน หรือ คุณภูมิ เจนเซน (16 สิงหาคม พ.ศ. 2526 - 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547) เป็นพระโอรสในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี กับนายปีเตอร์ เจนเซน เกิดเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2526 ณ โรงพยาบาลในเมืองซานดิเอโก ประเทศสหรัฐอเมริกา มีพี่น้องร่วมพระมารดา-บิดา คือ คุณพลอยไพลิน เจนเซน คุณพุ่ม เจนเซน และ คุณสิริกิติยา เจนเซน

ศึกษาต่อในโปรแกรมพิเศษออทิสติก ที่โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อินเตอร์เนชั่นแนลโปรแกรม และโปรแกรมวิทยาศาสตร์กีฬา คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

คุณพุ่ม เจนเซน ถึงแก่อนิจกรรมในเหตุการณ์คลื่นสึนามิ เนื่องจากแผ่นดินไหวในมหาสมุทรอินเดีย ที่หน้าโรงแรมลา ฟลอร่า ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 สิริอายุ 21 ปี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการบำเพ็ญกุศลและการสวดพระอภิธรรมศพเป็นเวลา 50 วัน ณศาลาสหทัยสมาคมในพระบรมมหาราชวังและพระราชทานโกศราชวงศ์ ซึ่งมีพระบรมวงศานุวงศ์ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระราชทานศพคุณพุ่ม เจนเซ่น โดยตลอด จนถึงวันพระราชทานเพลิงศพ

วันที่30 เมษายนพ.ศ. 2548 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี, สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์, คุณพลอยไพลิน เจนเซ่น และคุณสิริกิติยา เจนเซ่น ไปในการพระราชทานเพลิงศพคุณพุ่ม เจนเซ่น ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิสริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส


ที่มา : ไทยรัฐ

ภาพประกอบ : ไทยรัฐ

จากที่มีกำหนดพิธีพระราชทาน เพลิงศพคุณพุ่ม เจนเซ่น โอรสในทูลกระหม่อมหญิง อุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ที่ถึงแก่อนิจกรรม จากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิซัดถล่ม จ.พังงา เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2547 ในวันที่ 30 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ พร้อมทูลกระหม่อมหญิง อุบลรัตนราชกัญญาฯ คุณพลอยไพลิน และคุณสิริกิติยา เจนเซ่น มายังศาลาสหทัย ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระราชทาน ในการออกเมรุพระราชทานศพคุณพุ่ม

จากนั้นเวลา 13.30 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯพร้อมทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ ทรงร่วมพิธีเชิญโกศคุณพุ่มจากศาลาสหทัย ในพระบรมมหาราชวัง ขึ้นรถวอจัตุรมุข เพื่อเคลื่อนไปยังเมรุหลวง หน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส โดยริ้วขบวนเชิญโกศได้ออกจากพระบรม มหาราชวังทางประตูเทวาภิรมย์ ไปตามถนนมหาราช เลี้ยวซ้ายเข้าถนนท้ายวัง ผ่านเข้าถนนมหาไชย แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนบำรุงเมือง ถนนกรุงเกษม และถนนหลวง เข้าสู่สุสานหลวงวัดเทพศิรินทราวาส ทางประตูด้านใต้ ซึ่งในริ้วขบวนประกอบด้วยรถจักรยานยนต์และขบวนตำรวจม้าเกียรติยศ 10 ม้า ที่มีม้านำขบวนเป็นม้าที่คุณพุ่มโปรดและขี่เป็นประจำชื่อ “ ไนกี้” ตามด้วยรถยนต์หลวงเชิญหีบศพ ทะเบียน รยล 893 รถยนต์หลวงวอจัตุรมุขเชิญโกศศพ และตลอดเส้นทางที่ขบวนเคลื่อนผ่านนั้น มีข้าราชการ ประชาชนแต่งชุดดำ ออกมายืนร่วมไว้อาลัยอยู่ริมถนนเป็นแถวยาว

ทั้งนี้ ขบวนเชิญโกศคุณพุ่มมาถึงวัดเทพศิรินทราวาสในเวลาประมาณ 14.30 น. และมีพิธีแห่โกศรอบเมรุ 3 รอบตามประเพณี ท่ามกลางคลื่นมหาชน คณะบุคคลสำคัญ มาร่วมในพิธีพระราชทานเพลิงศพภายในวัดหลายพันคน

กระทั่งเวลา 17.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จขึ้นสู่พลับพลาอิศริยาภรณ์ ประทับพระราชอาสน์ ที่หน้าอาสนสงฆ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทอดผ้าไตร หลั่งทักษิโณทก และเสด็จขึ้นเมรุ พร้อมสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงหยิบกระทงข้าวตอก ดอกไม้จากเจ้าพนักงาน พระราชพิธี วางข้างโกศ ตามด้วยธูปเทียนดอกไม้จันทน์ ทรงจุดไฟ และทรงวางดอกไม้จันทน์หน้าโกศ

จากนั้นพระบรมวงศานุวงศ์ ทยอยเสด็จขึ้นวางธูปเทียนดอกไม้จันทน์ที่หน้าโกศ ตามด้วยบุคคลสำคัญ ข้าราชการและประชาชนทยอยขึ้นวางดอกไม้จันทน์ ซึ่งระหว่างนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ ได้นำหนังสือที่ระลึกงานพระราชทาน เพลิงศพคุณพุ่ม ซึ่งเป็นหนังสือประวัติคุณพุ่มตั้งแต่แรกเกิด กระทั่งเติบใหญ่ ทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และประทับเฝ้าฯทั้งสองพระองค์อย่างใกล้ชิด โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจับมือทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ ที่มีใบหน้าโศกเศร้าและร้องไห้ เป็นการให้กำลังใจ ขณะที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงสวมกอดทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ และรับสั่งด้วยเป็นเวลานาน กระทั่งเวลา 18.25 น. จึงเสด็จฯกลับ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงเอื้อมพระหัตถ์มาจับ ที่แก้มทั้งสองข้างของทูลกระหม่อม หญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ เป็นการให้กำลังใจอีกครั้ง

ต่อมาในเวลา 19.10 น. สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ กลับมายังเมรุหลวง วัดเทพศิรินทราวาสอีกครั้ง พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์ โดยทรงขึ้นทอดพระเนตรหีบศพคุณพุ่มอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเสด็จฯ ลงมายังพลับพลาที่ประทับ กระทั่งเวลา 19.30 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จึงทรงนำทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ ขึ้นไปยังเมรุหลวง ทรงประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพจริงคุณพุ่ม ท่ามกลางบรรยากาศที่โศกเศร้า





 

งานน้อมรำลึกถึงของคุณพุ่ม เจนเซ่น

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีพร้อมด้วยพระโอรสธิดาประทับที่ จ.ภูเก็ต จนกระทั่งเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 คุณพุ่ม เจนเซ่น ถึงแก่อนิจกรรม ช่วงเล่นเจ็ตสกีในทะเล แล้วเกิดเหตุการณ์สึนามิ ซึ่งพระองค์จะเสด็จเป็นองค์ประธานในวันน้อมรำลึกถึงของคุณพุ่ม เจนเซน ในวันที่ 26 ธันวาคม เป็นประจำทุกปี รวมทั้งทรงบำเพ็ญพระกุศลพระราชทานแก่คุณพุ่ม เจนเซน ณ พระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ถนนอัษฏางค์ ทุกวันที่ 26 ธันวาคม และ ทุกวันที่ 30 เมษายน เป็นประจำทุกปี


"ทักษิณ"วางศิลาฤกษ์อนุสรณ์สถานสึนามิ

Tue, 2005-12-27 04:54
ประชาไท -

ทักษิณ"เป็นประธานพิธีวางศิลาฤกษ์อนุสรณ์สถานสึนามิและรำลึกเหตุการณ์ 1 ปีสึนามิที่เขาหลัก
พร้อมย้ำไม่ทิ้งคนเดือดร้อนช่วยมากช่วยน้อยตามที่เหมาะ

งานรำลึกครบรอบ 1 ปีสึนามิ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2548 การจัดที่รัฐบาลจัดขึ้นใน 4 จังหวัดชายฝั่งอันดามัน ยกเว้นระนองและสตูล มีการทำพิธีรำลึกและไว้อาลัยผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สึนามิทั้งหมด 7 จุด โดยมีผู้เข้าร่วมทั้งคนไทยและต่างชาติหลายพันคน ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยพิธีเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการในเวลา 08.00 น.

โดยเมื่อเวลา 16.20 น. บริเวณหาดเล็ก อุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่ จังหวัดพังงา พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์อนุสรณ์สถานสึนามิ โดยมีญาติญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สึนามิและแขกที่รัฐบาลเชิญมาร่วมพิธีกว่า 500 คน โดยนายกรัฐมนตรีประกอบพิธีสงฆ์และพิธีพราหมณ์ ก่อนที่เรือของกองทัพเรือจะจอดเทียบท่า เพื่อเชิญศิลาจารึกดวงฤกษ์และชื่อประเทศผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สึนามิมาไว้ที่บริเวณหน้าพิธี

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ลงนามไว้อาลัยมีข้อความว่า "หวังว่าอนุสรณ์สถานแห่งนี้ จะเป็นสัญลักษณ์เตือนใจของความเข้าใจธรรมชาติและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของมวลมนุษยชาติ เมื่อยามเผชิญภัยเราแสดงความรักและความห่วงใย ตลอดจนมีน้ำใจต่อกันและกัน ขอให้ดวงวิญญาณทุกดวงไปสู่สุคติ"

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวเปิดงานว่า ไม่บ่อยครั้งนักที่เราจะได้มีส่วนร่วมในนาทีประวัติศาสตร์และได้รับรู้ จดจำไปอีกนาน ยิ่งไปกว่านั้นนาทีที่เราได้มาพร้อมหน้ากันอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ ในพิธีวางศิลาฤกษ์อนุสรณ์สถานที่จะก่อสร้างเร็ว ๆ นี้ ไม่ได้เป็นแต่เพียงประวัติศาสตร์ของประเทศไทย แต่อยากจะกล่าวว่า เรากำลังเป็นประจักษ์พยานในเหตุการณ์สำคัญของภูมิภาคหรือของโลกว่า เหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยสึนามิที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2547 เป็นภัยธรรมชาติอันร้ายแรงที่สุดที่คนไทยรุ่นปัจจุบันพบเห็น ความเสียหายและผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่มีผลกระทบกว้างไปถึงหลายประเทศรอบมหาสมุทรอินเดียและหลายประเทศในทวีปต่าง ๆ

"ภัยธรรมชาติลักษณะนี้เป็นเรื่องใหม่ที่เราไม่คุ้นเคย หรือพูดอีกแง่มุมคือเราไม่มีความรู้ความพร้อมเพียงพอที่จะรับมือภัยสึนามิ การสร้างอนุสรณ์สถานนี้ เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะประมวลความรู้ ความเข้าใจและบทเรียนจากเหตุการณ์สึนามิที่ผ่านมาเพื่อเป็นแหล่งศึกษาภัยธรรมชาติ เป็นอนุสรณ์สถานเตือนใจให้รำลึกถึงผู้สูญเสียในเหตุการณ์ อนุสรณ์สถานแห่งนี้เป็นประหนึ่งเครื่องหมายเตือนใจให้เราดำเนินชีวิตต่อไปด้วยความไม่ประมาท ตามหลักพระพุทธศาสนา" นายกรัฐมนตรี กล่าว

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวอีกว่า ในนามรัฐบาลไทยขอขอบคุณผู้แทนประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะผู้แทนจาก 37 ประเทศที่สูญเสียประชาชนระหว่างเกิดเหตุการณ์สึนามิในประเทศไทย ตลอดจนขอบคุณผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ อาสาสมัคร เอ็นจีโอ มูลนิธิต่าง ๆ ที่ให้ความร่วมมือช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่มาร่วมงานครั้งนี้ พร้อมขอให้ร่วมกันน้อมจิตอธิษฐาน ตามความเชื่อของแต่ละคนเพื่ออุทิศส่วนกุศลไปยังผู้ล่วงลับ

ภายหลังประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ นายกรัฐมนตรี ได้เจิมแผ่นอิฐทอง นาถ เงิน บนแผ่นศิลาฤกษ์ก่อนประกอบพิธีวางดอกไม้มงคล พลอย 9 สี โปรยข้าวตอกดอกไม้ จากนั้น นายกรัฐมนตรี กรวดน้ำรับพร ก่อนเดินเยี่ยมชมนิทรรศการบริเวณรอบอนุสรณ์สถานสึนามิ

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่า การช่วยผู้ประสบภัยที่มีการร้องเรียนว่าช่วยเหลือไม่ทั่วถึงนั้น คนที่เข้าไปแจ้งว่าได้รับผลกระทบส่วนใหญ่ ทางจังหวัดโดยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นคนตรวจสอบ และจะมีชื่อส่งมาที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ตนเชื่อว่าจะให้ความช่วยเหลือครบทุกคน ยกเว้นเรื่องบ้านที่ยังสร้างไม่เสร็จ

"ส่วนที่ไม่ครบถ้วนจริงๆ อาจจะไม่ใช่การเสียหายโดยตรง เช่น เรือประมง เรามีหลักเกณฑ์ช่วยเหลืออยู่ลำละ 5 หมื่นบาท แต่ปรากฏว่า เรือลำนั้นราคาแพง ประชาชนก็คาดหวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือเป็นล้าน เรื่องนี้จึงอยู่ระหว่างที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้าไปช่วยดูแล ตนได้กำชับไปว่าอย่าไปใช้กฎเกณฑ์ที่ตายตัว เพราะความเสียหายไม่เท่ากัน จึงได้มอบให้กระทรวงเกษตรฯไปดู โดยเฉพาะคนที่เสียหายมา ก็อาจจะต้องช่วยมากหน่อย" พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว

สำหรับ การฟื้นฟูสภาพจิตใจ ทางกรมสุขภาพจิตก็เข้าไปดูแลแล้ว และทำร่วมกับกรมการศาสนา แต่สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือ เมื่อนักท่องเที่ยวยังไม่กลับมา คนเหล่านี้ก็ไม่รู้จะทำมาหากินอะไร ทำให้สภาพจิตใจย่ำแย่ พอนักท่องเที่ยวไม่มา รายได้ก็ขาดหายไป ตรงนี้คือ 1 ปีที่ผ่านมา แต่ตอนนี้นักท่องเที่ยวเพิ่งจะกลับเข้ามา และนี่คือสิ่งที่ตนเชิญเขามาเพื่อมากระตุ้นเพื่อให้เห็นสภาพปกติ และคิดว่าปีหน้าจะดีกว่านี้ ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวมีน้อย ซึ่งอาจเกิดจากสภาพจิตใจเขาส่วนหนึ่ง ก็ต้องเข้าไปดูแล และต้องดูแลในเรื่องรายได้ของเขาด้วย ปีนี้น่าจะดี และจะพยายามเร่งทำต่อไป

 



 
 
    พบกับ Gallery ภาพเหตุการณ์ต่างๆ                    
งานพระศพฯ สมเด็จพระพี่นาง
งาน OTOP ที่เมืองทอง
ฝูงบินผาดโผน Thunderbird
พานุนากีสถล่มพม่า
งานแสดงภาพ world press photo
คดีทักษิณ จอมโกงชาติ
น้ำท่วมเกาะเกร็ด
ภาพไฟใหม้
ม๊อบขับไล่ นายก  สมัคร
ฉลอง 90 ปีพระสังฆราช
ปฏิวัติขับไล่ทักษิณ
pretty motor show
เข้าพรรษาที่วัดปทุมคงคา
เหตุการณ์จราจล 7 ตค.51
 
             
copyright © , www.photoontour.com , All rights reserved