Photoontour โฟโต้ออนทัวร์
Home : Events : Tsunami hits Japan               
     Photo on tour photo gallery
รวมภาพเหคุการณ์ คลื่นยักษ์สึนามิ และแผ่นดินไหว ที่จังหวัดมิยะงิ บนเกาะฮอนซู ห่างจากกรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่นขึ้นไปทางเหนือประมาณ 370 กม. วัดแรงสั่นสะเทิอนได้ 8.9 ริคเตอร์
 
ช็อคโลก..
เมื่อวันที่ 11 มีค.54 เกิดแผ่นดินไหวในญี่ปุ่น วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 8.9
ริคเตอร์ รุนแรงที่สุดในรอบ 140 ปี ตามด้วยคลื่นยักษ์สึนามิ สูง 10 เมตร
.... เรารวบรวมภาพมากมายหลายร้อยภาพจากทั่วโลกมาไว้ที่นี่....

A tsunami causes major damage in north-eastern Japan, after a massive 8.9 magnitude earthquake strikes off the coast.
 
 
รวมภาพสึนามิที่ญี่ปุ่น : Japan Tsunami & Earthquake Photo Gallery เรา Update ภาพตามเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง ติดตามได้ที่เว็บนี้      ( Updated 800 ภาพ)    
Gallery 1
Gallery 2
 
Gallery 4
Gallery 5
 
 
 
   
   
   
   
   
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Gallery 47
Gallery 48
 
 
Gallery 49
Gallery 50
Gallery 51
 
 
Gallery 52
Gallery 53
Gallery 54
 
 
Gallery 55
Gallery 56
Gallery 57
 
 
Gallery 58
Gallery 59

Gallery 60
 
 
Gallery 61
Gallery 62
Gallery 63
 
 
Gallery 64
Gallery 65

Gallery 66

 
 
Gallery 67
Gallery 68

Gallery 69

 
 
Gallery 70
Gallery 71

Gallery 72

 
 
คลิปวีดิโอเหตุการณ์สึนามิที่ญี่ปุ่น จาก CNN
Clip Video Japan Tsunami 2011 : (Link to CNN)
 
 
 
รวมข่าวแผ่นดินไหว และคลื่นยักษ์สึนามิ ประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 11 มีค.54

ญี่ปุ่นเกิดแผ่นดินไหว 8.9 ริกเตอร์วันนี้ (Manager online)
Tsunami hits north-eastern Japan after massive quake (ฺฺBBC News)
Deaths, tsunamis feared as massive quake hits Japan (CNN)
พระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัย
สำนักปรมาณูแจ้งมาตรการรับมือรังส (โพสต์ทูเดย์)
บึ้มเตาที่3 รังสีถึงโตเกียว (ข่าวสด)
จักรพรรดิญี่ปุ่น “ทรงภาวนา” ให้ประเทศพ้นวิกฤต (Manager online)
     
 
 
 

พระราชสาส์น
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีข้อความพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัยไปยังสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น กรณีเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิบริเวณทางตะวันออกของเกาะฮอนชู เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2554 ซึ่งสำนักราชเลขาธิการได้เชิญผ่านสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว เรียบร้อยแล้ว ดังนี้

ข้าพเจ้าและพระราชินีเศร้าสลดใจอย่างยิ่งที่ทราบรายงานเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิ ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ทั้งยังก่อความเสียหายอย่างใหญ่หลวงในประเทศของฝ่าพระบาท ข้าพเจ้าและพระราชินี ขอแสดงความเสียใจด้วยใจจริงมายังฝ่าพระบาทและผู้ประสบความทุกข์และความสูญเสียจากภัยพิบัติทางธรรมชาติในครั้งนี้
(พระปรมาภิไธย) ภูมิพลอดุลยเดช ปร.




สำนักปรมาณูแจ้งมาตรการรับมือรังสี

15 มีนาคม 2554 เวลา 17:07 น.
(จาก : เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์)

สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติประกาศมาตรการรับมือ หากกัมมันตรังสีรั่วไหลแพร่มาถึงไทย เผยมีการติดตั้งเครื่องวัดรังสีทั่วประเทศ พร้อมแจ้งเตือนทันทีหากเกินระดับปลอดภัย

สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ได้ประกาศมาตรการเมื่อมีการฟุ้งกระจายของวัสดุกัมมันตรังสีจากเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์มายังประเทศไทย โดยระบุว่า สำนักงานฯได้มีการติดตั้งเครื่องวัดรังสีในอากาศทั่วประเทศ โดยติดตั้งที่กรุงเทพมหานคร ขอนแก่น เชียงใหม่ และสงขลา ซึ่งจะมีการแจ้งประชาชนเมื่อระดับรังสีสูงกว่า 200 นาโนซีเวิร์ต/ชั่วโมง โดยสำนักสนับสนุนกำกับดูแลความปลอดภัยจากพลังงานปรมาณู

ทั้งนี้หากกัมมันตรังสีมีการฟุ้งกระจายและมีผลต่อสุขภาพของประชาชนในระดับรุนแรงนั้น จะมีการดำเนินการดังนี้

1.แนะนำให้ประชาชน ไม่ดื่ม หรือไม่รับประทานอาหารที่มีการปนเปื้อนวัสดุกัมมันตรังสีดังกล่าว

2.ถ้าวัดระดับรังสีในอากาศได้มากกว่า 1 ไมโครซีเวิร์ตต่อชั่วโมง ขึ้นไป ให้ประชาชนหลบอยู่ในที่พักอาศัย โดยปิดประตู หน้าต่างอย่างแน่นหนา และปิดระบบระบายอากาศ เพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุกัมมันตรังสีที่อยู่ในอากาศเข้ามาในที่พักอาศัยได้

3. รอรับการแจ้งจากหน่วยงานระงับเหตุฉุกเฉิน (จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดที่เกี่ยวข้องและได้รับผลกระทบจากเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี และสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ) ว่าจะปฏิบัติตนอย่างไรต่อไป

4. เมื่อระดับรังสีที่ประเมินได้ สูงจนเป็นอันตรายต่อประชาชน หรือ 1 มิลลิซีเวิร์ต แนะนำให้ประชาชนอพยพออกนอกบริเวณ และไปอยู่ในบริเวณที่มีระดับรังสีไม่ทำให้เป็นอันตรายต่อร่างกาย

5. เมื่อระดับรังสีที่ประเมินได้ อยู่ในระดับปกติ แจ้งเตือนให้ประชาชนมีระมัดระวังในเรื่องของการเปรอะเปื้อนทางรังสีที่พื้นดิน อาคารบ้านเรือน

6.การป้องกันเบื้องต้นสำหรับวัสดุกัมมันตรังสี I-131 เมื่อพบว่ามีการฟุ้งกระจายของวัสดุกัมมันตรังสี I-131 แจ้งให้ประชาชนรับประทาน โปแตสเซียมไอโอได ในทันที เพื่อลดการรับรังสีบีตา และแกมมาที่ต่อมไทรอยด์

7.การป้องกันเบื้องต้นสำหรับวัสดุกัมมันตรังสี Cs-137 ให้รับประทาน Prussian Blue หลังจากที่ได้รับวัสดุกัมมันตรังสี Cs-137 นั้นเข้าสู่ร่างกาย (ตามคำแนะนำของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ)

ทั้งหมดนี้เป็นแนวปฏิบัติเบื้องต้นสำหรับประชาชนคนไทย ในกรณีที่มีการฟุ้งกระจายของวัสดุกัมมันตรังสี จากเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์ดังกล่าวในปริมาณที่สูงจนอาจก่อให้เกิดอันตราย

นอกจากนี้สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติยังมีการตรวจวัดอย่างต่อเนื่องเพื่อทำให้ประชาชนคนไทยได้มั่นใจในความปลอดภัยทั้งจากนิวเคลียร์และรังสีที่มีผลต่อสุขภาพร่างกาย

ศ.ดร.ชัยวัฒน์ ต่อสกุลแก้ว เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ(ปส.) เปิดเผยว่า ได้จัดเตรียมเครื่องวัดรังสีประจำตัวบุคคลเพื่อสนับสนุนในการปฏิบัติงานของทีมแพทย์ไทยที่จะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น

"หากพบว่าปริมาณรังสีเกินกว่าระดับปลอดภัย และมีผลต่อสุขภาพของประชาชนในระดับรุนแรง จะประกาศใช้แผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีแห่งชาติเป็นแนวทางในการปฏิบัติ รวมทั้งจะสุ่มตัวอย่างอาหารตามที่ต่างๆ ที่คาดว่าจะมีวัสดุกัมมันตรังสีตกลงและปนเปื้อน"ศ.ดร.ชัยวัฒน์ กล่าว

นอกจากนี้ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติยังมีการตรวจวัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้ประชาชนคนไทยได้มั่นใจในความปลอดภัยทั้งจากนิวเคลียร์และรังสีที่มีผลต่อสุขภาพร่างกาย



ญี่ปุ่นเกิดแผ่นดินไหว 8.9 ริกเตอร์วันนี้ (11 มีค.54)
ที่มา manageronline

ก่อคลื่นสึนามิขนาดใหญ่ ซึ่งพัดพาเรือเข้าใส่ชายฝั่ง สร้างความเสียหายให้เมืองชายฝั่งแปซิฟิกของแดนอาทิตย์อุทัย ล่าสุด ทางการอินโดนีเซียประกาศเตือนภัยสึนามิแล้ว เจ้าหน้าที่ยืนยันมีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย

รายงานจากจังหวัดมิยะงิ บนเกาะฮอนชู ระบุว่า มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตในขณะนี้ โทรทัศน์กำลังเผยแพร่ภาพคลื่นน้ำกำลังกลืนกินพื้นที่โดยรอบชายฝั่ง

แผ่นดินไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเที่ยงวันที่ผ่านมา แรงสั่นสะเทือนรุนแรงจนอาคารสูงในกรุงโตเกียวสั่นไหว มีรายงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ 6 แห่งในเมืองหลวงญี่ปุ่น ซึ่งรถไฟใต้ดินต้องหยุดให้บริการ สัญญาณไซเรนดังต่อเนื่อง ผู้คนหนีออกมาจากตัวอาคาร

สำนักสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ รายงานล่าสุด ว่า แผ่นดินไหว 8.9 ริกเตอร์ครั้งนี้ เกิดขึ้นห่างจากกรุงโตเกียวไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 382 กิโลเมตร มีการประกาศเตือนภัยสึนามิ ทั้งในญี่ปุ่น ไต้หวัน รัสเซีย และบริเวณหมู่เกาะมารินา ศูนย์เตือนภัยสึนามิในแปซิฟิก รายงาน

ล่าสุดมีรายงานว่า เกิดเหตุหลังคาอาคารถล่มระหว่างพิธีสำเร็จการศึกษา ในกรุงโตเกียว ซึ่งมีนักศึกษาเข้าร่วมพิธีประมาณ 600 คน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ทว่ายังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต หน่วยดับเพลิงโตเกียวรายงาน หลังจากเกิดแผ่นดินไหวแรงสั่นสะเทือนถึง 8.9 ริกเตอร์

รัฐบาลญี่ปุ่นออกประกาศเตือนจังหวัดชายฝั่งทางตอนเหนือว่า อาจเกิดคลื่นสึนามิเพิ่มเติม สื่อท้องถิ่นแพร่ภาพคลื่นสึนามิความสูง 10 เมตร โถมเข้าใส่ท่าเรือเมืองเซนได ในจังหวัดมิยะงิ สำนักข่าวเกียวโดรายงานเพิ่มเติมว่า มีคลื่นสึนามิความสูง 7 เมตรซัดเข้าใส่เมืองฟุกุชิมะ ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะฮอนชูเช่นกัน

ล่าสุด ทางการอินโดนีเซียประกาศเตือนภัยสึนามิแล้ว โดยศูนย์เตือนภัยสึนามิสหรัฐฯ ออกประกาศเตือนในขณะนี้ให้เมืองชายฝั่งแปซิฟิก ทั้งออสเตรเลีย และภูมิภาคอเมริกาใต้ เตรียมพร้อมรับมือคลื่นยักษ์สึนามิ


Tsunami hits north-eastern Japan after massive quake
Source : BBC News

A massive earthquake has hit the north-east of Japan, triggering a tsunami that has caused extensive damage. Japanese television showed cars, ships and even buildings being swept away by a vast wall of water after the 8.9 magnitude earthquake.

The quake has sparked fires in several areas including Tokyo, and numerous casualties are feared.It struck about 250 miles (400km) from the capital at a depth of 20 miles. There have been powerful aftershocks.

The tremor at 1446 local time (0546 GMT). Seismologists say it is one of the largest earthquakes to hit Japan for many years.The tsunami warning was extended to the Philippines, Indonesia, Taiwan, the Pacific coast of Russia and Hawaii.

 Tsunami waves hit Japan's Miyagi and Fukushima prefectures, officials said.Japan's NHK television showed a massive surge of debris-filled water sweeping away buildings, cars and ships and reaching far inland.

The earthquake also triggered a number of fires, including one at an oil refinery in Ichihara city in Chiba prefecture near Tokyo, engulfing storage tanks.There were reports of about 20 people injured in Tokyo after the roof of a hall collapsed onto a graduation ceremony.

Bullet train service to northern Japan was halted, rapid transit in Tokyo was suspended and some nuclear power plants automatically shut down.

Prime Minister Naoto Kan said there had been no radiation leaks.In a televised address, he extended his sympathy to the victims of the disaster and said an emergency response headquarters had been set up.



Deaths, tsunamis feared as massive quake hits Japan
Tokyo (CNN)  


The most powerful earthquake to hit Japan in at least 100 years unleashed walls of water that swept across rice fields, engulfing towns, dragging houses onto highways and tossing cars and boats like toys.

Local media reported at least 32 deaths, with more casualties feared. And the 8.9-magnitude quake, which struck at 2:46 p.m., prompted the U.S. National Weather Service to issue a tsunami warning for at least 20 countries.

The quake's epicenter was 373 kilometers (231 miles) away from Tokyo, the United States Geological Survey said.

But residents there continued to feel aftershocks hours after the quake. More than 30 aftershocks followed, with the strongest measuring at 7.1. "I wasn't scared when it started ... but it just kept going and going," said Michelle Gates, who lives in central Tokyo.

"I won't lie, it was quite scary. But we are all OK. We live on the third floor, so most everything shook and shifted."

A spokesman for the U.S. military bases in Japan said all service members were accounted for and there were no reports of damage to installations or ships.

Japanese Prime Minister Naoto Kan appealed for calm and said there were no reported leaks of radioactive materials from power plants.

Four nuclear power plants closest to the quake were safely shut down, the UN nuclear watchdog agency said.

At Tokyo Station, one of Japan's busiest subway stations, shaken commuters grabbed one another to stay steady as the ground shook. Dazed residents poured into the streets after offices and schools were closed. Children cried.

The quake toppled cars off bridges and into waters underneath. Waves of debris flowed like lava across farmland, pushing boats, houses and trailers. About 4 million homes had no power in Tokyo and surrounding areas.

Firefighters battled a fiery blaze at an oil refinery in Chiba prefecture near Tokyo. Residents said though earthquakes are common in Japan, Friday's stunned most people.

"This was larger than anyone expected and went on longer than anyone expected," said Matt Alt, who lives in Tokyo.

"My wife was the calm one ... she told us to get down and put your back on something, and leave the windows and doors open in case a building shifts so you don't get trapped."

Richard Lloyd Parry said he looked through a window and saw buildings shaking from side to side."Central Tokyo is fine from what we see, people are calm ... and not going inside buildings," he said.

Such a large earthquake at such a shallow depth creates a lot of energy, said Shenza Chen of the U.S. Geological Survey.As the city grappled with the devastation, a massive tsunami swept across the Pacific Ocean.An earthquake of that size can generate a dangerous tsunami to coasts outside the source region, the National Weather Service said.

In Philippines alone, the tsunami is expected to hit in the early morning and the government has evacuated 20 provinces along the coast. Authorities in at least 20 countries and numerous Pacific islands issued tsunami warnings, the National Weather Service said.

The wide-ranging list includes Russia and Indonesia, Central American countries like Guatemala, El Salvador and Costa Rica and the U.S. state of Hawaii, where warning sirens were sounded in the morning. A tsunami warning was also issued for areas along the United States and Canadian west coasts

Humanitarian agencies were working with rescue crews to reach the people affected.

"When such an earthquake impacts a developed country like Japan, our concern also turns to countries like the Philippines and Indonesia, which might not have the same resources," said Rachel Wolff, a spokeswoman for World Vision.

Wolff said her agency is helping people on the ground in Japan and teaming up to help others in countries along the path of the tsunami.

The tsunami could cause damage "along coastlines of all islands in the state of Hawaii," warned the U.S. National Oceanic and Atmospheric Administration. "Urgent action should be taken to protect lives and property."

Tsunamis are a series of long ocean waves that can last five to 15 minutes and cause extensive flooding in coastal areas. A succession of waves can hit -- often the highest not being the first, said CNN meteorologist Ivan Cabrera.

The quake was the latest in a series in the region this week.

Early Thursday, an earthquake with a preliminary magnitude of 6.3 struck off the coast of Honshu. A day earlier, a 7.2-magnitude earthquake had struck off the same coast, the country's meteorological agency said.

The largest recorded quake took place in Chile on May 22, 1960, with a magnitude of 9.5, the USGS said.

The quake Friday was the fifth-strongest in the world since 1900, the agency said and the most powerful to hit Japan since then



บึ้มเตาที่3 รังสีถึงโตเกียว

แห่อพยพหนีวุ่น ห้ามอยู่นอกบ้าน พบแล้ว6พันศพ เตือนอีกสองวัน ไหวซ้ำ7ริกเตอร์ อย.สั่งตรวจเข้ม อาหารจากญี่ปุ่น
(ที่มา ข่าวสด)

พิบัติภัยแผ่นดินไหว -สึนามิถล่มญี่ปุ่น ลุก ลามกลายเป็น "วิกฤตนิวเคลียร์" หลังจากรัฐบาลญี่ปุ่นรับว่ามี "สารกัมมันตรังสี" รั่วไหลออกจากโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะจนถึงระดับเป็นอันตรายต่อสุขภาพมนุษย์ พร้อมประกาศเขตห้ามบินกันรังสีฟุ้งกระจาย และสั่งอพยพห้ามประชาชนอยู่ในรัศมี 20 ก.ม.ใกล้โรงงาน ส่วนคนที่อยู่ใน รัศมี 30 ก.ม.ห้ามออกจากบ้านชั่วคราว ด้านคนโตเกียวผวาฝุ่นกัมมันตรังสีพัดมาตามอากาศ แห่กักตุนอาหารขนานใหญ่ บางส่วนกลัวถึงขั้นพาครอบครัวหนีออกจากเมืองหลวง หวั่นรังสีรั่วส่งผลกระทบข้ามแปซิฟิกไปถึงทวีปอเมริกา เหนือ "บัวแก้ว" ส่งทีมบินไปช่วยเหลือคนไทยหลายหมื่นชีวิตแล้ว ขณะที่ "อย." เดินหน้าใช้มาตรการตรวจเข้มสินค้า-อาหารจากญี่ปุ่นเหมือนเมื่อครั้งเชอร์โนบิลระเบิดวินาศ กทม.ตื่นตัวเตรียมเพิ่มแผนป้องกันภัยพิบัติสึนามิ ด้านผอ.สำนักฯนิวเคลียร์ชี้ไทยมีศูนย์พร้อมเฝ้าระวังกัมมันตรังสี 8 แห่งทั่วประเทศ ถึงทิศทางลมจากญี่ปุ่นขณะนี้จะมุ่งลงมาทางไทย แต่สารจะเจือจางมาก

กต.ส่งทีมช่วยคนไทย

เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือคนไทยในประเทศญี่ปุ่น ว่า ในวันพรุ่งนี้ 16 มี.ค. ตนและคณะเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศจะเดินทางไปยังญี่ปุ่น เพื่อเข้าไปดูแลคนไทยและประเมินการให้ความช่วยเหลือ โดยจะนำอาหารและผ้าห่มไปด้วย เนื่องจากบางจุดไม่มีไฟฟ้า และอาหารขาดแคลน ซึ่งสิ่งของจะนำไปเก็บไว้ที่ศูนย์ช่วยเหลือคนไทย ที่วัดปากน้ำ ใกล้สนามบินนาริตะ จ.ชิบะ

นายชวนนท์ ระบุว่า ส่วนข่าวสารกัมมัน ตรังสีรั่วไหลจากโรงไฟฟ้าพลังงานปรมาณู ใน จ.ฟูกูชิมะ ล่าสุดได้รับรายงานว่า ยังไม่มีคนไทยได้รับผลกระทบ ซึ่งทางญี่ปุ่นสั่งอพยพประชา ชนออกจากพื้นที่ใกล้โรงไฟฟ้าเป็นรัศมี 30 กิโลเมตร ด้านกระแสข่าวที่ว่าฝุ่นกัมมันตรัง สีจะถูกพัดเข้าสู่กรุงโตเกียว เมืองหลวงญี่ปุ่นนั้นยังไม่มีรายงานยืนยัน และตัวเลขล่าสุดของระดับความเข้มข้นของรังสียังไม่อยู่ในระดับอันตรายต่อร่างกาย

พร้อมอพยพหนี"รังสี"

นายชวนนท์ แถลงอีกว่า อย่างไรก็ตาม เพื่อความไม่ประมาทจะต้องอพยพคนไทยออกมาให้ห่างไกลที่สุด โดยนายชวนนท์ ยืนยันว่า ทางการไทยค่อนข้างพร้อมในการอพยพ ทั้งยานพาหนะและงบประมาณ สามารถดำเนินการได้ทันที ขณะที่ตัวเลขของคนไทยในญี่ปุ่นที่แจ้งความประสงค์เดินทางกลับไทยมีเข้ามาอย่างต่อเนื่องและอยู่ในระหว่างรวบรวม

ผู้สื่อข่าวถามถึงการคัดกรองบุคคลที่เดินทางมาจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อความมั่นใจว่าไม่มีผู้ที่ได้รับสารกัมมันตรังสีติดมา นายชวนนท์ตอบว่า เชื่อว่ากระทรวงสาธารณสุขจะมีมาตรการป้องกัน แต่เบื้องต้นต้องดูด้วยว่าแต่ละคนมาจากจุดที่ใกล้กับการแพร่กระจายของกัมมันตรังสีหรือไม่

คณะแพทย์ไทยถึงญี่ปุ่น

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีสาธารณ สุข (สธ.) กล่าวว่า หลังจากคณะแพทย์ไทยชุดแรกเดินทางถึงสนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น ก็รีบเดินทางไปวัดปากน้ำ จ.ชิบะ เพื่อพบกับรักษาการเจ้าอาวาส และในวันที่ 15 มี.ค. จะมีคนไทยจากเมืองเซนได จ.มิยางิ เดินทางมาตรวจสุขภาพประมาณ 70 คน ซึ่งแพทย์ไทยจะดูแลสุขภาพให้ โดยเฉพาะในเรื่องการตรวจวัดรังสี แต่จากการตรวจวัดค่ารังสีโดยเครื่องวัดกัมมันตรังสีที่คณะแพทย์นำไปจากเมืองไทยวัดค่าได้ 0.07 ไมโครซีเวิร์ตต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นค่าที่ไม่เป็นอันตรายต่อชีวิต

"สำหรับกรณีญี่ปุ่นมีความต้องการไอโอดีน เพื่อกินป้องกันผลกระทบจากสารกัมมันตรังสี ได้มอบหมายให้ น.พ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประสานกับกระทรวงการต่างประเทศของไทย หากญี่ปุ่นต้องการให้ช่วยผลิตไอโอดีนเม็ดส่งไปช่วย กระทรวงสาธารณสุขก็ยินดี" รมว.สาธารณสุข กล่าว

สธ.สั่ง"อย."ตรวจสินค้ายุ่น

นายจุรินทร์ ให้สัมภาษณ์ด้วยว่า ได้หารือกับหน่วยงานด้านความปลอดภัยของอาหาร ทั้งบริษัทเอกชนและหน่วยงานภาครัฐ รวมไปถึง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เห็นตรงกันว่า ให้อย. ตรวจและเก็บสินค้าของญี่ปุ่นทุกชนิดที่นำเข้ามาไปตรวจสอบยังกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์หาสารเคมีปนเปื้อนอย่างละเอียดจนกว่าจะได้รับการยืนยันว่าสินค้าดังกล่าวมีความปลอดภัย ไม่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค จึงจะอนุญาตให้นำมาวางจำหน่ายตามปกติ

นายจุรินทร์ เผยว่า การดำเนินมาตรการครั้งนี้สืบเนื่องจากปัญหาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หลายแห่งในญี่ปุ่นเกิดระเบิด และมีการรั่วไหลของสารเคมี แม้หลายฝ่ายยืนยันว่าสารเคมีดังกล่าวจะมาไม่ถึงเมืองไทย แต่เพื่อความไม่ประมาทต้องตรวจสอบอย่างละเอียดในสินค้าทุกชนิดที่นำเข้าจากญี่ปุ่น ทั้งอาหารสดและอาหารแห้งที่มีมากมาย

"ไม่ถือเป็นการซ้ำเติมญี่ปุ่นในการสกัดกั้นสินค้าที่เคยนำเข้าตามปกติ แต่เพื่อความปลอด ภัยของคนไทยทุกคน กระทรวงสาธารณสุข จึงต้องประกาศตีกรอบการดูแลนำเข้าอาหารทุกชนิดอย่างจริงจัง" รมว.สาธารณสุข กล่าว

ใช้มาตรการยุค"เชอร์โนบิล"

ด้านน.พ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการอย. แถลงว่า จากกรณีญี่ปุ่นเริ่มประกาศเตือนสารกัมมันตรังสีปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมนั้น อย.มีมาตรการความปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคเพื่อดูแลการปนเปื้อนในอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 102 พ.ศ.2529 และฉบับที่ 116 พ.ศ.2531 เรื่องมาตรฐานอาหารที่มีกัมมันตรังสีเพื่อกำหนดปริมาณมาตรฐานในการปนเปื้อน โดยเป็นมาตรการเหมือนที่เคยใช้สมัยโรงงานเชอร์โนบิลระเบิดครั้งใหญ่เมื่อปีพ.ศ.2529 โดยจะประสานกับสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติในการตรวจหาสารซีเซียม ที่จะพบเมื่อเกิดจากการปนเปื้อนของสารกัมมันตภาพรังสีในสิ่งแวดล้อม ในกลุ่มอาหารนำเข้าจากญี่ปุ่นและประเทศใกล้เคียง

น.พ.พิพัฒน์ ระบุว่า ประกาศกระทรวงได้กำหนดมาตรฐานการตรวจกัมมันตภาพรังสี ว่า จะตรวจพบการปนเปื้อนกัมมันตรังสีในอาหารในรูปแบบของซีเซียม -137 (Cs -137) ไม่เกินระดับปริมาณ คือ 1.นมสด 7 เบคเคอเรลต่อลิตร 2.นมผงผลิตภัณฑ์นมและอาหารที่ใช้สำหรับทารก 21 เบคเคอเรลต่อกิโลกรัม 3.ธัญพืชและอาหารประเภทอื่น 6 เบคเคอเรลต่อกิโลกรัม โดยผู้นำหรือสั่งอาหารเข้ามาในอาณาจักรแต่ละครั้ง จะต้องมีหนังสือรับรองความปลอดภัยระบุระดับปริมาณกัมมันตรังสีในรูปซีเซียม -137 ของอาหารนั้นๆ ที่ด่านศุลกากรที่นำเข้า หากพบว่าอาหารใดตรวจพบปริมาณกัมมันตรังสีไม่เป็นไปตามที่ประกาศกำหนด จะจัดเป็นอาหารผิดมาตรฐาน มาตรา 28 ฝ่าฝืน มาตรา 25(3) มีโทษตามมาตรา 60 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท

อาจชะลอนำเข้า"อาหารยุ่น"

เลขาธิการอย. แถลงด้วยว่า วันพุธที่ 16 มี.ค. อย.จะเชิญสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ, ผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าอาหารรายใหญ่ และสมาคมผู้ผลิตอาหารนำเข้าร่วมประชุม ปัจจุบันอาหารนำเข้าจากญี่ปุ่นจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ นำเข้าอาหารแช่งแข็ง-ผลไม้ และนำเข้าวัตถุดิบเพื่อประกอบเป็นอาหาร โดยหากเป็นที่แน่ชัดว่าเกิดการปนเปื้อนของสารกัมมันตรังสีในสิ่งแวดล้อมจริง จะขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้ชะลอการนำเข้าอาหารจากญี่ปุ่นไปก่อน "ไทยมีสัดส่วนนำเข้าอาหารจากญี่ปุ่นมีไม่มากนัก โดยกลุ่มอาหารเสี่ยงจะได้รับผลกระทบจากการปนเปื้อน แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ 1.ผัก ผลไม้ ธัญพืช ข้าว 2.เนื้อสัตว์ นม ขนม นมผง ช็อกโกแลต อาหารแปรรูป 3.อาหารทะเล กุ้ง ปลา หอย อาหารแช่แข็ง สาหร่ายอบแห้ง ซึ่งไทยนำเข้าในกลุ่มอาหารทะเลมากที่สุด โดยจะประสานกับสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เริ่มสุ่มตรวจตั้งแต่การนำเข้าทางอากาศวันพรุ่งนี้เป็นต้นไป" น.พ.พิพัฒน์ กล่าว

เตือนอย่ากิน"ไอโอดีน"เอง

น.พ.พิพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับการปนเปื้อนสารไอโอดีนที่เป็นกัมมันตรังสีนั้น จะพบการปนเปื้อนในอากาศ ได้รับผ่านการสัมผัสและหายใจ โดยร่างกายจะดูดซึมและขับออกมาตามธรรมชาติ การป้องกันด้วยการกินเม็ดไอโอดีนทำเพื่อให้ร่างกายดูดซึมสารไอโอดีนจนเพียงพอเพื่อไม่ให้จับสารไอโอดีนกัมมันตรังสีในอากาศ แต่ขอเตือนว่า ประเทศไทยยังไม่พบการปนเปื้อนในอากาศ ฉะนั้นการกินยาเม็ดไอโอดีนโดยพลการ อาจได้รับอันตรายจากภาวระรับสารไอโอดีนเกินจนเป็นพิษ ทำให้เกิดคอหอยพอก หรือต่อมไทรอยด์เป็นพิษ

ส่วนสารซีเซียมจะพบในอาหาร ย่อยสลายได้ยากและจะสะสมอยู่เป็นเวลานานประมาณ 30 ปี หากได้รับสารดังกล่าวสะสมจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ในร่างกาย เสี่ยงเกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาว ต่อมน้ำเหลือง การเฝ้าระวังจึงต้องทำอย่างต่อเนื่องเรื่อยไป

"ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก และคอยฟังคำแนะนำจากกระทรวงสาธารณสุข ในส่วนการเฝ้าระวังในอากาศ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด โดยการฟุ้งกระจายในอากาศจะขึ้นอยู่กับกระแสลม แต่ไทยถือว่ามีโอกาสน้อยที่จะได้รับอันตราย ข้อควรระวังและการดูแลตัวเองในกรณีเกิดการปนเปื้อนทางอากาศ คือ ใส่เสื้อผ้ามิดชิด อยู่ในที่ร่ม เปลี่ยนเสื้อผ้า และอาบน้ำ การทาเบตาดีนตามร่างกายขณะนี้ถือว่าไม่จำเป็น เพราะในเบตาดีนมีไอโอดีนไม่มากนัก" เลขาธิการอย. แนะ

ชี้รังสีไม่กระทบไทย

นายลภชัย ศิริภิรมย์ รักษาการผอ.สำนักกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ กล่าวถึงเหตุเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 3 หน่วยในโรงงานไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ฟูกูชิมะ จ.ฟูกูชิมะ ประเทศญี่ปุ่น ระเบิดว่า เป็นระเบิดขั้นเล็กน้อย เพราะการระเบิดไม่ได้เกิดจากการทำปฏิกิริยานิวเคลียร์ แต่เกิดจากแกนปฏิกรณ์มีอุณหภูมิสูงมาก ทำให้ไอน้ำแยกตัวออกมาเป็นไฮโดรเจนและออกซิเจน จนเกิดสันดาบกันกระทั่งเกิดระเบิดภายนอก

นายลภชัย ชี้ว่า ยังดีที่โครงสร้างโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ญี่ปุ่นถูกออกแบบมาให้รองรับแผ่นดินไหวและสึนามิ ตัวถังปฏิกรณ์นิวเคลียร์หนา และมีอาคารครอบเตาปฏิกรณ์ไว้ ทำให้กัมมันตภาพรังสีหลุดรอดออกมาน้อย เห็นได้จากโรงงานไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ฟูกูชิมะ ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวมากนัก

ส่วนกระแสวิตกกังวลว่ารังสีการแพร่กระจายไปหลายประเทศ นายลภชัยกล่าวว่า เมื่อเกิดระเบิด กัมมันตรังสีจะพวยพุ่งสู่ท้องฟ้าก่อนจับตัวกับฝุ่น หรือฝนตกลงสู่พื้นดินหรือพื้นน้ำ ทั้งนี้ยิ่งกระจายออกไปห่างไกล ความเจือจางจะยิ่งมากขึ้นจนไม่สามารถวัดได้ในอากาศ แม้ทิศทางลมปัจจุบันจะมุ่งลงตะวันตกเฉียงใต้ทางประเทศไทย แต่จะเจือจางมากจนเราสัมผัสไม่ได้ และในส่วนของประเทศไทยมีศูนย์เฝ้าระวังกัมมันตรังสี 8 ศูนย์ทั่วประเทศตลอด 24 ชั่วโมง

"หากสัมผัสกับกัมมันตรังสีโดยตรงอาจเกิดอาการไหม้ บวมแดง คล้ายถูกแดดเผา และเม็ดเลือดเกิดการเปลี่ยนแปลง" นายลภชัยกล่าว

สาวอุบลฯอพยพกลับ

ที่ห้องผู้โดยสารขาออกสนามบินนานาชาติ จ.อุบลราชธานี ผศ.ดร.ชมพูนุท โมราชาติ อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี และญาติมารอรับนางสิริชนม์ โมราชาติ บุตรสาว และด.ญ.สิริวัฒนา จันทนาคม หลานสาว ซึ่งเดินทางกลับจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

นางสิริชนม์ เปิดเผยว่า ตนและสามีชาวไทยเป็นนักวิจัยด้านพลังงานให้กับบริษัทเอกชนของญี่ปุ่น และพักอยู่ในเขตนิชิโอจิมะ กรุงโตเกียว นานประมาณ 2 ปี ระหว่างอยู่ที่ญี่ปุ่นการเกิดแผ่นดินไหวถือเป็นเรื่องปกติ แต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นับเป็นแผ่นไหวครั้งร้ายแรงที่สุด เพราะมีการสั่นไหวอยู่นานกว่า 10 นาที กระทั่งต้องยกมือขึ้นสวดมนต์ไหว้ขอให้พระคุ้มครอง เมื่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวสงบนิ่งจึงวิ่งหลบหนีลงมารวมอยู่กับคนอื่นที่ถนน ขณะนั้นเกิดความวุ่นวายมาก

เผย"อาฟเตอร์ช็อก"ถี่ยิบ

นางสิริชนม์เล่าถึงเหตุที่ตัดสินใจอพยพครอบครัวออกจากประเทศญี่ปุ่น เพราะไม่มีความแน่นอนด้านสวัสดิภาพ เกิดอาฟเตอร์ช็อกอย่างต่อเนื่องทั้งกลางวันกลางคืน และเมื่อเตาปฏิกรณ์ปรมาณูโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ฟูกูชิมะระเบิด ทางการญี่ปุ่นได้ประกาศภาวะฉุกเฉิน สามีจึงขอทางบริษัทเดินทางกลับมาประจำอยู่ในประเทศไทยชั่วคราว เพราะแม้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เกิดการระเบิดอยู่ห่างจากกรุงโตเกียวประมาณ 260 ก.ม. แต่ยังมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เมืองโตไก อยู่ห่างกรุงโตเกียวไปเพียง 120 ก.ม. และที่โรงไฟฟ้าแห่งนี้ กำลังเริ่มมีปัญหาจากอาฟเตอร์ช็อกที่มีความถี่ยิ่งขึ้น จึงตัดสินใจเดินทางกลับประเทศไทยทันที

นางสิริชนม์เผยด้วยว่า นอกจากตนแล้วยังมีคนไทยตกค้างอยู่อีกส่วนหนึ่ง เพราะหาตั๋วเครื่องบินกลับไม่ได้ เนื่องจากตั๋วราคาแพงขึ้นอีกหนึ่งเท่า และอยากฝากให้ผู้ที่คิดจะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในไทยทบทวนเสียใหม่ เพราะญี่ปุ่นได้ชื่อเรื่องมาตรการด้านการรักษาความปลอดภัยอยู่ในระดับต้นๆ ยังรับมือกับภัยชนิดนี้ไม่ไหว

กาฬสินธุ์ไม่เอานิวเคลียร์

เวลา 10.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มตัวแทนภาคประชาชนประมาณ 1,000 คน เคลื่อนขบวนมาที่ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมีประชาชนจากเครือข่ายต้านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 6 จังหวัดภาคอีสาน นำโดยนาง ฐานมญ คำนึง ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย (คปท.) เดินทางเข้ามาสมทบ ทำให้มีผู้ชุมนุมเพิ่มขึ้นจำนวนมากกว่า 2,000 คน ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยของทั้งทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ และอส.อย่างเข้มงวด

สำหรับจุดประสงค์ของมวลชนกลุ่มนี้ คือ ต่อต้านคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ที่เริ่มดำเนินการก่อสร้างขุดเจาะในพื้นที่อบต.หัวหิน อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์

เตา"นิวเคลียร์"บึ้มตัวที่ 3

สำหรับสถานการณ์ในญี่ปุ่น สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ในโรงงานไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ฟูกูชิมะ ไดอิจิ จังหวัดฟูกูชิมะ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระเบิดอีกเป็นเครื่องที่ 3 และเกิดไฟไหม้ที่เครื่องที่ 4 เจ้าหน้าที่แจ้งว่า การแผ่รังสีเพิ่มสูงขึ้นจนถึงระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์แล้ว

นายนาโอโตะ คัง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีความเสี่ยงสูงที่สารกัมมันตรังสีจะแผ่ออกมาอีก ขอให้ประชาชนราว 1.4 แสนคน ที่อยู่ในรัศมี 30 กิโลเมตร จากโรงไฟฟ้าอยู่แต่ภายในบ้านเรือน ส่วนคนที่อยู่ในรัศมี 20 กิโลเมตรจากโรงงานต้องอพยพออกมา

รายงานแจ้งว่า วิกฤตการณ์สารกัมมันตรังสีรั่วดังกล่าวบานปลายต่อเนื่องมาจากเหตุแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิถล่มญี่ปุ่น เมื่อวันศุกร์ที่ 11 มี.ค. ที่ผ่านมา นายยูกิโอะ เอดาโนะ เลขา ธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น แถลงยอมรับว่า "ตอนนี้เราพูดถึงระดับกัมมันตรังสีที่กระทบต่อสุขภาพของมนุษย์"

สำหรับค่ากัมมันตรังสี เมื่อเวลา 08.31 น. วันที่ 15 มี.ค. ที่ญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 8,217 ไมโครซีเวิร์ต จากเดิมช่วง 40 นาทีก่อนหน้านั้น ซึ่งอยู่ที่ 1,941 ไมโครซีเวิร์ต และระดับที่ กฎหมายกำหนดไว้คือ 1,000 ไมโครซีเวิร์ต

อย่างไรก็ตาม โรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ฟูกูชิมะนี้มีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ทั้งหมด 6 เครื่อง และกำลังก่อสร้างเพิ่มเติมอีก 2 เครื่องแต่ยังสร้างไม่เสร็จ ซึ่งล่าสุดเกิดระเบิดเสียหายไปแล้ว 4 เครื่องด้วยกัน

ประกาศเขตห้ามบิน

วันเดียวกัน รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศเขตห้ามบินรัศมี 30 กิโลเมตร มีจุดศูนย์กลางที่โรงไฟฟ้าฟูกูชิมะ เพื่อป้องกันไม่ให้ผลกระทบจากเครื่องบินหรือเฮลิคอปเตอร์ไปทำให้ฝุ่นกัมมัน ตรังสีฟุ้งกระจายไปมากกว่าที่เป็นอยู่

นอกจากนั้น มีรายงานจากตลาดหุ้นโตเกียวว่า ดัชนีซื้อขายหุ้นนิกเคอิตกต่ำลงเป็นประวัติ การณ์ โดยร่วงลงกว่า 10.55 เปอร์เซ็นต์ อันเป็นผลมาจากการที่นักลงทุนพากันเทขายหุ้นอย่างหนัก หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิซึ่งสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง แต่นักวิเคราะห์ชี้ว่า หลังจากนี้หุ้นของบริษัทอุตสาหกรรมและวัสดุก่อสร้างจะปรับตัวขึ้น เพราะจะได้รับผลกำไรจากการซ่อมแซมและฟื้นฟูความเสียหาย

"โตเกียว"ผวาพิษรังสี

รอยเตอร์รายงานว่า เกิดกระแสหวาดหวั่นสารกัมมันตรังสีไปทั่วทั้งกรุงโตเกียว โดยประชาชนเริ่มกักตุนอาหาร บางส่วนอพยพหนีไปทางตะวันตกและทางใต้ของญี่ปุ่น ส่วนรัฐบาลแถลงยอมรับว่า ลมอาจพัดฝุ่นกัมมันตรัง สีมาถึงโตเกียวจริง แต่เป็นส่วนน้อย อย่างไรก็ตาม ชาวโตเกียวก็ยังวิตกกังวลว่าโรงงานนิวเคลียร์ทางตอนเหนือของโตเกียวอาจระเบิดเพิ่มขึ้นอีก เพราะยังเหลือเตาปฏิกรณ์อีก 2 เครื่องที่ยังไม่ระเบิด ถึงแม้ทางการจะแถลงว่าได้ปิดระบบไฟฟ้าทั้งสองเครื่องไปก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม

ขณะเดียวกัน รัฐบาลญี่ปุ่นดำเนินการป้อง กันด้วยการเตรียมสารไอโอดีน กว่า 2 แสนหลอด แจกจ่ายไปตามศูนย์อพยพ เพื่อให้ประชาชนรับประทานป้องกันไม่ให้ร่างกายดูดซับสารไอโอดีนกัมมันตรังสีที่รั่วไหลออกมาสู่อากาศเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐานแล้ว

ยอดตายทะลุหมื่น

สำนักข่าวเกียวโด รายงานยอดชาวญี่ปุ่น ผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 6,000 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขที่ได้รับมาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ยังมีรายชื่อผู้สูญหายอีกกว่า 6,000 คนเช่นกัน เมื่อรวมกับศพผู้เสียชีวิตที่รอการระบุรูปพรรณแล้วคาดว่าจะมียอดเกินหมื่นรายอย่างแน่นอน

สำหรับชาวญี่ปุ่นที่สูญเสียบ้านเรือนต้องอาศัยอยู่ในเต็นท์และศูนย์ช่วยเหลือนั้นมีมากกว่า 8 พันคน ส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดมิยางิ ซึ่งโดนสึนามิถล่มหนักสุด นอกจากนี้ยังมีประชาชน บางส่วนที่ติดอยู่บนเกาะในจังหวัดโอชิม่า ซึ่งยังรอการช่วยเหลืออีกเกือบ 1,300 ชีวิต

102 ชาติส่งทีมช่วยเหลือ

เกียวโดรายงานด้วยว่า รัฐบาลทั่วโลกส่งเรื่องเสนอความช่วยเหลือมายังรัฐบาลญี่ปุ่นจากประเทศต่างๆ รวม 102 ประเทศ ซึ่งพร้อมให้ความช่วยเหลือหลากหลายรูปแบบ ทั้งทีมงานกำลังคน ส่งเงินช่วยเหลือ ตลอดจนบริจาคเครื่องอุปโภคบริโภค และยังมีองค์กรอิสระอีก 14 องค์กรเสนอยื่นมือเข้าช่วยด้วย

ทั้งนี้ ประเทศที่เสนอความช่วยเหลือยังรวมไปถึงประเทศที่ฐานะการเงินไม่ดีมากนัก อาทิ อัฟกานิสถาน, รัฐบาลปาเลสไตน์, ภูฏาน และรวันดา สำหรับทีมกู้ภัยต่างชาติที่ลงพื้นที่ในญี่ปุ่นแล้ว ได้แก่ ทีมกู้ภัยรัสเซีย สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เป็นต้น

ยุ่นจวกรัฐปิดบังข้อมูล

รอยเตอร์รายงานว่า เกิดกระแสความไม่พอใจในหมู่ชุมชนชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ใกล้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จ.ฟูกูชิมะ เพราะรัฐบาลเคยประกาศว่าเป็นโรงไฟฟ้าที่ปลอดภัยแม้ตอนเกิดแผ่นดินไหว ซึ่งเป็นการปิดบังข้อมูลที่แท้จริง เพราะเมื่อเกิดภัยธรรมชาติดังกล่าวกลับทำให้มีการรั่วไหลของกัมมันตรังสีเกินกว่าระดับมาตรฐานถึง 8 เท่า ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์

หวั่นรังสีถึงอเมริกาเหนือ

เว็บไซต์เดลี่เมล์ รายงานว่า กองเรือสหรัฐ ซึ่งบรรทุกเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยจำนวน 17 ลำ เพื่อเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเขตจังหวัดมิยางิ ที่แต่เดิมลอยลำอยู่ในทะเลแปซิฟิกทางตอนเหนือของญี่ปุ่น ต้องแปรขบวนลงใต้เพื่อลดผลกระทบจากการแผ่รังสี นอกจากนี้ ยังมีความวิตกว่ากระแสลม "เจ็ตสตรีม" ในทะเลแปซิฟิก จะพัดพาเอาฝุ่นกัมมันตรังสีไปไกลถึงทวีปอเมริกาเหนือ ถึงแม้จะมีระยะไกลมากก็ตาม

คาดไม่กระทบชาติอื่น

องค์กรอุตุนิยมวิทยาโลกแห่งสหประชาชาติ (WMO) แถลงว่า จากการพยากรณ์ทิศทางลมทั่วทั้งภูมิภาค คาดว่าแนวความกดอากาศในภาคเหนือของญี่ปุ่นจะทำให้เกิดลมพัดจากตะวันตกไปตะวันออก ซึ่งจะทำให้ฝุ่นกัมมันตรังสีถูกพัดออกสู่ทะเล และจะไม่ส่งผลกระทบต่อภาคอื่นของประเทศญี่ปุ่น ยกเว้นจังหวัดใกล้เคียงเท่านั้น อีกทั้งยังไม่น่าจะพัดไปไกลถึงประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากนี้

เตือนไหวซ้ำ 7 ริกเตอร์

เอเอฟพีรายงานว่า สำนักงานข้อมูลและคาดการณ์แผ่นดินไหวของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น แถลงว่า มีความเป็นไปได้ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ที่ในอีก 1-2 วันข้างหน้า จะเกิดอาฟเตอร์ช็อกรุนแรงถึง 7 ริกเตอร์ บริเวณชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 16-19 มีนาคมนี้ โดยอาฟเตอร์ช็อกที่ผ่านมาเกิดขึ้นหลายครั้งบริเวณใต้ทะเลนอกชายฝั่งจังหวัดมิยางิ และอิบารากิ

"อุบัติเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ฟูกูชิมะนี้ ถูกปรับอันดับความร้ายแรงของเหตุการณ์จากเดิมอยู่ที่อันดับ 4 เมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา มาเป็นอันดับ 6 แล้ว โดยมาตรฐานสากลของระดับความร้ายแรงจากอุบัติเหตุจากนิวเคลียร์มีตั้งแต่ 0-7 ซึ่งอันดับ 7 คือระดับเดียวกับเชอร์โนบิลระเบิด" เอเอฟพีระบุ

"โออิชิ-เบทาโกร"แจงวัตถุดิบ

ประเด็นข้อกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของอาหารนำเข้าจากญี่ปุ่น นายแมทธิว กิจโอธาน กรรมการผู้จัดการ บริษัทโออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มญี่ปุ่นรายใหญ่ กล่าวว่า บริษัทต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศในสัดส่วน 50 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นวัตถุดิบในไทย ซึ่งมีนำเข้าวัตถุดิบบางอย่างของญี่ปุ่นจากพันธมิตร ตั้งอยู่ในแถบฮอนชู ปัจจุบันยังดำเนินธุรกิจตามปกติ สอดคล้องกับที่บริษัทมีกระบวนการตรวจรับวัตถุดิบตามมาตรฐานสูง ประกอบกับบริษัทมีการสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้า 1 ปี ในขณะที่วัตถุดิบประเภทปลาทะเลน้ำลึกไม่ได้มาจากน่านน้ำในญี่ปุ่น แต่มีแหล่งจัดซื้อในชิลีและนอร์เวย์

นายนพพร วายุโชติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจ เครือเบทาโกร กล่าวว่า เครือเบทาโกรนำเข้าวัตถุดิบจากญี่ปุ่นเพียงเล็กน้อย หากเทียบกับสัดส่วนการนำเข้าวัตถุดิบแล้วไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ เป็นในส่วนของวัตถุดิบประเภทซอสต่างๆ เพื่อนำไปใช้ร้านอาหารโอโตยะ ประกอบกับแหล่งวัตถุดิบที่นำเข้าห่างไกลจากแหล่งพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบสารกัมมันตภาพรังสีรั่วไหลจากการระเบิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในญี่ปุ่น

กทม.บรรจุแผนรับมือสึนามิ

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ผู้บริหารกทม.ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่น โดยได้ส่งสารแสดงความเสียใจไปถึงเอกอัครราชทูตประเทศญี่ปุ่นประจำประเทศไทย รวมทั้งยังได้ประสานไปยังรัฐบาลส่วนกลาง เพื่อสนับสนุนให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิในญี่ปุ่น

นอกจากนี้ กทม.ยังเตรียมพร้อมรับสาธารณ ภัยโดยการจัดเตรียมแผนหลัก คือ แผนป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนปี 2550 และแผนป้องกันและควบคุมภัยพิบัติกรุงเทพฯ ซึ่งกำหนดให้หน่วยงานกทม. ดำเนินการจัดทำแผนรองรับก่อนเกิดเหตุ การเผชิญเหตุ การกู้ภัย การบรรเทาสาธารณภัยและฟื้นฟู การอบรมผู้เกี่ยวข้อง และการฝึกซ้อมแผนเพื่อให้มีความพร้อมอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง รวมทั้งยังเตรียมความพร้อมด้านระบบเตือนภัย การอพยพและที่พักพิง ระบบการบัญชาการ ระบบสื่อสารกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกทม.จะเพิ่มแผนป้องกันภัยพิบัติ (สึนามิ) เข้าไปในพ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ต่อไป

คอนกรีตหุ้มเตาปฏิกรณ์พัง!

เวลา 19.00 น. เอเอฟพีรายงานข่าวด่วนว่า นายอังเดร โคลด ลาคอสต์ หัวหน้าสำนักงานความปลอดภัยนิวเคลียร์ ประเทศฝรั่งเศส เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่า โครงสร้างคอนกรีตหนาที่ห่อหุ้มเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ หมายเลข 2 ของโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งออกแบบขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่คอยกันไม่ให้สารกัมมันตรังสีเล็ดลอดออกมานั้นได้รับความเสียหาย จนไม่อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ต่อไป

ยังมีปาฏิหาริย์รอดชีวิต

สถานการณ์การกู้ภัยเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิ ทหารและหน่วยกู้ภัยยังคงพบผู้รอดตายใต้ซากปรักหักพังอย่างต่อเนื่อง เช่น หญิงชราวัย 70 ปี ที่ถูกคลื่นสึนามิซัดไปพร้อมกับบ้านนาน 4 วัน ที่จังหวัดอิวาเตะ รวมถึงชายในวัย 20 ที่เมืองอิชิมากิ จังหวัดมิยางิ และทารกเพศหญิง วัย 4 เดือน รอดชีวิตอยู่ใต้ซากปรักหักพัง ในหมู่บ้านอิชิโนมากิ จังหวัดมิยางิ โดยช่วยกลับคืนมาสู่อ้อมอกของพ่อที่กำลังสิ้นหวังสำเร็จ

ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตยังคงเกิน 10,000 ราย บางหมู่บ้านถูกคลื่นกวาดซัดหายไปจากแผนที่ ประชาชน 850,000 ครัวเรือนทางภาคเหนือต้องอยู่อย่างเหน็บหนาว ไม่มีไฟฟ้าใช้ และอย่างน้อย 1.5 ล้านครอบครัวไม่มีน้ำประปา ยอดความเสียหายในตลาดหลักทรัพย์ในช่วงสองวันที่ผ่านมาสูงถึง 620,000 ล้านดอลลาร์ จากการที่หุ้นดิ่งระนาวจากเดิมร้อยละ 6.2 ในวันแรก และร้อยละ 14 ในวันที่ 2



จักรพรรดิญี่ปุ่น “ทรงภาวนา” ให้ประเทศพ้นวิกฤต

(ที่มา :ผู้จัดการออนไลน์ 16 มีนาคม 2554 )


เอเอฟพี - สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตแห่งญี่ปุ่น ทรงอ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยปกป้องประชาชนจากเหตุแผ่นดินไหว และสึนามิครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ และทรงแสดงความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตนิวเคลียร์ที่ส่อเค้ารุนแรงขึ้น วันนี้ (16)

ในการถ่ายทอดสดพระราชดำรัส วันนี้ (16) สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโต ซึ่งมีพระชนมายุ 77 พรรษา ทรงยอมรับว่า ยังไม่สามารถระบุจำนวนผู้เสียชีวิตที่แน่นอนในเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิ วันที่ 11 มีนาคม ได้

“ยอดผู้เสียชีวิตยังเพิ่มขึ้นทุกวัน เราจึงไม่อาจทราบได้ว่า มีผู้ตกเป็นเหยื่อภัยธรรมชาติครั้งนี้มากน้อยเพียงใด”

“ข้าพเจ้าขอวิงวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยคุ้มครองประชาชนให้ปลอดภัย มากที่สุดเท่าที่จะมากได้”

“ประชาชนต้องอพยพออกจากบ้านเรือน ท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บ ไม่มีแม้แต่เชื้อเพลิงและน้ำสำหรับดื่มกิน ข้าพเจ้าจึงได้แต่ภาวนาให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว และขอให้ความเป็นอยู่ของทุกท่านดีขึ้น แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม”

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตและสูญหายจากแผ่นดินไหวขนาด 9.0 และสึนามิพุ่งเกิน 11,000 คน วันนี้ (16) โดยมีผู้เสียชีวิตแน่นอน 3,676 คน และอีก 7,558 คน ยังหาไม่พบ

สมเด็จพระจักรพรรดิ ตรัสด้วยว่า ทรง “กังวลอย่างยิ่ง” เกี่ยวกับสถานการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะ ซึ่งยัง “ไม่อาจคาดเดาได้” หลังระบบหล่อเย็นเสียหายจากแผ่นดินไหว จนเกิดการระเบิดและเพลิงไหม้ติดตามมาหลายครั้ง

“ข้าพเจ้าหวังอย่างยิ่งว่า เราจะสามารถควบคุมสถานการณ์ไม่ให้เลวร้ายยิ่งขึ้นไปอีก”

โฆษกสำนักพระราชวังอิมพีเรียล ระบุว่า เป็นครั้งแรกที่สมเด็จพระจักรพรรดิทรงมีพระราชดำรัสผ่านสื่อโทรทัศน์ถึงประชาชนขณะเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ

สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโต ทรงมีพระราชดำรัสเป็นลายลักษณ์อักษร หลังเกิดแผ่นดินไหวที่เมืองโกเบปี ซึ่งคร่าชีวิตชาวญี่ปุ่นไปมากกว่า 6,400 คน ในปี 1995

 



 
   
 
   
     

      copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ