Photoontour.com โฟโต้ออนทัวร์   Home > Events > World Press Photo 2008

World Press Photo ประเทศเนเธอร์แลนด์ นำภาพถ่ายที่ชนะการประกวดจากสื่อสิ่งพิมพ์ทั่วโลก ปี ค.ศ 2008
มาจัดแสดงที่ ZEN Event Gallery ชั้น 8 เซน เซ็นทรัลเวิลด์ วันที่ 19 มิย. - 6 กค.2551

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
     
 
 






นิทรรศการภาพถ่าย World Press Photo 2008 (ภาพชนะการประกวดจากปี 2007)
( ชั้น 8 ZEN Event Gallery เซ็นทรัลเวิลด์ วันที่ 19 มิย. - 6 กค. 2551 )




อีกครั้งหนึ่งกับนิทรรศการภาพถ่าย World Press Photo (WPP) ของมูลนิธิด้านการถ่ายภาพ จากประเทศเนเธอร์แลนด์ที่ทรงพลังที่สุดของโลกในขณะนี้ และเป็นเวทีประกวดภาพของเหล่าขุนพลช่างภาพที่มีชื่อเสียงระดับโลก

การจัดนิทรรศการในเมืองไทยครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 หลังจากครั้งแรกจัดที่ห้าง ดิเอ็มโพเรี่ยม ถนนสุขุมวิท เมื่อ พ.ศ.2541 หรือเมื่อ 10 ปีก่อน มาถึงปี 2551 ครั้งนี้นับเป็นโอกาสอันดีที่คนไทยจะมีโอกาสได้ชมภาพถ่ายที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอันสูงส่ง และฝีไม้ลายมือในการถ่ายภาพที่เฉียบขาด เฉียบคม ลึกซึ้ง เกินกว่าที่เข้าใจได้ง่ายๆ

World Press Photo โคจรมาจัดแสดงที่เมืองไทยครั้งนี้ เป็นสิ่งที่หลายคนรอคอย (โดยเฉพาะผม) เพราะติดใจจากนิทรรศการครั้งแรก แม้ภาพที่จัดโชว์ในนิทรรศการครั้งนี้จะย่อขนาดให้เล็กลงไปจากครั้งก่อนค่อนข้างมาก แต่โดยรวมแล้วยังได้อรรถรสไม่แพ้กัน อีกอย่างหนึ่งการถ่ายภาพในช่วงหลังๆนี้ช่างภาพส่วนใหญ่ใช้กล้องดิจิตอล จึงเป็นข้อจำกัดในเรื่องการขยายภาพใหญ่ ต่างกับเมื่อ 10 ปีก่อนที่ส่วนใหญ่ยังใช้กล้องฟิล์ม ภาพที่โชว์จึงใหญ่โตอลังการงานสร้าง บางภาพก็ยาวเป็นวา

ในเมืองไทยมีคนรู้จัก WPP ค่อนข้างน้อย อาจเพราะว่าเป็นสังคมเฉพาะกลุ่มช่างภาพจากสื่อสิ่งพิมพ์ ประเภทหนังสือพิมพ์และนิตยสาร (Journalist) แต่เพียงกลุ่มเดียว ช่างภาพกลุ่มอื่นๆไม่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วม แต่หากเทียบกับประเทศอื่นๆในเอเชียแล้ว ถือว่าไทยเราให้ความสนใจเวทีประกวดนี้น้อยกว่าประเทศอื่นๆมากทีเดียว

จากข้อมูลย้อนหลังไประหว่าง ปี 2000 – 2005 (จากหนังสือที่ซื้อมา) ช่างภาพไทยโดยเฉลี่ยแล้วส่งภาพเข้าประกวดปีละราว 5-6 คน พอๆกับกัมพูชา ส่วนประเทศอื่นเช่น มาเลเซียส่ง 25 คน อินเดีย 150 คน เวียดนาม 85 คน อินโด 75 คน ญี่ปุ่น 35 คน สำหรับประเทศทางยุโรปและอเมริกาคงไม่ต้องพูดถึง ประเทศใหญ่ๆส่งกันหลายร้อยคน ส่วนอเมริกาส่งภาพมากที่สุด เกินกว่า 1 พันคนทุกปี

หรือว่าการประกวดภาพของ WPP ถือว่ายากสุดๆ หินสุดๆ จนหลายคนอาจรู้สึกว่ายากเย็นแสนเข็ญ เพราะภาพที่ได้รางวัลแต่ละประเภทนั้น มันไม่ง่ายเหมือนที่คิด แต่ละภาพมีเนื้อหาสาระที่เข้มข้น ล้ำลึก เกินกว่าที่จะเอาความรู้สึกแบบทั่วๆไป ไปจับต้องได้ บางภาพดูแล้วก็เข้าใจ ว่าเป็นภาพที่ยอดเยี่ยม แต่บางภาพก็เล่นเอางง ดูไม่รู้เรื่อง ต้องถือว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับผลงานในระดับโปรตัวจริง ที่นำเสนอผลงานระดับสูงชนิดคนทั่วไปอาจต้องปีนบันใดดู ไม่ต่างกับฟังเพลงคลาสสิค

ช่างภาพระดับนี้ต้องถือว่าเป็นการเสนอผลงานที่เป็นมิติทางความคิด ไม่ไช่เป็นการเสนอผลงานด้านฝีมือการถ่ายภาพเหมือนที่เห็นกันทั่วๆไป ระดับนี้ถือว่ามีฝีมือในการถ่ายภาพฉกาจฉรรจ์พอๆกัน แต่เหนือฝีมือก็เป็นเรื่องของจิตวิญญาณหรือความคิดที่เปิดกว้างไร้ขอบเขต บางภาพก็เหมือนเจียรนัยความคิดอันแหลมคมออกมาให้เห็น โดยอาศัยภาพถ่ายเป็นสือ หรือตัวกลาง เพื่อถ่ายทอดสิ่งที่อยู่ในใจ ภาพจำนวนไม่น้อยสะท้อนความคิดนอกกรอบแต่เป็นระบบ

คงไม่ง่ายที่ใครจะเข้ามาถึงความรู้สึกในเชิงลึกแบบนี้ โดยเฉพาะนักถ่ายภาพจากทวีปเอเชียที่ส่วนใหญ่จะมีขนบธรรมเนียม แบบแผนคล้ายๆกัน และสั่งสมกันมานาน ผิดกับนักถ่ายภาพโซนยุโรปและอเมริกา ที่คุ้นเคยกับภาพลักษณะนี้จนเป็นเรื่องปกติ อีกทั้งยังมีประวัติศาสตร์ของช่างภาพรุ่นก่อนๆที่มีผลงานโดดเด่นให้เจริญรอยตามอีกมากมาย การที่ช่างภาพจากเอเชียจะต่อกรได้ก็ต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ ซึ่งหลายประเทศเริ่มมีผลงาน เช่น อินเดีย เกาหลี และจีน (เท่าที่จำได้) ระยะหลังๆนี้ช่างภาพจากจีนและเกาหลีนำเสนอภาพในเชิงลึกที่โดดเด่นมาก หากไม่ดูชื่อประเทศแล้วก็คงไม่รู้ เข้าใจว่าทั้งสองประเทศคงใช้ความพยายามอย่างมากที่จะให้มีชื่อประเทศของตนเองปรากฏอยู่ในสนามแข่งขันแห่งนี้

นักถ่ายภาพที่มีชื่อเสียงในเวทีโลกส่วนใหญ่จะเคยผ่านสนามนี้มาแล้ว ได้รางวัลบ้าง หรือไม่ได้รางวัลบ้าง ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเวทีใหญ่ๆ แต่ที่น่าสังเกตก็คือว่า ทุกคนเดินลงสู่สนามแข่งแห่งนี้เหมือนเป็นเรื่องสนุกสนาน และเป็นเรื่องของสปิริต วัดดวงกันว่าปีนี้ภาพใครจะโดดเด่นกว่ากัน โดยไม่รังเกียจและยึดถือตัวตนว่า เราเก่งแล้ว หรือบินอยู่บนเพดานสูงแล้ว

ที่น่าชมเชยก็คือคณะกรรมการตัดสิน ถือว่ามีบทบาทสำคัญอย่างมาก ที่ทำให้องค์กรนี้หรือมูลนิธินี้ เป็นที่เชื่อถือให้กับช่างภาพระดับขุนพลจากทั่วโลก เพราะหากกรรมการเข้าไม่ถึง ตาไม่ถึง หรือดูไม่เป็น เวทีนี้ก็คงไม่เป็นที่สนใจมากนัก โดยเฉพาะต้องตัดสินภาพจากนักถ่ายภาพที่มีชื่อเสียงทั้งนั้น แต่ถึงกระนั้นเบื้องหลังในการตัดสินภาพของกรรมการก็ถกเถียงกันหน้าดำหน้าแดง เพราะแนวคิดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะภาพอันดับ 1 ของแต่ละประเภท คณะกรรมการของ WPP แต่ละปีจึงประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิหลายชาติหลายวัฒนธรรม เพื่อให้มีความหลากหลายในระบบคิด

ที่เป็นปัญหามากที่สุดก็น่าจะเป็นภาพเหตุการณ์ ( General News) ซึ่งถือว่าเป็นพระเอกของงานเลยทีเดียว ภาพถ่ายหลายหมื่นภาพในแต่ละปี จะต้องหยิบมา 1 ภาพ สำหรับรางวัลชนะเลิศ และเกือบจะเรียกได้ว่า ภาพที่ถูกคัดเลือก มักจะเป็นภาพประเภทเหตุการณ์ทั้งนั้น เช่นเหตุการณ์จากคลื่นยักษ์สึนามิ เป็นต้น

ภาพที่เถียงกันมากของกรรมการ จะเป็นภาพการสูญเสีย รุนแรง น่ากลัว สยดสยอง เช่นการระเบิดจนเห็นซากศพ มีเศษเนื้อกระเด็นเกลื่อน ภาพแรงมากจนกรรมการต้องถกเถียงกันว่า ภาพนี้สมควรหรือไม่ มันอาจเป็นดาบสองคมที่กระทบต่อสังคม และมีอิทธิพลต่อแนวคิดของช่างภาพที่มุ่งคัดแต่ภาพที่มีความรุนแรงส่งประกวด

กลับมาที่นิทรรศการในบ้านเรา

อยากแนะนำให้ช่างภาพทุกระดับเปิดหูเปิดหูเปิดตาเข้าชมภาพในนิทรรศการครั้งนี้ เพราะกว่าจะวนมาจัดแสดงที่เมืองไทยก็คงต้องรออีก 10 ปี และไม่ควรคิดว่าดูภาพจากเว็บไซต์โดยไม่จำเป็นต้องดูในนิทรรศการก็ได้ ก็ต้องตอบว่าไม่เหมือนกัน ไม่ต่างกับเช่า DVD ภาพยนต์มาดูที่บ้าน คงไม่ได้บรรยากาศและอารมณ์เหมือนกับนั่งดูในโรงภาพยนต์ ผู้สนใจการถ่ายภาพอย่างจริงจังควรถือเป็นเรื่องสำคัญ พลาดไม่ได้เด็ดขาด และถ้ามีเวลาก็ควรมาดูหลายๆครั้ง จะดีไม่น้อย

ภาพถ่ายที่ดี ภาพถ่ายที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าในเชิงศิลปะ หาดูได้จากนิทรรศการครั้งนี้ เพราะที่นี่คือคำตอบ ทุกภาพถือว่าระดับ Professional โดยไม่จำเป็นต้องเหลือบมองว่าได้รางวัลอะไร ใครเข้ามาอยู่ตรงนี้ได้ถือว่ารับประกันคุณภาพด้วยกันทั้งนั้น

เนื่องจาก Word Press Photo หลายคนอาจยังไม่รู้จัก ก็จะขอเล่าแบบย่อๆ จากความรู้ความเข้าใจที่มีอยู่ แม้ว่าระยะ 4 - 5 ปี นี้ไม่ได้ติดตามความเคลื่อนไหว แต่ข้อมูลเดิมๆก็น่าจะยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก รวมทั้งจะบอกเล่าถึงวงการถ่ายภาพในต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับภาพรางวัล

WPP ตั้งขึ้นมาเมื่อปี ค.ศ. 1955 (พ.ศ.2498) น่าจะนานพอที่สร้างความเชื่อถือให้กับช่างภาพจากทุกมุมโลกที่ส่งภาพเข้าประกวด โดยเฉพาะช่างภาพจากสังกัดจากหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่เช่น AP , AFP , Reuters , Time Magazine , The New York Times ,
Newsweek , National Geographic , CNN (พึ่งจะมี) , ฯลฯ ที่มักจะได้รับรางวัลกันแบบเป็นขาประจำ และเป็นปราการอันน่ากลัวให้กับช่างภาพจากทั่วโลกที่จะต้องฝ่าด่านอรหันต์

เบื้องหลังของสำนักพิมพ์ที่มีชื่อเสียงและมักคว้ารางวัลกันเป็นประจำ ส่วนหนึ่งก็เป็นผลงานของช่างภาพที่สังกัดสำนักพิมพ์นั้นๆ และอีกส่วนหนึ่งมาจากช่างภาพจาก Agency (แปลให้เข้าใจก็คือ บริษัทรับจ้างถ่ายภาพ ) ในบ้านเราอาจเห็นไม่ชัดเจนสำหรับธุรกิจแบบนี้ แต่ในต่างประเทศโดยเฉพาะยุโรปและอเมริกา มีหลายสำนัก ที่มีชื่อเสียงได้แก่ Magnum , Getty Image , Sipa Press , Contact Press Images ซึ่งภาพที่ปรากฏในหนังสือดังๆเช่น Time Magazine , National Geographic รวมทั้งสำนักพิมพ์ที่มีชื่อเสียงแต่ละวงการ จำนวนไม่น้อยที่ว่าจ้าง Agency เหล่านี้

จะขอกล่าวถึง Agency ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งและี่ตั้งมานานทีเดียว ซึ่งก็เป็นต้นแบบให้กับ Agency อื่นๆอีกหลายแห่ง


Magnum Agency เป็นธุรกิจถ่ายภาพที่ตั้งมานานมาก จากกลุ่มช่างภาพสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมี Robert Capa เป็นหัวหอกสำคัญ ( Capa เป็นช่างภาพสงคราม เคยได้รางวัล Pulitzer Prize และเสียชีวิตในสงครามเวียดนาม) ปัจจุบัน Magnum มีช่างภาพเกือบทุกสาขาอาชีพเพื่อตอบสนองลูกค้า ลูกค้ารายใหญ่ๆมักจะเป็น นิตยสารแฟชั่น กีฬา หนังสือพิมพ์ ท่องเที่ยว สารคดี ฯลฯ

จุดขายของ Magnum จะมีช่างภาพเหตุการณ์ ที่พร้อมกระโจนสู่สนามรบโดยไม่พรั่นพรึง จนมีสโลแกนว่า “ ที่ใดมีสงคราม ที่นั้นมีช่างภาพแมกนั่ม “ และเหตุการณ์สำคัญๆของโลกจะมีช่างภาพจาก Magnum เข้าไปอยู่ในสถานที่นั้นทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ในโคโซโว ของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนชาวเซิร์บ เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว เหตุการณ์ในอีรักที่อเมริกาส่งทหารเข้าบุก ยึดประเทศที่คงจำกันได้ เหตุการณ์ในอินโดนีเซียที่อาเจะห์ และอีกหลายๆแห่ง (รวมทั้งประเทศไทย)

และในบรรดาช่างภาพสงครามจากหลายสำนักของต่างประเทศ มักจะมีช่างภาพหญิงรวมอยู่ด้วย เป็นเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้แต่ก็มีอยู่จริง บางคนถ่ายภาพไป ก็แอบร้องให้ไป จนอยากกลับบ้าน แต่ก็โดนคำขู่ของเจ้าของสำนักว่า หากกลับก็หมายถึงว่าคุณต้องออกจากงาน เพราะงานที่ได้รับมอบหมายจะเสียหายไปหมด ก็เล่าเกร็ดเล็กๆให้ฟัง และอย่าได้เอาความรู้สึกของเราไปตัดสิน เพราะสังคมบ้านเรากับบ้านเค้าต่างกัน จิตวิญญานที่จะมุ่งเข้าหาแก่นสารของคำว่าภาพก็คิดไม่เหมือนกัน

ความเก่งความกล้าเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่พึงจะมี ของช่างภาพที่ทำงานด้านนี้ จึงไม่น่าแปลกว่าทำไมภาพเหล่านี้จึงมี Power หรือภาพทีมีพลัง อัดแน่นด้วยเนื้อหา ทุกชัตเตอร์ที่กดมันหมายถึงว่าเข้าเป้าตรงประเด็นทั้งนั้น

มีเรื่องเล่าแบบตลกๆว่า

เมื่อคราวที่อาคาร World Trade ถูกกลุ่มบินลาเด็นถล่ม ผู้คนที่อยู่บนอาคารและบริเวณใกล้เคียงต่างวิ่งหนีเอาตัวรอด ก็มีบรรดาช่างภาพทั้งมีสังกัด และช่างภาพอิสระต่างมุ่งไปที่ตึก World trade เพียงเพื่อจะถ่ายภาพ(และเอาไปขาย) แม้ถนนจะถูกปิด แต่พวกบรรดาช่างภาพหัวเห็ดทั้งหลายก็ใช้วิธีอื่น เช่นว่าจ้างเรือสปีดโบ๊ตให้ไปส่งยังเกาะแมนฮัตตัน เหมือนเห็นอาหารอันโอชะที่ต่างคนต่างก็แย่งชิงกัน และเป็นที่มาของภาพข่าวอันน่าตกใจ จนหลายคนสงสัยว่าช่างภาพมีชีวิตรอดมาได้อย่างไร

หนึ่งในช่างภาพเหล่านั้นก็คือ Steve McCury ซึ่งมีสำนักงานอยู่บนเกาะแมนฮัตตัน ขณะเกิดเหตุเจ้าตัวยังไม่ทราบด้วยซ้ำไปว่าเกิดอะไรขึ้นกับตึกที่อยู่ไม่ห่างกันนัก จนภรรยาที่บ้านโทรศัพท์มาหาว่า " ดูข่าว CNN หรือเปล่า " คำตอบก็คือไม่ได้ดู ภรรยาจึงบอกว่าลองชะโงกไปที่หน้าต่างซิ เท่านั้นแหละ Steve จึงรีบคว้ากล้องแล้วกระโจนสู่เหตุการณ์ทันที ต่อมาภาพของ Steve ได้ตีพิมพ์ลงนิตยสาร National Geographic

นิตยสาร National Geographic ที่คนไทยรู้จักกันดี ก็ว่าจ้าง Magnum กันแบบเป็นขาประจำ หากรู้จักกับนักถ่ายภาพชื่อ Steve McCury (ที่กล่าวมาข้างต้น) ซึ่งเคยมาเมืองไทยกับกลุ่มช่างภาพอีกหลายๆคน ก็ต้องบอกว่า Magnum คือสถานที่แจ้งเกิด ภาพหลายชุดได้ปรากฏอยู่ใน National Geographic ( NGS) ก็มาจาก Steve McCury ขณะอยู่ในสังกัดของ Magnum กระทั่งต่อมาได้ย้ายมาเป็นช่างภาพประจำนิตยสาร NGS แต่ปัจจุบันเข้าใจว่าอาจจะมีกิจการเป็นของตนเอง


ภาพประกวดของ WPP แบ่งเป็นหลายประเภท เช่นภาพเหตุการณ์ ภาพกีฬา ภาพทางวิทยาศาสตร์ ภาพศิลปะ ภาพคน ภาพธรรมชาติ ฯลฯ แต่ภาพที่ชนะเลิศ เท่าที่เห็นมาในหลายๆปีจะผูกขาดแต่ภาพเหตุการณ์เท่านั้น ( General News)

นิทรรศการที่จัดในเมืองไทยครั้งนี้จัดที่ชั้น 8 ที่ ZEN Event Gallery เซ็นทรัลเวิลด์ วันที่ 19 มิย. - 6 กค. 2551 และในนิทรรศการก็ยังมีภาพของสื่อมวลชนไทย ( Thai Press Photo ) ที่เคยได้รับรางวัลจากมูลนิธิ อิศรา อมันตกุล ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นผลงานของช่างภาพไทยในเหตุการณ์ของข่าวในประเทศ


ถึงวันนี้ยังพอมีเวลา ก็ติดตามชมกันได้นะครับ และใครอยากรู้ และเข้าถึงกับคำว่า ภาพถ่ายที่มีพลัง ก็ต้องมาดูที่นิทรรศการนี้


หากสนใจเว็บไซต์ที่พูดถึงมาแต่ต้น ก็คลิกได้ที่นี่
World Press Photo
Magnum
Getty Images
Sipa Press
AP
AFP
Reuters
Time Magazine


สั่งซื้อหนังสือ World Press Photo




เว็บมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
26 มิถุนายน 2551







 
copyright © www.photoontour.com, All rights reserved