The Professional Photo website : เวปไซต์ภาพถ่าย เวปไซต์คุณภาพ
 
อ่านบทความ เที่ยวทะเลสาบดอยเต่าใน < Article >  แนะนำการถ่ายภาพชุดนี้ <คลิก>
 
 
 
 
   
     





ทะเลสาบดอยเต่า (1ม
กราคม 2544)

                 ดอยเต่า ชื่อนี้คงไม่ต้องบอกว่าอยู่ภาคไหน เพราะคำว่า “ ดอย “ มันบอกทนโท่แล้วว่า เป็นภาคเหนือแน่นอน ดอยแปลว่าภูเขา แล้วคำว่าดอยเต่าละ หมายถึงอะไร จะบอกว่าเป็นดอยที่มีเต่า ฟังดูก็ประหลาด เพราะธรรมชาติของเต่าคงไม่อยู่บนดอยแน่นอน และเต่าคงไม่ใช่สัตว์ที่ชอบอากาศหนาวแน่

ผมก็ขึ้นต้นบทนำที่นึกอะไรไม่ค่อยจะออก นึกไม่ออกยังไม่พอ กลับนึกไม่ออกว่าดอยเต่า มันหมายความว่าอะไร คำว่าเต่าที่เป็นสัตว์นั้นคงไม่ใช่แน่ หรือว่ามาจากคำว่า “ เตา ” ก็อาจเป็นไปได้ที่ตามแม่น้ำลำห้วยทางภาคเหนือ จะมีสาหร่ายเป็นเส้นยาวๆสีเขียวเกาะตามโขดหิน เป็นอาหารพื้นเมืองที่มีคุณค่าโภชนาการสูงมาก และจากเตาก็เพี้ยนมาเป็นเต่า

จะถูกจะผิดก็ต้องขออภัยด้วย เพราะวันนี้เขียนอะไรไม่ค่อยออก ก็เลยขอวอร์มอัพให้มือมันอุ่นขึ้นมาก่อน

อำเภอดอยเต่า อำเภอฮอด และอำเภอสะเมิง เชื่อว่าหลายคนเคยได้ยินชื่อนี้ แต่ถ้าเป็นคนเชียงใหม่แล้วอาจจะร้องว่า ” อยู่...ปู้น.......(ออกเสียงปู้นให้ยาวๆ) ” ความหมายก็คืออยู่ไกลมาก จนคนพูดอาจส่ายหัวไปด้วยเพราะทั้งไกล และเดินทางลำบาก ต้องเดินทางขึ้นเขาข้ามดอยกันหลายลูกกว่าจะไปถึง

หลายคนเคยไปมาแล้ว และเข็ดกันมาแล้ว บางคนถึงขนาด อ๊วกแตก อ๊วกแตน เพราะเมารถ ไม่ใช่ใครที่ไหนครับ ก็คนในบ้านผมเองนี่แหละ ที่หลายปีก่อนเคยไปเที่ยวสะเมิง และฝากอาหารในท้องไว้ที่หน้าที่ว่าการอำเภอเรียบร้อยมาแล้ว

ดอยเต่า ถ้าย้อนอดีตไปไม่กี่ปีมานี้ ก็ยังถือว่าเป็นถิ่นทุรกันดาร เดินทางกันเป็นวันๆ กว่าจะมาถึงเชียงใหม่ พูดกันภาษาชาวบ้านก็คือบ้านนอกเราดีๆนี่เอง ที่นั่นเป็นถิ่นของชาวเขาที่อพยพมาจากภูเขาตอนล่างของทะเลสาบเหนือเขื่อนภูมิพล

หลังจากสร้างเขื่อนเสร็จแล้วในปี 2510 น้ำในอ่างเก็บน้ำก็ค่อยๆสูงขึ้นๆ จนกลายเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ ขาวเขาจึงต้องย้ายมาอยู่ที่สูง มารวมกลุ่มกันที่ดอยเต่า โดยรัฐบาลเข้ามาจัดหาที่อยู่อาศัยให้ ช่วงนั้นดอยเต่ายังเป็น ส่วนหนึ่งของอำเภอฮอด แล้วก็แยกออกมาเป็นกิ่งอำเภอดอยเต่า และเป็นอำเภอดอยเต่าในเวลาต่อมา

ปัจจุบันดอยเต่ามีการคมนาคมที่สะดวกขึ้น ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมทะเลสาบกันมาก เพื่อนั่งเรือชมทัศนียภาพทางธรรมชาติ ทานปลาจากทะเลสาบ และนอนค้างคืนบนแพ

1 คืน 1 วันที่ผมไปนอนแพและถ่ายภาพไว้ ได้เขียนเล่าค่อนข้างละเอียดในบทความ เรื่องราวท่องเที่ยว ทะเลสาบดอยเต่า (สนใจคลิ๊ก)



สวัสดีครับ
webmaster


..............................................................................................................................

 

การถ่ายภาพ

ผมมาเที่ยวดอยเต่าพร้อมกับวาดฝันซะสวยหรูว่า เสร็จเราแน่ กับสายหมอกยามเช้าที่ลอยละล่องอยู่เหนือผิวน้ำ พ่อจะกดชัตเตอร์ให้แหลกกันไปเลย นอนบนแพในท่ามกลางสายหมอก สุดยอด..สุดยอด.... แต่เอาเข้าจริงแล้ว มันกลายเป็นหน้ามือ กับหลังฝ่ามือ(ไม่ไช่หลังฝ่าเท้า)

เวรกรรม....หมอกหายไปไหนหมดนะเนี้ย

นี่มันอะไรกันนะ ไม่เข้าใจ อยู่บนดอยในหน้าหนาวแท้ๆแต่ไฉนไม่มีหมอกเล่า

ก่อนรุ่งเช้าของวันที่ 1 มกราคม 2544 ผมก็ชักไม่แน่ใจแล้วว่า สงสัยถ้าจะไม่มีหมอกซะแล้ว เพราะคืนนั้นมีลมโกรกตลอดเวลา ถ้าเป็นนักพยากรณ์ประเภทสมัครเล่นก็ต้องบอกว่า ลมกับหมอก มันเป็นศัตรูกัน

“ ที่ใดมีลม ที่นั่นไม่มีหมอก ” แล้วผมก็เดาได้ถูกจริงๆ

เป็นอันว่าไม่มีภาพสายหมอกยามเช้าให้เห็นกัน

มาถ่ายภาพครั้งนี้ มีความรู้สึกว่าไม่ค่อยจะลงตัวเท่าใดนัก เช่นมาถึงสถานที่เอาตอนเที่ยง ซึ่งเป็นเวลาที่พระอาทิตย์อยู่เหนือศรีษะ ถ่ายภาพวิวคงไม่สวยแน่ แต่ตอนที่ถ่ายภาพอยู่นั้นยังพอมีโชคเข้าข้างบ้าง  เพราะฟ้าออกสีน้ำเงินและมีเมฆกลุ่มเล็กๆ พอจะทำให้ภาพท้องฟ้ามีเสน่ห์และดูดี ใช้ฟิลเตอร์ PL ช่วยเข้าไปหน่อยภาพเลยดูอิ่มตัวขึ้น

ตกเย็น เห็นบรรยากาศแล้วเหงาใจไปเลย อากาศมันขมุกขมัว ไม่มีฟ้าออกเหลืองออกแดง เหมือนเช่นยามเย็นที่เห็นทุกวี่ทุกวัน จะมีบ้างก็เป็นแสงสาดมาอ่อนๆ แต่ไม่สะดุดตานัก

” แล้วเราจะหาภาพสวยๆ ยามพระอาทิตย์ตก ที่นี่ได้อย่างไร ”

อายเค้าเหมือนกันถ้าใครต่อใครมาเห็นภาพแบบจืดๆจากดอยเต่า อุตส่าห์ขับรถไปตั้งไกลแต่ไม่ค่อยได้ภาพดีๆ มาอวดชาวบ้าน

"ฟิลเตอร์ครับ "

ผมยังพกพาฟิลเตอร์ต่างๆติดกระเป๋าไปทุกครั้ง แต่ไม่ค่อยนำออกมาใช้ มาคราวนี้คงต้องงัดกันออกมาใช้บ้างละ ลองนำมาบังหน้ากล้องสลับไปมา พอเห็นเข้าท่าหน่อยก็กดชัตเตอร์

ถ่ายสลับไปมากับภาพปกติ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าภาพจะออกมาเป็นอย่างไร เพราะการใช้ฟิลเตอร์สีเหล่านี้ เดายากเหมือนกันว่าผลจะออกมาหมู่หรือจ่า หลายครั้งที่ภาพออกมาแล้วก็ยังมึนงงว่า เราไม่ได้ถ่ายแบบนี้ เหตุใดภาพจึงมีสีออกโทนนี้พาลไปโทษเอาทางแลปด้วยว่าอัดรูปให้ไม่ดี

สรุปก็คือว่า อย่าหวังผลกับฟิลเตอร์สีให้มากนัก สภาพแสงจัด กับสภาพแสงอ่อน ผลของการใช้ฟิลเตอร์จะแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่นหากสภาพแดดจัดแล้วใช้ฟิลเตอร์สีน้ำเงิน ภาพจะออกสีฟ้าๆ เพราะภายนอกมีแสงแดดที่เจิดจ้า

ทางตรงข้าม หากสภาพแสงน้อย ฟิลเตอร์สีน้ำเงินจะให้ผลได้ชัดเจนกว่า ภาพจะออกโทนน้ำเงิน ไม่ออกสีฟ้าเหมือนแสงจัดๆ ดังนั้นสภาพแสงน้อยๆใกล้ค่ำหรือเช้ามืด ฟิลเตอร์สีจะให้ผล effect ตรงใจมากกว่า

ผู้ที่ชอบถ่ายภาพวิวทิวทัศน์จะหาซื้อติดกระเป๋ากล้องบ้างก็ดีไม่น้อย วันดีคืนดีมันอาจช่วยแก้เหงาได้บ้าง และผลของการใช้ฟิลเตอร์ ก็เป็นสีสันที่ชวนมอง หากภาพนั้นถ่ายออกมาแล้วสวยงาม ไม่ผิดแผกหรือออกเว่อร์จนเกินไป

ไม่ผิดกติกาหรอกครับในการใช้ฟิลเตอร์สีเหล่านี้มาช่วยสร้างสรรการถ่ายภาพ บ่อยครั้งที่ฟิลเตอร์สี ช่วยตอบสนองอารมณ์และความคิดที่ต้องการให้ภาพออกในสีโทนที่ต้องการได้

ฟิลเตอร์ที่ผมใช้เป็นของที่ซื้อมานานหลายปีดีดักแล้ว ยี่ห้อ Cokin มีรอยขูดขีดเต็มไปหมดเพราะรักษายากมาก เวลาใช้พยายามอย่าให้เป็นรอย การใช้ก็เพียงหยิบมาสวมกับ Holder ตามขนาดของหน้าเลนส์ ซึ่งสามารถซื้อวงแหวนมาเปลี่ยนได้โดยใช้ Holder ตัวเดียวกัน

การวัดแสงเมื่อใช้ฟิลเตอร์สี ก็วัดแสงตามปกติ วางฟิลเตอร์แล้วก็วัดแสง เหมือนกับการใช้ PL หรือฟิลเตอร์ทั่วๆไป


สนใจอ่านบทความเที่ยวดอยเต่า < ที่นี่ >

 

 
     
www.photoontour.com
 
   
     
Home Gallery