Home > Gallery > Koh Kai Phuket     
Gallery : Koh Kai เกาะไข่ จ.ภูเก็ต เกาะเล็กๆพื้นที่ประมาณ 2 สนามฟุตบอล แต่มีหาดสวย และน้ำทะเลใสสะอาด
 
    Koh Kai (Koh Khai) by Speedboat
      นั่งเรือสปีดโบ๊ตไปประมาณ 20 นาทีก็พบกับน้ำทะเลใสหาดทรายขาว ดุจดั่งใข่มุกน้อยๆที่ช่วยแต่งเติมสีสันให้กับท้องทะเลอันดามัน



Koh Khai, Ao Phangnga National Park

Koh Khai : consist of two island, Koh Khai Nok and Koh Khai Nai. The islands can be reached from Koh Sirey,
Laem Hin Pier and Chalong Bay in Phuket by hiring a boat or contact tour operators. The island is known for the
beautiful fishes rocks, corals, and secluded beaches.

 
           
   
     
 

เกาะไข่ จ.ภูเก็ต

เกาะไข่ หลายคนอาจไม่เคยได้ยิน ผมไปเที่ยวภูเก็ตมาหลายครั้งหลายหนก็ไม่เคยได้ยินเหมือนกัน  ก็บังเอิญวันหนึ่งไปใช้บริการอินเตอร์เน็ตจากร้านเน็ตแห่งหนึ่งในเมืองภูเก็ตเมื่อปลายปี'45 เป็นทั้งร้านเน็ตและเป็นบริษัทท่องเที่ยวไปในตัว ที่ข้างฝาผนัง ภายในร้านก็มีภาพโปสเตอร์แหล่งท่องเที่ยวต่างๆของเกาะภูเก็ตติดอยู่หลายภาพ

เหลือบไปเห็นภาพหนึ่ง เป็นภาพชายหาดที่สวยมาก เจ้าของร้านบอกว่าเป็นเกาะไข่ และอยู่ไม่ไกลจากภูเก็ต แต่ต้องนั่งเรือสปีดโบ๊ต เพราะเป็นเกาะเล็กๆ เรือใหญ่เข้าไม่ได้

คนภูเก็ตหลายคนก็ไม่มีใครรู้จักเกาะไข่ ถึงรู้จักก็ไม่ค่อยให้ความสนใจนัก อาจเป็นเพราะเห็นอยู่กันใกล้ๆ และหากจะพูดถึงเกาะ
ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวแล้วก็มักจะหมายถึงเกาะที่อยู่ไกลๆเช่นเกาะพีพี เกาะสิมิลัน หรือเกาะราชา เป็นส่วนใหญ่

เกาะไข่เดิมเป็นแค่ทางผ่านหรือจุดจอดของเรือหาปลา จึงรู้จักกันเฉพาะในหมู่ชาวประมงที่แวะเวียนผ่านไปมาเท่านั้น
แต่ในระยะหลังๆธุรกิจท่องเที่ยวหลายแห่งได้หันมาใช้เรือเร็วที่เรียกว่า "สปีดโบ๊ต" หรือเรือเจ็ตที่เคยเรียกกันในระยะแรกๆ
เรือเหล่านี้สามารถซอกแซกเข้าไปได้ทุกที่ เกาะเล็กเกาะน้อยที่เรือใหญ่เข้าไม่ได้ แต่เรือประเภทนี้สามารถเข้าไปถึงได้หมด
ในระยะหลังนี้จึงมีแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆเกิดขึ้นอยู่หลายแห่งที่เรือเหล่านี้ไปถึง

สปีดโบ๊ตมีน้ำหนักเบาเพราะทำด้วยไฟเบอร์ และติดเครื่องยนต์ที่มีความเร็วสูง บางลำมีถึงสองเครื่องยนต์ จึงพุ่งทะยานไป
ข้างหน้าได้อย่างรวดเร็วปานรถซิ่งที่ติดเทอร์โบ ทำเอาผู้โดยสารที่ไม่ค่อยคุ้นกับเรือชนิดนี้ต้องหาที่ยึดกันวุ่นวาย เพราะกลัว
เรือจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ทั้งกระเด็นกระดอนชนิดสะใจ ใครไม่เคยนั่งก็ต้องบอกว่า ทั้งมันส์ ทั้งเสียว ทั้งเร็ว และดี

เกาะเล็กๆที่เรือใหญ่เข้าไปไม่ได้แต่สปีดโบ๊ตก็สามารถเข้าไปเทียบชายหาดได้อย่างไม่ยากเย็น ที่สำคัญสามารถร่นระยะเวลา
เดินทางให้สั้นลงไปเป็นอันมาก สามารถจัดทริปสั้นๆสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีเวลาน้อย แต่มีโอกาสเที่ยวได้หลายแห่ง
ภาพเรือสปีดโบ๊ตที่เห็นตามร้านหรือบริษัทท่องเที่ยว จึงเกือบจะเป็นจุดขายที่เรียกความสนใจได้เป็นอย่างดี จะเหมาลำเล็กๆ
นั่งกัน 2-3 คน ก็มีบริการ หรือจะเป็นกลุ่มเล็กๆไม่เกิน 10 คนหรือมากกว่านั้นก็มีให้เช่า พร้อมเมื่อไหร่ก็ลงเรือและออกได้ทันที
ใช้เวลาไม่นานก็ถึงจุดหมาย ค่าบริการอาจจะแพงสำหรับคนไทย แต่เรือประเภทนี้ ชาวต่างชาติให้ความนิยมเป็นอย่างมาก

เกาะไข่ที่ผมเดินทางไปครั้งนี้ ก็เป็นทริปสั้นๆแค่ครึ่งวันในตอนเช้า ออกจากฝั่งประมาณ 9.30 น. และจะกลับถึงฝั่งก็ราวเที่ยง
เศษๆ ค่าเดินทางคนละ 700 บาท มีของว่างทานบนเกาะนิดหน่อย เช่นผลไม้และน้ำดึ่ม ซึ่งผู้จัดจะต้องเตรียมไปจากฝั่ง

เท่าที่ทราบมา เกาะไข่นี้เป็นของทางราชการ มี อบต.ของจังหวัดเป็นผู้ดูแล และไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวหรือผู้มาหาประโยชน์ ค้างแรม ที่นี่ไม่มีสิ่งปลูกสร้าง จะมีเพียงห้องน้ำเล็กๆที่สร้างแบบลวกๆพอเป็นพิธี   ด้านหน้าก็มีโต๊ะวางขายพวกน้ำเย็นและขนมขบเคี้ยวอยู่บ้างนิดหน่อย

พื้นที่ของเกาะถ้าคาดเดาด้วยสายตาก็น่าจะประมาณ 2-3 สนามฟุตบอล หรืออาจเล็กกว่าด้วยซ้ำ มีชายหาดให้เล่นน้ำได้เพียง
ซีกหนึ่ง ส่วนอีกซีกหนึ่งจะเป็นแนวโขดหินที่มองเห็นน้ำทะเลสดใสอมสีฟ้าอ่อนๆ ไม่ต่างจากเกาะที่ขึ้นหน้าขึ้นตาทั้งหลาย

เกาะไข่อยู่ไม่ห่างจากเกาะภูเก็ตเท่าใดนัก ถ้าเป็นระยะถนนก็ไม่น่าจะเกิน 10 กิโลเมตร จึงสามารถมองเห็นเกาะภูเก็ตได้ชัดเจนเหมือนห่างกันแค่เอื้อม แต่ที่เป็นจุดเด่นและน่าแปลกใจมากก็คือมีชายหาดที่ขาวสะอาด ต่างจากชายหาดที่มีชื่อของเกาะภูเก็ต เช่นหาด กะตะ กะรน อย่างสิ้นเชิง ทั้งๆที่ทั้งสองเกาะอยู่ไม่ไกลกันนัก

ความขาวเนียนของชายหาดก็น้องๆ เกาะราชา ที่เคยเที่ยวเมื่อหลายปีก่อน แต่เม็ดทรายที่เกาะไข่ดูจะหยาบกว่า

บนเกาะไข่ไม่มีต้นใม้ใหญ่ให้บังร่มเงา จะมีแต่ต้นไม้ต้นเตี้ยๆที่เห็นตามชายหาดทั่วไป แต่ก็สามารถใช้เป็นที่หลบแดดได้พอ
สมควร คนไหนที่ขี้ร้อน หรือกลัวแดด กลัวผิวเสีย อาจไม่ค่อยชอบนัก แต่ถ้าไม่รังเกียจแสงแดดละก้อ รับรองจะชอบใจทุกคน

ที่ปีกขวาของเกาะมีมุมให้ดำน้ำดูปลาหลากสีหรือดูปะการัง แต่ถ้าใครชอบเล่นน้ำแล้วก็คงต้องบอกว่าที่นี่มีหาดทรายขาว
มีน้ำทะเลใส เหมือนดั่งสวรรค์น้อยๆที่ซ่อนตัวอยู่ในทะเลภูเก็ต และทุกคนสามารถมาสัมผัสได้แบบไม่ลำบากนัก ใครที่อยากเห็น หรืออยากสัมผัสเกาะสวรรค์เหมือนในเทพนิยาย เกาะไข่ก็อาจเป็นทางเลือกที่ไม้ต้องไปไกลถึงหมื่นลี้และเสียค่าใช้จ่ายมากมาย

วันที่ผมไปเที่ยวนั้น แดดเปรี้ยงสะใจ แต่ก็ไม่ร้อนตับแลบเหมือนคนที่มักพูดเปรียบเทียบ เพราะเป็นเกาะที่โดดเด่นกลางทะเล
ไม่มีภูเขามาบังทิศทางลม ดังนั้นไม่ว่าลมจะมาทิศทางไหนก็จะต้องพัดผ่านอยู่ตลอดเวลา จะทนไม่ค่อยไหวก็ตรงที่แสงแดด
ี่สะท้อนผืนหาดทราย มันเจิดจ้าจนต้องหรี่ตา ใครมาเที่ยวถ้าพกแว่นกันแดดมาด้วยก็จะช่วยได้ไม่น้อย

บนเกาะนี้ไม่ค่อยจะเห็นคนไทยนะครับ สงสัยจะไม่ค่อยรู้จัก หรืออาจเห็นว่าเป็นเกาะเล็กๆที่ดูไม่ค่อยน่าสนใจ สู้ไปเที่ยวเกาะใหญ่ๆ น่าจะคุ้มกว่า ที่นี่พวกฝรั่งมังค่ารู้สึกจะมากกว่าเพื่อน ยิ่งเจอแสงแดดจัดๆและหาดทรายแบบนี้เข้าก็คงเป็นสิ่งที่ปรารถนาไม่น้อย รองลงมาก็น่าจะเป็นชาวญี่ปุ่นหรือชาวจีนที่ดูหน้าตาแล้วมองไม่ออกว่ามาจากประเทศไหน คนจีนสิงคโปร์ ฮ่องกง หรือชาวเกาหลี ดูแยกไม่ค่อยออก เพราะหน้าตาออกจีนๆคล้ายกันไปหมด มีหนุ่มสาวที่ดูแล้วน่าจะเป็นชาวสิงคโปร์อยู่คู่หนึ่งกระซิบเบาๆกับคนไทย ที่ขายของบริเวณหน้าห้องน้ำ เสร็จแล้วก็หลบหายไปหลังโขดหิน ก็ไม่ทราบว่าเค้าคุยอะไรกัน ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็ต้องบอกว่าไปพี้กัญชา

จะเป็นกัญชาหรือยาอะไรก็ไม่อาจทราบได้ ถ้าจะว่าไปแล้วเรื่องแบบนี้มีมากมายหลายแห่ง  ยิ่งแถวๆอ่าวฉลองด้วยแล้วยิ่งชุกชุม มีคนเล่าว่าเรือยอร์ชราคาแพงที่เห็นจอดๆอยู่แถวนั้น บอกว่านั่นแหละตัวดีเชียว ซื้อขายกันบนเรือหรืออาจขับเรือไปซื้อขายกันกลาง ทะเล หลบหูหลบตาเจ้าหน้าที่

เมื่อราวปี 2542 ก็เคยหักหลังกันถึงขนาดต้องเผาเรือมูลค่าหลายร้อยล้านบาทเพื่อลบหนี้  เท็จจริงอย่างไรก็ไม่ขอยืนยัน เพียงแต่ มีคนเค้าพูดกันมากและชี้ให้ดูซากเรือยอร์ชของอภิมหาเศรษฐีที่ยังจมอยู่หน้าอ่าวฉลอง ไอ้ผมก็ได้แต่ร้อง อื้อฮืฮๆ ด้วยความเสียดาย  เงินหลายร้อยล้านจมหายไปในพริบตา ตามข่าวบอกว่าเป็นอุบัติเหตุไฟใหม้ แต่ชาวบ้านพูดกันแซดว่าธุรกิจใต้ดินเค้าชำระบัญชีกัน

ใครไปเที่ยวภูเก็ตและมีเวลาน้อย หากต้องการเห็นหาดทรายในฝันและน้ำทะเลใสแล้วละก้อ ขอแนะนำให้มาเที่ยวเกาะไข่
จะเที่ยวแบบครึ่งวัน หรือจะนอนอาบแดดเต็มวันแบบฝรั่งก็ได้ ติดต่อสอบถามได้จากบริษัททัวร์ในราคาที่ไม่ค่อยต่างกันมากนัก เมื่อปี 2545 ราคาประมาณ 700-900 ต่อคน/ครึ่งวัน จะถูกจะแพงก็แล้วแต่บริษัท แต่ทุกที่ทุกแห่งก็จะมีบริการเหมือนๆกัน ไม่ต่างกันหรอกครับ ราคานี้เป็นราคาของเรือสปีดโบ๊ตนะครับ ซึ่งจะแพงกว่าเรือทั่วๆไป

เรื่องราวการท่องเที่ยวภูเก็ต ยังมีอีกหลายเรื่อง จะพยามยามขุดพยามยามปั้นออกมาทีละเรื่อง ตามแต่เวลาจะอำนวย ใครสนใจ สถานท่องเที่ยวในภูเก็ตก็คงต้องติดตามกันต่อไป ซึ่งจะทะยอยลงสลับกับจังหวัดอื่นๆบ้าง ใครที่ชอบภาพพระอาทิตย์ตกสวยๆ พลาดไม่ได้นะครับ แหลมพรหมเทพที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสถานที่เห็นพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดในประเทศไทย อันเป็นที่มาของคำว่า ไข่มุกแห่งอันดามัน จะสวยแค่ไหนก็คอยติดตามกัน อาจเป็นภาพ Unseen ที่หลายคนไม่เคยเห็นมาก่อน

เวปมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
30 กรกฎาคม 2547


...............................................................................................................................

การถ่ายภาพ
ภาพส่วนใหญ่ถ่ายด้วยฟิล์ม Slide Fuji Velvia (50 ISO) คุณสมบัติของฟิล์มสไลด์จะมีคอนทราสต์ที่สูงกว่าฟิล์มสี และหาก
ใช้ฟิลเตอร์ PL เข้าช่วยเพื่อเพิ่มมิติให้กับท้องฟ้า ก็จะส่งผลให้เห็นความต่างของระดับสีเพิ่มขึ้นไปอีก แยกหาดทรายกับท้องฟ้า ออกจากกัน เหมือนไม่ไช่ภาพเดียวกัน (เช่นภาพที่ 9 และ 10 ) ทำให้เห็นเมฆเหมือนหลุดลอยออกมาคล้ายภาพสามมิติ

การใช้ PL ในสภาพแดดจัด คอนทราสต์สูงกับฟิล์มสไลด์ ผลที่ออกมาจะดูเข้มมากกว่าที่ตาเห็น(มองผ่านฟิลเตอร์ PL) ดังนั้น
หากไม่ต้องการความผิดเพี้ยนไปจากความจริงในข้อนี้ อาจเผื่อไว้ด้วยการใช้ฟิลเตอร์ UV แทนไว้บ้าง ก็อาจได้ภาพที่ตรงใจ
ผู้ที่ชอบถ่ายด้วยฟิล์มสไลด์จึงควรระวังจุดนี้ด้วย ความคลาดเคลื่อนนี้อาจเกิดขึ้นโดยแบบตั้งใจ(จะให้เป็น) หรืออาจไม่ได้ตั้งใจ เพราะยากที่จะเดาว่าผลจะออกมาเช่นใด บางครั้งเวลามองในช่องมองภาพเมื่อใช้ PL ก็เห็นว่าสวยดีมีฟ้าเข้มมีเมฆขาวลอยเด่น ครั้นพอใช้ UV แทน ภาพที่เห็นผ่านกล้องก็อาจดูธรรมดาไม่เห็นผล effect อะไรนัก แต่พอล้างออกมาแล้วอาจเห็นว่า UV ให้ผลตรงใจมากว่า PL เรื่องนี้สรุปสั้นๆว่า ถ้าเป็น Slide แล้ว การใช้ PL จะให้ผลมากกว่าที่ตาเห็น

อีกอย่างหนึ่งที่หลายคนมักปรับกล้องให้อันเดอร์เป็นปกติวิสัยในการถ่ายสไลด์ เพราะภาพที่ออกมาดูจะมีสีสัน มีน้ำหนักกว่าการปรับตามค่าปกติ แต่ถ้ามาใช้ฟิลเตอร์ PL เมื่อใด ก็ควรตั้งค่าให้เป็นปกติ (เป็น 0 ไม่มี + -) ไม่เช่นนั้น ภาพจะอันเดอร์ทันที ทั้งนี้ก็เพราะคุณสมบัติของ PL จะออกอันเดอร์อยู่แล้วจึงไม่ต้องไปเผื่อให้มันเข้มหนักเข้าไปอีก แต่ถ้าไม่แน่ใจก็อาจถ่ายทั้งสอง แบบเพื่อกันเหนียว  แล้วก็จะเห็นว่าภาพที่ตั้งค่าการรับแสงให้ปกตินั้น จะให้ผลที่ดีกว่า ทางที่ดีควรถ่ายด้วยฟิลเตอร์ทั้งสองตัว แล้วเลือกเอาภาพที่ถูกใจที่สุด

อักเรื่องหนึ่งสำหรับการวัดแสง ที่อาจมีผลอย่างมากสำหรับภาพสไลด์ในกรณีที่มีเมฆมาก ภาพขาวๆของเมฆจะทำให้การวัดแสง ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง หากเจอสถานการณ์แบบนี้ ต้องหยุดคิด และตรวจเช็คให้แน่นอน หลายคนเชื่อการวัดแสงจากกล้อง ซึ่งเป็นค่ากลางๆตามที่กล้องรับค่าแสงจากภายนอก หากเชื่อกล้องก็อาจได้เมฆที่ได้แสงพอดี แต่องค์ประกอบอื่นมืดตื้อไปหมด การเชื่อใจกล้องอาจสร้างความงุนงงให้ในภายหลังได้ และนี่ก็อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ว่าทำไมช่างภาพที่มีชื่อเสียงถึงต้องมีเครื่อง วัดแสงแยกต่างหากจากตัวกล้อง และหาค่าแสงแบบตกกระทบเช่นเดียวกับที่ใช้ใน studio

ทางแก้แบบง่ายๆ กรณีไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือราคาแพง ก็อาจวัดแสงสภาพแวดล้อมเช่นพื้นหญ้า ต้นไม้ แล้วยึดค่านั้นเป็นหลัก ผสมผสานกับค่าแสงที่วัดได้จากท้องฟ้า จะเผื่อมากเผื่อน้อยก็พิจารณากันอีกที ซึ่งคิดว่าหากยั้งคิดในเรื่องนี้บ้าง ก็จะทำให้ความ ผิดพลาดในการถ่ายภาพลดน้อยลงไปมากทีเดียว

การถ่ายภาพวัตถุสีขาวๆเช่น เมฆ หมอก หิมะ พื้นปูนออกขาวๆ หรือวัตถุอื่นทีมีโทนขาวๆในทำนองเดียวกัน ช่างภาพมือเซียน
หลายคนตกม้าตายมานักต่อนัก  แม้แต่ผมก็เคยเจอปัญหานี้อยู่บ่อยครั้งเพราะเผลอไปไปเชื่อการวัดแสงจากกล้องมากเกินไป
กว่าจะรู้ตัวก็สายเสียแล้ว เรื่องนี้จึงขอฝากนักถ่ายภาพให้พึงระวังไว้ด้วย



 
   
photoontour.com