การถ่ายภาพ
หากใครคิดจะมาเที่ยวภูเก็ตแฟนตาซีแล้ว ต้องเข้าใจก่อนว่า ที่นี่ห้ามถ่ายภาพและบันทึกวีดีโอ
ระหว่างการแสดงในโรงละคร
ผู้ที่นำกล้องเข้าไปข้างในจะต้องฝากไว้กับเจ้าหน้าที่ ดยจะมีการเปิดกระเป๋ากล้องเพื่อให้กล้องวีดีโอของบริษัทภูเก็ตแฟนตาซี
บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งที่นี่เข้มงวดมาก และถือเป็นมารยาทในการชมละครที่เป็นมาตรฐานสากล การถ่ายภาพจึงทำได้แต่เพียงรอบๆบริเวณภายนอกเท่านั้น
ซึ่งบรรยากาศเหมือนกับการเข้าไปชมภายในสวนสนุก ที่มีสีสัน
และกิจกรรมเป็นแบบ entertainment ให้ผู้ชมได้พบกับสิ่งบันเทิงต่างๆที่มีอยู่รอบงาน
ซึ่งบรรยากาศแบบนี้มีมุมให้เลือก
ถ่ายภาพได้มากมาย เนื่องจากเป็นบรรยากาศในตอนเย็น ซึ่งเปิดให้เข้าชมประมาณ
6 โมงเย็น การเตรียมฟิล์มไวแสงสูงๆและไฟแฟลช จึงเป็นสิ่งที่
หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ถ้าใครจะนำขาตั้งกล้องเข้าไปด้วยก็คงไม่มีปัญหาอะไร
หากคิดว่าพอจะแบกกันไหว ในช่วงเย็นใกล้พระอาทิตย์ตก เป็นเวลาที่แสงจากท้องฟ้าผสมกลมกลืนกับสีสันในงาน
ที่มีแสงสีต่างๆสลับไปมาบนท้องฟ้า
หากสังเกตและพยายามหามุมกล้องดีๆ ก็จะได้ภาพแปลกๆ ซึ่งภาพในชุดนี้มีบางภาพมีท้องฟ้าออกสีแปลกๆ
เหมือนไปสร้าง
มันขึ้นมาเอง (เช่นภาพ หมายเลข PI/17 , PI/20
, PIII/1 , PIII/13
) แสงสลัวๆที่มองเห็นบนท้องฟ้า หรือมีสีต่างๆจากกลุ่มเมฆ
เป็นเวลาที่นักถ่ายภาพควรฉวยโอกาสหามุมภาพให้ได้ เพราะจะเป็น
ช่วงเวลาที่สั้นมาก ไม่นานก็จะมืดลงทันที หากวันนั้นไม่มีสีสันจากท้องฟ้ามากนัก
ก็จะเห็นฟ้าเป็นสีน้ำเงินเข้มเป็นการตอบแทน ซึ่งจะช่วยให้ภาพมีสาระและมีความหมายมากขึ้น หลายภาพในเวป ได้ใช้หลักที่ว่านี้มาตลอด
หากสิ่งเหล่านี้อยู่ในจิตใจของช่างภาพแล้วก็เชื่อได้ว่า การวางแผนและการรอคอย
จะทำให้เราได้รับรางวัลจากภาพเหล่านี้อยู่เสมอ และโชคมักจะเข้าข้างเราอยู่ตลอด ภูเก็ตแฟนตาซี เปิดประตูในเวลาประมาณ
หกโมงเย็น เป็นช่วงที่เหมาะสำหรับการใช้ฟิล์มไวแสงระดับ 400
ISO ซึ่งพอถ่ายได้
โดยไม่ต้องใช้ขาตั้งให้ยุ่งยาก และยังไม่ต้องใช้แฟลชช่วย สภาพแสงระดับนี้จะเห็นคุณสมบัติและประสิทธิภาพของฟิล์มไวแสง
ที่ 400 ได้ชัดเจน ซึ่งอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ภาพในชุดนี้ถ่ายโดยใช้ 2 กล้อง เป็นฟิล์มสีทั้งคู่
400 และ 200 ISO ซึ่งแล้วแต่ความเหมาะสมของภาพ ว่าต้องการใช้ฟิล์ม
ระดับไหน ถ้าต้องการให้ภาพเห็นแสงตามธรรมชาติที่แท้จริง ก็จะใช้ฟิล์มไวแสง
400 ถ้าเป็นการถ่ายตามปกติ และไม่ต้องการ
ให้สูญเสียเกรนของภาพ ก็จะใช้ฟิล์มไวแสง 200 ซึ่งแน่นอนว่าต้องเปิดแฟลชทุกครั้ง
ส่วนฟิล์มไวแสง 800 ISO นั้น
บอกตรงๆว่าไม่เคยคิดจะใช้เลย แม้ปัจจุบันฟิล์มชนิดนี้จะให้ความคมชัดที่สูงกว่าแต่ก่อน
ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วคิดว่ายังไม่มีความ
จำเป็น เว้นแต่บางสถานการณ์ที่ถูกบังคับให้ใช้ความเร็วที่สูงขึ้นกว่าปกติ
พบกันใหม่ในโอกาสหน้านะครับ จะพาไปเที่ยวเชียงใหม่ ไปนอนแพที่ทะเลสาบดอยเต่าซึ่งมีภาพสวยๆมากมาย
ใครชอบถ่ายภาพ
วิวหรือทิวทัศน์ ต้องคอยติดตาม จะแนะนำการสร้างสรรภาพถ่ายด้วยฟิลเตอร์สีด้วย
|