The Professional Photo Website   :    เวปไซต์ภาพถ่าย เวปไซต์คุณภาพ
Gallery Home > Gallery >Pumreang
  Pumreang, Local Thai silk พุมเรียง ถิ่นผ้าไหมไทย   
   
 

พุมเรียง ถิ่นผ้าไหมไทยของภาคใต้

ผมเคยมาเที่ยวพุมเรียงเมื่อหลายปีก่อน โดยพรรคพวกอาสาเป็นไกด์พามาเที่ยวไชยาและแวะดูผ้าไหม พุมเรียง ยังนึกแปลกใจเหมือนกันว่าภาคใต้นี้มีการทอผ้าไหมและมีการเลี้ยงไหมด้วยหรือ เพราะไม่ เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลย

หากจะพูดถึงผ้าไหมแล้ว หลายคนคงนึกถึงผ้าไหมจากภาคเหนือ เช่นที่จังหวัดลำพูนหรือเชียงใหม่ ที่มีการทำแบบครบวงจรตั้งแต่การเลี้ยงตัวไหม นำไหมไปต้ม กรอไหม ไปจนถึงการทอออกมาเป็นผ้าผืน และสร้างชื่อเสียงให้กับท้องถิ่นมานานหลายสิบปีแล้ว ความแปลกใจสงสัยในผ้าไหมพุมเรียงก็ยังไม่มี โอกาสหาคำตอบ จนกระทั่งมีโอกาสมาเที่ยวพุมเรียงอีกครั้งหนึ่งเมื่อ ปลายปี 2545 จึงทำให้ทราบ ความจริง

คุณอรุณ เหร็นเส็บ ชาวไทยอิสลาม เจ้าของร้านผ้าไหม “เพชรทองคำ” ร้านใหญ่แห่งหนึ่งใน ต.พุมเรียง เล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนนี้ชาวบ้านพุมเรียงที่เป็นคนอิสลามมีการทอผ้าฝ้ายกันมาก่อน เป็นการทอเพื่อนำมา นุ่งห่มกันในหมู่ชาวบ้านในยุคที่มีการทอผ้านุ่งห่มกันเอง

เมื่อการคมนาคมสะดวกขึ้นและมีการติดต่อค้าขายกันกับทางกรุงเทพ พ่อค้าผ้าจากพุมเรียงก็มีโอกาส นำผ้าฝ้ายไปขายที่กรุงเทพ โดยวางขายแถวๆตลาดพาหุรัด แหล่งค้าผ้าที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ

ต่อมามีการนำเส้นไหมดิบจากประเทศจีน มาฟอกย้อมกันที่พุมเรียงและทอเป็นผ้าไหมส่งไปขายที่กรุงเทพ ปรากฏว่าได้รับการต้อนรับด้วยดี โดยเฉพาะจากบรรดาคุณหญิงคุณนายที่มีรสนิยมสูง
ซึ่งต่อมากลุ่มบุคคลเหล่านี้ก็ได้แนะนำให้ทอผ้าไหมในรูปแบบ สีสัน ลวดลาย ที่ทันสมัยมากขึ้น จนได้รับความนิยมในเวลาต่อมา รวมทั้งได้มีโอกาสวางขายในโรงแรมใหญ่ๆในกรุงเทพหลายแห่ง ทำให้ชื่อเสียงผ้าไหมพุมเรียงขจรขจายไปทั่วทั้งในประเทศและต่างประเทศ

แต่เดิมเส้นใยที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการทอผ้าไหมที่พุมเรียง จะสั้งซื้อจากยี่ปั้วในกรุงเทพ ซึ่งนำเข้ามาจาก ประเทศจีน แต่ไม่กี่ปีมานี้มีใยไหมภายในประเทศจากไร่กำนันจุล จังหวัดเพชรบูรณ์  นำออกมาป้อนตลาด มากขึ้น จึงมีการใช้ไหมทั้งในประเทศและต่างประเทศมาฟอกย้อม เพื่อนำไปทอเป็นผ้าผืน

ผ้าไหมลายดอกพิกุลจากพุมเรียง เป็นผ้าไหมที่ได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดผ้าไหม เป็นงาน
ฝีมือล้วนๆที่ทอด้วยมือ ป็นงานฝีมือแบบดั่งเดิมที่ต้องใช้ความประณีตและประสบการณ์ในการทอ
และที่สำคัญงานแต่ละชิ้นแต่ละผืนจะใช้เวลาทอที่ยาวนานกว่าการทอด้วยวิธีอื่น

คุณฟาติม๊ะ บัวเฉย เจ้าของร้านผ้าไหมฟาติม๊ะในย่านบางกะปิ ผู้คร่ำหวอดในวงการผ้าไหมพุมเรียง มายาวนาน เล่าว่า ผ้าลายดอก หรือที่เรียกว่าผ้ายกดอก จะทอได้อย่างมากแค่วันละประมาณครึ่งหลา หรือประมาณ 2 คืบเท่านั้นเอง เป็นการทอด้วยมือที่ใช้วิธีโยกลูกกระสวยสลับไปมา ซ้าย-ขวา ต่างจากการทอด้วยกี่กระตุกที่ใช้มือดึงหรือกระตุกเชือกเพื่อให้ลูกกระสวยวิ่งสลับ ไป-มา ด้วยเครื่อง

ผ้ายกดอกเป็นผ้าที่ต้องการความละเอียดประณีตในระหว่างการทอ และมีลวดลายสวยงาม จึงทำ ให้เป็นผ้าไหมที่มีราคาแพงกว่าผ้าสีพื้น ซึ่งตกราคาหลาละประมาณ 3 พันกว่าบาทขึ้นไป หากเป็นผ้าที่มีลวดลายสวยงาม ราคาก็จะแพงขึ้นไปอีกจนถึง 5 พันบาท

ทุกวันนี้ร้านขายผ้าไหมที่พุมเรียงมีอยู่ไม่เกิน 10 ร้าน ส่วนใหญ่เป็นร้านของชาวไทยอิสลาม ที่ถ่ายทอด การทอผ้าไหมและการทำธุรกิจค้าผ้าไหมมาจากบรรพบุรุษ หลายร้านในพุมเรียงได้มาเปิดสาขา ในกรุงเทพ เป็นทั้งร้านขายผ้าไหม และมีโรงงานทอผ้าอยู่ใกล้เคียงกัน จากนั้นจะส่งไปขายตาม ห้างร้านต่างๆในกรุงเทพที่เป็นลูกค้าประจำ บางส่วนก็ยังส่งไปขายที่พุมเรียงด้วย

ผ้าไหมปัจจุบันนี้ ได้รับความนิยมในหมู่คนไทยด้วยกันเอง โดยมีรัฐบาลเป็นผู้สนับสนุน ทำให้วงการ ผ้าไหมไทยได้พัฒนารูปแบบใหม่ๆออกมามากมาย เพื่อให้เข้ากับความนิยมของคนไทยรุ่นใหม่ๆ บางแห่งได้นำไปเพ้นท์สีให้เกิดความสวยงามมากขึ้น เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาผ้าไหมให้ก้าวไกลอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ผ้าไหมไทยเป็นผ้าที่มีเสน่ห์ในตัว หากมีการนำมาตัดชุดอย่างเหมาะสมแล้วทำให้ชวนมอง และเพิ่มคุณค่าแก่ผู้สวมใส่เป็นอย่างมาก


สวัสดีครับ
webmaster


.........................................................................................................

เรื่องราวท่องเที่ยวในจังหวัดสุราษฏร์ธานีเมื่อปลายปี2545
มีทั้งหมด 4 เรื่อง ติดตามเรื่องราวและดูภาพสวยๆได้ที่นี่

    - ผ้าไหมพุมเรียง
    - บ้านหลมโพธิ์
    - วัดบรมธาตุไชยา
    - เขื่อนรัชชประภา/อุทยานแห่งชาติเขาสก


........................................................................................................

ติดต่อร้านผ้าไหมพุมเรียง :
ที่พุมเรียง - ร้านไหมไทยเพชรทองคำ
077-431337 คุณอรุณ เหร็นเส็บ


ที่กรุงเทพ : ร้านฟาติมาไหมไทย 50/80
ถ.สุขาภิบาล 1 บางกะปิ กทม.10240
02-3748651 , 01-3720924
คุณฟาติม๊ะ บัวเชย (เจ้าของ)