The professional Photo website : เวปไซต์ภาพถ่าย เวปไซต์คุณภาพ
Home > Gallery > Wat Lok Molee




ช่วงนี้โฟโต้ออนทัวร์ขอพาทัวร์ภาคเหนือ จะพาไป เที่ยววัดสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่และลำปางอีกหลายวัด

ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่และมีอายุอานามหลายร้อยปี

เชียงใหม่มีวัดที่อยู่ในตัวเมืองมากมายมีโบราณสถานก็มาก เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวได้เห็นบรรยากาศของเก่า และของใหม่สลับกันไปในณะที่นั่งรถผ่าน ทำให้รู้สึกว่า เป็นเมืองน่าอยู่น่ามาเที่ยว สะท้อนให้เห็นถึงความรุ่งเรือง ทางศาสนาและวัฒนธรรมของดินแดนล้านนาในอดีต

วัดที่สำคัญหลายแห่งได้การบูรณะจนดูสวยงาม และก็ยังมี อีกหลายแห่งอยู่กำลังระหว่างการบูรณะปฏิสังขรณ์

วัดโมฬี หรือชื่อทางการเรียกว่า " วัดโลกโมฬี " เป็นวัดที่อยู่ ติดถนนมณีนพรัตน์ ต.ศรีภูมิ อ.เมือง เชียงใหม่ อยู่ใกล้กับประตูช้างเผือก ด้านหน้าจะเป็นถนนติดคูเมือง ใครนั่งรถผ่านก็สามารถเห็นได้ชัดเจน เห็นซุ้มประตูที่มีลวดลายสวยงาม เห็นวิหารที่เป็นรูปแบบของล้านนาและสร้างด้วยไม้สัก หลังใหญ่

วัดโลกโมฬีเดิมเป็นวัดร้าง ไม่มีพระจำพรรษา  แต่ได้บูรณะซ่อมแซมเมื่อปี 2544 (ปัจจุบันปี 2547 ก็ยังไม่แล้วเสร็จ)

แม้จะยังไม่เสร็จแต่ก็สวยโดดเด่น จนหลายคนอดไม่ได้ที่จะแวะเข้าไปชม ซึ่งมีทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ 

 

 

Wat Lok Molee
Amphoe Muang, An old and significant site,There is
no record of the temple's founding date, but its name
first appeared in historical texts in 1367.The Sixth
Lanna King of the Mengrai Dynasty invited a group
of 10 monks from Burma to bring thair study practice
of Buddhism to his kingdom (present day Northern
Thailand ).

The monks stay at this temples. Pra Kaew Muang
ordered a chedi built in 1527 and the main hall built
in 1545. The temple houses the ashes of members
of the royal Mengrai Dynasty, and was maintained
by The royal family until the end of dynastry



วัดโลกโมฬี
 เป็นวัดสำคัญเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยโบราณ แต่ไม่มีหลักฐาน
ชัดเจนว่าสร้างในสมัยใด มีแค่ชื่อปรากฏเป็นครั้งแรกเมื่อ
ปี พ.ศ.1910 สมัยพระเจ้าก๊อนาธรรมิกราช กษัตริย์ล้านนา
องค์ที่ 5 แห่งราชวงศ์เม็งราย ได้โปรดให้อาราธนาคณะ
สงฆ์ของพระอุทุมพรบุปผมหาสวามีเจ้าเมืองเมาะตะมะ
จำนวน 10 รูป มาสืบพระพุทธศาสนาในล้านนาไทย และ
จำพรรษา ที่วัดโลกโมฬี อันเป็นสถานที่ใช้ต้อนรับราช
อาคันตุกะจากต่างเมือง

ต่อมาในปี พ.ศ. 2070 พระเมืองแก้วได้โปรดให้สร้างพระ
เจดีย์และพระวิหารหลวงในปี พ.ศ.2088 นอกจากนี้ยังเป็น
สถานที่บรรจุอัฐิของพระเมืองเกษเกล้า และเป็นวัดที่พระ
นางจิรประภามหาเทวี และพระนางวิสุทธิราชเทวี กษัตริย์
องค์สุดท้าย ของราชวงศ์ เม็งรายทรงทำนุบำรุงต่อมา














ข้อมูลการบันทึกภาพ
กล้อง: Nikon F90
Lens : 28-70 ,75-300
Film : Slide Fuji Velvia (ISO50)




 
Wat Lok Molee : วัดโลกโมฬี ถ.มณีนพรัตน์ จ.เชียงใหม่  
 

สิ่งที่สะดุดตา และแตกต่างกว่าวัดทั่วไปทางภาคเหนือก็คือ ซุ้มประตูที่เป็นอิฐสีน้ำตาล
แต่แต่งแต้มด้วยลายปูนปั้นแบบล้านนา ทำให้เห็นลวดลายสีขาวโดดเด่น  แสดงถึงภูมิ
ิปัญญาของช่างเมืองเหนือที่รู้จักการประยุกต์ เพื่อเน้นลายให้เด่นชัดสวยงาม

เห็นซุ้มประตูที่นี่แล้ว ทำให้นึกถึงซุ้มประตูวัดพระธาตุลำปางหลวงที่จังหวัดลำปาง
ซึ่งเป็นซุ้มประตูที่ใหญ่โตและสวยงาม จนบางวัดทางภาคเหนือได้นำไปเป็นแบบก่อสร้าง

วิหารไม้สักเป็นจุดเด่นที่มองจากท้องถนน ด้วยรูปแบบที่ค่อนข้างจะแปลก แต่แฝงไว้ด้วย
ลีลาของศิลปะ  มีการเล่นลายปูนปั้นอันละเอียดอ่อนในส่วนที่เป็นโครงสร้างของเสารูป
เหลี่ยมสีดำ ที่แปลกตาและเด่นมากก็คือตรงหน้าบันรูปจั่วได้ประดับกระจกสี ซึ่งทำให้เกิด
สีสันหลากสีบนหลังคาวิหารที่มีพื้นโทนสีดำ ซึ่งพื้นดำนี้มีส่วนช่วยขับกระจกสีแดง ขาว
น้ำเงิน เขียว เหลือง จนดูระยิบระยับ

ผมยืนมองซุ้มประตูและวิหารไม้สักอยู่นาน จนมีความรู้สึกว่าทั้งซุ้มประตูและวิหารวัด
ได้จำลองมาจากวัดพระธาตุลำปางหลวงทั้งหมด เพียงแต่ประยุกต์งานศิลปะให้เป็น
แบบสมัยใหม่จนดูสวยงามและแปลกตา

ใครไปเที่ยวเชียงใหม่และมีโอกาสผ่านบนถนนสายนี้ ก็อยากเชิญชวนให้เข้าไปดูไปสัมผัส
กับลายไทยปูนปั้นที่แสดงความละเอียดอ่อนในทุกกระเบียดนิ้ว ดูแล้วก็น่าภูมิใจที่เห็นช่าง
ฝีมือยังคงความสามารถ และสืบทอดศิลปะล้านนาไว้อย่างไม่เสื่อมคลาย นับได้ว่าเป็นผู้อยู่
ูู้่เบื้องหลังความสำเร็จ และเป็นผู้ปิดทองหลังพระอย่างแท้จริง

หลังจากที่วัดนี้สร้างเสร็จก็คงจะสวยงาม ดูเด่นเป็นสง่าแก่ผู้พบเห็น และคงจะเป็นศักดิ์
เป็นศรีคู่เมืองเชียงใหม่ต่อไปในอนาคต

ก่อนจะจากลาวัดโมฬีหลังจากบันทึกภาพจนมากพอแล้ว ก็เดินออกไปอยู่หน้าวัดเพื่อเก็บ
ภาพในมุมมองจากภายนอก  ได้พบกับป้ายใหญ่หน้าวัดตรงประตูทางเข้า ซึ่งแถบบน

ของ ป้าย บอกยี่ห้อมือถือตัวใหญ่ตามที่เห็นดาษดื่นทั่วกรุงเทพ ถัดลงมาเป็นข้อมูลประวัติ
ของวัดโมฬีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มีรูปภาพและแผนที่ประกอบ

หลายคนอาจบอกว่าไม่ค่อยรู้สึกอะไรนัก ดีเสียอีกที่ผู้คนผ่านไปมาจะได้รู้ประวัติของวัด
แต่ในความรู้สึกของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะตัวผมเอง รู้สึกตะขิดตะขวงใจกับสิ่งนี้ ดูไม่
ต่างอะไรกับเรื่องราวที่พึ่งเป็นข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ที่ร้านสุกี้ยี่ห้อดัง  ติดโลโก้ไว้
ตรงกลางตาลปัตรของวัดแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ทำนองว่าทำบุญเพื่อหวังโฆษณา
หากพระวัดนี้ไปสวดที่ไหน ผู้คนก็ต้องเห็นโลโก้ของร้านสุกี้ ซึ่งเรื่องนี้หลายฝ่ายมองว่า
หากินกับพระ หรือใช้วัดเป็นเครื่องมือทางการค้า

โลกของยุคการแข่งขันในปัจจุบัน ศาสนสถานหลายแห่งอาจตกเป็นเครื่องมือทางธุรกิจ
โดยไม่รู้ตัว ที่ถูกนักธุรกิจเสนอตัวช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ  โดยแอบแฝงผลประโยชน์ของ
ตนเอง ซึ่งเห็นว่าวัดเป็นศูนย์รวมของผู้มาทำบุญและมีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก การติด
แบรนด์หรือโลโก้สินค้าเพื่อให้ผู้คนผ่านไปได้เห็น ย่อมได้ประโยชน์ทางธุรกิจไม่น้อยทีเดียว

ที่วัดกู้เต้า วัดเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ ก็พบกับภาพลักษณะนี้อีกเช่นกัน
ซึ่งเป็นไปได้ว่า คงพบเห็นกันทุกแห่งที่เป็นวัดสำคัญๆในจุดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว

หากป้ายแบบนี้ติดอยู่กลางเมืองเชียงใหม่ สนับสนุนในส่วนราชการ ก็คงไม่มีใครมาตำหนิ
แต่การที่มาตั้งอยู่หน้าวัด บดบังโบราณสถานที่เป็นมุมมองอันสวยงามของผู้พบเห็น
สมควรจะทำเช่นนี้หรือไม่ และหากผู้รับผิดชอบหรือคนในท้องถิ่นไม่ใส่ใจหรือไม่เท่าทัน
ในเรื่องนี้ อนาคตเราก็คงจะเห็น "โฆษณาแฝง" ลักษณะนี้อีกมากมาย




เวปมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
7 ตค.47

 
photoontour.com      copyright © All images www.photoontour.com, All rights reserved