The Professional photo website : เวปไซต์ภาพถ่าย เวปไซต์คุณภาพ
  Home > Gallery > Kasalong Resort
Kasalong Resort Hotel กาสะลองรีสอร์ต จ.กาญจนบุรี

       กาสะลองรีสอร์ต รีสอร์ตกลางป่า ท่ามกลางแมกไม้
และมีธารน้ำไหลผ่าน บรรยากาศที่แวดล้อมไปด้วยความ
เขียวขจี เหมือนได้มาพักในอุทยานของสวนป่า

สถานที่เหมาะสำหรับผู้ใฝ่หาความเป็นธรรมชาติที่สงบ
และต้องการปล่อยวางจากความวุ่นวายของสังคมเมือง

หากต้องการหามุมร่มรื่นเพื่ออ่านหนังสือ หรือทำการงาน
แบบเงียบๆ สถานแห่งนี้น่าจะเหมาะสำหรับการแสวงหา

ร้อยกว่ากิโลเมตรจากกรุงเทพ มาตามเส้นทางสู่เขื่อน
ศรีนครินทร์ ป้ายกาสะลองรีสอร์ต อยู่ทางซ้ายมือ
ป้ายที่ดูเรียบๆไม่ใหญ่โต นั่นแหละ...เลี้ยวเข้ามาเลย
     ภาพจากผู้ร่วมเดินทาง คุณสุทธิพงษ์ บัณฑิโต และคุณวีระวัฒน์ อินทรีย์ทอง ในสถานที่แตกต่างกัน
จดหมาย จากกาสะลองรีสอร์ตที่มีมาถึง Photoontour       
 




กาสะลองรีสอร์ต


      ก่อนอื่นก็ขอทำความเข้าใจกันก่อนว่า ภาพ และบทความ ใน Gallery ชุดกาสะลองนี้ ไม่ได้มีส่วนใด้ส่วนเสียกับทางรีสอร์ตแต่อย่างใด แต่ทำขึ้นมาในฐานะที่เคยมาพักเมื่อไม่นานนี้เอง มีโอกาสถ่ายภาพในบางส่วน และเห็นว่าน่าจะนำภาพที่ถ่ายไว้ในช่วงเวลาสั้นๆ เก็บเล็กเก็บน้อยตามมุมต่างๆภายในรีสอร์ต เพื่อให้ผู้ที่ชอบถ่ายภาพได้เห็นมุมมองหรือมุมกล้องที่ควรบันทึกไว้ และทั้งหมดนี้ก็เขียนตามความรู้สึกส่วนตัว
ที่มีโอกาสมาพักในสถานที่แห่งนี้

ผมมีโอกาสมาที่นี่จากการจัดสัมนา จึงรู้จักและมาพักเป็นครั้งแรก โดยนั่งรถทัวร์มาเป็นคณะ หลับๆตื่นมาเกือบตลอดทาง ระยะทางไม่ไกลนัก แต่นั่งรถคันใหญ่แล้วรู้สึกว่ามันช้า ไปไม่ค่อยถึงไหน ผิดกับการขับรถมาเองที่สนุกกว่าเป็นไหนๆ สถานที่ที่จะไปอยู่ตรงไหนส่วนไหน ก็ยังไม่ค่อยจะรู้นัก รู้แต่ว่าเป็นรีสอร์ตที่อยู่เมืองกาญจน์ ออกไปทางเขื่อนศรีนครินทร์ แต่ก็ยังไม่ถึงตัวเขื่อน จำได้ว่าผ่านเขาชนไก่ที่ใช้เป็นศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหาร ไปอีกไม่ไกลก็ถึงแล้ว

กาสะลองรีสอร์ตเป็นชื่อที่คิดว่าหลายคนคงเคยได้ยิน เพราะมีการโฆษณาตามนิตยสารท่องเที่ยว มีภาพในหน้าโฆษณาที่จุงใจให้เข้ามาพัก และเป็นบรรยากาศของป่าที่แตกต่างไปจากที่อื่น เคยเห็นภาพที่ลงไว้ ก็ยังนึกในใจว่า สร้างรีสอร์ตกันได้ยังไงในดงไม้ใหญ่ หรือว่าไม่มีการตัดต้นไม้เลย แต่เมื่อไปเห็นสถานที่จริงแล้วก็ต้องบอกว่า ทางรีสอร์ตเค้าค่อนข้างจะอนุรักษ์ความเป็นสภาพของป่าไว้ค่อนข้างดีมาก มีการปลูกไม้ใหญ่ขึ้นมาทดแทน หรือแซมในส่วนที่ว่างๆ และล้อมรอบบริเวณอาคาร จึงทำให้ดูร่มรื่น เหมือนสร้างอยู่กลางป่าที่สงบเงียบ

เมื่อรถผ่านประตูเข้ามา ก็ให้ความรู้สึกที่ดีทันที เพราะดูร่มรื่นด้วยไม้ใหญ่ พื้นที่โดยรอบก็ปลูกหญ้าจนเขียวขจี เหมือนกับว่ากำลังเข้ามายังเขตอุทยานของป่าไม้ มองเห็นบ้านพักเป็นหลังๆปลูกห่างกันเป็นระยะๆ ในรูปแบบที่แตกต่างกัน และแต่ละหลังก็อยู่ภายใต้ของร่มเงาไม้ใหญ่

ที่นี่ค่อนข้างจะเรียบง่าย แต่ก็แฝงไปด้วยความคิดที่เข้าใจธรรมชาติ ผู้ที่มาพักอาจไม่ค่อยสังเกตเห็นนัก แต่ถ้าพิจารณาแล้วจะเห็นว่า
เหมือนเป็นการสร้างรีสอร์ตตามความคิด ตามความชอบส่วนตัว เป็นความลงตัวที่ดูสบายๆ มีบรรยากาศแบบเป็นกันเองมาก

จุดเด่นของรีสอร์ต นอกเหนือไปจากการรักษาสภาพแวดล้อมให้คล้ายป่า หรือคล้ายอุทยานฯแล้ว  ก็ยังเห็นการเลือกใช้วัสดุมาตกแต่งให้ดู ูกลมกลืนและเหมาะสมกับบรรยากาศ คิดว่าผู้ออกแบบและเจ้าของรีสอร์ตน่าจะเป็นผู้ที่มีความเข้าใจในเรื่องการจัดการสถานที่ โดยยึดเอาความเป็นธรรมชาติที่แท้จริงเป็นต้นแบบ

หากถือว่าการจัดการด้านภูมิทัศน์ของรีสอร์ตนี้เป็นงานศิลปะแขนงหนึ่งแล้ว ที่นี่ก็เหมาะสมสำหรับรางวัลในศิลปะแขนงนั้น ที่สรรสร้าง
ออกมาได้อย่างน่าชมเชย และรอคอยการมาเยือนจากผู้แสวงหาความดื่มด่ำจากธรรมชาติ ใครคิดจะสร้างรีสอร์ตในลักษณะนี้ ก็น่าจะมาดู มาศึกษา ซึ่งคิดว่าสามารถนำไปเป็นต้นแบบได้เลย

รีสอร์ตที่นี่ดูค่อนข้างสมถะ ไม่ปรุงแต่งให้ออกมาลักษณะแบบฝืนธรรมชาติ ใช้ความเป็นธรรมชาติที่มีอยู่เป็นจุดเด่น ปรับพื้นที่ส่วนต่างๆ
ให้ออกมาดีสอดคล้องกับสภาพเดิมๆ เหมือนจะบอกว่าผืนป่าที่นี่ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องไปเสริมเติมแต่งอะไรให้มากเรื่องมากราว

"ต้นปีป"(บางแห่งเขียนว่า ต้นปีบ) เป็นไม้ยืนต้นที่เห็นดาษดื่นทั่วไปภายในรีสอร์ต ลำต้นสูงชะรูด มีร่องเปลือกคล้ายต้นสะเดา
ดอกจะมีลักษณะเป็นพวงสีขาวๆ และเป็นไม้ยืนต้นที่โตเร็ว ปลูกไว้ไม่นานก็สามารถทำให้พื้นที่บริเวณนั้นกลายเป็นสวนป่า ไม่ต่างจาก
ต้นไม้ใหญ่ชนิดอื่นที่อยู่ใกล้เคียงกัน

ต้นปีป เป็นต้นไม้ประจำจังหวัดพิษณุโลก ทางภาคเหนือเรียกไม้ชนิดนี้ว่า กาซะลอง หรือกาดสะลอง และคำว่า "กาสะลอง รีสอร์ต"
ก็มีที่มาจากต้นปีปนี้เอง หากใครมาพักก็สามารถซื้อต้นเล็กๆที่เพาะอยู่ในกระถางไปปลูกเป็นไม้ประดับได้ในราคาประมาณต้นละ 25 บาท ซึ่งปัจจุบันนิยมนำไปปลูกตามสถานที่ต่างๆกันมาก

ผมมีเวลาถ่ายภาพค่อนข้างน้อย ประมาณ 2-3 ชั่วโมงในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น แต่ก็มีเวลาที่จะสังเกตบริเวณรอบๆของสถานที่ และนำบางสิ่งที่พบเห็นมาบอกกล่าวกัน แต่ก็น่าเสียดายที่บางโซนไม่มีโอกาสได้เข้าไปถ่ายภาพ ซึ่งเป็นบริเวณบ้านพักเป็นหลังๆ ที่เห็นแล้วก็น่ามาพักมาก สามารถมาอยู่ได้แบบครอบครัวใหญ่ จะซื้ออาหารมาทำกันเองโดยที่ไม่ต้องออกไปไหนเลยก็ได้ เป็นความสุขของครอบครัวหรือเครือญาติ ที่อาจมาเปลี่ยนบรรยากาศในช่วงเวลาของวันหยุด

เบื่อนักก็มีจักรยานให้ขี่เล่นรอบๆรีสอร์ต ปั่นไปนั่งดูน้ำใสในแม่น้ำแควที่ไหลมาจากเขื่อน ใครชอบป่า ชอบธรรมชาติ บอกได้เลยว่าที่นี่
ลงตัวมาก และหายากสำหรับรีสอร์ตในสไตล์แบบนี้

ผมมานอนแค่คืนเดียวแต่ก็ซึมซับอะไรไปได้มาก เคยพักตามรีสอร์ตที่เมืองกาญจน์ ก็หลายแห่ง แต่ที่นี้โดดเด่นตรงที่สร้างรีสอร์ตให้อิงกับความเป็นธรรมชาติได้มากที่สุด มีสไตล์เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง

ผมไม่ทราบราคาค่าที่พักในราคาปกติ แต่ถ้ามาเป็นคณะ ต่อหัวก็ตกคนละประมาณพันเศษๆ โดยรวมอาหารเช้าด้วย



การถ่ายภาพ


ภาพส่วนใหญ่จะถ่ายด้วยฟิล์มสไลด์ Fuji Sensia 200 ซึ่งเห็นว่าเป็นฟิล์มที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพแบบธรรมชาติ เลือกฟิล์ม์ความไวแสงที่ 200 ก็คิดว่าน่าจะให้ความคล่องตัวกว่า สามารถใช้ความเร็วสูงๆในสภาพของร่มเงาได้ แม้จะเลือกใช้ฟิล์มไวแสงที่ 200 แล้ว แต่ในกระเป๋า ก็มีฟิล์มอีกหลายขนาดสำรองไว้ด้วย เพราะฟิล์มสไลด์หากไม่ไช่ร้านขาประจำแล้วก็คงหาซื้อที่อื่นได้ยากเต็มทน ถึงมีก็ไม่มั่นใจในการเก็บรักษา
ฟิล์มอาจยังไม่หมดอายุแต่อาจเก็บไว้ที่ร้อน จึงอาจเสื่อมเร็วกว่ากำหนด เชื่อว่าผู้ที่ชอบถ่ายสไลด์คงตระหนักในเรื่องนี้เป็นอย่างดี

ตอนท้ายของชุดนี้ เปลี่ยนมาใช้ Fuji velvia ISO 50 เป็นการถ่ายภาพกลางแจ้งที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว คือครั้งแรกใช้ Slide Fuji 200 พอหมดม้วนก็เปลี่ยนเป็น Fuji velvia (ISO50) โดยถ่ายซ้ำในภาพเดิมๆที่ถ่ายไว้จากฟิล์ม 200 โดยคิดว่า velvia ในสภาพแดดจัด ที่ร้อนแรงแบบนี้จะให้ผลที่ดี เมื่อล้างออกมาแล้วปรากฏว่า ฟิล์มทั้งสองชนิดให้ความรู้สึกพอใจที่ไม่ค่อยแตกต่างกันนัก คือถูกใจทั้งคู่ จนแยกไม่ออกและตัดสินใจไม่ถูกว่าอย่างไหนดีกว่ากัน

พูดถึงในเรื่องสีแล้วฟิล์มไวแสงทั้งสองขนาดให้สีที่น่าพอใจ ต่างกับที่คิดไว้แต่แรกมาก แต่ถ้าจะขยายใหญ่เต็มที่แล้ว คงต้องให้เครดิต velvia แต่ถ้าหากไม่คำนึงตรงจุดนั้น คิดว่า 200 ก็ใช้ได้ดีและมั่นใจได้ โอกาสที่จะถ่ายในสภาพแสงน้อยก็ทำได้ดีกว่า velvia ถึง 2 สต๊อป

มีภาพเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างสำหรับผู้สนใจ ใครจะชอบแบบไหนก็แล้วแต่รสนิยมของแต่ละคน
<click ดูภาพเปรียบเทียบ>



เวปมาสเตอร์
27 มิถุนายน 2547 




 
 
Photoontour.com