Photoontour.Com   โฟโต้ออนทัวร์ : เที่ยวไทยด้วยภาพถ่าย     Home > Gallery > Singburi     
 
Snake head fish (Plachon) is a kind of river fish. It is delicious and famous from the river of Maela , Amphor Bangrajan, Singburi's province.

Plachon Maela (Snake head fish)

This set of photos promotes a fish eating festival held yearly during the end of year until the next early year (approximately one week) in the official area of the province. It takes 142 kilometers from Bangkok to Singburi. It seems not too far to reach. There are various kinds of preservation made from fish to take home.

  เทศกาลกินปลาแม่ลา จ.สิงห์บุรี (25 ธค. – 2 มค. ทุกปี )

ปลาช่อนแม่ลา เป็นปลาที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสิงห์บุรีมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่คุณย่า เป็นของฝากที่ภูมิใจสำหรับผู้ให้ และดีใจสำหรับผู้รับ ทุกวันนี้ปลาช่อนแม่ลา ที่เป็นของแท้ต้นตำรับ นับวันจะหาทานยากเต็มที ไม่กี่ปีมานี้ทางจังหวัดได้จัดงานเทศกาลกินปลาขึ้นในเขตศาลากลางจังหวัด เป็นโอกาสอันดีที่จะได้ลิ้มชิมรสปลาช่อนแม่ลา ที่ถือเป็นของแท้ของต้นตำรับ และในงานยังสามารถเลือกซื้อปลาน้ำจืดประเภทต่างๆ อีกมากมาย 

         < อ่านต่อ >
อ่านบทความ  
 
  1        
 
เทศกาลกินปลา จ.สิงห์บุรี


สิงห์บุรี ได้ชื่อว่าเป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงในเรื่องปลาช่อนรสดี เป็นที่ติดอกติดใจแก่ผู้เคยลิ้มลองมานับไม่ถ้วน และหากจะพูดถึงปลาของจังหวัดสิงห์บุรีแล้ว ก็คงต้องนึกถึง “ ปลาช่อนแม่ลา ” ที่มีรสชาติความอร่อยแตกต่างจากปลาช่อนที่อื่นๆโดยสิ้นเชิง

ปลาช่อนแม่ลา หลายคนคงเคยเห็นปลาช่อนแม่ลาย่างไฟอ่อนๆจนเกล็ดและหนังเกรียมดำ เมื่อแกะหนังออกมาแล้วก็จะเห็นเนื้อปลาสีขาวออกน้ำตาลอ่อนๆ มีกลิ่นหอม เนื้อนุ่ม ทานกับน้ำจิ้มปลา โดยมียอดสะเดาย่างไฟเป็นเครื่องเคียง ใครได้ทานเมนูนี้ก็ต้องบอกว่า นี่แหละสุดยอดปลาช่อนแม่ลาเผา ที่ติดอกติดใจนักชิมนักกินชนิดที่เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม และหากใครอยากได้รสชาติปลาแม่ลาที่แท้จริงแล้ว ก็ต้องบอกว่าให้มาทานที่สิงห์บุรีเท่านั้น หากทานนอกเขตพื้นที่สิงห์บุรีแล้ว ก็ไม่รับประกันว่าจะได้ทานปลาช่อนแม่ลาที่เป็นต้นตำรับได้ อาจเป็นปลาช่อนเลี้ยงแล้วนำมาย่างแบบเดียวกับสูตรที่สิงห์บุรีก็เป็นไปได้ และก็เป็นแบบนั้นจริงๆด้วย

ปลาช่อนแดดเดียว
ปลาช่อนแม่ลาแดดเดียว เป็นอีกประเภทหนึ่งที่ขึ้นชื่อของจังหวัดสิงห์บุรี เมื่อนำมาทอดก็จะได้รสชาติที่อร่อย เนื้อปลาไม่แข็งจนเกินไป และมีรสดี ยิ่งได้ตัวขนาดกลางๆไม่ใหญ่นักก็จะดีมาก หากทอดใหม่ๆและทานกับแกงส้ม หรือพวกแกงเผ็ด แกงเขียวหวาน ก็รับรองว่า แค่นี้ก็พอเพียงแก่กระเพาะอาหารของท่านแล้วครับ อาจเป็นมื้ออร่อยที่สร้างความสุขในการรับประทานอาหารชนิดที่ต้องเก็บความอร่อยไว้เป็นการบ้าน เพื่อจะได้หาทานกันอีกในครั้งต่อไปที่มีโอกาส

ปลาช่อนแดดเดียว มีอีกสูตรหนึ่งอาจเป็นกรรมวิธีที่คนสมัยก่อนๆนำมาเป็นอาหาร สูตรที่ว่านี้ก็คือนำปลาช่อนแดดเดียวมาย่างไฟอ่อนๆกับเตาถ่าน ลักษณะเดียวกับย่างกุนเชียงนั้นแหละครับ หากปลามีมันมาก ถ่านที่อยู่ข้างใต้ก็อาจลุกพรึบพลับ ก็ได้ทั้งย่างทั้งรมควันไปในตัว ปัจจุบันอาจหาเตาถ่านค่อนข้างยาก แต่ถ้าหากบ้านไหนยังพอมี และยังหาซื้อปลาช่อนแดดเดียวคุณภาพดี ๆได้ ก็แนะนำให้ลองมาทำด้วยวิธีนี้บ้างเมื่อย่างสุกแล้วก็จะมีกลิ่นหอมชวนรับประทาน จากนั้นก็นำมาวางบนเขียง แล้วใช้สากครกทุบเบาๆ ให้เนื้อหรือพวกครีบที่ให้เกรียมดำหลุด

ออกไป ก็จะได้ปลาเนื้อนุ่ม เป็นอาหารอร่อยของมื้อนั้นได้ สูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ชอบการทอดด้วยน้ำมัน เป็นอาหารไทยสูตรดั่งเดิมที่สามารถทำได้ไม่ยาก

ปลาแม่ลา มีถิ่นกำเนิดที่ ต.แม่ลา อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี ในตำบลเล็กๆที่มีลำน้ำแม่ลาไหลผ่าน ซึ่งเป็นแม่น้ำสายเล็กที่แยกมาจากสายใหญ่ที่มีชื่อว่าแม่น้ำน้อย อาจมีคำถามว่าทำไมปลาแม่ลารสอร่อยกว่าที่อื่น ก็ต้องบอกว่าน่าจะเป็นคุณภาพของดินในแถบนั้นมากกว่า ที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะ เช่นเดียวกับปลาสลิดบางบ่อที่ขึ้นชื่อ ซึ่งอาจมีแร่ธาตุบางอย่างที่ทำให้เกิดรสชาติอร่อยขึ้นมาได้

” ปัจจุบันยังหาทานปลาช่อนแม่ลาขนานแท้ได้หรือไม่ ”

ก็ยังหาทานได้ครับ แต่จะให้ได้คุณภาพแน่นอนว่าเป็นปลาแม่ลาแท้ก็ต้องเดินทางไปที่บ้านแม่ลา ถึงถิ่นกันเลยทีเดียว หลายปีก่อนผมเคยขับรถไปทานถึงที่ ถามดะไปตลอดทางขับเลียบคลองส่งน้ำไปตามทางที่ชาวบ้านบอก เกือบสิบกิโลเมตรจึงเห็นป้ายร้านอาหารร้านใหญ่ แปลกใจ

มากที่ขับรถมาลึกขนาดนี้ และรอบด้านก็เป็นชนบทเห็นท้องทุ่งอยู่ไม่ไกลนัก แต่กลับมีนักกินขับรถมาจอดเต็มลานจอด จนแทบหาที่จอดรถไม่ได้ มองไปในร้าน โอ้..โห..คนแน่นยังกะหนอน โต๊ะไม่มีว่างนะครับต้องยืนคอยสักพัก โอ๊ย ตาย.. อะไรกันจะปานนั้น เหมือนร้านสุกี้ MK ไม่มีผิด

ครั้งนั้นเป็นครั้งแรกที่มีโอกาสทานปลาช่อนแม่ลาจนถึงถิ่น ก็ปรากฏว่าติดอกติดใจกันเป็นแถวๆ ไม่เสียเวลาเปล่าที่อุตส่าห์ดั้นด้นจนมาถึงที่นี่ แถมตอนกลับก็ซื้อห่อหมกที่ทำจากปลาช่อนแม่ลามาทานต่อที่บ้านได้อีก

อีก 3 ปี ต่อมา ก็ขับรถตั้งใจไปร้านเดิมอีก แต่คราวนี้ผิดหวังครับ จำทางเก่าไม่ได้ นึกไม่ออกจริงๆว่าไปทางไหน เพราะมันเปลี่ยนไปจนทางเดิมไม่ค่อยได้ ในที่สุดก็ต้องหาทานปลาแม่ลาที่ร้านอื่นในจังหวัดสิงห์บุรี ก็ได้รสชาติที่ไม่แตกต่างกันนัก

เทศกาลกินปลา

เมื่อต้นใหม่ปีนี้เอง (2548) ผมไม่ได้มีโปรแกรมไปเที่ยวไหน เพราะเห็นรัฐบาลตั้งเป้าตนตายคนเจ็บไว้เท่าโน้นเท่านี้ ก็หวังดีที่จะให้ลดอุบัติเหตุลง แต่มุมกลับก็ทำให้คนที่อยากเดินทางใจฝ่อเหมือนกันครับ เป็นอันว่าไม่ต้องไปไหน อยู่บ้านดีกว่า แต่เนื่องจากมีวันหยุดหลายวัน จึงคิดพาครอบครัวออกต่างจังหวัดใกล้ๆ ก็กะว่าจะเดินทางในวันที่ 2 มกราคม 2548 ที่คิดว่ารถราบนถนนน่าจะน้อยลงไปมากแล้ว ก็พอดีเห็นข่าวเทศกาลกินปลาที่จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งอยู่ห่างกรุงเทพไปไม่ไกลนัก จึงตัดสินใจมาที่นี่ดีกว่า

วันนั้นเป็นวันสุดท้ายของงานพอดี มีคนไม่มากนักจึงมีโอกาสนั่งทานปลากันแบบสบายๆ โดยไม่ต้องมายื้อแย่งกับคลื่นมหาชน ที่ครั้งหนึ่งเคยมาที่นี่ แต่ปรากฏว่าคนแห่กันมาแน่นขนัดจนหาที่จอดรถไม่ได้ มาคราวนี้เลยสบายหน่อย มีโอกาสนั่งทานปลาช่อนแม่ลาแบบสมใจอยาก

ผมคงไม่ต้องพูดถึงบรรยากาศของงานมากนัก เพราะภาพที่นำมาให้ดูนั้น มีมากพอที่จะเห็นสภาพของเทศกาลกินปลาโดยไม่ต้องอธิบายอะไรกันยืดยาว งานนี้ถือเป็นงานเทศกาลที่ไม่ทำให้ใครผิดหวัง โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบปลาช่อนแม่ลาเผา เพราะเป็นสูตรย่างปลาที่ถือเป็นต้นตำรับที่จะย่างจนหนังเกรียม และไม่เหมือนกับย่างเกลือของภาคอีสาน เพราะเป็นคนละสูตรกัน ส่วนเรื่องราคา ทุกร้านจะขายในราคาเดียวกันหมดในราคาชุดละ 140 บาท

ร้านที่มาออกงานเหล่านี้ไม่ธรรรมดานะครับ บางร้านก็ร้านดังของจังหวัด สอบถามได้ความว่าปกติจะขายที่ร้านใหญ่ริมถนนสายเอเชีย แต่พอทางจังหวัดจัดงานก็มาออกร้านช่วยงานของจังหวัด ปลาช่อนแม่ลาเผาที่ขายที่ร้านในงานก็เป็นสูตรเดียวกันกับที่ร้าน เพียงแต่เครื่องเคียงน้อยกว่าและราคาถูกกว่า

งานนี้น่าถูกโฉลกสำหรับผู้ที่หันมาบริโภคเนื้อปลาแทนเนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆ เช่น หมู ไก่ เนื้อวัว เพราะสัตว์เหล่านั้นนับวันก็จะมีสารแปลกปลอมมากขึ้นทุกขณะ มีสารเร่งเนื้อแดงบ้าง หรือเสี่ยงกับโรคหวัดนกบ้าง จึงทำให้คนไทยและคนทั่วโลกต่างหันมาบริโภคเนิ้อปลามากขึ้น ที่เห็นว่าเสี่ยงภัย และเสี่ยงตายน้อยกว่า

ในงานนี้มีอาหารพวกปลามากมายหลายชนิด เป็นปลาน้ำจืดที่มาจากแม่น้ำลำคลองในเขตพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรีและจังหวัดใกล้เคียง ที่พื้นที่ส่วนใหญ่ยังอุดมสมบูรณ์ด้วยแหล่งน้ำ และชาวบ้านยังจับปลามาขายได้อย่างต่อเนื่อง สร้างรายได้และทำเป็นอุตสาหกรรมขนาดย่อมได้อย่างมีอนาคต

มาเห็นงานนี้แล้วก็เกิดมีความคิดว่าในพื้นที่สิงห์บุรีน่าจะกำหนดให้เป็นเขตเลี้ยงปลา เขตจับปลาตามธรรมชาติ โดยไม่ให้มีโรงงานอุตสาหกรรมที่อาจทำให้เกิดน้ำเสีย เหมือนที่เป็นปัญหาในหลายจังหวัด เพราะหากไม่มีการกำหนดพื้นที่กันชัดเจนแล้ว ก็เชื่อได้ว่าโรงงานอุตสากรรมต่างๆจะเป็นตัวทำลายสัตว์น้ำ ทำลายแหล่งน้ำอย่างมิต้องสงสัย และจังหวัดสิงห์บุรีที่มีชื่อเสียงในเรื่องปลาก็อาจเหลือแต่ชื่อที่จารึกไว้เป็นตำนานเท่านั้น

ช่วงปีใหม่ปีนี้ หรือปีต่อๆไป หากท่านยังไม่ทราบจะไปพักผ่อนหรือท่องเที่ยวที่ไหน “ งานเทศกาลกินปลา “ ของจังหวัดสิงห์บุรีที่จัดกันในช่วงระหว่างวันที่ 25 ธันวาคม – 2 มกราคม ของแต่ละปี น่าจะเป็นทางเลือกให้เดินทางมากินปลา และหาซื้อของฝากประเภทปลา โดยอาจจัดโปรแกรมเที่ยวในวันเดียวด้วยพาหนะส่วนตัว ขับมาตามถนนสายใน อ่างทอง - สิงห์บุรี ซึ่งจะมีวัดสำคัญๆเรียงรายตามเส้นทางที่ผ่าน จนมาถึงจังหวัดสิงห์บุรีแล้วแวะเข้าศาลากลาง สถานที่จัดงานเทศกาลกินปลา และหากตั้งใจมาเที่ยวกันจริงๆแล้วก็แนะนำว่าวันที่ 1 มกราคม ควรหลีกเลี่ยง ไม่งั้นอาจหงุดหงิดหัวใจเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นกับผมมาแล้ว

มาที่นี่แล้วไม่ผิดหวังครับ ได้ของแท้ที่มีคุณภาพแน่นอน



เวปมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
27 พฤศจิกายน 2548




   
           
photoontour.com    copyright © All images www.photoontour.com, All rights reserved