< ออกไปหน้าแรก >   Home > Gallery > Ko Tarutao  
part 1part 2part 3
Pak Bara, pier of boats to Tarutao, the first marine national park of Thailand : " ปากบารา " ประตูสู่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา จ.สตูล
 
 
  ข้อมูลการเดินทาง/ที่พักที่ปากบารา จ.สตูล     ค่าเรือโดยสารไปยังหมู่เกาะตะรุเตา
 
  เดินทางโดยรถทัวร์ กรุงเทพ - สตูล
  ลงรถทัวร์ที่ อ.ละงู แล้วนั่งรถท้องถิ่นมาที่ปากบาราอีก 10 กม.

  ที่พักปากบารา ท่าเรือสู่ตะรุเตา
  บริเวณท่าเรือปากบารามีที่พักหลายราคาใว้บริการ ตั้งแต่ราคาถูก
  ห้องธรรมดาไม่เกิน 200 บาท ไปจนถึงที่พักบรรยากาศแบบรีสอร์ต
  สามารถใช้เป็นที่พัก แวะพักผ่อน ก่อนและหลังการเดินทางจากตะรุเตา


 
  จาก ปากบารา- หมู่เกาะตะรุเตา หลี๋เป๊ะ/อุทยาน/เกาะอื่นๆ
  เรือเร็วเฟอร์รี่ SATUN 1 ไป - กลับ 900 บาท
  ออก 10.30 และ 13.00 น.ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงครึ่ง

  เรือโดยสารปกติ ไป - กลับ 800 บาท
  ออก 10.30 และ 13.00 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2ชั่วโมงครึ่ง


  ระยะทางปากบารา - หมู่เกาะตะรุเตา 82 กม.
  บริษัทท่องเที่ยวมีเรือไว้บริการสำหรับกรุ๊ปทัวร์ของคณะเป็นการเฉพาะ

 
  บริเวณท่าเรือปากบารา มีบริษัทท่องเที่ยวหลายบริษัทไว้คอยบริการและแนะนำแหล่งท่องเที่ยว/ที่พัก/การเดินทาง
 
 
 



อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา



ผมมาเที่ยวหมู่เกาะตะรุเตาครั้งนี้มีความรู้สึกว่าเราได้ทำสำเร็จในสิ่งที่ค้างคาใจมานาน นั่นก็คือการได้มาเหยียบดินแดนภาคใต้ครบ 14 จังหวัดอย่างสมบูรณ์ มันอาจเป็นเรื่องเล็กๆสำหรับบางคน แต่สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ใช่สักแต่ว่าแค่ผ่าน มันก็คงทำได้ไม่ง่ายนัก

14 จังหวัดภาคใต้ หากดูตามแผนที่แล้วจะเห็นว่าแต่ละจังหวัดไล่เรียงไปตามระยะทางของด้ามขวานทองที่ขนานไปกับทะเลทั้งทางฝั่งอ่าวไทย และฝั่งอันดามันจะมีแต่จังหวัดยะลาเท่านั้นที่ไม่มีส่วนใดติดทะเล การเดินทางมาเที่ยวภาคใต้ด้วยรถยนต์ส่วนตัวจึงวางแผนไม่ยากนัก เที่ยวจังหวัดนี้เสร็จก็ต่อไปยังอีกจังหวัดต่อเนื่องกันไปแบบไม่ขาดตอน

สตูลเป็นจังหวัดเล็กๆที่มีหมู่เกาะตะรุเตาเป็นแม่เหล็กดึงดูดให้หลายต่อหลายคนได้มีโอกาสมาเยือน และการมาเที่ยวตะรุเตาจะต้องใช้เวลาประมาณ 3 วัน 2 คืน เป็นอย่างน้อย จึงจะเที่ยวกันแบบเต็มอิ่ม เพราะต้องนั่งเรือจากท่าออกไปอีกถึง 82 กิโลเมตร ซึ่งนับว่าไกลมากทีเดียวและต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ด้วยเรือเร็วที่เรียกว่า เฟอร์รี่ ส่วนเรือโดยสารปกติจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งจึงเป็นเรื่องที่ต้องมีเวลาและตั้งใจมาเที่ยวกันแบบเฉพาะเจาะจงกันเลยทีเดียว

ปลายเดือนมีนาคม 2548 ถือเป็นฤกษ์ดีที่จะมีโอกาสมาเที่ยวเพราะเป็นช่วงปิดเทอมของนักเรียนนักศึกษา ประกอบกับได้รับแรงกระตุ้นจาก ททท. ชักชวนคนไทยอุดหนุนไทยให้หันมาเที่ยวอันดามัน ที่คุยนักคุยหนาว่า สวย และสวยกว่าก่อนเกิดคลื่นสึนามิ

ผมเลือกเดินทางมากับบริษัททัวร์แห่งหนึ่ง โดยหาข้อมูลจากเวปไซต์ เพียงแค่ Search คำว่า “ ทัวร์อันดามัน ” หรือ “ เที่ยวอันดามัน ” ก็จะเห็นบริษัทท่องเที่ยวมากมายมาเสนอบริการบนหน้าจอ แต่ก่อนที่จะตกลงกันแบบเป็นเรื่องเป็นราวก็ต้องโทรสอบถามข้อมูลจาก ททท.ฝ่ายบริการลูกค้าว่าบริษัทนี้ หมายเลขทะเบียนนี้ มีปัญหาหรือไม่ ไม่เกิน 3 นาที เจ้าหน้าที่ก็บอกว่า

" ไม่มีค่ะ....ไม่มีประวัติการร้องเรียนมาก่อน"

ก็ขอฝากไว้ให้กับสำหรับผู้ที่นิยมติดต่อผ่านเวปไซต์ควรที่จะตรวจเช็คให้แน่ใจ ยิ่งเป็นช่วงเทศกาลด้วยแล้วก็ต้องระวัง เพราะโดนหลอกกันมาเยอะแล้วครับ

ท่าเรือปากบาราตั้งอยู่ในเขต อ.ละงู เป็นท่าเรือที่จะเดินทางสู่หมู่เกาะตะรุเตา คณะทัวร์ได้มาถึงที่นั่นประมาณ 10 โมงเช้าโดยออกจากกรุงเทพ ตอน 2 ทุ่มตรง ล้างหน้าแปรงฟันกันที่จุดบริการห้องน้ำของเอกชนแถวนั้น ทานข้าวเช้าเสร็จสรรพก็ลงเรือตามเวลานัดหมาย ในเวลา 13.00 น. ผมมีเวลาไม่มากนักหลังทานอาหาร เลยตระเวนถ่ายภาพบริเวณท่าเรือปากบารามาให้ชมกัน

วันนั้นมีนักท่องเที่ยวค่อนข้างบางตา ซึ่งหากจะเปรียบเทียบกับสถานท่องเที่ยวสำคัญๆทางฝั่งอันดามันในที่อื่นๆแล้วถือว่าที่นี่เงียบเหงาพอสมควร และถ้าเดาไม่ผิดก็ต้องบอกว่าเป็นผลกระทบจากเหตุการณ์คลื่นสึนามิเมื่อปลายปี 2547 ที่นี่อาจไม่ใช่จุดศูนย์กลางของภัยพิบัติแต่ผลกระทบก็แผ่ขยายไปทั่วทั้งภูมิภาค ตะรุเตาถึงแม้จะโดนเพียงแค่หางเลข แต่ก็ได้รับผลกระทบด้านการท่องเที่ยวไม่แพ้ 6 จังหวัดทางฝั่งอันดามันเช่นกัน

สตูลเป็นจังหวัดที่มีประชากรของผู้นับถือศาสนาอิสลามถึง 80 % ก็คงต้องบอกว่าผู้คนที่นี่นับถืออิสลามกันเกือบทั้งหมด ร้านอาหารร้านขายของ รวมตึกรามบ้านช่องแถวบริเวณท่าเรือนี้เป็นของอิสลามเกือบทั้งนั้น มื้อเช้าวันนั้นผมจึงต้องเข้าร้านอิสลามแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้

สี่จังหวัดภาคใต้ที่มีประชากรนับถือศาสนาอิสลาม ผมไปเที่ยวมาหมดแล้วครับ แต่ที่สตูลเท่าที่ได้สัมผัส ดูจะแตกต่างจาก 3 จังหวัดที่กำลังมีปัญหา ผู้คนที่นี่เหมือนเป็นคนใต้ทั่วๆไป ใบหน้าก็ดูเป็นมิตรไม่ดุดันทะมึงตึง ภาษาที่ใช้ก็เป็นภาษาปักษ์ใต้บ้านเรา ไม่ได้พูดภาษาอื่นที่ฟังกันไม่รู้เรื่อง การแต่งกายก็ไม่ได้เคร่งครัด ผู้หญิงสาวอิสลามที่ผมเจอในวันนั้นก็ดูเก๋สะดุดตา ตามที่ได้ถ่ายภาพมาให้ชมกัน ส่วนใครกลัวเรื่องอาหารการกิน ไม่ชอบอาหารแขก ก็บอกว่าที่นี่ต่างจากที่อื่น เป็นร้านอิสลามก็จริงแต่เค้าก็มีอาหารตามสั่งไว้บริการเหมือนร้านอาหารทั่วๆไปเพียงแค่ใช้เนื้อไก่แทนเนื้อหมูเท่านั้นเอง มื้อเช้าวันนั้นผมล่อไก่กระเพราราดข้าวซะ 2 จาน กับไข่ดาวอีก 1 ฟอง รสชาติเผ็ดร้อน อร่อยมาก

การเดินทางมาเที่ยวตะรุเตาก็ง่ายแสนง่าย หากมารถทัวร์ก็นั่งรถมาลงที่ อ.ละงู แล้วนั่งรถท้องถิ่นมาที่ท่าเรือ ใช้ระยะทางประมาณ 10 กม.สองข้างทางก็จะเห็นบ้านเรือนที่ดูแปลกตา แบบต่างจังหวัดทางภาคใต้ หรือถ้ามาด้วยรถส่วนตัวก็มาหาที่พักกันแถวท่าเรือหรือก่อนถึงท่าเรือเล็กน้อย จะมีที่พักหลายราคาให้เลือก บรรยากาศแถวนี้ดูสวยงามและติดกับแม่น้ำ ใครมาเห็นก็ต้องบอกว่าชอบ วันนั้นผมเสียดายที่ไม่มีโอกาสสัมผัส เพราะมากับคณะทัวร์ เห็นชุมชนแถวนี้แล้วก็ติดใจ ดูแปลกตากว่าที่อื่นๆ  ที่นี่เป็นชุมชนเล็กๆ แต่แวดล้อมด้วยสภาพที่เป็นธรรมชาติอยู่รอบด้าน นึกในใจว่าถ้ามีโอกาสคงต้องขับรถมานอนที่นี่สักคืนก่อนที่จะนั่งเรือออกเที่ยวทะเล

ผมขออนุญาตลงเรือก่อนนะครับ แล้วค่อยว่ากันใหม่ในภาค 2 ที่จะพาไปสัมผัสท้องทะเลอันดามันในซีกของจังหวัดสตูล และจะเห็นความสวยงาม ในมุมมอง มุมกล้องที่ผมบันทึกภาพมา เป็นการเข้าสู่ความสวยงามของหมู่เกาะตะรุเตาอย่างแท้จริง

ภาพในชุดนี้จึงเหมือนการเปิดฉากแรกแนะนำตัว ก่อนที่จะเข้าสู่ฉากสำคัญในตอนต่อๆไปซึ่งเข้มข้นด้วยภาพถ่ายและเนื้อหาเข้าไปทุกขณะ ใครที่สนใจภาพถ่าย ก็เตรียมอิ่มเอมกับภาพท้องทะเลสวยๆได้เลย

ไปละครับ...ผมเหลือบเห็นแหม่มรูปร่างหน้าตาดีนั่งอยู่บนเรืออีกลำหนึ่ง ขอแวบไปถ่ายภาพก่อนนะครับ....




เวปมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
18 มิถุนายน 2548


 
photoontour.com  copyright © All images www.photoontour.com, All rights reserved