Photoontour.Com   โฟโต้ออนทัวร์ Ko Tarutao part 6  :   ตะรุเตา ตอนที่ 6 "ยามเย็นที่ริมหาด"
  Home > Gallery > Ko Tarutao part 6       อ่าน  >> I บทความ I เทคนิคการถ่ายภาพ  I   
 
  < ออกไปหน้าแรก >
 




ตะรุเตาตอนที่ 6 (ยามเย็นที่ริมหาด)

หาดทรายที่เกาะหลีเป๊ะขาวเนียนขนาดไหน ผมได้นำภาพและบอกกล่าวให้ทราบในตอนแรกๆมาแล้ว เย็นวันนี้มีเวลาออกมาเดินเล่นจึงถือโอกาสถอดรองเท้าไว้ที่พักเพื่อเดินเท้าเปล่า จะได้เข้าบรรยากาศกับการมาเที่ยวเกาะที่มีหาดทรายนุ่มชวนสัมผัส แรกๆก็รู้สึกแปลกและเจ็บเท้าบ้าง เพราะถนนหน้าที่บ้านพักเป็นทรายปนดิน แต่พอเดินมาถึงชายหาดรู้สึกสบายขึ้น

ช่วงเวลานี้น้ำทะเลลดลงไปมาก ทะเลจึงดูไม่ค่อยจะน่าดูนัก เหมือนกับว่าไม่ไช่เกาะหลีเป๊ะด้วยซ้ำไป น้ำลดจนเห็นโขดหินเกือบตลอดแนวทั้งหาด แต่ถ้าหากเป็นเวลาน้ำขึ้น บริเวณนี้ก็จะถูกกลบด้วยน้ำทะเลจนมองไม่เห็นโขดหิน มันเป็นธรรมชาติที่จะเกิดภาพสองด้านเช่นนี้ทุกวันสวย และไม่สวยสลับกันไปแบบไม่มีจุดสิ้นสุด ทะเลอาจสอนให้เราอย่ามองด้านเดียว สิ่งต่างๆบนโลกนี้มันมีสองด้านเสมอ มีขาวก็ต้องมีดำมีสูงก็ต้องมีต่ำ มีสวยก็ต้องมีไม่สวย เป็นสัจจธรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

ทะเลให้ความสุขแก่มนุษย์ ขณะเดียวกันก็สร้างความทุกข์ให้กับมนุษย์ด้วยเช่นเดียวกัน

ชาวประมงที่ภูเก็ตเคยเล่าให้ฟังว่า ทะเลนั้นมีความไม่แน่นอนอยู่เสมอ  เมื่ออยู่กับทะเลแล้วก็อย่าประมาท ผู้มีความรู้เรื่องทะเลมาเกือบชั่วชีวิตบางครั้งก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด เล่าว่าครั้งหนึ่งขณะขับเรือหางยาวไปหาปลาอยู่กลางทะเลอันดามัน วันนั้นโชคดีได้ปลาเป็นจำนวนมาก ก็ยังแปลกใจว่าวันนี้ทำไมปลาจึงเยอะกว่าทุกวัน เพื่อนชาวประมงที่มาด้วยกันต่างก็สาละวนจับปลากันอย่างเพลิดเพลินโดยแทบไม่มีใครสนใจสภาพอากาศในขณะนั้น เพราะเห็นว่าเป็นเวลาเย็นๆและข้างหน้าก็ยังมีแดด แต่เมื่อแหงนหน้ามองข้างหลังปรากฏว่า ท้องฟ้ากลับทะมึนดำน่ากลัวทะเลกำลังปั่นป่วนซึ่งมองเห็นแต่ไกล ทุกคนต่างตกใจและรู้ว่าว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น จึงรีบเก็บอุปกรณ์เป็นการด่วนพร้อมกับติดเครื่องเรือโดยเร็ว แต่สตาร์ทอย่างไรก็ไม่ยอมติด ทุกคนใจเสียเพราะฝนเริ่มตกและคลื่นใกล้จะถึงตัวแล้ว แต่ก็เดชะบุญเครื่องยนต์ติดในวินาทีสุดท้ายจึงเร่งเครื่องเต็มที่และถึงฝั่งอย่างปลอดภัย จากนั้นก็มานั่งคุยกันและยังแปลกใจกันไม่หายว่า อากาศวันนั้นก็ดูปลอดโปร่งไม่น่ามีปัญหาแต่ทำไมจึงเปลี่ยนเร็วมาก จนตั้งตัวแทบไม่ทัน

เย็นวันนั้นทะเลที่หาดหลีเป๊ะเห็นโขดหินอยู่มาก ทำให้อดคิดถึงเหตุการณ์สึนามิที่พึ่งผ่านไปเมื่อ 3 เดือนก่อนไม่ได้ ที่ช่างภาพ AFP ได้ถ่ายไว้ในช่วงนาทีวิกฤติที่ จ. กระบี่ เป็นภาพที่น้ำทะเลลดลงมากจนเห็นโขดหิน (คล้ายกับภาพที่อยู่ข้างหน้าผมนี้ ) ในภาพนั้นมีนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มหนึ่งอยู่กลางโขดหินขณะน้ำลด บางคนที่เห็นคลื่นแต่ไกลก็รีบวิ่งหนี บางคนยังยืนงงและกำลังจะไปช่วยเด็กๆ จากนั้นคลื่นยักษ์ที่มาเป็นแนวกำแพงขนาดมหึมาก็ถาโถมเข้าใส่เรือที่จอดอยู่และซัดเข้าฝั่งทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง < ดูภาพสึนามิจาก AFP>

ใครจะรู้ละว่าขณะเล่นน้ำกันเพลินๆในตอนเช้า น้ำก็ลดลงฉับพลัน ไม่นานก็เกิดคลื่นยักษ์กำลังมุ่งหน้ามาที่ชายฝั่งโดยไม่มีใครรู้เนื้อรู้ตัว ที่สติดีหน่อยและรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็รีบหนีแบบไม่คิดชีวิต ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ และยังไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้นก็ต้องรับเคราะห์ไป

ภาพข้างหน้าผมเวลานี้ที่เห็นเด็กฝรั่ง 2 คนกำลังเล่นอยู่บริเวณโขดหิน และมีเรือจอดอยู่ จึงเกิดความรู้สึกขึ้นมาแวบหนึ่งเข้ามาในใจ นี่ขนาดผมไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่เมื่อมาเห็นทะเลก็อดที่จะนึกถึงไม่ได้ เชื่อว่าหลายคนที่มาเที่ยวทะเล โดยเฉพาะทางฝั่งอันดามันนี้ก็คงต้องหวนคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา

เกาะหลีเป๊ะในเวลาเย็น เป็นบรรยากาศที่คิดว่าหลายๆคนอาจชื่นชอบที่ดูเป็นสภาพเดิมๆ ไม่ค่อยมีสิ่งปรุงแต่ง เหมือนเป็นเกาะของชาวบ้านชาวเกาะ ที่ไม่ไช่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ทุกอย่างดูเรียบง่ายไม่หรูหรา ไม่ฟุ้งเฟ้อ ไม่มีตึกอาคารใหญ่โต แตกต่างกับชายหาดในที่อื่นๆที่กำลังตักตวงผลประโยชน์จนแทบสำลัก และไร้วินัย เกาะหลีเป๊ะจึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกแต่พอสมควร ที่นี่มีที่พักไว้รองรับนักท่องเที่ยวได้มากในระดับหนึ่ง  ช่วงเย็นๆและกลางคืน ชายหาดที่นี่เหมาะสำหรับการเดินเล่นและนั่งทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารทะเลมีราคาไม่แพงนักนั่งทานในบรรยากาศของทะเลที่มีลมทะเลพัดเอื่อยๆขณะน้ำทะเลกำลังขึ้น

คืนนั้นผมนอนเล่นบนเก้าอี้ชายหาด มันเป็นห้วงเวลาที่ไม่ได้เจอะเจอแบบนี้มานานเต็มที  เหมือนเป็นอิสระที่พ้นจากความจำเจที่เป็นอยู่ทุกวันเช่นดูทีวี หรืออยู่กับคอมพิวเตอร์ แต่ที่นี่ไม่มีสิ่งเหล่านี้ ยามว่างหลังอาหารมื้อเย็นจึงไม่มีกิจกรรมใดๆ ทะเลและชายหาดในเวลานี้จึงวิเศษสุดที่เราจะตักตวงความสุขได้อย่างเต็มที่ ลมเย็นๆ เสียงคลื่นเบาๆ และท้องฟ้าก็มีพระจันทร์ มีกลุ่มเมฆเคลื่อนผ่านตลอดเวลา เพียงแค่นี้น่าจะทำให้เราได้มีความสุขกับการพักผ่อนอย่างพอเพียง

การเดินทางท่องเที่ยว โดยเฉพาะมาเที่ยวตามเกาะที่ห่างไกลจากแสงสีเช่นหมู่เกาะตะรุเตา น่ามาเที่ยวมากเลยนะครับ ไม่มาก็ไม่รู้ว่าดีอย่างไร ลองมาสักครั้งก็จะประทับใจไปอีกนาน

และตะรุเตาในตอนต่อไปจะเป็นตอนที่ 7 เป็นตอนสุดท้ายที่จะมีภาพบรรยากาศของการอำลาเกาะตะรุเตา พบกันใหม่ในตอนที่ 7 นะครับ



เวปมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
2 ตุลาคม 2548


การถ่ายภาพ

ภาพชายหาดในยามเย็น ผมใช้ฟิล์มไปหลายประเภท ช่วงเริ่มแรกตอนที่ถ่ายภาพเด็กเป็นฟิล์ม Fuji velvia ที่เหลือติดกล้องนิดหน่อยมาตั้งแต่ตอนกลางวัน ถ่ายภาพเด็กฝรั่งไม่กี่ภาพก็หมด จากนั้นก็เปลี่ยนเป็น E 100 VS ถ่ายไปได้ไม่มากฟ้าก็เริ่มดำทางด้านทิศตะวันออก แรกๆก็ดูเป็นสีเทาจากนั้นไม่นานก็เปลี่ยนเป็นสีเทาเข้ม แต่เนื่องจากเป็นฟิล์มสไลด์ สีเทาเข้มที่เห็นนั้นเมื่อถ่ายมาแล้วจะดูเป็นเทาดำ ซึ่งตรงนี้ถ้าใครใช้ฟิล์มสไลด์ก็จะเข้าใจดี

ส่วนภาพโต๊ะอาหารริมหาดใช้ฟิล์มสี ไวแสง 400 ซึ่งขณะนั้นแสงน้อยมาก เป็นการถ่ายแบบปกติธรรมดาที่ไม่ได้ใช้ขาตั้งกล้อง ความเร็วหน้ากล้องที่ 1/30 ในทุกภาพ ใช้เลนส์ 50 มม. F 1.4 ซึ่งเป็นการถ่ายที่ต้องระวังเพราะสปีดต่ำมาก รูรับแสงอยู่ระหว่าง 1.4 - 2 ทำให้ระยะชัดลึดไม่ค่อยดีนัก

มีอยู่ภาพหนึ่งที่อาจแปลกใจว่าใช้เลนส์ 50 มม.ถ่าย  คือ ภาพที่ 25 ภาพออกแนวมุมกว้างเหมือนกับว่าถ่ายด้วยเลนส์ 35 มม.หรือ 28 มม. แต่ภาพนี้ใช้เลนส์ 50 มม. เป็นการถ่ายในระยะไกล ซึ่งทำให้เก็บรายละเอียดแนวกว้างได้ ภาพนี้ได้ตัดพื้นที่ส่วนบนกับส่วนล้างออกไป จึงดูเหมือนว่าใช้เลนส์มุมกว้าง ส่วนภาพท้ายๆ ตั้งแต่ภาพที่ 26-30 ใช้เลนส์ 50 มม.แน่นอน ตอนนั้นเริ่มมืดแล้วครับ แต่ก็อยากเก็บบรรยากาศ แรกๆก็ไม่คิดว่าภาพจะออกมาดีนักเพราะแสงน้อยมาก จนวัดแสง(เฉลี่ย) ไม่ได้แล้ว ภาพ under ประมาณ 1 stop บรรยากาศก็ออกมืดๆ แต่พอล้างฟิล์ม และนำมาสแกนกลายเป็นภาพที่มีเสน่ห์ ภาพนี้ไม่ได้ใช้ฟิลเตอร์ใดๆ สีน้ำเงินที่ดูเด่นนั้นเป็นธรรมชาติของฟิล์มไวแสง 400 ผมชอบภาพนี้ก็ตรงที่มันให้ความรู้สึกค่อนข้างดี เป็นบรรยากาศริมหาดที่ดูเรียบง่าย

ระหว่างฟิล์ม 400 กับฟิล์ม 100 เมื่อนำมาถ่ายภาพในสภาพแสงต่ำๆ ฟิล์ม 400 จะได้เปรียบกว่า ให้รายละเอียดในที่มืดได้ดีกว่าโดยไม่ต้องใช้แฟลชจะมีข้อเสียตรงเรื่องเกรนของภาพเท่านั้น ถ้าจะถามว่า 800 ซะเลยเป็นไง ก็ต้องบอกว่าเกรนมันค่อนข้างแย่


   
     
photoontour.com  copyright © 2004 All images www.photoontour.com, All rights reserved