Home >Gallery >Wat Lampangluang 2 I การถ่ายภาพ I บทความ I ออกไปหน้าแรก I     
    วัดพระธาตุลำปางหลวง อ.เกาะคา จ.ลำปาง (ภาค 2)  
 
   Wat Prathat Lampangluang , Kohka Lampang
 
       
 
     
  วัดพระธาตุลำปางหลวง (2)

วัดพระธาตุลำปางหลวงในตอนที่ 1 ที่เสนอไปเมื่อหลายเดือนก่อน เป็นการเสนอภาพรวมๆของสถาปัตยกรรมที่มองเห็นจากภายนอก
ได้เห็นความเก่าแก่ของโบราณสถานและฝีมือของช่างชาวล้านนาเมื่อหลายร้อยปีก่อน

โบราณสถานและชิ้นงานศิลปะภายในวัด ถูกนำไปเป็นต้นแบบให้กับงานสร้างวัดต่างๆทางภาคเหนืออยู่หลายแห่งมาตั้งอดีตจนถึงปัจจุบัน
วัดพระธาตุลำปางหลวงจึงเป็นสถานศึกษาของงานศิลปกรรมล้านนา ที่ช่างฝีมือหลายยุคหลายสมัยต้องมาศึกษาเรียนรู้ และมาให้เห็นด้วยตา
เพื่อซึมซับผลงานชั้นบรมครูไปประยุกต์ใช้กับศาสนสถานในท้องถิ่นของตนเอง

แม้กาลเวลาจะผ่านไปหลายร้อยปี และสภาพสังคมท้องถิ่นโดยรอบได้เปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่โบราณสถานและสิ่งปลูกสร้างต่างๆภายในวัด
ก็ยังในสภาพสมบูรณ์ โดยเฉพาะสิ่งปลูกสร้างที่เป็นไม้ เช่นไม้ฉลุลายและไม้แกะสลัก รวมทั้งหลังคาแผ่นกระเบื้องดินเผาแบบโบราณ

เนื่องจากวัดพระธาตุลำปางหลวงเป็นวัดที่มีความสำคัญแต่อดีต จึงเป็นสถานที่รวมรวมของเก่าแก่และของมีค่ามากมาย ซึ่งชาวบ้านใน
สมัยก่อนมักจะนำของเก่าของมีค่ามาถวายวัดอยู่เป็นประจำ บางครั้งของมีค่ามากจะถูกเก็บรักษาไว้อย่างมิดชิด หรือเก็บไว้ในที่ปลอดภัย
จนคนรุ่นต่อๆมาไม่มีมีใครทราบได้ เพราะถือว่าเป็นความลับ และรู้กันเฉพาะคนใกล้ชิด ตัวอย่างเช่นเมื่อปี พ.ศ. 2500 เกิดฟ้าผ่า
ยอดพระธาตุเจดีย์ จนทำให้ยอดเจดีย์หักเอียง และมีผู้พบแก้วที่มีค่าตกอยู่บริเวณฐานเจดีย์ เม็ดแก้วที่ตกลงมานี้มีชื่อว่า ” หมอก มุ่งเมือง “
เป็นแก้วเม็ดโตที่อยู่บนยอดสุดของเจดีย์

เมื่อมีการนำยอดเจดีย์ลงมาซ่อม จึงรู้ว่ายอดเจดีย์ซึ่งเป็นที่บรรจุของมีค่ามากมาย และแบ่งตามลำดับชั้นดังนี้

ชั้นที่ 1 (ยอดสุด) จะเป็นแก้วหมอกมุ่งเมือง
ชั้น 2 เป็นทองคำ
ชั้น 3 เป็นแหวนโบราณจำนวน 83 วง
(มีผู้ลองเอานิ้วสวมแล้วปรากฏว่าหลวมมาก แสดงว่าคนสมัยก่อนนั้นน่าจะมีรูปร่างใหญ่โตกว่าคนยุคปัจจุบัน)
ส่วนชั้น 4 ถัดมาจะเป็นแก้วแหวนเม็ดเล็กๆ ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก

การนำยอดเจดีย์ลงซ่อมเมื่อปี พ.ศ. 2500 นั้น ทางวัดได้ขออนุญาตกรมศิลปากรเพื่อดำเนินการ โดยเจ้าหน้าที่ได้มาตรวจสอบและร่วมเป็นสักขี
พยาน เนื่องจากยอดเจดีย์ที่นำลงมานั้นมีของมีค่าสำคัญ ซึ่งเมื่อซ่อมเสร็จแล้วเจ้าหน้าที่ก็ต้องมาตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะยกขึ้นไว้ที่เดิม

ทองจังโก
พระธาตุเจดีย์ที่วัดพระธาตุลำปางหลวงมีความแตกต่างจากพระธาตุเจดีย์ในที่อื่นๆ เนื่องจากรอบฐานเจดีย์ปิดด้วยแผ่นทองแดง ทองเหลือง
ที่ทำเป็นลวดลายอยู่รอบฐาน แผ่นทองเหล่านี้เรียกว่าทองจังโก(อ่านว่าจังโก้) ที่ชาวบ้านในสมัยก่อนร่วมกันบริจากให้กับวัด ขนาดเล็กบ้าง
ใหญ่บ้างซึ่งไม่เท่ากัน ทางวัดได้แผ่นทองจังโกมาแล้วก็จะนำไปขึ้นลาย (เข้าใจว่าน่าจะเป็นวิธีการตอกลายเช่นเดียวกับการทำเครื่องเงินของ
ภาคเหนือ) จากนั้นก็จะนำไปปิดรอบพระธาตุเจดีย์ ซึ่งทำให้เกิดความสวยงาม แตกต่างจากเจดีย์ทั่วไปที่มีเพียงทองคำปิดไว้ที่ส่วนบนแต่ฐาน
ล่างยังมองเห็นเป็นเนื้อปูน

งานประจำปีของวัดพระธาตุลำปางหลวง

งานยี่เป็ง
หรือวันเพ็ญเดือน 12 (เทศกาลวันลอยกระทง) ที่วัดมีสวดเบิก(สวดพุทธาภิเษก) โดยพิธีตอนกลางวันจะเป็นงานประกวดครัวทานและถวาย
ครัวทาน ซึ่งเป็นประเพณีท้องถิ่นของชาวบ้านในตำบลลำปางหลวง และใกล้เคียง ส่วนในคืนเพ็ญเดือน 12 จะมีพิธีสวดด้วยภาษาพื้นเมือง
แบบโบราณตลอดทั้งคืน และไปเสร็จสิ้นประมาณตีห้า ในงานจะมีมหรสพประจำปี 9 วัน 9 คืน

งานสงกรานต์
เริ่มงานในวันที่ 13 เมษายน ของทุกปี โดยช่วงเช้ามีการอัญเชิญพระแก้วมรกต ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองลำปาง ไปประดิษฐานที่สวนสาธารณะ
ในตัวเมืองลำปาง ซึ่งอยู่ห่างจากวัดพระธาตุลำปางหลวงไปประมาณ 18 กิโลเมตร เพื่อให้ชาวลำปางได้สรงน้ำสักการะ เป็นประเพณีที่สืบต่อ
กันมาช้านาน และวันที่ 14 เมษายน ก็จะอัญเชิญกลับมาที่วัดพระธาตุลำปางหลวง เพื่อทำพิธีสรงน้ำพระแก้วมรกต ซึ่งชาวบ้านจะเรียกว่า
สรงน้ำพระแก้ว วันที่ 15 เมษายน จะมีพิธีทำบุญตักบาตรที่วัด ส่วนวันที่ 16-18 เมษายน จะเปิดให้ประชาชนสรงน้ำพระพุทธและสรงน้ำพระ
ธาตุ โดยมีการชักลอกนำน้ำขึ้นไปสรงพระธาตุยังด้านบน (จะนำภาพมาให้ชมในตอนที่ 3)

เรื่องราววัดพระธาตุลำปางหลวงตอนที่ 2 นี้ เป็นอีกแง่มุมหนึ่ง ที่ทำให้เห็นภาพวัดสำคัญนี้มากขึ้น และในตอนที่ 2 นี้ ยังมีบทความเรื่องยาวใน
หัวข้อเรื่อง “ ปริศนาพระแก้วมรกต ” ที่ยังหาที่มาไม่ชัดเจนว่ามีที่มาอย่างไร สนใจติดตามอ่านได้ที่นี่ Click

ส่วนวัดพระธาตุลำปางหลวงในตอนที่ 3 ซึ่งเป็นตอนสุดท้ายจะพาไปเที่ยวงานบุญในช่วงสงกรานต์ จะได้เห็นภาพการสรงน้ำพระธาตุแบบ
เก่าแก่ดั่งเดิม ที่หลายวัดทางภาคเหนือนำไปเป็นแบบอย่างเพื่อใช้สรงน้ำพระธาตุเจดีย์ นอกจากนี้จะมีการฟ้องด้วยภาพด้วยว่า ในภาพนั้นเป็นการ
กระทำที่ลบหลู่พระสำคัญหรือไม่


เวปมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
5 พฤศจิกายน 2548

(ข้อมูล เกี่ยวกับการซ่อมพระธาตุเจดีย์ และงานบุญประจำปี)
มาจากคำบอกเล่าของ หนานเมือง สิงห์ทอง อายุ 69 ปี เล่าให้ฟังที่บ้านพัก ที่ ต.ลำปางหลวง เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2543
หนานเมือง หรือป่อ(พ่อ) หนานเมือง และเป็นชาวบ้านลำปางหลวงโดยกำเนิด เป็นมัคธายกที่วัดพระธาตุลำปางหลวงมาประมาณ 30-40 ปี
เป็นผู้รู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ของวัดเป็นอย่างดี ทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศให้กับบุคคลสำคัญระดับเชื้อพระวงศ์ ผู้นำประเทศต่างๆ รวมทั้ง
บุคคลสำคัญของไทย มานับไม่ถ้วน และเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวของวัดให้กับนักศึกษาที่สนใจประวัติศาสตร์ของวัดมาหลายครั้งหลายครา

ปัจจุบัน( 5 พย. 48) ทราบว่าได้เสียชีวิตแล้ว จึงขอแสดงความเสียใจมายังครอบครัวและญาติๆ ขอให้สิ่งที่ป่อหนานเมือง สิงห์ทอง ได้ถ่ายทอด
เรื่องราวของวัดๆ อันเป็นประโยชน์แก่ชนรุ่นหลังๆ ได้ส่งผลให้ดวงวิญญาณไปสู่สุขตินิรันดรด้วยเทอญ



เรื่องราววัดพระธาตุลำปางหลวง
 วัดลำปางหลวง ตอนที่ 1 (Gallery)
 ัวัดลำปางหลวง ตอนที่ 2 (Gallery)
 วัดลำปางหลวง ตอนที่ 3 (Gallery)


 ปริศนาพระแก้วมรกต (Article)

ดูภาพพระแก้วมรกตในเครื่องทรง 3 ฤดู


การถ่ายภาพ

ภาพในชุดทั้งหมดนี้ถ่ายเมื่อเดือนสิงหาคม 2547 คราวที่ไปเที่ยวเชียงใหม่ปีที่แล้ว ซึ่งก็มีภาพมาลงในเวปกันหลายตอน เช่นวัดพระสิงห์
วัดกู่เต้า วัดโลกโมฬี วัดสวนดอก และอีกหลายๆที่ ส่วนที่ลำปาง ก็มีลงหลายเรื่อง เช่นตลาดอัศวิน วัดไหล่หิน และวัดลำปางหลวง

วัดลำปางหลวงที่ถ่ายภาพเมื่อปี 47 นั้น เกือบจะเป็นรายการสุดท้ายของทริปนั้น ฟิล์มสไลด์ที่เตรียมไปค่อนข้างเยอะ แต่พอเอาเข้าจริงๆแล้ว
ก็ไม่พอ เพราะมีรายการอื่นแทรกเข้ามา จนทำให้ต้องใช้ฟิล์มไปมากกว่าที่คิดไว้ พอมาถึงรายการวัดพระธาตุลำปางหลวง ก็แทบไม่มีฟิล์ม
เหลือ จะมีติดกระเป๋าก็เป็นฟิล์ม ISO 400 ซึ่งเตรียมไว้ถ่ายตอนกลางคืนหรือตอนค่ำๆมากกว่า ก็จำใจใช้เท่าที่มี ภาพอาจไม่ค่อยดีนัก สีอาจ
ไม่สะใจ แต่คิดว่าไหนๆก็ไหนๆแล้ว ก็ต้องเดินหน้าต่อ

ที่ถ่ายยากถ่ายเย็น ก็เห็นจะเป็นภาพพระแก้วมรกตที่อยู่บนหิ้งสูง อยู่ภายในอาคารไม้เก่าแก่หลังเล็กๆที่เรียกว่ากุฏิพระแก้ว ในห้องที่
ประดิษฐานพระแก้วนั้นมีลูกกรงถึง 2 ชั้น มีการเปิดไฟให้สว่างพอรำไร เข้าใจว่าทางวัดคงไม่อยากให้เป็นจุดสนใจมากนัก ส่วนตรง
พระแก้วมรกต มีไฟนีออนดวงเล็กๆ พอให้เห็นเท่านั้น แต่ถ้าจะถ่ายภาพให้ได้นั้นอาจยาก เพราะทั้งไกลและต้องผ่านช่องลูกกรงเหล็ก

อาจถือว่าโชคเข้าข้างอยู่บ้าง ที่กล้องมีฟิล์ม ISO 400 เหมาะสำหรับถ่ายภาพในห้องที่มีแสงน้อยพอดี แต่ปัญหาก็คือว่าระยะไกลไปหน่อย
เลนส์ซูมที่มีอยู่ 75 – 300 มันคงยุ่งยากเอาการ เพราะไม่มีขาตั้งกล้อง สุดๆเลยก็คือต้องใช้ความเร็วที่ 1/8 วิ เมื่อวัดแสงเฉลี่ยหลังซูม
เข้ามาใกล้ และความเร็ว 1/15 เมื่อวัดเฉพาะจุด

เป็นไงเป็นกัน คะเนแล้วก็พอถูๆไถๆได้บ้าง โชคดีอยู่หน่อยที่ซี่ลูกกรงมีแถบเหล็กพอจะพาดวางส่วนปลายของกระบอกเลนส์ให้นิ่งได้บ้าง
โดยที่ความเร็ว 1/15 ซึ่งน่าจะให้ผลได้ราว 75 % ที่ภาพอาจไหวเล็กน้อย

ตอนนั้นถ่ายไป 2 แบบ แบบใช้แฟลช และไม่ใช้ แฟลช ผลออกมาก็ถือว่าใช้ได้ทั้งสองภาพ ไม่ perfect นัก แต่ก็มีความหมายที่เป็นสื่อ
เล่าถึงเรื่องราวพระแก้วมรกตได้ดี

พระแก้วมรกตเป็นจุดสนใจที่สำคัญของวัดพระธาตุลำปางหลวง เป็นพระพุทธรูปที่ไม่ปรากฏเผยแพร่กันมากนัก ภาพที่เห็นส่วนใหญ่
ก็เป็นภาพที่ทางวัดได้ถ่ายไว้ ซึ่งอาจพิมพ์แจกให้กับผู้สนใจ แต่ภาพจากช่างภาพทั่วไปอาจหาดูได้ยาก เพราะการได้ภาพนั้นมันมีอุปสรรค
ตามที่กล่าวมา ลึกๆแล้วเป็นความประสงค์ของทางวัดที่ไม่อยากให้ใครรู้มากนัก เพราะที่ผ่านมาเกือบถูกโจรกรรมอยู่หลายครั้ง ทางวัด
จึงต้องหวงแหนและต้องระวังกันมากกว่าปกติ

ทังหมดนี้อยากสื่อให้ผู้สนใจภาพถ่ายได้ทราบว่า ข้อจำกัดในการถ่ายภาพนั้นมีอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่เรื่องฟิล์ม เรื่องแสง และการ ถ่ายภาพ
ซึ่งจริงๆแล้วก็ไม่ควรถือเป็นอุปสรรคมากนัก ปล่อยความคิดให้เป็นแบบสบายๆ แบบนักท่องเที่ยว ส่วนปัญหาในการ ถ่ายภาพก็คิด
แก้ปัญหาเรื่องๆไป บางครั้งโอกาสก็อาจเป็นของเรา หากคิดได้แบบนี้จะทำให้การท่องเที่ยวและถ่ายภาพเป็นเรื่องน่าสนุก และจะสนุก
ไปมากกว่านั้นหากมีโอกาสขบคิดและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น





แผนที่ วัดพระธาตุลำปางหลวง แผนที่วัดไหล่หิน แผนที่วัดจอมปิง แผนที่ อ.เกาะคา คลิกที่ภาพ







 
photoontour.com  copyright © All images www.photoontour.com, All rights reserved