Photoontour.Com โฟโต้ออนทัวร์
Home > Guest > Wanakorn     
   
   อุทยานแห่งชาติวนกร จ. ประจวบคีรีขันธ์   หาดสวย น้ำใส คลื่นไม่แรง และชายหาดที่เต็มไปด้วยปูลม : วีระวัฒน์ อินทรีย์ทอง ถ่ายภาพ/เรื่อง
 Wanakorn National park

  แฟนฉัน..นอกจอ
 
 
 

วนอุทยานแห่งชาติ วนกร ประจวบคีรีขันธ์

อุทยานแห่งชาติหาดวนกร แต่เดิมเป็นป่าสงวนแห่งชาติป่าวังด้วนและป่าห้วยยาง เป็นที่ตั้งของสวนป่าห้วยทราย ท้องที่อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์สวนป่าห้วยยาง สวนรุกขชาติห้วยยาง และสถานีวนกรรมห้วยยาง ท้องที่อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ต่อมาสถานีวนกรรมห้วยยางได้ถูกยกเลิกไป

เมื่อทางกรมป่าไม้มีนโยบายที่จะจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ จึงได้โอนพื้นที่แห่งนี้มาให้กองอุทยานแห่งชาติดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2532 เป็นต้นมา และได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าวังด้วน ป่าห้วยยาง และเกาะใกล้เคียง ในท้องที่ตำบลห้วยทราย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ และตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมเนื้อที่ 38 ตารางกิโลเมตร โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 109 ตอนที่ 126 ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2535 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 76 ของประเทศไทย

อุทยานแห่งชาติหาดวนกร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป้าหมายในการเดินทางของทริปนี้ ก็ไม่ถือว่าไกลมากนักสำหรับความสวยสด และค่อนข้างสงบเมื่อเทียบกับอ่าวมะนาวซึ่งห่างกันไม่ถึง 20 ก.ม.

การเดินทางเราเริ่มจากการนัดหมายกันในหมู่เพื่อนสนิทที่คบกันมาตั้งแต่มัธยมต้น (จนตอนนี้ปาเข้าไปใกล้ถึง หลักสี่ กันแล้วครับ) ทั้งหมดก็ 3 ครอบครัว รถ 3 คัน ขับตามกันไป ก็ออกจาก กทม.ประมาณสายๆ ไม่รีบไม่ร้อน ออกวงแหวนบางใหญ่ ไปจนถึงพระราม 2 เข้าธนบุรี-ปากท่อ ผ่าน สมุทรสงคราม สมุทรสาคร ไปตัดกับเพชรเกษมที่แยกวังมะนาว เข้าเพชรบุรี ชะอำ ก่อนถึงหัวหินแยกเข้าหัวหินทางจะดีกว่า และหยุดกินกลางวันซึ่งเป็นบ่ายแล้วที่หัวหิน โดยเฉพาะบริเวณตลาดหัวหิน โดยอาจจอดรถที่ วัดหัวหิน ก็สะดวกดีมีห้องน้ำสะอาดหลังศาลาสวดฯด้วย (มั่วนิ่มครับ) แล้วเดินมาหาของกินที่ตลาดขอบอกสุดยอด ถูก อร่อย โดยเฉพาะ หมู เนื้อทอด หน้าตลาด ขอย้ำนะครับหน้าตลาด (ฝั่งตรงข้ามตลาด) ดูน่ากินมาก (พิสูจน์แล้วกับในตลาด แถมเก็บได้นานกว่าในเรื่องของคุณภาพไม่แข็งกระด้าง) ไม่ได้อะไรจากป้านะครับแต่แกเป็นกันเองดี เลยช่วยขายครับ

เราซื้อเสบียงที่นี่ค่อนข้างมากทั้งคาวหวาน ไม่ว่าจะเป็น ปลาหวาน ปลาหมึกแห้ง ปลาเค็ม ไข่เค็ม และที่ขาดไม่ได้คือ หมูหวาน เนื้อหวาน( กะไปกันเป็นเดือนเลยหล่ะ) ความจริงสาวๆ กลัวเราไม่แวะขากลับมากกว่าครับ...แต่ก็ดีไม่อด....

เราเริ่มเดินทางอีกทีก็บ่าย 2 เข้าไปแล้วเลยต้องเร่งนิดหน่อย คือกลัวไปหุงหาอาหารไม่ทันก่อนมืด เลยไม่ได้แวะ ตัวเมืองประจวบฯ, อ่าวมะนาว, หว้ากอ เลย (ความจริงทุกคนเพิ่งไปมาเมื่อ ทริปที่แล้ว อ่าวมะนาวหรอก)

ถึงวนกรรีบหาที่กางเต็นท์ เรียบร้อย หุงหาอาหารกันเองบางส่วน ที่เหลือต้องพึ่งร้านค้าสวัสดิการฯ โดยทางอุทยานฯ ได้จัดเตรียมโต๊ะสนามเป็นจุดๆ ซึ่งถือว่าดีมากในส่วนนี้ครับ...ตกค่ำเราใช้แสงเทียนให้แสงสว่างกัน (ลมไม่แรงมากนักครับ) โดยใช้ขวดน้ำทำโคมกันเด็กๆ ชอบมากส่วนในทะเลตอนนี้มีแสงไฟที่ขอบฟ้าตลอดแนว ทำให้เราได้รับรู้ถึงความสมบูรณ์ถึงทะเลในย่านนี้ได้อย่างดี

ตกดึกซึ่งน่าจะเกินเที่ยงคืนไฟจากเรือประมงก็เริ่มดับที่ละดวง ทำให้ดาวซึ่งเมื่อหัวค่ำมองไม่ชัดนักจากแสงสว่างจากเรือประมงที่ขอบฟ้าเริ่มปรากฏตัวออกมาเต็มท้องฟ้าระยิบระยับสวยงามมากครับ ...คือต้องบอกก่อนนะครับว่าผมก็ไปนอนดูดาวมาก็หลายที่แต่วันนั้นผมบอกได้เลยว่าเป็นคืนที่สวยงามมากสำหรับผม คืนหนึ่งเลยทีเดียว...มันเลยทำให้ตลอดที่อยู่ที่นี่ผมไม่ได้มุดเข้าไปในเต็นท์เลย แต่ผูกเปลนอนใต้ถุงนอนทุกคืนเลยครับ

เช้าวันต่อมา ตื่นกันแต่เช้าดูพระอาทิตย์ขึ้น...สวยครับ น้ำใสเงียบสงบ อากาศพอสบาย ถ่ายรูปมาอวดกันด้วยครับ...
จากนั้นเด็กก็เล่นน้ำกัน ส่วนผมไปเดินเล่นที่ตลาด อบต.ห้วยยางที่เลยอุทยานประมาณ 4-5 กม.เพื่อหาของสดมาทำกินกันครับ...

เมนูก็เป็นข้าวต้มรวมมิตรทะเล กับผลไม้ตามฤดูกาลครับ...

ที่นี่มีน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ มาบริการถึงที่ด้วยครับ...

กิจกรรมระหว่างวันก็มีนั่งเรือไปเที่ยวเกาะจานและเกาะท้ายทรีย์ ครับที่นี่เป็นเขตสัมปทานรังนก ทำให้ต้องขออนุญาตผ่านทางอุทยานฯ เท่านั้นครับ ค่าบริการไปกลับก็หัวละ 300 ครับพร้อมอุปกรณ์ดำดูปะการังและอาหารกล่อง คนละกล่องครับ....

เที่ยวเกาะจานและเกาะท้ายทรีย์ บนเกาะจานมีชายหาดที่ขาวทรายละเอียด ยาวประมาณ 100 ม. มีแนวปะการัง บริเวณท้ายเกาะ บนเกาะทั้งสองมีถ้ำที่เป็นที่อยู่ของนกนางแอ่นและ เป็นแหล่งสัมปทานรังนกนางแอ่น ที่มาของเกาะจานมาจากนิทานพื้นบ้านเรื่อง ตาม่องล่าย ที่เล่ากันว่าเกิดที่อ่าวน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตาม่องล่าย ได้ขว้างปาสิ่งของที่ใช้ในการแต่งงานลูกสาวที่ชื่อ ยม โดยขว้างปาสิ่งของจนกลายเป็นเกาะต่าง ๆ อยู่ในทะเล (เกาะจาน มีที่มาจาก จาน ที่ใช้ในงานและถูกขว้างทิ้งไปนั่นเอง)

กิจกรรมบนเกาะก็มีแนวปะการังให้ได้ได้ดูกันพอสมควร แต่คงเทียบกับทางอันดามันคงไม่ได้ เพราะว่าห่างฝั่งเพียงแค่ 7 กม.นั่งเรือเร็วของทางอุทยานมาประมาณ 20 นาทีแล้วแต่คลื่นลม แต่ที่แน่นอนคือ น้ำใสมากเล่นน้ำได้สนุก และต้องเอาขนมนมเนยติดตัวมาเองนะครับ ส่วนน้ำทางเรือจัดให้ เราใช้เวลาบนเกาะประมาณ 3-4 ชม. จึงเดินทางกลับที่พัก แล้วจึงแยกย้ายกันผูกเปลนอนพักผ่อนก่อนที่จะไปเดินตลาดนัด อบต.ห้วยยางได้ของกินมาเพียบ คือมันน่ากินไปหมด ตรงมีของทะเลให้เลือกซื้อมาก สด ไม่แพง และยังมีคนแนะนำให้ไปลองอาหารริมทะเลในบริเวณวัดแถวนั้นด้วย แต่เราซื้อของเตรียมทำกินเองแล้วเลยฝากไว้ก่อน

วันต่อมายังคงตื่นเช้าเหมือนเดิม แต่วันนี้เราต้องเก็บของเดินทางกลับกันแล้ว จึงสาละวน อยู่กับห้องน้ำซึ่งที่นี่ดีมาก มี 2 อาคารปีกซ้ายขวาของอาคารใหม่ ที่อยู่ท้ายลานกางเต็นท์ที่กว้างขวางของอีกฝั่งถนนในอุทยานฯ ซึ่งผมเดาเอาว่าช่วงวันหยุดยาวๆ คงมีคนเต็มไปหมด (จากคำบอกเล่าของคนที่เคยมาช่วงนั้น) แต่วันนี้มีแต่พวกเราเท่านั้น

ก่อนกลับเราแวะ ดงข่อย หลังร้านค้าสวัสดิการฯ ซึ่งจัดและตัดแต่งเป็นสวนหย่อมได้สวยมาก และเลือกซื้อ otop บริเวณลานจอดรถข้างๆ ร้านค้าสวัสดิการฯ นั่นเอง

การเดินทางกลับเราใช้เส้นทางเดิมครับและ แวะพักกันที่หัวหินเช่นเดิมก่อนยิงยาวเข้า กรุงเทพฯ เลย


วีระวัฒน์ อินทรีย์ทอง _ กบ
26 พฤษภาคม 2548

ีื
ติดตามอ่านเรื่องก่อนหน้านี้
เพชรบูรณ์ เขาค้อ-ภูหินร่องกล้า

โดย วีระวัฒน์ อินทรีย์ทอง

 
   
  www.photoontour.com copyright © 2004 www.photoontour.com, All rights reserved