Home  
Home : Portraits : Auto Salon 2013 Part04
ติดตามข่าวสารการอัพเดตเว็บโฟโต้ออนทัวร์ได้ที่ >   
Pretty Bangkok Auto Salon 2013 พริตตี้งานแสดงรถแต่งและอุปกรณโมดิฟายรถยนต์ 20-30 มิย.56 ณ เมืองทองธานี


    หากจอคอมของท่านเป็นจอขนาดใหญ่ที่มีความละเอียดที่ 1920 Pixels คลิกที่นี่เพื่อดูภาพกันแบบเต็มตา   
ชุด1พริตตี้ญี่ปุ่น
(73 ภาพ)
ชุด2 พริตตี้ญี่ปุ่น+ ไทย
(64 ภาพ)
ชุด3 พริตตี้ไทย
(57 ภาพ)
ชุด4 Car Wash
(97 ภาพ)
ชุด 4 Car Wash รวม 97 ภาพ


 
    หากจอคอมของท่านเป็นจอขนาดใหญ่ที่มีความละเอียดที่ 1920 Pixels ให้คลิกที่นี่เพื่อจะได้ดูภาพใหญ่กันแบบเต็มตา   
 
 
 


งาน Bangkok International Auto Salon 2013 (ตอนที่ 4)
(จัดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 56)



ภาพพริตตี้งาน ออโต ซาลอน 2013 ได้มาถึงชุดสุดท้ายแล้วละครับ ชุดนี้ถือว่าเป็นไฮไลท์ของงาน ที่จะพาไปชมการล้างรถของบรรดาพริตตี้ไทยและพริตตี้ญี่ปุ่น ซึ่งจะมาประชันเรือนร่างในชุดสั้นๆ แต่ไม่ถึงกับโป้-เปลือย


คอนเซ็ปท์แบบนี้น่าจะมาจากเจ้าภาพญี่ปุ่นที่เข้ามาทำตลาดด้านอีเว้นท์เกี่ยวกับการจัดงานรถยนต์ในเมืองไทย  คงเห็นว่างานมอเตอร์โชว์ในบ้านเรามีความคึกคักและเป็นที่นิยมมากในหมู่คนไทย เผลอๆอาจเป็นที่นิยมมากกว่าประเทศใดๆในเอเชีย  และเหตุที่คนไทยนิยมก็ตรงที่ค่ายรถยนต์แต่ละค่ายคัดพริตตี้มาโชว์ตัวกันมาก ไม่ต่างกับการประกวดนางงาม อะไรทำนองนั้น

งานออโต้ ซาลอน ในเมืองไทยครั้งนี้เข้าใจว่าน่าจะจัดเป็นครั้งแรก ที่เป็นงานออกร้านของบรรดารถแต่งรวมทั้งรถซิ่ง  ซึ่งถือว่าเป็นตลาดของกลุ่มลูกค้าเฉพาะ  ความนิยมหรือแรงดึงดูดให้ผู้ชมเข้ามาในงานคงสู้งานมอเตอร์โชว์หรืองานมอเตอร์เอ็กซ์โปร์ไม่ได้  เพราะทั้งสองงานนี้เป็นงานใหญ่ที่บรรดาค่ายรถต่างๆทุ่มทุนกันอย่างมโหฬาร

แต่งานออโต้ซาลอนที่ผู้จัดคนไทยร่วมมือกับญี่ปุ่นครั้งนี้ ได้ยินพิธีกรบนเวทีบอกว่าทำตามคอนเซ็ปซึ่งเป็นลิขสิทธ์ของญี่ปุ่น  ซึ่งในญี่ปุ่นเคยจัดกันมาหลายครั้งแล้ว เมื่อมาจัดที่เมืองไทยก็นำรูปแบบนั้นมาใช้ โดยเฉพาะเรื่อง Car Wash  ที่เอาสาวๆจากการเวทีประกวดดังๆมาประชันการล้างรถ

ความจริงก็ไม่ได้มาฉีดน้ำล้างรถเหมือนกับที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นชื่อรูปแบบของงานมากกว่า   เพียงแต่ว่าให้บรรดาสาวๆนุ่งสั้นมานวยนาด เช็ดๆถูๆกับรถหรูพอเป็นพิธี 

ระหว่างที่นางแบบอยู่บนเวทีก็เต้นไปตามเพลงและแสดงท่าทางยั่วยวนให้ชายไทยได้น้ำลายหกแบบพอพอหายอยาก  เพราะหากทำอะไรมากกว่าไปกว่านี้ เดี๋ยวเจ้เบียบ หรือ นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช แกก็จะออกมาโวยวายตามระเบียบ หรืออาจถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่เหมาะสม

ดังนั้น Car Wah ที่มีโอกาสได้เบิ่งตายืนดูและถ่ายภาพตั้งแต่ต้นจนจบ ก็พอจะบอกได้ว่าเป็นสีสันของงานที่สามารถเรียกแขกโดยเฉพาะช่างภาพ ที่ต่างมารวมตัวกันโดยมิได้นัดหมาย 

Car Wash ครั้งนี้เริ่มจากสาวญี่ปุ่นก่อน จากนั้นก็ตามมาด้วยสาวไทยที่รู้สึกว่าน่าจะเป็นนางแบบเซ็กซี่จากนิตยสาร FHM

ไม่ผิดหวังครั้ง สาวญี่ปุ่นในชุดแรกออกมาวอร์มอัพหรือเรียกน้ำย่อยด้วยลีลาเรียบร้อยแบบน่ารักๆราว 20  นาที  จากนั้นสาวไทยก็ออกมาด้วยลีลายั่วยวนชนิดที่สาวญี่ปุ่นเห็นแล้วคงต้องยอมแพ้  เพราะสาวไทยทำท่าจะแก้หรืออยากจะแกะยกทรงอยู่หลายครั้ง

ใครเห็นแล้วก็ต้องเฮ้อ....พร้อมกับเตรียมรัวชัตเตอร์

ภาพชุดออโต้ซาลอนชุดนี้เราจัดให้แบบเต็มๆด้วยภาพขนาดปกติ 1000 Pixels และขนาด 1850 Pixels สำหรับจอภาพที่มีความละเอียดสูงหรือ Full HD โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ๆที่มีขนาดจอภาพขนาด 1920 Pixels

เรียกว่าดูกันให้เต็มตากันไปเลย และหากใครจะดาวน์โหลดภาพหรือจะ Save ภาพสาวๆไปเก็บไว้ใต้หมอนหรือจะปริ้นท์แปะไว้ข้างฝาห้องก็คงไม่ว่ากัน เพราะภาพใหญ่ระดับนี้คงพอจะปริ้นท์ได้และมีความชัดพอสมควร

สำหรับปีหน้าจะมีภาพให้ดูอีกหรือไม่ก็แล้วแต่ความอยาก และต้องดูว่ามีอะไรดีๆอีกหรือไม่

สำหรับแรงจูงใจคราวนี้อยู่ที่มีการอิมพอร์ตสาวเกาหลีกับสาวญี่ปุ่นมาร่วมงาน โดยช่วงแรกๆของงานเป็นรอบของสาวจากเกาหลี  ส่วนตอนท้ายๆจะเป็นคิวจากสาวญี่ปุ่น

คราวหน้าหรือปีหน้าอยากแนะนำให้ชายไทยทุกเพศทุกวัยได้มาชมงาน  อย่างน้อยๆก็ได้เห็นการปรากฏตัวบนเวทีหรือการออกมาเต้นของสาวญี่ปุ่น ที่ดูแล้วน่ารักและมีสีสันกว่าของไทยมาก 

ใครไม่เชื่อต้องมาพิสูจน์ในปีหน้าครับ

มาเห็นแล้วก็อาจรู้สึกทึ่ง ว่าญี่ปุ่นมีความเป็นอาร์ตหรือมีความเป็นศิลปะค่อนข้างมาก ดูแล้วไม่จืดชืด ทั้งสีหน้าท่าทางและอารมณ์ เห็นแล้วก็น่าประทับใจ ดูดี สุภาพ และน่ารัก

และที่สังเกตได้จัดเจนคือความยิ้มแย้มแจ่มใสของนางแบบที่ดูเป็นธรรมชาติมาก ไม่ยืนนิ่งๆเป็นรูปปั้นเหมือนสาวไทย

เรื่องงานออโตซาลอน 2013 ก็ขอจบแต่เพียงเท่านี้



และเรื่องที่อยากจะของพูดต่อจากนี้ก็เป็นเรื่องของการบ้านการเมืองที่อยากจะขอร่วมแจม
 


เมื่อวานนี้หรือวันพุธที่ 7 สิงหาคม 2556  เป็นวันที่สภาผู้แทนของบ้านเราได้เปิดอภิปรายในญัตติ  “ กฎหมายนิรโทษกรรม

เห็นเย้วๆหรือปั่นกระแสว่าจะมีการชุมนุมต่อต้านของเจ้าประจำ ที่เห็นตีเกราะเคาะไม้เรียกแขกกันมาได้ระยะหนึ่งแล้วโดยเฉพาะกลุ่มของทหารแก่ๆ  ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติของระบอบประชาธิปไตยที่ทุกคนสามารถแสดงออกกันได้ตามกฎหมาย

แต่การที่พรรคการเมืองอย่างเช่นพรรคประชาธิปัตย์จัดชุมนุมและชักชวนให้ประชาชนออกมาเดินขบวน นำโดยสส.ของพรรค ผู้บริหารพรรค สส.อาวุโส(แก่) รวมไปถึงภารโรงของพรรค และมีประชาชนเดินตามเป็นหางว่าว มีจุดหมายคืออาคารรัฐสภา ถือว่าเป็นมิติใหม่ของการเมืองในบ้านเรา

หลายคนบอกคล้ายขบวนแห่ขันหมาก หรือส่งตัวอดีตนายกฯอภิสิทธิ์ไปบ้านเจ้าสาวเพื่อทำพิธีวิวาห์

แต่พอขบวนถึงหน้ารัฐสภาพวกบรรดาสส.ก็เดินเข้าสภา พร้อมกับโบกมืออำลาประชาชน  ส่วนชาวบ้านที่มาร่วมขบวน(แห่ขันหมาก)ก็ปล่อยให้กลับบ้านใครบ้านมัน ทำเอาหลายคนหงุดหงิดเหมือนคนอารมณ์ค้าง

เห็นภาพการเดินประท้วงของพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้แล้วก็น่าแปลกที่เปลี่ยนสถานะภาพจากพรรคการเมือง มาเป็นพรรคข้างถนนไปเสียแล้ว


(ภาพประกอบจากเว็บไซต์)


“ ผมเชื่อมั่นในระบอบรัฐสภา เป็นคำพูดของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่หลายคนคงเคยได้ยิน  และยังไม่ลืมไปจากความทรงจำ

แต่มาวันนี้พรรคประชาธิปัตย์กลายเป็นพรรคแบกะดิน ทำตัวไม่ต่างกับแก๊งป่วนเมืองตามท้องถนน  ที่มักจะออกมาชุมนุมตามที่หัวหน้าแก๊งเป่านกหวีด

“ตกต่ำกันถึงเพียงนี้เลยหรือครับ” ขอถามนายชวน กับนายอภิสิทธิ์ ทีมีอดีตเป็นถึงนายกรัฐมนตรี

ตนเองเป็น สส. ก็ต้องทำหน้าที่ในสภาไม่ใช่หรือครับ แต่ทำไมต้องมาชวนประชาชนให้มาเดินขบวนตามท้องถนน

ความจริงก็น่าสงสารพรรคนี้จนน้ำหูน้ำตาไหลอยู่เหมือนกันนะ ได้เป็นรัฐบาลในระยะหลังๆก็เพราะลูกฟลุ๊คทั้งนั้น  ซึ่งไม่ได้มาจากความสามารถหรือมาจากเสียงส่วนใหญ่จากพรรคของตนเอง ยิ่งการเลือกตั้งครั้งล่าสุดก็แพ้คู่แข่งชนิดขาดลอย  จนตัวเองต้องไปเป็นฝ่ายค้านตามระเบียบ

ผ่านมาสองปีกว่า จากพรรคฝ่ายค้านก็กลายเป็นพรรคฝ่ายแค้น ที่มักมีพฤติกรรมไม่ต่างกับหมาบ้า เรียกให้สุภาพหน้าก็ต้องใช้คำว่า “สุนัขบ้า”

เพราะกัดไม่เลือกที่ เหมือนคนไม่มีสมองและไร้สติสัมปชัญญะ 

ผลงานที่โดดเด่นก็คือชอบโห่ฮาป่าในรัฐสภา ชอบสร้างความปั่นป่วนในรัฐสภา ชอบเล่นสำนวนโวหารที่ไม่ต่างกับนักเลงสภาในสมัยอดีต

และที่น่าประทับใจจนไม่คาดคิด ก็คือการที่กลุ่มสส.หญิงนำโดย นังรังสิมา รอดรัศมี  สส.จากจังหวัดเพชรบุรี ลุกจากที่นั่งแล้วขึ้นไปบนเวทีเพื่อลากเก้าอี้ประธานรัฐสภาลงจากเวที ถัดมาวันรุ่งขึ้น กลุ่มสส.ชายก็ยังฮาป่า ไล่ปาหนังสือขึ้นไปบนที่นั่งของประธานรัฐสภา


ภาพประกอบจากเว็บไซต์


เมื่อ สส.พรรค ปชป.แสดงความเถื่อน และความถ่อยในรัฐสภาอันทรงเกียรติ

พฤติกรรมทั้งสองครั้งสองคราถือว่าเข้าตากรรมการโดยเฉพาะพลพรรคของพวกประชาธิปัตย์  แต่ชาวบ้านทั่วไปเขาเรียกพฤติกรรมแบบนี้ว่า “เป็นความประพฤติของพวกต่ำทราม และไม่รู้จักศีลธรรมอันดี “ และที่สำคัญก็คือไม่รู้จักคำว่า แพ้ ชนะ ในทางรัฐสภาหรือทางการเมือง

ก็ในเมื่อเสียงส่วนใหญ่ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนโหวตชนะ ตัวเองหรือพรรคตนเองซึ่งเป็นเสียงส่วนน้อยก็ต้องยอมรับในความพ่ายแพ้ แต่ทุกครั้งที่โหวตแพ้ก็เห็นออกอาการอัปยศอยู่บ่อยๆ ทำแบบนี้นี้เรียกว่าขาดสติทั้งสส.หญิงและสส.ชาย สำหรับสส.หญิงก็ชอบทำตัวไม่ต่างกับนางร้ายในละครไทยน้ำเน่าที่ชอบด่า(แต่คนดูเห็นแล้วอยากตบปาก)

อีกอย่างหนึ่งคนในพรรคนี้เป็นคนขี้กลัวครับ...... กลัวทักษิณจะกลับมาเป็นใหญ่ เพราะหากกลับมาจริงก็รับประกันว่าพรรค ปชป. คงไม่ได้ผุดได้เกิดแน่  

ที่เห็นเป็นประจำอีกอย่างก็คือ พรรคประชาธิปัตย์มักชอบหากินกับเจ้า เรียกว่าทุกวันนี้หมดคงทางหากินแล้ว เลือกตั้งก็แพ้คู่แข่งไม่เห็นฝุ่น ทางเดียวที่จะกู้ชื่อพรรคก็คือหากินกับเจ้าหรืออิงกับสถาบัน

เมื่อวานนี้เห็นนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สส.พรรคปชป. อภิปรายในสภาเป็นเวลาหลายนาทีว่าอดีตนายกฯทักษิณไม่จงรักภักดี  และยังมีคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ดังนั้นจึงต้องกลับมาชดใช้กรรมเสียก่อนจากนั้นจึงค่อยมายื่นขอพระราชทานอภัยโทษ เห็นคนในพรรคปชป.เล่นมุขนี้มาหลายครั้งแล้ว และทุกวันนี้ก็ยังเล่นมุขนี้อยู่

สรุปว่าพรรค ปชป.หลังชิดกำแพง(วัง)แล้ว จึงต้องมาหากินกับเจ้า หรือหากินกับกฎหมายมาตรา 112 ในเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ที่มักจะนำมาตรานี้มาฟาดฟันคู่ต่อสู่อยู่เสมอๆ

บอกตรงๆล้าสมัยแล้วครับท่าน.....

และหากพรรค ปชป.ต้องการขึ้นมาจากเหวลึกที่ทุกวันดูจะตกต่ำลงเรื่อยๆ ก็แนะนำให้ทำตามความคิดของนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่เสนอให้มีการปฏิรูปพรรค และเลิกเล่นการเมืองแบบน้ำเน่าที่มักให้ร้ายป้ายสี บอกตรงๆว่าความคิดความอ่าน และพฤติกรรมของพรรคประชาธิปัตย์ในเวลานี้ มันไม่เหมาะกับกาละสมัย  มันแสนจะเชย และโคตรจะเชย

พูดกับแบบไม่เกรงใจกันก็ต้องบอกว่า หากพรรคนี้ได้มาบริหารประเทศ ไทยก็จะกลายเป็นประเทศที่ล้าหลัง ไม่ทันโลก กลายเป็นประเทศที่ตกต่ำในสายตาของอาเซียนและเอเชีย

โชคดีที่รัฐบาลไทยไม่ได้มาจากพรรคประชาธิปัตย์ เพราะไม่เช่นนั้นบ้านเมืองคงวุ่นวายแน่

คนในพรรคปชป.รู้หรือไม่ว่า อีกไม่เกิน 2 ปี  กลุ่มประเทศเพื่อนบ้านเรากำลังจะเปิดประเทศเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซี่ยนหรือ AEC

พรรค ปชป.รู้หรือไม่ว่า ไทยกำลังจะเสียโอกาสการเป็นฮับ(Hub) หรือการเป็นศูนย์กลางของอาเซียน  โดยเฉพาะโอกาสของการคมนาคมที่เกือบทุกประเทศจะต้องอาศัยประเทศไทยเพื่อเป็นทางผ่าน

และพรรค ปชป.รู้หรือไม่ว่า พม่ากำลังพัฒนาประเทศ นักลงทุนจากต่างชาติกำลังเข้าไปลงทุนกันขนานใหญ่

เข้าใจว่าคนในพรรคดูๆแล้วก็ไม่ใช่คนโง่ ถึงขนาดที่ว่ายังหลับใหลจนไม่รู้ว่าโลกมันไปถึงไหนกันแล้ว 

หากไม่โง่ ... ทำไมพรรคนี้จึงต้องหากินอยู่กับเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรือยังหากินกับเจ้า และตั้งแต่เป็นฝ่ายค้าน ก็ยังไม่เคยเห็นว่าพรรคนี้จะแสดงวิสัยทัศน์ต่อการพัฒนาหรือเรื่องเศรษฐกิจของประเทศ วันๆเห็นแต่คอยจ้องจับผิดกับพวกหมิ่นเจ้าอยู่เป็นประจำ

หากจะปลุกกระแสคนไทยที่ยังรักเจ้าให้มาเป็นพวกของตน สงสัยจะปลุกไม่ขึ้นครับท่าน เพราะคนไทยไม่โง่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว


(ภาพจากเว็บไซต์ Mamager online)

และการที่พรรคประชาธิปัตย์ยอมทำทุกอย่างโดยไม่สนใจเสียงด่าทอ ก็เพื่อกระสันอยากเป็นรัฐบาลเท่านั้น จุดหมายปลายทางมันอยู่ที่ตรงนี้นี่เอง

โบราณเค้าถึงบอกว่า ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็เอาด้วยคาถา ไม่ได้ด้วยคาถาก็ปลุกปั่นให้เกิดการปฎิวัติ หรือออกมาคอยไล่ทุบกับขบวนการล้มเจ้า ที่ดูเหมือนจะแสดงตนเองว่ารักเจ้าเสียเหลือเกิน



โฟโต้ออนทัวร์
8  สิงหาคม 2556



 
 
     
       copyright © www.photoontour.com, All rights reserved