ติดตามการอัพเดตเว็บไซต์โฟโต้ออนทัวร์ได้บน FB   
 
Home  
Home     :     Portraits     :    Pretty Motor Show 2014 Part 02

ภาพชุด 2 (จำนวน 68 ภาพ)  : Pretty Motor Show 2014 : ภาพพริตตี้งานมอเตอร์โชว์ 2014 วันที่ 28 มีนาคม 2557

 
แต่ละภาพมีขนาด 1800*2669 Pixels    หากภาพล้นจอโดยไม่ต้องการเลื่อน Scrollbar ให้ทำการย่อขนาดหน้าจอ..อ่านคำแนะนำ ภาพพริตตี้ ใครอยากได้ ยกให้ฟรีๆจ้า..เชิญโหลด เชิญ Save ตามสะดวก



ภาพชุด 2
 (จำนวน68 ภาพ)

              

              

              

              


 


Pretty Motor Expo 2013 : ภาพพริตตี้งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2013 ตอนที่ 2



งานมอเตอร์โชว์ปี 2014 ยังคงความอลังการไม่แพ้ปีก่อนๆ แม้รูปแบบของงานจะไม่ค่อยต่างกับปีก่อนๆนัก แต่ปีนี้ก็มีสีสัน และยังดึงดูดผู้คนชนิดที่ไม่ทำให้ค่ายรถต่างๆต้องผิดหวัง 

อีกอย่างหนึ่งคนที่มาเที่ยวก็คงจะลืมๆเรื่องการบ้านการเมืองที่วุ่นวายมานานหลายเดือน หรืออาจจะชินๆไปแล้วก็ไม่ทราบ จึงทำให้มอเตอร์โชว์ปีนี้แทบจะไม่ได้ผลกระทบต่อยอดจองรถ

ก่อนหน้านี้หรือเมื่อ 28 พย.-10 ธค.56 งานมอเตอร์เอ็กโปร์ได้จัดที่เมืองทองธานี ขณะนั้นก็มีม็อบ กปปส. มาปิดศูนย์ราชการที่อยู่ติดถนนแจ้งวัฒนะ  จนเลยมาถึงงานมอเตอร์โชว์ที่จัดในช่วงปลายเดือน มีค.-เมย.57 พวก กปปส.ก็ยังไม่กลับบ้านหรือกลับวัด ยังปิดต่อเนื่องจนเข้ามาถึงเดือนเมษายน ทำให้คนที่เดินทางมางานมอเตอร์โชว์ และงานอื่นที่จัดในเมืองทองธานีต้องเจอกับสภาพรถติด

เพราะหากมาตามเส้นทางปกติหรือถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อมาถึงหน้าศูนย์ราชการก็จะเจอถนนปิด ก็ต้องเลี้ยวซ้ายแล้วอ้อมไปด้านหลังศูนย์ราชการเพื่อไปโผล่ถนนแจ้งวัฒนะอีกด้านหนึ่ง และช่วงที่อ้อมนี่ก็ทำให้รถติดมาก

แต่ไม่ว่าเหตุการณ์บ้านเมืองหรือการปิดถนนที่ถนนแจ้งวัฒนะจะยืดเยื้อ ก็ไม่ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าลำบากอะไรนัก เพียงแต่นึกในใจว่าเมื่อไหร่พวกม็อบเหล่านี้จะไปให้พ้นๆเสียที 

งานมอเตอร์โชว์ปีนี้ เท่าที่สังเกตจะเห็นเด็กๆเยอะกว่าปีก่อนๆ คงเป็นเพราะอยู่ในช่วงปิดเทอม เมื่อพ่อแม่มาดูรถหรือมาดูพริตตี้ ก็ต้องเอาลูกมาด้วย  ก็ยังดีที่บริเวณหน้างานหรือหน้าประตูทางเข้า ทางเจ้าของงานได้จัดสวนสนุกเล็กๆให้เด็กๆได้ผ่อนคลายได้บ้าง   

ก็ไม่แน่เหมือนกันว่าปีต่อๆไปงานมอเตอร์โชว์อาจมีบู๊ธขายรถเข็นเด็กและรถเด็กเล่นก็เป็นไปได้ เรียกว่าปรับโฉมไปตามความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม 

มาคิดอีกทีพวกงานแฟร์ประเภทของเด็กเล่นในบ้านเราก็ยังไม่เคยได้ยินแบบเป็นจริงเป็นจัง ธุรกิจที่รับจัดงานอีเว้นท์ก็น่าจะนำไปคิดพิจารณา หากจัดจริงก็รับรองว่าจะมีผู้ชมงานอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง และเป็นผลดีต่อธุรกิจด้านนี้  โดยเฉพาะธุรกิจของคนไทยที่จะมีโอกาสเปิดตัวต่อสาธารณะ

ปัจจุบันเข้าใจว่ามีเจ้าของธุรกิจที่เป็นของคนไทยหลายราย หากจะต้องนำสินค้ามาโชว์ ส่วนใหญ่ก็แทรกอยู่ตามงานต่างๆ หากจัดเป็นนิทรรศการของเล่นเด็กโดยเฉพาะก็น่าจะดีกว่า  จะเป็นผลดีต่อเด็กๆและต่อผู้ปกครองด้วยที่จะได้รับรู้นวตกรรมใหม่ๆที่เป็นอาหารทางสมองและช่วยเสริมสร้างทักษะให้กับเด็กๆ

สำหรับงานมอเตอร์โชว์ปีนี้  เท่าที่สังเกตรู้สึกว่าค่ายรถ BMW และค่าย Benz จะจัดหนักและจัดเต็มกว่าปีก่อนๆ โดยเฉพาะค่าย BMW ได้นำรถระดับซูปเปอร์คาร์ซึ่งเป็นรถสปอร์ต BMW i8 มาอวดโฉมให้คนไทยได้สัมผัส 

ใครเห็นก็ต้องชอบทุกคน เนื่องจากความโดดเด่นของการออกแบบในสไตล์ "รถแห่งอนาคต" ขณะเดียวกันก็ยังไม่ทิ้งความเป็นเอกลักษณ์ของ BMW

รถสปอร์ต BMW i8  ที่ติดป้ายโชว์ติดราคาไว้ประมาณ 12 ล้านบาท แต่พนักงานขายบอกว่าเป็นราคาในงาน  หากซื้อจริงก็จะอยู่ประมาณ 10 ล้านบาท

จะราคากี่ล้าน คนที่มาชมก็คงแค่น้ำลายหก หากมีเงินจริงๆก็คงไม่มีใครคิดจะซื้อ ราคารถ 10 ล้าน แล้วไหนจะค่าเบี้ยประกัน ค่าซ่อม ค่าอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะไปหมด

หากจะถามว่ารถค่ายไหน และรุ่นไหนที่มีผู้สนใจมากที่สุด ก็ต้องตอบว่า BMW i8 รุ่นนี้แหละครับ 


ส่วนค่ายเบนซ์ก็จัดหนักจัดเต็ม ในฐานะเป็นรถระดับของผู้มีฐานะ ในงานมีตั้งแต่รถหรูระดับไฮคลาสไปจนถึงรถแบบมินิ ที่วางเครื่องขนาดเล็กๆ 1600 cc. แต่ราคาก็ยังคงความเป็นมาตรฐานของเบนซ์ คันละประมาณ 2.0 ล้านบาท 

ส่วนค่ายรถยี่ห้ออื่นดูๆแล้วก็เหมือนๆกับปีก่อนๆ คือหวือหวาพอเป็นพิธี  แต่ออกจะเน้นเรื่องพริตตี้มากกว่า 

และคนที่มางาน เชื่อได้เลยว่ามาดูพริตตี้มากกว่าดูรถ ซึ่งเป็นเรื่องปกติและเป็นค่านิยมของงานมอเตอร์โชว์ในบ้านเราไปเสียแล้ว 

ความยิ่งใหญ่ ความอลังการของงานมอเตอร์โชว์ในบ้านเรา หากเดาไม่ผิดก็น่าจะเรียกว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย เทียบกับญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตรถแล้วแล้วเรากินขาดนะครับ

เหตุผลก็เป็นเพราะคนญี่ปุ่นไม่นิยมมีรถส่วนตัว เนื่องจากระบบขนส่งมวลชนในประเทศเค้ามีความทันสมัยมาก โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูงที่วิ่งกันทั้งประเทศ  ส่วนในเมืองก็มีหลายขบวนหลายสายทั้งบนดิน-ใต้ดิน 

เมื่อระบบขนส่งในบ้านเค้ามันสะดวกขนาดนี้ คนญี่ปุ่นจึงไม่มีความรู้สึกอยากซื้อรถมาขับแบบบ้านเราสักเท่าใด

หากมีรถสักคันก็อาจเป็นรถคันเล็กๆประเภทซิตี้คาร์หรือมินิคาร์ ขนาดเครื่องยนต์ประมาณ 850 -1000 cc.  เอาไว้ขับไปซื้อของตามห้าง

ประเทศญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง เกาหลี สิงคโปร์  มาเลเซีย ประเทศเหล่านี้มีความเจริญกว่าไทยมาก แต่น่าแปลกที่ประเทศเหล่านี้กลับไม่มีโชว์รูมรถใหญ่ๆโตๆและมากมายเท่าเมืองไทย

ใครไปเที่ยวก็จะเห็นเองว่าบางประเทศแทบไม่มีโชว์รูมรถยนต์เอาเสียเลย  ถึงมีก็เป็นประเภทเล็กๆ เช่นใช้ตึกแถวสัก 2- 3 คูหาเป็นที่จอดโชว์รถ  หรืออีกทีก็จอดโชว์ตามห้างหรือตามย่านธุรกิจที่มีคนพลุกพล่าน

บอกได้เลยว่าขนาดเต็นท์รถมือสองบ้านเรายังอลังการใหญ่โตกว่าโชว์รูมรถยนต์ในบางประเทศเสียอีก

คนไทยได้ยินเรื่องแบบนี้ก็อย่าได้ภาคภูมิใจว่าธุรกิจเรื่องรถยนต์ในบ้านยิ่งใหญ่กว่าประเทศอื่นๆ แต่ความจริงแล้วมันสะท้อนถึงความล้าหลังของระบบขนส่งมวลชนในบ้านเรามากกว่า  ที่ทำให้คนไทยต้องกระเสือกกระสนกัดฟันซื้อรถส่วนตัวมาไว้ใช้สักคัน ทั้งๆที่เป็นการเพิ่มปัญหาการจราจรบนท้องถนน

เมื่อซื้อรถก็ต้องมีภาระเป็นค่าผ่อนรถ และยังต้องเป็นภาระค่าน้ำมัน ค่าซ่อม ค่าประกันภัย และอื่นๆจิปาถะ  

บางคนอาจบอกว่ามันเป็นค่านิยม และมันเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ 

ตรงกันข้ามกับประเทศอื่นๆที่รัฐบาลเข้ามาจัดการระบบขนส่งมวลชนเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชน และยังช่วยให้ประชาชนประหยัดเงินได้อีกด้วย

บ้านเราน่าจะทำวิจัยในเรื่องนี้กันหน่อย จะได้รู้ว่าประชาชนโดยเฉพาะกรุงเทพฯต้องเสียค่าใช้จ่ายเรื่องรถยนต์ไปมากน้อยแค่ไหน

ก็เพราะเราไม่มีตัวเลขที่เป็นข้อมูลจากงานวิจัย แต่พอรัฐบาลคิดจะลงทุนด้านระบบขนส่งมวลชน ก็มักมีพวกถ่วงความเจริญคอยขัดขวาง

หากมีตัวเลขมาเปรียบเทียบระหว่างการลงทุนของรัฐบาลในระบบขนส่งมวลชน กับเงินค่าใช้จ่ายในเรื่องการผ่อนรถรวมถึงค่าใช้จ่ายเรื่องรถของประชาชน  ก็อาจตกใจที่ว่าคนกรุงเทพฯต้องเสียเงินไปอย่างมากมายมหาศาล ชนิดที่อาจมากกว่าการลงทุนของรัฐบาลหลายเท่า

หากให้รัฐบาลลงทุนด้านการขนส่งมวลชนให้สมบูรณ์แบบและอำนวยความสะดวก ชนิดที่ประชาชนไม่คิดอยากจะมีรถส่วนตัว คนไทยก็อาจประหยัดเงินได้อีกเป็นจำนวนมาก

สื่อมวลชนหรือชาวบ้านรวมทั้งกลุ่มเอ็นจีโอจะออกมาคัดค้านก็ดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าถึงขนาดตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่เห็นด้วย และล้มมติคณะรัฐมนตรีที่เสนอแผนพัฒนาระบบขนส่งที่เป็นระบบพื้นฐานของประเทศ ก็ดูจะงี่เง่าไปหน่อย

นับว่าเป็นโชคร้ายของประเทศไทยที่มีคณะตุลาการรัฐธรรมนูญที่มีความคิดล้าหลัง ไม่ต่างกับพวกไดโนเสาร์เต่าล้านปี



โง่ไม่โง่...คิดดูก็แล้วกัน ที่แนะนำให้รัฐมนตรีคมนาคมพัฒนาประเทศโดยให้มีถนนลูกรังทั่วทั้งประเทศให้เรียบร้อยเสียก่อน แล้วค่อยคิดถึงการลงทุนเรื่องรถไฟความเร็วสูง

ในเรื่องเดียวกันนั้น  ก็ยังมีตุลาการคนอื่นแย้งว่า รัฐบาลเคยแถลงต่อรัฐสภาว่าจะดำเนินนโยบายอย่างพอเพียง พร้อมกับถามรัฐมนตรีคมนาคมว่า การลงทุน 2.2 ล้านล้าน แบบนี้มันเป็นการพอเพียงตามที่แถลงไว้กับสภาหรือไม่

ก็เพราะบ้านเรามีคนจำพวกนี้ หรือจำพวกความคิดล้าสมัยดักดานอยู่เป็นจำนวนมาก ประชาธิปไตยมันจึงกระท่อนกระแท่น ถูกชักคเย่อหรือถูกกระตุกกันทุกย่างก้าว

คงต้องรอแล้วละครับ...รอให้คนพวกนี้สูญพันธ์ให้หมดเสียก่อน ถึงเวลานั้นประเทศชาติจึงค่อยพัฒนา คิดจะทำอะไรให้ประเทศชาติมีความเจริญ เพื่อรองรับการรวมตัวของประชาคมอาเซียนก็คงทำอะไรมากไม่ได้

เพราะคนจำพวกนี้มันคอยจ้องแต่จะจับผิดว่าเอ็งจะโกงกินในเรื่องอะไรบ้าง คิดกันอยู่แค่นั้น แก่จวนจะเข้าโลงอยู่แล้วพูดไปก็ไร้ประโยชน์




โฟโต้ออนทัวร์
8 เมษายน 2557
 

(สำหรับยอดจองข้างล่างเอมาจากมติชนออนไลน์ อ่านแล้วก็ขอให้อย่าเชื่อทั้งหมด เนื่องจากค่ายรถบางค่ายคงใส่ตัวเลขให้มากเข้าไว้ หากแจ้งยอดจองตามจริงก็กลัวจะหน้าแตก)

ยอดจองรถยนต์ตลอดระยะเวลาการจัดงานมอเตอร์โชว์2014 ระหว่างวันที่ 26 มี.ค.- 6 เม.ย.2557 รวม 12 วัน มียอดจองทั้งสิ้น 39,415 คัน

โตโยต้า 9,514 คัน
ฮอนด้า 5,617 คัน
อีซูซู 4,602 คัน
มาสด้า 3,482 คัน
นิสสัน 2,723 คัน
ฟอร์ด 2,572 คัน
เมอร์เซเดส-เบนซ์ 2,060 คัน
เชฟโรเล็ต 1,716 คัน
บีเอ็มดับเบิลยู 1,383 คัน
ซูซูกิ 875 คัน
ฮุนได 727 คัน
ซูบารุ 240 คัน
เจมส์คาร์ 118 คัน
วอลโว่ 187 คัน
เลกซัส 111 คัน
มินิ 109 คัน
โฟล์กสวาเก้น 80 คัน
แลนด์โลเวอร์ 46 คัน
ซันยอง 44 คัน
คาร์ลสัน 30 คัน
จี๊ป 30 คัน
จาร์กัวร์ 14 คัน
ปอร์เช่ 13 คัน
โรลสลอย์ 10 คัน
แอสตันมาร์ติน 7 คัน
วิช ออโต้ 6 คัน
เบนท์ลีย์ 3 คัน
ฮาร์เก้ 3 คัน

 
 
       copyright © www.photoontour.com, All rights reserved