Photoontour.com โฟโต้ออนทัวร์
Home > Royal Photos > King Birthday 5 Dec 2009 (1)
 
 
ประมวลภาพ 5 ธันวาคม 2552 บนถนนราชดำเนิน วันครบรอบ 82 พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ชุดที่ 1


 
    ออกไปหน้าหลัก
ออกไปหน้ารวมภาพงานพระราชพิธี    
  โหลดภาพในหลวง  
   





5 ธันวา 52 บนถนนราชดำเนิน
(ตอนที่ 1)




                                   5 ธันวาคม 2552 ปีนี้ เป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระชนมพรรษา 82 พรรษา แต่เนื่องจากพระองค์ยังอยู่ระหว่างรักษาพระวรกายอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช งานเฉลิมฉลองและงานเทิดพระเกียรติปีนี้ ประชาชนชาวไทยจึงให้ความสนใจ พร้อมกับออกมาร่วมแสดงความจงรักภักดีกันมากกว่าทุกปี และพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ

การร่วมร้องเพลงชาติในเวลาหกโมงเย็นของแต่ละจังหวัด โดยเรียงตามอักษร ในโครงการไทยเข้มแข็งของรัฐบาล เป็นส่วนหนึ่งเพื่อสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติทั้ง 56 จังหวัด มีการถ่ายทอดสดจากสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง

ช่วงแรกๆหรือจังหวัดแรกๆที่มีการร้องเพลงชาติ หลายคนก็อาจรู้สึกเฉยๆ เห็นมีประชาชนมาร่วมร้องเพลงไม่มากนัก อาจเป็นเพราะการประชาสัมพันธ์ยังไม่ทั่วถึง หรือความรู้สึกอยากมีส่วนร่วมยังไม่มากพอ

แต่พอนานเข้าคนในจังหวัดต่อๆมากลับให้ความสำคัญ พร้อมเฝ้าติดตามดูว่า จะมาถึงคิวจังหวัดของตนเองในวันไหน บางจังหวัดก็จัดงานกันอย่างครึกครื้น จัดกิจกรรมขนาดย่อมๆ หรือมีการแสดงบนเวทีก่อนที่ถึงเวลาหกโมงเย็น

ที่ดูจะแตกต่างกว่าจังหวัดอื่น ก็ได้แก่สมุทรสงคราม หรือที่เรียกติดปากว่า มหาชัย ปรากฏว่าก่อนหน้านั้นมีฝนตกลงมาอย่างหนัก เปียกกันหมดทั้งตำรวจ ทหาร ข้าราชการ และประชาชน กลายเป็นภาพที่ติดตาตรึงใจกับทุกๆคนที่มาร่วมงาน เพราะแม้ฝนจะตกก็ยังยืนตากฝนร้องเพลงชาติด้วยความรู้สึกที่ยิ้มแย้มแจ่มใส สดชื่น เย็นสบายไปกับสายฝน

อีกแห่งหนึ่งที่เห็นแล้วประทับใจก็น่าจะเป็นจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีภาพของชายหาดและท้องทะเลในยามเย็น คนดูทีวีจากทางบ้านเห็นแล้วก็อยากเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย เพราะภาพที่มีคนนับพันนับหมื่นมารวมกันอยู่ริมชายหาด คงหาแบบนี้ไม่ง่ายนัก

ส่วนจังหวัดที่เห็นแล้วก็ต้องไห้คะแนนของความสวยงาม ได้แก่จังหวัดภูเก็ต

เพราะไปจัดกันบนเขาของแหลมพรหมเทพ จุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดของประเทศ ที่อยู่อยู่ห่างตัวเมืองออกไปราวสิบกว่ากิโล เมื่อโบกธงชาติพร้อมๆกันจึงเป็นภาพที่สวยงาม ประกอบกับเป็นช่วงเวลาที่ท้องทะเลภูเก็ตกำลังเห็นตะวันทอแสง สร้างความประทับใจให้กับผู้คนที่กำลังนั่งชมโทรทัศน์อยู่ทางบ้าน

วันที่ 4 ธันวาคม 2552 เป็นวันสุดท้ายของโครงการร้องเพลงชาติ และจังหวัดสุดท้ายก็คือกรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดขึ้นที่สนามศุภชลาศัย เป็นการปิดฉากโครงการ " ไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็ง " อย่างสวยงาม

โครงการร้องเพลงชาติในเวลาหกโมงเย็นครั้งนี้ คิดว่าผู้จัดงานหรือภาครัฐบาลน่าจะจัดแบบนี้อีกในทุกๆปี หรือทำให้เป็นประเพณีก็น่าจะได้ อย่างน้อยๆก็เห็นความสมานสามัคคีของคนในชาติ แม้จะเป็นเพียงจุดเล็กๆ แต่ก็ทำให้เกิดความรู้สึกในด้านดีที่แสดงถึงความสุขของคนไทยในช่วงเวลาดังกล่าว

ภาพประทับใจช่นนี้ มันช่างตรงกันข้ามกับภาพของการชุมนุมประท้วงของกลุ่มเสื้อแดง ที่ไม่มีประเด็น หรือมีสาระที่น่าสนใจ เป็นการสร้างภาพ ไปวันๆ และการออกมาชุมนุมมีแต่จะสร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมือง จนบางคนก็บอกว่า สู้แล้วรวย เพราะจัดชุมนุมเสื้อแดงทีไร ระดับแกนนำ หรือสามเกลอหัวหมู่ทะลวงส้วม รวยทุกครั้ง ไม่จัดก็คงไม่มีกิน ส่วนค่าใช้จ่ายในการชุมนุม คนก็รู้กันทั้งประเทศว่ามาจากกระเป๋าเงินของนายทักษิณ ผู้มีตำแหน่งอันมีเกียรติว่า นช. หรือนักโทษชาย
.
ใครคัดค้านใครขอร้องว่าไม่ควรมาชุมนุมกันในช่วงนี้ พวกนั้นก็ไม่สนใจ อ้างว่ามีสิทธิ์ทำได้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ บอกว่า 10 ธันวาคมนี้ เสื้อแดงนัดชุมนุมที่ถนนราชดำเนินแน่ ทั้งๆที่ถนนราชดำเนินในช่วงนี้มีกิจกรรมที่ต่อเนื่องจาก 5 ธันวาคม ไปจนถึง 13 ธันวาคม

จนถึงขณะนี้คะแนนนิยมของกลุ่มคนเสื้อแดงก็ลดลงอย่างน่าใจหาย ช่วงหลังๆจึงต้องจ้างแรงงานต่างชาติมาสวมเสื้อสีแดงแทน พร้อมประกาศว่าแดงทั้งแผ่นดิน ทั้งๆที่มีคนมาร่วมเพียงหยิบมือเดียว และคนที่มาฟังก็แรงงานจ้างมาทั้งนั้น ฟังกันไม่รู้เรื่อง พูดไทยก็ไม่ชัด โง่สิหัย

สำหรับภาพที่ถ่ายไว้ในชุดนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ เป็นการร่วมบันทึกประวัติศาสตร์ในวันสำคัญที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระชนมพรรษา 82 พรรษา และเป็นวันที่ประชาชนคนไทยมีแต่ความสุข ที่เห็นพระองค์เสด็จพระราชดำเนินออกจากโรงพยาบาลศิริราชมายังพระที่นั่งอัมรินทรวินิจฉัย พร้อมกับโบกพระหัตถ์ขณะเสด็จพระราชดำเนิน

นอกจากประชาชนจะออกมาจากบ้านเพื่อร่วมถวายพระพรและจุดเทียนชัยเหมือนเช่นทุกๆปีแล้ว ส่วนหนึ่งก็ต้องการแสดงความจงรักภักดี และส่งผ่านไปถึงพระองค์ เพื่อให้หายจากพระประชวรโดยเร็ว

บริเวณถนนราชดำเนินตลอดทั้งสายในวันที่ 5 ธันวาปีนี้จึงหนาแน่นไปด้วยคนไทยจากทั่วสารทิศ ทั้งในกรุงเทพฯ และจากต่างจังหวัด เพื่อมาร่วมแสดงพลังของความจงรักภักดี อย่างน้อยๆก็ยังดีกว่าที่จะนั่งดูทีวีอยู่ที่บ้าน แล้วดูคนอื่นออกมาร่วมถวายพระพรชัย

การออกมาร่วมงานเฉลิมฉลองในวันที่ 5 ธันวาคม นี้ ยิ่งมีจำนวนมาก ก็ยิ่งสะท้อนถึงพลังศรัทธาของคนไทยที่มีต่อในหลวง ในทางตรงกันข้ามสำหรับคนที่คิดร้ายต่อสถาบัน จะได้ฉุกคิดว่าอย่าดูถูกคนไทย เพราะความจงรักภักดีของคนไทยที่มีต่อองค์พระประมุขนั้นแทรกซึมอยู่ทุกอณูของแผ่นดินนี้

ผิดกับกลุ่มคนที่คิดที่จะล้มเจ้า ล้มกษัตริย์ โดยมีเป้าประสงค์ ไม่ต้องการให้พระมหากษัตริย์มีบทบาทหรือมีอำนาจในกฎหมายรัฐธรรมนูญ เช่นพระราชอำนาจในการลงพระปรมาภิไธยแต่งตั้ง ตำแหน่งต่างๆทางการเมือง หรืออาจเลยเถิดให้ขนาดเสนอแก้รัฐธรรมนูญให้ตัดกฏหมายมาตรา 112 กรณีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพออกไป จะได้พูดจาดูหมิ่นกันได้ถนัดเช่นเดียวกับนายจักรภพ เพ็ญแข ที่หลบหนีไปอยู่ต่างประเทศ หรือ ดา ตอปิโด ที่ติดคุกอยู่ในขณะนี้

คนไทยไม่น้อยที่ไม่ทราบว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับแผ่นดินนี้ ไม่ทราบว่าคนกลุ่มหนึ่งพยายามที่จะโค่นอำนาจของพระมหากษัตริย์ และต้องการให้ตนเองเป็นใหญ่ในแผ่นดิน โดยอาศัยเสียงจากประชาชนที่เลือกตั้งเข้ามา โดยถือว่ามีอำนาจตามกฎหมายรัฐธรรมนูญทุกประการ

เมืองไทยในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา ดูไม่ต่างกับสมัยพระปกเกล้า หรือสมัยรัชกาลที่ 7 ในปี พศ. 2475 ที่มีกลุ่มทหารที่เรียกตัวเองว่าคณะราชย์ ขึ้นมายึดประเทศและบังคับให้รัชกาลที่ 7 ยอมลงพระปรมาภิไธย ประกาศใช้กฏหมายรัฐธรรมนูญที่ตนเองร่างขึ้นมาเอง เป็นการบังคับพระมหากษัตริย์ให้อยู่ภายใต้กฏหมายรัฐธรรมนูญของคณะราชย์

แม้ประวัติศาสตร์ในช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครองจะไม่ได้กล่าวถึงว่าในหลวงรัชกาลที่ 7 จะรู้สึกโทมนัส แต่เชื่อว่าคนไทยสมัยนั้นคงเข้าใจดี แต่ไม่สามารถวิจารณ์ได้ เพราะหากไม่เช่นนั้นพระองค์คงไม่เสด็จไปประทับยังต่างประเทศ และสละราชสมบัติในเวลาต่อมาไม่นานนัก

มาถึงปัจจุบัน เหตุการณ์ลักษณะที่ว่าดูเหมือนจะมีกลุ่มคนพยายามให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย พร้อมกับวางแผนทำลายอย่างสอดรับประสานกัน ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวพาดพิง ชนิดที่ไม่มีคำว่าเกรงอกเกรงใจพระมหากษัตริย์หลายครั้งหลายครา และไม่มีใครไปกล่าวโทษเอาผิดอะไรได้ เพราะด้วยอิทธิพลที่ครอบงำผู้มีหน้าที่รักษากฏหมาย จนแทบจะไม่ดำเนินการอะไรเลย

ที่ผ่านมาก็เพราะความหลงระเริงไม่ไช่หรือ คิดว่าไม่มีใครรู้ใครเห็น ถึงรู้หรือเห็นก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเลือกตั้งทีไรชาวบ้านก็ยังเลือกตัวเองเข้ามาอยู่ดี จึงไม่แคร์ใครทั้งสิ้น การทุจริตคอรัปชั่นจึงทำกับแบบโจ๋งครึ่ม เรียกว่าสวาปามอย่างถูกกฎหมายรัฐธรรมนูญ ทั้งรัฐบาล ทั้ง สส. หรือสว. หรือ กกต. ส่วนใหญ่ก็พวกตัวเองทั้งนั้น เรื่องผิดทำให้มันถูกก็ไม่ยาก เสนอเข้าสภาพวกเราก็ยกมือให้อยู่แล้ว

แต่บ้านนี้เมืองนี้มีสิ่งดีๆปกปักษ์รักษา

คนทำชั่วต้องได้ชั่ว ต้องพ้นแผ่นดินเกิด เป็นคนไร้แผ่นดิน และกลายเป็นผู้ต้องโทษในคดีอาญา ทุกวันนี้ก็ได้แต่เร่ร่อนอยู่ในต่างประเทศ จะกลับเข้าประเทศก็ไม่ได้ เพราะมีคดีอาญาติดตัวอยู่ เข้ามาก็ต้องเข้าคุกสถานเดียว เพราะคดีนี้ศาลฏีกาฯตัดสินออกมาแล้วว่าติดคุก 2 ปี

ระบอบทักษิณ จึงเป็นระบอบที่ชั่วร้ายของแผ่นดินไทย ใครเข้าไปสวามิภักดิ์ต้องได้รับเคราะห์กรรมอย่างสาสม ไม่เว้นแม้แต่นายสมัคร ที่ยอมเปลืองตัวเข้ามารับใช้อย่างสุดลิ่มทิ่มสุดหัวใจ จนถูกเฉดหัวทิ้งชนิดไม่เหลือเยื้อใย ไม่ต่างกับหมาหัวเน่าที่อยู่ในกลุ่ม ถูกหักหลัง ทุกทิ้ง ชนิดที่ตัวเองต้องเจ็บปวดไปตลอดชีวิต ทั้งชาตินี้และชาติหน้า

ในที่สุดก็ต้องจบชีวิตอย่างน่าเอน็จอนาถ

อยู่ดีๆไม่ว่าดี ขันอาสามาเป็นนอมินีให้อย่างผู้ไม่ฉลาด (โง่) ทั้งที่ตัวเองก็เป็นนักการเมืองมาหลายยุคหลายสมัย ดูแล้วก็น่าจะเป็นกูรูหรือผู้รู้ทางการเมือง แต่กลับตรงกันข้าม โดนเค้าหลอกใช้งาน ใครคัดค้านก็ไม่ยอม แถมยังมองว่าคนอื่นโง่ (และคิดว่าตัวเองฉลาด)

สุภาษิตที่ว่า คนโง่ ย่อมตกเป็นเหยื่อของคนฉลาด ย่อมใช้ได้ในทุกยุคทุกสมัย

ที่สุดก็ต้องรับกรรมอย่างสาสม ไม่หลงเหลือเกียรติภูมิให้ผู้คนได้ชื่นชม หรือเหลือไว้เป็นเครื่องชูเกียรติให้กับวงศ์ตระกูล ความดีที่ทำมาตลอดทั้งชีวิต จนถึงวันตายก็ไม่ใครกล่าวถึงหรือให้คุณค่า มีแต่พูดว่า สมน้ำหน้า

ก่อนจบในภาคแรก ขอเอากลอนที่อ่านแล้วสะกิดใจมาฝาก ว่าชีวิตมนุษย์ ที่สุดแล้วก็แค่นั้นเอง การทำแต่ความดี จึงเป็นสิ่งที่มนุษย์พึงกระทำ เมื่อตายไปคนจะได้สรรเสริญ

พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง
โททนเสน่ห์คง สำคัญหมายในกายมี

นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
สถิตย์ทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา





โฟโต้ออนทัวร์
10 ธันวาคม 2552








   
ดูภาพชุดอื่นๆ เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ งานพระราชพิธี งานเฉลิมฉลอง ฯลฯ : Royal Photography
12 สิงหา 52
มหาราชินี
พระเมรุมาศ
พระพี่นาง
ถวายเพลิงฯ
พระพี่นาง พย.51
ในหลวง
ประชวร ปี '50
ฉลองกาญจนา
ภิเษก 60 ปี
งานพืชสวนโลก
ปี '49-'50
พระพยุหยาตราฯ
ปี '39
ปีกาญจนาภิเษก
ครองราชย์ 50 ปี
วันปิยะ
23 ตค.45
พระเทพฯทรง
เกี่ยวข้าว ปี'42
 
 
 
 
copyright © 2009 www.photoontour.com, All rights reserved