www. photoontour.com Home >Special photos > 60th Celebrations
ภาพงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี รวมภาพจัดนิทรรศการ อิมแพค เมืองทองธานี
       
       
 
   
   
     
  Home >Special photos > 60th Celebrations > Gallery 7
   
  รวมภาพมหาชนก,การแสดงมหาชนก,นาฏกรรมมหาชนก,มหาชนก สอนเรื่องความเพียร , มหาชนก นางมณีเมขลา,มหาชนกกับต้นมะม่วง,มหาชนกอยู่ในพระไตรปิฏก
พระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงดัดแปลงเนื้อเรื่องมหาชนก ,ผู้แสดงเรื่องมหาชนกเป็นนักศึกษาภาควิชาศิลปะการแสดง คณะนิเทศศาตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
       
 

ภาพชุดที่ 7 ภาพจากนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ์ " พระคู่ พระบารมี "

 




              ย้อนกลับไป 56 ปีก่อน เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พุทธศักราช 2492 ณ สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ มีงานเลี้ยงรับรองเล็กๆ ที่อบอุ่นเกิดขึ้น นอกจากจะเป็นวันครบรอบวันเกิด 17 ปี ของหม่อมราชวงส์สิริกิติ์ กิติยากร แล้ว ยังเป็นวันสำคัญ ที่น่าปลื้มปิติสำหรับคนไทยทุกคน เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ประกาศข่าวทรงหมั้นกับหม่อมราชวงศ์ สิริกิติ์ กิติยากร ให้คนไทยได้รับรู้

วันที่ 28 เมษายน พุทธศักราช 2493 สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสพระราชทานตามโบรารณราชประเพณี ณ วังสระปทุม ต่อมาเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ปีเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จออกสีหบัญชรเป็นครั้งแรก ณ พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท

ครั้งนั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเห็นประชาชนล้นหลามสุดสายพระเนตร ทำให้ทรงอบอุ่นตื่นตันพระราชหฤทัย แม้ จะทรงพระชนม์น้อย แต่ก็ทรงมีความเข้มแข็ง และมั่นพระทัยในพลังของประชาชน พร้อมกับทรงตั้งพระปณิทานจะทรงร่วมรอยพระยุคล บาทแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทรงร่วมรับทุกข์และสุขของประชาชนเท่ากับทุกข์และสุขของพระองค์เอง

จนวันนี้ สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงปฏิบัติสมดังพระราชหฤทัยเคียงพระวรกายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรง แบ่งเบาพระราชภาระทั้งปวงในการขจัดทุกข์บำรุงสุขพสกนิกรชาวไทยทั้งแผ่นดินมาแล้วถึง 56 ปีแล้ว

ผู้เป็นศรีแห่งกิติยากร
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เดิมมีฐานันดรศักดิ์เป็นหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร พระนาม ” สิริกิติ์ “ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 โปรดเกล้าฯพระราชทาน มีความหมายว่า “ ผู้เป็นศรีแห่งกิติยากร ” เป็นพระธิดาองค์ ใหญ่ของหม่อมเจ้า นักขัตรมงคล และหม่อมหลวงบัว (สนิทวงศ์) กิติยากร ที่มีพี่ชายสองคน และน้องสาวหนึ่งคนตามลำดับ คือ หม่อม ราชวงศ์กัลยาณกิติ์ หม่อมราชวงศ์อดุลยกิติ์ และหม่อมราชวงศ์บุษบา สธนพงษ์

ในวัยเด็กอยู่ในความดูแลของเจ้าคุณตา เจ้าพระยาวงศานุประพัทธ์ (หม่อมราชวงศ์สท้าน สนิทวงศ์) และคุณยาย คุณบาง สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ซึ่งต่อมาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นคุณท้าววนิดาพิจาริณี ผู้เคยถวายงานในฐานะนางพระกำนัลในสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7

เนื่องจากหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เจริญวัยในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงได้รับการปลูกฝังให้ใช้ชีวิตอย่าง เรียบง่าย สมถะ แต่ก็โปรดการเล่นเปียโนมาก จนเมื่อสงครามสิ้นสุดลง และหม่อมเจ้านักขัตรมงคลได้รับแต่งตั้งเป็นอัครราชทูตประจำสำนักเซนต์เจมส์ ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์จึงติดตามคุณพ่อไปอยู่ที่นั่น และเมื่อคุณพ่อย้ายไปดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูตประจำประเทศเดนมาร์กและฝรั่งเศส หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์จึงย้ายตาม และเข้าศึกษาต่อที่วิทยาลัยดนตรีในกรุงปารีส

ทรงพบกันครั้งแรก
ปีพุทธศักราช 2492 ขณะที่หม่อมเจ้านักขัตรมงคลรับราชการในฐานะเอกอัครราชทูตนั่นเอง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งยังทรงดำรง พระราชอิสริยยศเป็นพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภูมิพลอดุยเดช ได้เสด็จจากเมืองโลซาน ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ มายังชานเมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส ครอบครัวของหม่อมเจ้านักขัตรมงคลจึงได้มาเฝ้ารับเสด็จ

ในครั้งนั้น สมเด็จพระราชชนนีมีรับสั่งให้พระราชโอรสทอดพระเนตรหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากรด้วยว่าสวยน่ารักไหม ท่านผู้หญิงเกน หลง สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เขียนเล่าใน “ บันทึก เป็น อยู่ คือ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ” ว่า หม่อมเจ้านักขัตรมงคลก็ไม่ไช่ใครอื่น เป็นหลายแท้ๆของสมเด็จย่า และเป็นคนดี หม่อมหลวงบัวก็เป็นลูกสาวเจ้าพระยาวงศาฯ ซึ่งเป็นคนดี ซื้อตรง และยังทรงกำชับว่า ถึงปารีสแล้วโทรฯบอกแม่ด้วย

ท่านผู้หญิงเกนหลงทรงเล่าในบันทึกต่อมาว่า เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯถึงปารีสแล้ว จึงโทรศัพท์ตอบคำถามพระราชชนนีว่า “ เห็นแล้วน่ารักมาก ”

ทรงจับมืออยู่นาน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ เยือนปารีสอีกเพื่อทอดพระเนตรรถยนต์ และทรงเริ่มคุ้นเคยกับครอบครัวของหม่อมเจ้านักขัตรมงคล พร้อมกับทรงต้องพระราชอัธยาศัยของหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ในด้านดนตรีด้วย คราวหนึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประสบอุบัติเหตุรถยนต์ที่นอกเมืองโลซาน และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ครอบครัวหม่อมเจ้านักขัตรมงคลเข้าเฝ้าฯ ณ โรงพยาบาล

” ตอนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประสบอุบัติเหตุ ก็มีรับสังให้ครอบครัวเราเข้าเฝ้า เพราะทรงได้รับบาดเจ็บที่พระเนตรและพระ เศียร คุณแม่ก็เข้าไปก่อน ตอนเข้าเฝ้าฯ ก็ให้จับพระหัตถ์ท่านแล้วบอกชื่อ พอถึงสมเด็จฯ ท่านก็ทูลว่า หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เพคะ พระ เจ้าอยู่หัวท่านทรงจับมืออยู่นานพอสมควรเลย.. ” ท่านผู้หญิงบุษบา สธนพงษ์ เล่าถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นในหนังสือ “ ด้วยพลังแห่งรัก ”

ต่อมาสมเด็จพระราชชนนี ทรงขอให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์มาศึกษาที่ประเทศสิสเซอร์แลนด์ โดยสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ทรงเป็นผู้ปกครอง และเป็นธุระให้เข้าศึกษาที่โรงเรียนประจำซึ่งสอนวิชากุลสตรี และอยู่ใกล้ตำหนักในเมืองโลซาน

ทรงหมั้นเงียบๆ
นับ จากวันที่ทรงพบกันครั้งแรก และทรงเริ่มมีความคุ้นเคยกัน ในวันที่ 19 กรกฏาคม พุทธศักราช 2492 สมเด็จพระราชชนนีได้รับสั่งขอหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ต่อหม่อมเจ้านักขัตมงคล โดยพิธีหมั้นได้จัดขึ้นอย่างเรียบง่ายที่โรงแรมวินด์เซอร์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสวมพระธำมรงค์เป็นของหมั้นต่อหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ซึ่งเป็นพระธำรงค์องค์เดียวกับที่สมเด็จพระบรมราชชนกทรงมอบต่อสมเด็จพระบรมราชชนนี

จนวันที่ 12 สิงหาคม ปีเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศข่าวทรงหมั้นให้คนไทยทราบในงานเลี้ยงอันเรียบง่าย ที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

ข่าวอันเป็นสิริมงคลนี้ ทำให้คนไทยเกิดความปิติยินดีเป็นอย่างยิ่ง ประหนึ่งดังแสงสว่างที่ส่องสู่หัวใจทุกดวง ท่ามกลางข่าวอันน่าเศร้าสลดที่จะทรงมีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ในเดือนมีนาคม พุทธศักราช 2493

พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส
วันที่ 25 เมษายน พุทธศักราช 2493 สมเด็จพระสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส พระราชทานตามแบบโบราณราชประเพณี ณ วังสระปทุม และทรงประกาศสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากรเป็น “ สมเด็จพระราชินี สิริกิติ์ “ พร้อมรับพระราชทานสายสะพายขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์

จากนั้นทั้งสองพระองค์เสด็จออก ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณในพระบรมมหาราชวัง ประทับคู่กันเหนือพระราชอาสน์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพร และในวันรุ่งขึ้น เสด็จเป็นการส่วนพระองค์โดยรถไฟไปประทับพระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นเวลา 3 วัน ตามโบราณราชประเพณี โดยโปรดเกล้าฯให้มีผู้ตามเสด็จน้อยมาก ตลอดระยะทางมีประชาชนมากมายต่างพากันมาเฝ้า อย่างเนืองแน่น ทุกดวงหน้าล้วนเบิกบานแจ่มใส

ทรงร่วมครองแผ่นดินโดยธรรม
วันที่ 5 พฤษภาคม พุทธศักราช 2493 เป็นวันบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชสัตยาธิษฐานจะทรงปฏิบัติพระ ราชกรณียกิจปกครองราชอาณาจักรไทยโดยทศพิธราชธรรม มีพระราชดำรัสว่า “ เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่ง มหาชนชาวสยาม ” และทรงได้รับการเฉลิมพระปรมาภิไธยเป็นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอลุยเดช มหิตลาธิเบศรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมราชบพิตร

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นพระที่นั่งไพศาลทักษิณ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศพระบรมราชโองการสถาปนาสมเด็จ พระราชินีให้ดำรงราชฐานันดรศักดิ์เป็นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี วันที่ 7 พฤษภาคม ปีเดียวกัน ทั้งสองพระองค์เสด็จออก สีหบัญชร ณ พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท เพื่อให้พสกนิกรได้เฝ้าฯ ชื่นชมพระบารมี ไม่เพียงเท่านั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินีนาถ ยังทรงตระหนักถึงภารกิจอันหนักหนาในการแบ่งเบาพระราชภาระกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย



ที่มาข้อมูล :
นสพ.โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันศุกร์ที่ 11 สิงหาคม 2549 เรียบเรียงโดย นัชพร ศิริรังษี





เวปมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
8 สิงหาคม 2549



สนใจพระราชประวัติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คลิก


ดาวน์โหลดภาพในหลวง พระราชินี พระบรมวงศานุวงศ์




 
   
  photoontour.com    copyright © All images www.photoontour.com, All rights reserved  
;