โฟโต้ออนทัวร์   Home > Special photos >Chiangmai U  
   
 Special Photos : Her Majesty Queen Sirikit's 72nd birthday Celebration Ceremony on August 12,2004 at Chiangmai University  I อ่านบทความ I การถ่ายภาพ I
     
คลิ๊กที่ภาพเพื่อดูภาพขยาย





พิธีทำบุญตักบาตร 72 พรรษามหาราชินี ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


ในวันที่ 12 สิงหาคม 2547 ผมมีโอกาสมาเที่ยวเชียงใหม่ โดยลาหยุดเพิ่มเติมอีก 2 วัน บวกเสาร์อาทิตย์อีก ทำให้ มีโอกาสหยุดยาวไปถึง 5 วัน ปกติผมมักจะมาเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดอื่นทางภาคเหนือในช่วงฤดูหนาว ที่บ่อยสุดก็คงหนีไม่พ้นวันสิ้นปีและวันขึ้นปีใหม่ มาสัมผัสสายหมอกและความหนาวเย็นของฤดูหนาว ที่ถือว่าเป็นเวลาเหมาะที่สุดสำหรับการมาเที่ยวทางภาคเหนือ

น้อยครั้งนักที่จะเดินทางมาในช่วงฤดูฝน แต่ทุกครั้งที่มาก็ได้เห็นบรรยากาศในอีกรูปแบบหนึ่ง เห็นกลุ่มเมฆหมอกที่ลอยต่ำกำลังเคลื่อนตัวช้าๆผ่านทิวเขา ซึ่งจังหวัดทางภาคกลางหรือจังหวัดที่เป็นพื้นราบคงไม่มีโอกาสได้เห็นภาพลักษณะนี้

จังหวัดเชียงใหม่ ค่อนข้างจะมีเสน่ห์กว่าจังหวัดอื่น คือตัวจังหวัดอยู่ใกล้ชิดติดกับภูเขา มีพระธาตุดอยสุเทพที่อยู่โดดเด่นและสามารถมองเห็นได้เกือบทุกจุดในเขตตัวเมือง เป็นความพอดีที่หาได้ยากยิ่งในจังหวัดอื่น และโดยส่วนตัวของผมนั้นถือว่าสิ่งนี้เป็นมนต์ขลังของเมืองเชียงใหม่ ทุกครั้งที่มีโอกาสมาเยือน ก็อดที่จะชื่นชมกับภาพที่เห็นนั้นไม่ได้ และถ้ามีโอกาสก็มักจะเพ่งมองเป็นเวลานานๆ

การมาเยือนเชียงใหม่ในคราวนี้ก็บังเอิญโชคดีได้เห็นภาพวัดพระธาตุดอยสุเทพในบรรยากาศและอารมณ์ของภาพที่ชื่นชอบ จนอดไม่ได้ที่จะถ่ายภาพไว้ชื่นชม และนำมาให้คนอื่นได้เห็นความมีเสน่ห์ ความงดงามของวัดคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ ที่เป็นจุดเด่นกลางขุนเขาในยามหน้าฝน กลุ่มเมฆที่ผ่านไประลอกแล้วระลอกเล่าเหมือนกับจะยกวัดพระธาตุดอยสุเทพให้ลอยอยู่ท่ามกลางกลุ่มเมฆฝน

มาเชียงใหม่คราวนี้ตรงกับวันที่มีการจัดพิธีเทิดพระเกียรติ 72 พรรษามหาราชินี ซึ่งปีนี้เป็นปีสำคัญ จึงมีการจัดงานที่ยิ่งใหญ่กว่าทุกปี และจัดกันทั่วทั้งประเทศ ในวันที่ 12 สิงหาคม 2547 จึงเป็นทั้งวันแม่และวันเทิดพระเกียรติจากประชาชนชาวไทย

11 สิงหา ผมมาถึงเชียงใหม่ในตอนเช้า ก็ยังนึกไม่ออกว่าเช้าวันรุ่งขึ้น คือวันที่ 12 สิงหา จะไปถ่ายภาพบรรยากาศของงานเทิดพระเกียรติที่ไหนดี จังหวัดเชียงใหม่เมืองใหญ่ๆแบบนี้ก็คงมีกิจกรรมต่างๆกันมาก โดยเฉพาะในส่วนที่ทางราชการเป็นผู้จัด มานึกอีกทีว่าคงเป็นงานใหญ่มีผู้คนมากมาย ผมอาจต้องเบียดเสียดผู้คนเพื่อให้ได้ภาพ และคงหนีไม่พ้นที่ต้องเจอกับความวุ่นวายพอสมควร ที่แน่ๆก็คงต้องเหนื่อย และต้องหนักกับกระเป๋ากล้องอันหนักอึ้ง จึงเบนเข็มมาถ่ายภาพแบบสบายๆที่อยู่ใกล้กับที่พักดีกว่า นั่นก็คือมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยคาดว่าน่าจะได้ภาพสะท้อนถึงงานเทิดพระเกียรติที่สำคัญ

ผมไม่ได้เข้ามาในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หรือที่เรียกสั้นๆว่า มช. มาเป็นเวลานาน โดยภาพรวมๆแล้วก็ไม่ต่างกับอดีตเท่าใดนัก จะผิดหูผิดตาก็ตรงที่เป็นช่วงหน้าฝน จึงไม่มีโอกาสเห็นดอกไม้สวยๆงามๆที่ปลูกตามอาคารและสถานที่ต่างๆ ซึ่งเคยเห็นเป็นประจำในช่วงฤดูหนาว โดยเฉพาะในเดือนมกราคม - มีนาคม ของทุกปี จะเป็นเวลาที่เห็นดอกไม้เบ่งบานและสวยที่สุด

พิธีทำบุญตักบาตรของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย ไม่ค่อยจะมีบรรยากาศที่เร่งรีบโกลาหลเหมือนกับที่เคยเห็นในที่ต่างๆ อาจารย์ ข้าราชการ นักศึกษา และประชาชน นั่งบนเสื่อที่ปูรายล้อมสระน้ำหน้าศาลาธรรม เป็นภาพที่ดูงดงาม นักศึกษาหลายคนเตรียมตัวกันมาตั้งแต่เช้า เตรียมสิ่งของมาใส่บาตรตามแต่จะจัดหากันได้ บ้างก็ใส่ไว้ในถุงพลาสติกบ้างก็ยกใส่กล่องกันมา เป็นภาพที่ดูน่ารักสำหรับคนรุ่นหนุ่มรุ่นสาว ที่ตั้งใจและชักชวนกันมาทำบุญใส่บาตร

ภาพที่ผมเห็นและอดชื่นชมไม่ได้ก็เป็นภาพที่บรรดานักศึกษาเป็นจำนวนมากคุกเข่าใส่บาตรโดยมิได้นัดหมายกันไว้ก่อน
ซึ่งสะท้อนถึงความรู้สึกแห่งความศรัทธา แสดงการคาราวะพระภิกษุสงฆ์ และที่ประทับใจไปกว่านั้นก็คือพระสงฆ์บางรูปยังโน้มตัวเองและยกบาตรลงต่ำ เพื่อรับของใส่บาตร ด้วยอากัปอาการที่อ่อนน้อม

หลายคนในสถานที่นั้นอาจไม่ได้สังเกตุสิ่งที่ว่านี้ เพราะต่างคนต่างก็กำลังตั้งใจที่จะใส่บาตรกัน จนไม่ได้คิดเป็นอย่างอื่นแต่จากภาพที่ปรากฏ น่าจะสะท้อนถึงสังคมและวัฒนธรรมอันดีงามที่ซ่อนตัวอยู่ภายในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้ และเชื่อว่าหากใครเห็นภาพเหล่านี้ก็คงมีความรู้สึกดีๆ ที่สามารถค้นหาความจริงนี้ได้จากที่นี่

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีตักบาตรแล้ว ก็มีการรับบริจาคซื้อโค-กระบือ จำนวน 73 ตัว ของมูลนิธิโครงการธนาคาร ควาย-วัว ซึ่งเป็นมูลนิธิศึกษาพัฒนาชนบท เป็นโครงการร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยกับมูลนิธิฯ คัดเลือกวัว-ควาย เพื่อมอบให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ และงานเทิดพระเกียรติครั้งนี้ ได้เงินบริจาคซื้อวัวควายได้เกินเป้า คือได้เกือบ 100 ตัว จากที่ตั้งใจทำบุญเพื่อเทิดพระเกียรติเพียงไว้เพียง 73 ตัว โดยตั้งราคาวัว/ควาย ไว้ที่ตัวละ 10,000 และ 15, 000 บาทตามลำดับ จะบริจาคซื้อเป็นตัวๆหรือบริจาคบางส่วน ก็แล้วแต่ศรัทธา

ผมมีเวลาถ่ายภาพพิธีตักบาตรแต่เพียงเท่านั้น และจากนั้นก็ต้องออกตระเวณถ่ายภาพวัดวาอารามที่สำคัญของเชียงใหม่ มาเที่ยวคราวนี้ เป็นช่วงฤดูฝน คงไม่ได้ไปไหนไกลๆเหมือนทุกครั้งที่เคยมา  สถานที่น่าเที่ยวน่าชมภายในตัวเมืองเชียงใหม่มีมากมายหลายอย่าง แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวไม่ควรละเลยก็คือวัดเก่าแก่ในตัวเมืองและอำเภอรอบนอก ที่สะท้อนให้เห็น ถึงศิลปะและความสัมพันธ์ของเมืองล้านนาและเมืองเชียงตุง ซึ่งอดีตนั้นเกือบจะเรียกได้ว่าเป็นผ้องเผ่าเดียวกัน แต่ก็มาถูกแบ่งแยกด้วยเส้นแดนระหว่างประเทศ

ผมคงไม่อาจอธิบายและเชิญชวนด้วยคำพูดได้ คงต้องรอภาพความจริงที่จะปรากฏในเวปไซต์แห่งนี้ ซึ่งจะพาท่านเข้าชมสิ่งสวยๆงามๆ ที่หลายคนไม่เคยรู้ ไม่เคยได้ยิน และที่สำคัญไม่เคยเห็นมาก่อน เป็นมุมกล้อง เป็นมุมมองที่เราบรรจงหยิบสิ่งดีๆของสถานที่นั้นๆออกมาเผยแพร่สู่สาธารณะ เพื่อให้เห็นคุณค่าในด้านประวัติศาสตร์ และความงดงามในเชิงศิลปะภาพถ่าย จะเป็นภาพอะไรก็ต้องคอยติดตามต่อไปนะครับ





เวปมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
6 กันยายน 2547


...............................................................................................................................................................................

การถ่ายภาพ

ภาพทั้งหมดนี้ถ่ายด้วยฟิล์ม Slide โดยตอนต้นๆจะเป็นฟิล์ม Kodak ISO 400 ที่เหลือค้างกล้องมาจากเมื่อวันก่อนพอหมดม้วนแล้วก็ต่อด้วยฟิล์ม Kodak Elite 100 ซึ่งเป็นฟิล์มสไลด์ราคาประหยัดของโกดัก ราคาประหยัดก็จริงแต่คุณภาพก็ไม่ด้อยแต่อย่างใด มาเชียงใหม่คราวนี้ Elite 100 ได้ใช้ไปหลายม้วน และไม่สร้างความผิดหวังเลยแม้แต่น้อยโทนสีอาจติดม่วง ตามธรรมชาติของฟิล์มรุ่นนี้ แต่ก็ช่วยสร้างสีสันให้เกิดความอื่มตัวในโทนสีอื่นตามไปด้วย ภาพวิวทิวทัศน์ติดม่วงอ่อนๆกำลังดี หรือภาพ Portrait ก็ให้โทนสีผิวที่ดีและน่าพอใจมาก

Elite 100 ผมใช้มานานแล้ว ตั้งแต่รุ่นนี้ออกใหม่ๆ มาลืมๆใช้ไปบ้างก็ตอนที่มี E 100 ออกมา ซึ่งเป็นฟิล์มโปร แต่ราคาก็โปรตามไปด้วย เล่นกับ E 100 จนลืมๆ Elite ไปเกือบสนิท ระยะหลังนี้ไม่อยากจ่ายแพงกับความเป็น Film Pro จึงหันมาหาเพื่อนเก่าที่เคยรู้ใจ ก็ไม่ผิดหวังครับ ใครเข้าร้านถ่ายรูป กล่องสีม่วงๆนั่นแหละ หยิบมาดูได้เลย

ผมคงไม่ต้องไปพูดมากกับคุณภาพฟิล์ม เอาไว้รอให้ผู้อ่านพิสูจน์ด้วยตัวเองจะดีกว่า ซึ่งจะเห็นว่า Elite แม้เป็นฟิล์มเกรดรองแต่เรื่องคูณภาพแล้ว กระทบไหล่ฟิล์มโปรแบบชนิดที่วัดกันด้วยตานั้น กินกันยากเลยทีเดียว

ครับ..คงต้องรอติดตามกันในภาพชุดต่อๆไป ที่เป็นเรื่องราวของวัดทางภาคเหนือ

อีกนิดหนึ่งก่อนจาก ภาพแรกๆของชุดนี้ที่ออกจะดูจืดๆนั้น ถ่ายด้วยฟิล์ม Kodak ISO 400 ซึ่งเป็นคุณสมบัติของฟิล์มไวแสงสูง เหมาะสำหรับถ่ายในสภาพแสงน้อยๆหรือแสงต่ำ แต่ถ้านำมาถ่ายในสภาพแสงปกติ มันจึง Drop ลง และดู ไม่ค่อยสดใสแบบที่เห็น ซึ่งความจริงแล้ว สภาพแสงขณะนั้นควรใช้ฟิล์มไวแสงที่ 100 จึงจะให้สีสันออกมาดีกว่าสัจจธรรมในเรื่องนี้ นักถ่ายภาพไม่ควรลืมนะครับ

"ภาพแสงต่ำต้องใช้ฟิล์มไวแสงสูง ภาพแสงสูงต้องใช้ฟิล์มไวแสงต่ำ" ภาพจึงจะออกมาสวยดั่งใจ






 
   
     
 
Photoontour.com