The Royal Creamation Ceremony for His Majesty King Bhumibol Adulyadej
รวมภาพพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่9)
ซ้อมก่อนวันจริง : Rehearsal Prepares
ริ้วขบวน-ถวายพระเพลิง : Royal Cremation
พระเมรุมาศ : Phra Meru Mas
พระบรมวงศานุวงศ์ : Royalty
ประชาชน : People
พระเมรุมาศในอดีต : In the Past
ราชวงศ์ต่างประเทศ : Foreign guests
พระบรมราชสรีรางคาร : Ashes of the King
รวมภาพอื่นๆ : More
    10   ข้อมูลพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ รัชกาลที่9 ออกไปหน้าแรก รวมภาพพระราชพิธีพระบรมศพ ร.9
 
    ข้อมูลและประวัติ รัชกาลที่9  :  รวมภาพในหลวงรัชกาลที่9  :  งานพระราชพิธีพระบรมศพ
 
          
 
 


พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่9

(จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)

พระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นพระราชพิธีที่รัฐบาลไทยจัดขึ้นเพื่อแสดงความอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ภายหลังการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จัดขึ้น ณ พระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ระหว่างวันที่ 25 – 29 ตุลาคม พ.ศ. 2560 โดยวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2560 เป็นวันถวายพระเพลิง คณะรัฐมนตรีจึงกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ

สำหรับการดำเนินการพระราชพิธีฯ นั้น คณะทำงานทุกฝ่ายได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง มีการสร้างพระเมรุมาศและอาคารประกอบ เช่น พระที่นั่งทรงธรรม ศาลาลูกขุน เป็นต้น ส่วนการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ ราชยาน และเครื่องประกอบพระราชพิธีนั้น ได้มีการซ่อมแซมพระมหาพิชัยราชรถ พระยานมาศสามลำคาน ราชรถน้อย และพระที่นั่งราเชนทรยาน เพื่อให้พร้อมใช้ในพิธีจริง

นอกจากนี้ยังมีการจัดสร้างราชรถ ราชยานขึ้นมาใหม่ คือ ราชรถปืนใหญ่และพระที่นั่งราเชนทรยานน้อย รวมทั้งประติมากรรมประกอบพระเมรุมาศในพระราชพิธีครั้งนี้ได้มีการปรับปรุงให้มีความร่วมสมัย  โดยมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์วินิจฉัยในการจัดสร้างพระเมรุมาศ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานอำนวยการพระราชพิธี


การเตรียมงาน

พระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชขณะดำเนินการก่อสร้าง

พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ เริ่มเตรียมการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2559 เรื่อยมา มีการสร้างพระเมรุมาศ และอาคารประกอบ การบูรณปฏิสังขรณ์พระมหาพิชัยราชรถ ราชยาน และเครื่องประกอบพระราชพิธี รวมถึงการเตรียมงานมหรสพในงานออกพระเมรุมาศ โดยสรุปแล้วเรียงลำดับการเตรียมงานได้ดังนี้



พ.ศ. 2559

3 พฤศจิกายน ปรับพื้นที่บริเวณท้องสนามหลวงให้รองรับการจัดพระราชพิธี
14 พฤศจิกายน บวงสรวงตัดไม้จันทน์หอม
19 ธันวาคม บวงสรวงพระมหาพิชัยราชร5
20 ธันวาคม ช่างสิบหมู่รับมอบไม้จันทน์หอ,
26 ธันวาคม ปักหมุดก่อสร้างพระเมรุมาศ



พ.ศ. 2560


27 กุมภาพันธ์ บวงสรวงยกเสาเอกเพื่อเริ่มการก่อสร้างพระเมรุมาศ
1 มีนาคม ประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานฯ ครั้งแรก ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ มาทรงร่วมการประชุมด้วย
24 มีนาคม บวงสรวงราชรถปืนใหญ่
1 พฤษภาคม ส่งมอบราชรถปืนใหญ่ให้กรมศิลปากร
5 พฤษภาคม กรมศิลปากรเคลื่อนย้ายราชรถปืนใหญ่ไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เพื่อดำเนินการตกแต่งให้สมพระเกียรติ
26 มิถุนายน ประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานฯ ครั้งที่ 2
6 กรกฎาคม ติดตั้งกล้องและเครื่องเสียงในการถ่ายทอดสดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
21 กันยายน บวงสรวงการอัญเชิญราชรถและพระยานมาศ
2 ตุลาคม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ตรวจความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้างประกอบ
4 ตุลาคม มีการเปิดเผยว่าพระเมรุมาศจะเสร็จสิ้นการก่อสร้างในวันที่ 10 ตุลาคม
11 ตุลาคม คณะทูตานุทูตจาก 65 ประเทศเข้าเยี่ยมชมการก่อสร้างพระเมรุมาศและราชรถ
12 ตุลาคม ซ้อมยกนพปฎลมหาเศวตฉัตรประดับยอดพระเมรุมาศครั้งแรก
13 ตุลาคม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรความคืบหน้าในการจัดสร้างพระเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้างประกอบเป็นการส่วนพระองค์
16 ตุลาคม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร เปิดเผยว่าการก่อสร้างพระเมรุมาศเสร็จสมบูรณ์แล้ว 100%
17 ตุลาคม ซ้อมยกนพปฎลมหาเศวตฉัตรประดับยอดพระเมรุมาศครั้งที่ 2
18 ตุลาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินมาในการพระราชพิธีทรงยกนพปฎลมหาเศวตฉัตรประดับยอดพระเมรุมาศ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เป็นอันเสร็จสิ้นการก่อสร้างพระเมรุมาศอย่างสมบูรณ์และเป็นทางการ



พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
ดูเพิ่มเติมที่: ริ้วขบวนในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

พระเมรุมาศระหว่างการถวายพระเพลิงพระบรมศพ
คณะรัฐมนตรีรับทราบมติที่คณะอนุกรรมการฯ ฝ่ายจัดการพระราชพิธีฯ กำหนดวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในระหว่างวันที่ 25-29 ตุลาคม พ.ศ. 2560 พร้อมทั้งพิจารณาหมายกำหนดการพระราชพิธีฯ และกำหนดจำนวนริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศไว้เป็นที่เรียบร้อย  โดยมีพระราชพิธีสำคัญ ได้แก่ พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุ ในวันที่ 25 ตุลาคม,

พระราชพิธีเชิญพระบรมโกศออกพระเมรุมาศ และถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในวันที่ 26 ตุลาคม ซึ่งคณะรัฐมนตรีกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษด้วย, พระราชพิธีเก็บพระบรมอัฐิและเชิญพระบรมอัฐิและพระบรมราชสรีรางคารกลับเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง ในวันที่ 27 ตุลาคม,

พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิ ในวันที่ 28 ตุลาคม, พระราชพิธีเลี้ยงพระ และเชิญพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐาน ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท และพระราชพิธีบรรจุพระบรมราชสรีรางคาร ในวันที่ 29 ตุลาคม


พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุ

วันพุธที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2560 เวลา 15.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง

ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะพระบรมศพ ทรงจุดธูปเทียนนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ทรงประเคนพัดกรองที่ระลึกงานออกพระเมรุแด่สมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะที่จะถวายพระธรรมเทศนา และพระราชาคณะที่จะสวดศราทธพรต 30 รูป

พระสงฆ์ที่จะสดับปกรณ์ 89 รูป เท่าพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระสงฆ์ที่จะสวดพระอภิธรรม 8 รูป บรรพชิตจีนและญวน 20 รูป พระราชาคณะถวายพระธรรมเทศนา ถวายไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ จากนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทอดผ้าไตรถวายพระเทศนา

พระสงฆ์สวดศราทธพรต พระสงฆ์สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา บรรพชิตจีนและญวนสวดมาติกา สดับปกรณ์ และถวายอนุโมทนา ทรงจุดธูปเทียนที่แท่นเตียงพระสวดพระอภิธรรม แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ

อนึ่ง สำหรับพัดรองที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประเคนแด่พระพิธีธรรมนั้น ด้านหน้าปักรูปครุฑ อัญเชิญพระปรมาภิไธย ภปร. ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎเหนือบัลลังก์บุษบก โดยศึกษาจากพัดรองในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว


พระราชพิธีเชิญพระบรมโกศออกพระเมรุมาศ

ริ้วขบวนต่างๆ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ริ้วขบวนที่ 1 เชิญพระโกศทองใหญ่โดยพระยานมาศสามลำคานจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ขึ้นประดิษฐานในบุษบกพระมหาพิชัยราชรถ

ริ้วขบวนที่ 2 เชิญพระโกศทองใหญ่ขึ้นประดิษฐานในบุษบกพระมหาพิชัยราชรถ เข้าสู่พระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

ริ้วขบวนที่ 3 เชิญพระโกศทองใหญ่ลงจากพระมหาพิชัยราชรถ ประดิษฐานพระโกศทองใหญ่บนราชรถปืนใหญ่

ริ้วขบวนที่ 4 เชิญพระโกศพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐานในบุษบกพระที่นั่งราเชนทรยาน และเชิญพระบรมราชสรีรางคารขึ้นประดิษฐานในพระที่นั่งราเชนทรยานน้อยจากพระเมรุมาศเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง

ริ้วขบวนที่ 5 เชิญพระโกศพระบรมอัฐิโดยพระที่นั่งราเชนทรยานไปประดิษฐานพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

ริ้วขบวนที่ 6 ขบวนกองทหารม้า เชิญพระบรมราชสรีรางคารทั้งหมดจากพระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยรถยนต์พระที่นั่ง ออกจากพระบรมมหาราชวังไปบรรจุ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร และวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร

วันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2560 เวลา 07:24 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินไปในการเชิญพระบรมโกศออกพระเมรุมาศ ในการนี้ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะพระบรมศพและเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจําพระชนมวาร ทรงทอดผ้าไตร ก่อนอัญเชิญพระบรมโกศพระราชาคณะ 30 รูป สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลื้องพระโกศทองใหญ่เชิญพระลอง ลงจากพระแท่นสุวรรณเบญจดลไปประดิษฐานที่พระยานมาศสามลําคาน ที่ ประตูกําแพงแก้วพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯตามไปส่งที่ชาลาพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท มุขเหนือ อัญเชิญพระบรมโกศด้วย พระยานมาศสามลําคานออกจากพระบรมมหาราชวัง ถวายนพปฎลมหาเศวตฉัตรคันดาลกางกั้น แล้วยาตราขบวนพระบรมราชอิสริยยศไปยังพระมหาพิชัยราชรถ หน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดําเนินไปยังพลับพลายกหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ทรงทอดผ้าไตร 20 ไตร ที่ท้ายเกรินบันไดนาคพระมหาพิชัยราชรถ พระสงฆ์สดับปกรณ์เที่ยวละ 5 รูป อัญเชิญพระบรมโกศ ขึ้นประดิษฐานในบุษบกพระมหาพิชัยราชรถ ยาตราขบวนแห่อัญเชิญพระบรมโกศ ไปยังพระเมรุมาศท้องสนามหลวง

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯตาม เมื่อขบวนพระบรมราชอิสริยยศแห่อัญเชิญพระบรมโกศเข้าสู่ท้องสนามหลวง ขณะนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯไปประทับรอที่พลับพลายกนอกราชวัติพระเมรุมาศ

เมื่อเทียบพระมหาพิชัยราชรถอัญเชิญพระบรมโกศลงจากพระมหาพิชัยราชรถโดยเกรินบันไดนาคประดิษฐานพระบรมโกศบนราชรถปืนใหญ่เพื่อตั้งขบวนพระบรมราชอิสริยยศ สําหรับเวียนพระเมรุมาศ เสร็จแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จฯตามพระบรมโกศเวียนพระเมรุมาศ ครบ 3 รอบแล้ว

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จฯไปประทับ ณ พระที่นั่งทรงธรรม เทียบราชรถปืนใหญ่ที่เกรินบันไดนาคพระเมรุมาศอัญเชิญพระบรมโกศขึ้นประดิษฐาน ณ พระจิตกาธาน ปิดพระฉากและพระวิสูตร ประกอบพระโกศจันทน์ ตั้งแต่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว เปิดพระฉากและพระวิสูตร

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นพระเมรุมาศ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมศพ เสด็จลงจากพระเมรุมาศ เสด็จขึ้นผ่านพระที่นั่งทรงธรรมไปประทับรถยนต์พระที่นั่งหลังพระที่นั่งทรงธรรม เสด็จพระราชดําเนินกลับ


พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จขึ้นไปถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (พระราชพิธีทางการ)

ระหว่างที่พระบรมศพประดิษฐานที่พระเมรุมาศ จะมีพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมบนบุษบกซ่างทั้ง 4 ซ่าง ทั้งกลางวันและกลางคืน จนกว่าจะได้อัญเชิญพระบรมอัฐิกลับ และมีชาวพนักงานประโคมกระทั่ง มโหระทึก สังข์ แตร กลองชนะ ปี่พาทย์และประโคมยามตามเวลา


พระราชพิธีทางการ

วันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2560 เวลา 17:15 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินไปยัง พระที่นั่งทรงธรรม ณ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย สําหรับพระบรมศพทรงธรรมที่พระเมรุมาศ สมเด็จพระสังฆราชถวายพระธรรมเทศนาจบ

พระราชาคณะ 50 รูป สวดศราทธพรต ถวายไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์และทรงทอดผ้าไตร ถวายพระเทศน์และพระสงฆ์ที่สวดศราทธพรตสดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ออกจากพระที่นั่งทรงธรรม เสด็จฯไปประทับที่มุขหน้าพระที่นั่งทรงธรรม ผู้แทนจิตอาสาเชิญดอกไม้จันทน์ 9 พานผ่านพระที่นั่งทรงธรรม ถวายความเคารพแล้วเดินออกจากมณฑลพิธี จากนั้นเสด็จขึ้นพระเมรุมาศ ทหารกองเกียรติยศพระบรมศพเป่าแตรนอน

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนดอกไม้จันทนถวายพระเพลิงพระบรมศพ ชาวพนักงาน ประโคมกระทั่งมโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะและปี่พาทย์ ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ ถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี และยิงปืนเล็กยาว 9 นัด พร้อมกับทหารปืนใหญ่ยิงปืนใหญ่ถวาย พระเกียรติ 21 นัด เสด็จ ฯ ไปประทับ มุขหน้าพระที่นั่งทรงธรรม จากนั้น คณะบุคคลต่างๆ จะได้ขึ้นถวายพระเพลิงพระบรมศพ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชปฏิสันถารกับพระประมุข พระราชวงศ์ และผู้แทนรัฐบาลจากต่างประเทศ แล้วเสด็จพระราชดําเนินกลับ



พระราชพิธีจริง (ส่วนพระองค์)

วันเดียวกัน เวลา 22:30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปยังพระที่นั่งทรงธรรม พระสงฆ์สวดมาติกา ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ 30 รูป สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ออกจากพระที่นั่งทรงธรรรม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นพระเมรุมาศ พร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงจุดไฟดอกไม้จันทน์ถวายพระเพลิงพระบรมศพ

อีกสักครู่ ประชาชนจึงเห็นควันลอยออกมาจากพระเมรุมาศ จากนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปประทับมุขหน้าพระที่นั่งทรงธรรม เจ้าพนักงานปฏิบัติการถวายพระเพลิงพระบรมศพเสร็จแล้ว ทรงทอดผ้าไตรที่พระจิตกาธาน พระสงฆ์ 10 รูป สดับปกรณ์เสร็จแล้ว เสด็จพระราชดําเนินกลับ

อนึ่ง พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งผ่านสื่อมวลชนว่าเป็นพระราชพิธีส่วนพระองค์ ไม่มีการถ่ายทอดสด  ส่วนโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ได้ขึ้นข้อความให้ประชาชนในท้องสนามหลวงได้ทราบและปฏิบัติตามโดยทั่วกันเมื่อเวลา 22:00 น. ว่า
"พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ขอจงทุกท่านหันหน้าเบื้องพระเมรุมาศเพื่อถวายความเคารพสูงสุด"

พระราชพิธีเก็บพระบรมอัฐิ เชิญพระบรมอัฐิและพระบรมราชสรีรางคารกลับสู่พระบรมมหาราชวัง
วันศุกร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2560 เวลา 8:43 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระเมรุมาศ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จขึ้นพระเมรุมาศ เจ้าพนักงานภูษามาลาเปิดผ้าเยียรบับที่ถวายคลุมพระบรมอัฐิ

ทรงจุดธูปเทียนถวายราชสักการะพระบรมอัฐิ ถวายสรงพระบรมอัฐิด้วยน้ําพระสุคนธ์ทั่วแล้ว เจ้าพนักงานภูษามาลาถวายผ้าเยียรบับคลุมพระบรมอัฐิ ทรงจุดธูปเทียน เครื่องทองน้อยสําหรับพระบรมอัฐิบูชาพระสงฆ์ ทรงทอดผ้าไตรถวายพระ 3 หาบ

พระสงฆ์ขึ้นสดับปกรณ์พระบรมอัฐิ พระสงฆ์สดับปกรณ์ครบ 9 รูป แล้ว เจ้าพนักงานภูษามาลาเปิดผ้าคลุมพระบรมอัฐิทรงเก็บพระบรมอัฐิสรงพระสุคนธ์แล้วประมวลลงในพระโกศทองคําลงยารวม 6 พระโกศ
ทรงพระราชทานพระโกศพระบรมอัฐิแก่พระบรมวงศ์แล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานภูษามาลาอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิลงจากพระเมรุมาศไปยังพระที่นั่งทรงธรรม เสด็จฯตามประทับที่หน้าอาสน์สงฆ์เจ้าพนักงานภูษามาลาอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิประดิษฐานในบุษบกเหนือพระแท่นแว่นฟ้า

ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะพระบรมอัฐิแล้วทรงประเคนโตกสํารับภัตตาหาร 3 หาบ แด่พระสงฆ์ 9 รูป พระสงฆ์ 3 หาบ รับพระราชทานฉันเสร็จแล้ว เสด็จฯไปถวายเครื่องสังเค็ดงานถวายพระเพลิงพระบรมศพแด่พระสงฆ์ 3 หาบและพระสงฆ์ 30 รูป พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ออกจากพระที่นั่ง พระสงฆ์อีก 30 รูป ขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์ สวดมาติกา ทรงทอดผ้าไตร

พระสงฆ์สดับปกรณ์พระบรมอัฐิถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ออกจากพระที่นั่งตั้งขบวนพระบรมราชอิสริยยศอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิและพระบรมราชสรีรางคาร เข้าไปยังพระบรมมหาราชวัง
เจ้าพนักงานภูษามาลาอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐานในบุษบกพระที่นั่งราเชนทรยานและอัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคารประดิษฐานในบุษบกพระที่นั่งราเชนทรยานน้อย

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯตามพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เข้าริ้วไปยังพระบรมมหาราชวังยาตราขบวนพระบรมราชอิสริยยศอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิพระบรมราชสรีรางคาร ขบวนพระบรมราชสรีรางคารเกยเข้าวัดพระศรีรัตนศาสดารามทางประตูเกยหลังวัด อัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคารพักไว้ที่ พระศรีรัตนเจดีย์

ขบวนพระบรมราชอิสริยยศอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิเข้าประตูพิมานไชยศรี เทียนพระที่นั่งราเชนทรยานที่พระนั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นทรงรับที่พระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท เจ้าพนักงานภูษามาลาอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิ

จากพระที่นั่งราเชนทรยานขึ้นพระที่นั่ง ดุสิตมหาปราสาท ประดิษฐานที่บุษบก แว่นฟ้าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯตาม เมื่อประดิษฐานพระโกศพระบรมอัฐิ เรียบร้อยแล้วสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมอัฐิ เสด็จพระราชดําเนินกลับ



พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐ

วันเสาร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2560 เวลา 17:32 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดําเนินไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงจุดธูปเทียนถวายราชสักการะพระบรมอัฐิและพระอัฐิสมเด็จพระบรมราชบุพการีที่ประดิษฐานบนพระแท่นมหาเศวตฉัตร และทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จประปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งประดิษฐาน ณ พระแท่นแว่นฟ้า แล้วทรงจุดธูปเทียนบูชา

พระพุทธรูปประจําพระชนมวารสมเด็จพระบรมราชบุพการีและพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แล้วทรงประเคนพัดรองที่ระลึกงานทรงบําเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิแด่พระราชาคณะที่ถวายพระธรรมเทศนา พระราชาคณะ 31 รูป ที่สวดพระพุทธมนต์ พระสงฆ์ที่รับอนุโมทนา 4 รูป

พระสงฆ์ที่สวดมาติกาและสดับปกรณ์ 12 รูป ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์พระบรมอัฐิถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม ทรงศีล พระราชาคณะถวายพระธรรมเทศนาจบ ถวายอนุโมทนา (บนธรรมาสน์) พระสงฆ์ 4 รูปรับอนุโมทนา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้าไตรถวายพระเทศน์และพระสงฆ์ที่รับอนุโมทนา รวม 5 รูป ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง ทรงทอดผ้าไตรพระสงฆ์ 12 รูป สวดมาติกา สดับปกรณ์พระบรมอัฐิและพระอัฐิสมเด็จพระบรมราชบุพการีที่อัญเชิญออกมาในการพระราชกุศลนี้ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง เสด็จพระราชดําเนินกลับ



พระราชพิธีเลี้ยงพระและเชิญพระบรมอัฐิประดิษฐาน ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

วันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2560 เวลา 10:43 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดําเนินไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงจุดธูปเทียนถวายราชสักการะพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจําพระชนมวาร ที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 30 รูป ที่สวดพระพุทธมนต์แต่วันก่อนถวายพระพร

ทรงประเคนภัตตาหาร พระสงฆ์รับพระราชทานฉัน แล้วทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง ทรงจุด ธูปเทียนเครื่องทรงธรรม ทรงศีล พระราชาคณะถวายพระธรรมเทศนาจบแล้ว ถวายอนุโมทนา พระสงฆ์ 4 รูปรับอนุโมทนา ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์แล้วทรงทอดผ้าไตร ถวายพระเทศน์และพระสงฆ์ที่รับอนุโมทนา รวม 5 รูป สดับปกรณ์ ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง พระสงฆ์ 89 รูป เท่าพระชนมพรรษา

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขึ้นนั่งยัง อาสน์สงฆ์สวดมาติกา ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์เป็นเที่ยวๆ จบครบ 89 รูป (เที่ยวแรก 12 รูป สดับปกรณ์ แล้วถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เที่ยวต่อไปเที่ยวละ 11 รูป จํานวน 7 เที่ยว ขึ้นสดับปกรณ์แล้วลงจากพระที่นั่ง)

จากนั้นเจ้าพนักงานเทียบพระที่นั่งราเชนทรยานที่พระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท ตั้งขบวนพระบรมราชอิสริยยศอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯตามพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ อัญเชิญ พระโกศพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐานที่พระวิมาน บนพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เรียบร้อยแล้ว เสด็จพระราชดําเนินกลับ



พระราชพิธีบรรจุพระบรมราชสรีรางคาร

วันเดียวกัน เวลา 17:28 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ไปยังศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีพระบรมวงศานุวงศ์เฝ้าฯ รับเสด็จเจ้าพนักงานภูษามาลาอัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยพระราชยานจากพระศรีรัตนเจดีย์ มีตํารวจหลวงนํา ไปออกประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม อัญเชิญไปถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ รถยนต์พระที่นั่ง แล้วรถพระที่นั่งเคลื่อนเข้าริ้วขบวนที่ 6

ขบวนกองทหารม้านําและตามตั้งขบวน พร้อมอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารจากวัดพระศรีรัตนศาสดารามโดยรถยนต์พระที่นั่ง ออกจากพระบรมมหาราชวังทางประตูวิเศษไชยศรีไปยังวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยขบวนทหารม้านํา

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีประทับรถยนต์พระที่นั่งทรงอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร กองทหารม้าตาม เจ้าพนักงานภูษามาลาอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารจากรถยนต์พระที่นั่งเข้าประตูวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปยังพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงวางพุ่มดอกไม้

ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ แล้วเสด็จฯไปยังพระอุโบสถ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธอังคีรส พระประธาน พระอุโบสถ

ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระราชสรีรางคารสมเด็จพระนางเจ้ารําไพพรรณีพระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 และพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

พระสงฆ์สวดมาติกา ทรงทอดผ้าไตรพระสงฆ์ 30 รูป สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก แล้วทรงบรรจุพระบรมราชสรีรางคารที่ ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธอังคีรส ทรงวางพวงมาลา ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ชาวพนักงานประโคมกระทั่งมโหระทึก สังข์ แตร กลองชนะ ทหารกองเกียรติยศ บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี

จากนั้นเสด็จพระราชดําเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่งทรงอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร อีกส่วนหนึ่งขบวนกองทหารม้าขบวนเดิม เชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคารออกจากวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ไปยังวัดบวรนิเวศวิหารโดยขบวนทหารม้านําและตามอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร จากรถยนต์พระที่นั่งเข้าประตูวัดบวรนิเวศวิหารไปยังพระอุโบสถ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธชินสีห์ พระประธานพระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

พระสงฆ์สวดมาติกา ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ 30 รูป สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรกแล้วทรงบรรจุพระบรมราชสรีรางคารที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธชินสีห์ ทรงวางพวงมาลา ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ชาวพนักงานประโคมกระทั่งมโหระทึก สังข์ แตร กลองชนะ ทหารกองเกียรติยศ บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีจบแล้วเสด็จพระราชดําเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดําเนินกลับ


 
  ออกไปหน้าแรก รวมภาพพระราชพิธีพระบรมศพ  
 
     
Bhumibol Adulyadej (King RamaIX)
ในหลวงภูมิพล อดุลยเดช รัชกาลที่ 9
Maha Vajiralongkorn (King RamaX)
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ์ รัชกาลที่10
Queen Sirikit
สมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์
 
Suthida Vajiralongkorn
พลเอก สุทิดา วชิราลงกรณ์
พระวรชายา(ปัจจุบัน)
 
Princess Ubol Ratana
ทูลกระหม่อมฯอุบลรัตน์
 
Princess Srirasmi
พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์
(อดีตพระวรชายา)
 
Prince Vajiralongkorn
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช
 
Sujarinee Vivacharawongse
สุจาริณี วิวัชรวงศ์
(อดีตคู่สมรส)
 
Princess Sirindhorn
สมเด็จพระเทพฯ
 
Princess Soamsawali
พระองค์เจ้าโสมสวลี
(อดีตพระวรชายา)
 
Princess Chulabhorn
เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์
 
 
ในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคต
  การสวรรคคตในหลวงภูมิพลเมื่อวันที่ 13 ตค.59 
  และงานพระราชพิธีพระบรมศพ
    ลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ทรงมีพระอาการประชวรหนักจนสวรรคต
 
ต่อด้วยเหตุการณ์ต่างๆหลังจากนั้นเป็นต้นมา 
 
    งานพระราชพิธี : งานพระบรมศพ งานเฉลิมฉลอง งานเทิดพระเกียรติ พระราชพิธีต่างๆ
งานพระบรมศพ
ในหลวงภูมิพล
งานพระบรมศพ
ในหลวงภูมิพล
พิธีจรดพระนังคัล
แรกนาขวัญ
พระบรมศพ
สมเด็จพระพี่นาง
5 ธันวา
มหาราช
12 สค.
มหาราชืนี
งานราชพฤกษ์
งานพืชสวนโลก
ฉลองสิริราช
ครบ 60 ปี
พระยุหยาตราฯ
ทางชลมารค
             

Photo Gallery
Travel Photo
Foreign Travel Photo
City tour
Events
Flowers
World Photos

Royal Royal institution
King of Thailand
Chakri Disaster
Wallpapers

Royal Family
Royal Ceremony
King Maha Vajiralongkorn

History
Thai History
Old Photos
Thai Kingdom
Famous Persons

Portraits
Pretty Motorshow & Others
Baby & Child
Asain Girls

Others
News
Video Clip
Photo Contest
Tips & Tricks
Quest
Camera Review
WebSite Update
Contact Us
About Us
Facebook

แกลลอรี่ภาพถ่าย
ภาพท่องเที่ยวในประเทศ
ภาพท่องเที่ยวต่างประเทศ
ท่องเมืองกรุง
ภาพเหตุการณ์ใน-ต่างประเทศ
ภาพดอกไม้
ภาพสวยจากทั่วโลก

ภาพสถาบันพระมหากษัตริย์
กษัตริย์ไทย
กษัตริย์ราชวงศ์จักรี
วอลเปเปอร์ภาพในหลวงร.9 และราชินี


พระบรมวงศานุวงศ์ พระราชพิธี
ภาพงานพระราชพิธี

พระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ์

ประวัติศาสตร์ไทย
ประวัติศาสตร์ไทย
ภาพเก่าเมืองไทยในอดีต
อาณาจักรไทย
ภาพและประวัติบุคคลสำคัญ

ภาพบุคคล
พริตตี้งานมอเตอร์โชว์ และอื่นๆ
ภาพเด็กน่ารัก
สาวอาเซียน
อื่นๆ
ข่าว
คลืปวีดีโอ

ข่าวประกวดภาพถ่าย
เทคนิค และกราฟิค
แขกผู้มาเยือน
รีวิวกล้อง
เว็บอัพเดตและไทม์ไลน์
ติดต่อเว็บมาสเตอร์
เฟชบุ๊ค