Home  : City Tour : EventsPhoto Gallery : Royal Photos : Portraits : Wallpapers Outbound tour : Asia Girl : Clip VDO : Flowers : Prety Motor Show : Site update :
    Home
Home > Royal Photos > King Data > Srirasmi  
  ข้อมูลพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ
 
  ออกไปหน้าหลัก ประวัติในหลวง พระราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์


พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์
พระวรชายาฯ

(พ.ศ.2540-2557)


  พระราชประวัติ
  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

  พระราชโอรส/ธิดา
  ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา
  สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์
  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร
  สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์


 
  (อดีต)พระวรชายาสมเด็จพระบรมฯ
  พระองค์เจ้าโสมสวลี (พ.ศ.2520-36)

  (อดีต)คู่สมรสสมเด็จพระบรมฯ
  สุจาริณี วิวัชรวงศ์ (พ.ศ.2537-2539)

  (อดีต)พระวรชายาสมเด็จพระบรมฯ
  พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ(พ.ศ.2540-2557)

 
พระวรชายา(ปัจจุบัน)
  พลโทหญิงสุทิดา วชิราลงกรณ์(พ.ศ.2556-ปัจจุบัน)
ข้อมูลพระวรชายา และอดีตคู่สมรส สมเด็จพระบรมฯ
1 พระองค์เจ้าโสมสวลี อดีตพระวรชายา (พ.ศ.2520-36)
2 สุจาริณี วิวัชรวงศ์ อดีตคู่สมรส (พ.ศ.2537-39)
3 พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ อดีตพระวรชายาฯ(พ.ศ.2540-57)
4 พลโทหญิงสุทิดา วชิราลงกรณ์ พระวรชายา(ปี56-ปัจจุบัน)
ข้อมูลพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ Princess Srirasmi
 
ประวัติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ
การเข้าสู่ราชวงศ์
พระกรณียกิจ
สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ “พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ ฯ”มีครรภ์
ราชเลขาฯ สั่งยกเลิก นามสกุลพระราชทาน ‘อัครพงศ์ปรีชา‘
ประกาศสำนักนายกฯ
ติดตามข่าวน้องชายพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ "ตระกูลอัครพงศ์ปรีชา" ที่โด่งดังไปทั่วประเทศ
ประกาศราชกิจจานุเบกษา พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ ลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งราชวงศ์
ชีวิตดั่งละคร ‘ท่านผู้หญิง ศรีรัศมิ์ สุวะดี’ 13 ปี ในรั้วพระราชวัง
ชมภาพพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์
ชมคลิปพระองค์เจ้าศรีรัศม์และทีปังกรรัศมีโชติ
ชมภาพหายาก พระบรมโอรสา หม่อมศรีรัศมิ์ และทีปังกร
ชมคลิป ชมภาพ ข่าว และประกาศต่างๆ เกี่ยวกับพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์

 

       




ประวัติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

พระอิสริยยศ         พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
ฐานันดรศักดิ์         พระองค์เจ้าชั้นโท
ราชวงศ์  ราชวงศ์จักรี

ข้อมูลส่วนพระองค์
ประสูติ   9 ธันวาคม พ.ศ. 2514 (42 ปี)
จังหวัดสมุทรสงคราม ไทย
พระบิดา อภิรุจ อัครพงศ์ปรีชา
พระมารดา             วันทนีย์ อัครพงศ์ปรีชา
พระราชสวามี        สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร
(พ.ศ. 2544 - ปัจจุบัน)
พระโอรส/ธิดา       พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ

พลตรีหญิง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (พระนามเดิม: ศรีรัศมิ์ อัครพงศ์ปรีชา; ประสูติ: 9 ธันวาคม พ.ศ. 2514) พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร


พระประวัติ

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ประสูติเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2514 มีพระนามและสกุลเดิมว่า "ศรีรัศมิ์ อัครพงศ์ปรีชา" เป็นธิดาคนที่สามของอภิรุจ และวันทนีย์ อัครพงศ์ปรีชา พื้นเพเดิมเป็นชาวจังหวัดสมุทรสงครามพี่น้อง 4 คน หนึ่งในนั้นคือ ณัฐพล อัครพงศ์ปรีชา อดีตราชองครักษ์เวร

ด้านการศึกษา ทรงสำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพจาก โรงเรียนกรุงเทพการบัญชีวิทยาลัย ก่อนจะทรงเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรีที่ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช คณะวิทยาการจัดการ สาขาวิชาการจัดการทั่วไป (หลักสูตร 4 ปี) เมื่อปี พ.ศ. 2540



และได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2545 และทรงสำเร็จการศึกษาปริญญาโท หลักสูตรปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (คหกรรมศาสตร์) ภาคพิเศษ สาขาวิชาการพัฒนาการครอบครัวและเด็ก คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ด้วยคะแนนเฉลี่ย 3.94

เข้าสู่พระราชวงศ์



พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ เริ่มเข้าถวายการรับใช้ในพระองค์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 โดยรับผิดชอบหน้าที่การงานในฐานะข้าราชการพลเรือนในพระองค์

นอกจากนี้ ยังได้ถวายงานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในด้านศิลปาชีพ และได้ทรงจดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย ต่อมาเข้ารับพระราชทานน้ำพระมหาสังข์จาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็น "หม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา" เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 และทรงได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ปฐมจุลจอมเกล้าฝ่ายใน เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2547

เราอยากจะสร้างครอบครัวขึ้นมาให้ดี หม่อมมีหน้าที่ดูแลเรื่องต่าง ๆ ภายในบ้าน ดูแลข้าราชบริพาร รวมทั้งถวายงานสมเด็จฯ (สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ) เราใช้ชีวิตกันแบบสบาย ๆ ไม่มีอะไร...

เราอายุ 50 ปีแล้ว ไม่อยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ อยากได้ครอบครัวที่ดี ที่คนพอใจเป็นประโยชน์ คบได้ ไม่ใช่เป็นการเอาอะไรมาใส่ประชาชน แต่ขอให้ประชาชนยอมรับว่าคนนี้ใช้ได้ ถ้าเป็นหม่อมในพระบรมฯ ทุกคนก็ต้องกราบไหว้ มันก็พัง

พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์มีพระประสูติกาลพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ พระโอรส เมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2548 และต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สถาปนา หม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา ขึ้นดำรงพระอิสริยยศเป็น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2548

พระกรณียกิจ

ด้านการต่างประเทศ

วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2554 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร และพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ พล.อ.ท.ภัดี แสงชูโต นำผ้าห่มกันหนาว 20,000 ผืน ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิในโทโฮะกุ พ.ศ. 2554 ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยมีนายกษิต ภิรมย์ เป็นผู้รับมอบ

มูลนิธิ/องค์กรในพระอุปถัมภ์

ศูนย์ ๓ วัย สานสายใยรักแห่งครอบครัว
มูลนิธิส่งเสริมการพัฒนาบุคคล
กองทุนทีปังกรนภัทรบุตร

พระอิสริยยศ

นางสาวศรีรัศมิ์ อัครพงศ์ปรีชา (9 ธันวาคม พ.ศ. 2514 — 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544)
หม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา (10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 — 15 มิถุนายน พ.ศ. 2548)
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ (15 มิถุนายน พ.ศ. 2548 — ปัจจุบัน)

ที่มา : วิกิพีเดีย

คลิกดาวน์โหลดฟรี ภาพหม่อมศรีรัศมิ์





สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ “
หม่อมศรีรัศมิ์ฯ”มีครรภ์
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ 14 กุมภาพันธ์ 2548 21:59 น.


แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง หม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา มีครรภ์



ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงอภิเษกสมรสกับหม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา และทรงประกอบพิธีอภิเษกสมรสพระราชทาน เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2544 นั้น

สำนักพระราชวังขอแถลงให้ทราบโดยทั่วกันว่า บัดนี้ หม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา ได้มีครรภ์ และคาดว่าจะมีสูติกาลประมาณกลางเดือนพฤษภาคม 2548
      
สำนักพระราชวัง วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2548
      
โดยเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2545 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สื่อมวลชนเข้าเฝ้าฯ และพระราชทานสัมภาษณ์เกี่ยวกับหม่อมศรีรัศมิ์ฯ อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในวันพระราชทานปริญญาบัตรแด่หม่อมศรีรัศมิ์ว่า เป็นคนเรียบร้อย สงบเสงี่ยม อยากให้เขาวางตัวเป็นที่รักของคน เป็นคนมีเมตตา อ่อนโยน เรียนรู้งานดี จะทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้มาก
      
ตอนนี้เราอายุ 50 ปีแล้ว คิดว่าควรจะเริ่มทำงานปฏิบัติหน้าที่ให้สมบูรณ์ โดยเฉพาะเรื่องครอบครัว อยากให้เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ น่ารักและถูกต้องในสายตาประชาชน ไม่ใช่การมาหาเสียง หรือทำให้ป๊อปปูลาร์ แต่อยากให้ประชาชนได้สบายใจ
      
ตอนนี้อยู่เป็นครอบครัวมีกันอยู่ 4 คน มีเรา หม่อม พระองค์ภา และท่านหญิง อยู่กับหม่อมมาตั้งแต่ปี 2536 อยู่มานาน รู้จักกันมา 9-10 ปีแล้ว ดูใจกันมานานแล้ว โดยปีที่แล้วจดทะเบียน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานน้ำสังข์
      
เราอยากจะสร้างครอบครัวขึ้นมาให้ดี หม่อมมีหน้าที่ดูแลเรื่องต่างๆ ภายในบ้าน ดูแลข้าราชบริพาร รวมทั้งถวายงานสมเด็จฯ เราใช้ชีวิตกันแบบสบายๆ ไม่มีอะไร ถ้าบ้านเสร็จก็อยู่ไป ต่อไปอาจจะมีข่าวดีก็ได้ ซึ่งถ้าโชคดีก็จะมีข่าวดี
      
ที่ไปงานโครงการหลวงที่เชียงใหม่ เป็นการใบ้ให้รู้ว่าได้แต่งงานกับหม่อมศรีรัศมิ์ ก็มีติดตามบ้างตามงานใหญ่ๆ หม่อมเป็นคนธรรมดาๆ อยากให้เขาใช้ความสามารถ ดำเนินชีวิตของเขาเอง เพราะผู้ที่จะมาเป็นคู่ชีวิตต้องเป็นคนที่ใช้ได้ เป็นคนที่มีเมตตาต่อคน เข้ากับคนได้ รู้จักชีวิตคนธรรมดา
      
หม่อมเป็นคนมีความเมตตา มีความอ่อนโยน เป็นมิตรเข้ากับทุกคน และเข้ากับพระองค์ได้ หม่อมมาจากครอบครัวคนธรรมดาๆ ไม่ได้มีอะไรพิเศษ ความเป็นคนธรรมดาๆ นี่ก็ดี เพราะเขาเคยใช้ชีวิตมา พ่อแม่เขาก็ไม่ร่ำรวยอะไร ปัจจุบันนี้ก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร

เขาไม่ชินกับพิธีรีตอง หรือระบบไฮโซทั้งหลาย เขามีความสงบเสงี่ยมเจียมตัว มีความอดทน ไม่เคยให้ร้ายใคร ใช้ชีวิตเรียบง่ายสบายๆ ที่สำคัญมีความอบอุ่นในครอบครัว ทำให้บ้านเป็นบ้าน และหน้าตาก็สวยดีด้วย"
      
ภายหลังพิธีพระราชทานปริญญาบัตรไม่นานนัก สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ พระราชทานสัมภาษณ์อีกครั้ง ที่วังศุโขทัยว่า "ดวงของเราถ้าทำอะไรเป็นเรื่องเป็นราวมากเกินไปจะพัง วันที่จดทะเบียน เราแก้เคล็ดด้วยการใส่เสื้อยืด กางเกงวอร์ม รองเท้าแตะอยู่ที่ประทับชั่วคราว นนทบุรี

ให้ราชเลขาฯถวายหนังสือตามปกติ นั่งอยู่ห้องนั่งเล่น ถึงเวลาก็ให้นายอำเภอเข้ามา เขาก็แต่งตัวธรรมดา บอกให้หม่อมแต่งตัวโทรมๆ แล้วเอากระดาษมาเซ็น พอดีท่านหญิงเข้ามาก็แสดงความยินดี แล้วก็ไปออกกำลังกายธรรมดา
      
วันพระราชทานน้ำสังข์ ท่านก็ดูฤกษ์ให้เอง แต่งตัวสากลเข้าไป ไม่บอกใครด้วยซ้ำ องครักษ์นึกว่าเราจะไปบิน พระราชทานน้ำสังข์เสร็จก็ไม่มีแขก พระราชทานเสร็จก็ตามเสด็จ เราทำให้เป็นเรื่องบังเอิญ เพราะตั้งใจเต็มที่แล้วจะเสีย ถ้าตั้งใจทำอะไรมากเกินไปไม่ดี แต่ทั้งนี้ก็อยู่ที่การวางตัวด้วย
      
เราอายุ 50 ปีแล้ว ไม่อยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ อยากได้ครอบครัวที่ดี ที่คนพอใจเป็นประโยชน์ คบได้ ไม่ใช่เป็นการเอาอะไรมาใส่ประชาชน แต่ขอให้ประชาชนยอมรับว่าคนนี้ใช้ได้ ถ้าเป็นหม่อมในพระบรมฯ ทุกคนก็ต้องกราบไหว้ มันก็พัง
      
10 ปีก็โอเค พิสูจน์กันพอสมควรแล้ว ชีวิตเขาเข้ามาในวังแรกๆ ก็ไม่ได้สบายนักหรอก เหมือนการปลูกต้นไม้มันต้องค่อยๆ โต เราอาจจะมีข่าวดีไม่ปลายปีนี้ (2545) ก็ต้นปีหน้า ปู่ ย่าถามว่าเมื่อไรจะมีหลานผู้ชาย ตอนนี้ก็พยายามอยู่ กำลังทำกิ๊ฟต์อยู่ก็พยายามอยากได้ลูกผู้ชาย
      
สำหรับหม่อมศรีรัศมิ์ฯ เกิดเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2514 เข้ามาถวายการรับใช้ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ตั้งแต่ปี 2536 โดยในฐานะข้าราชการพลเรือนในพระองค์

หลังจบการศึกษาที่กรุงเทพการบัญชีวิทยาลัย ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาบัญชี จากนั้นเข้าศึกษาสาขาวิทยาการจัดการที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชตั้งแต่ปี 2540 กระทั่งเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรเมื่อปี 2545 สาขาบริหารงานบุคคล
      
จากนั้นหม่อมศรีรัศมิ์ฯ ถวายงานศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เรื่อยมา กระทั่งวันที่ 9 ธ.ค.2546 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯเปิดร้านศูนย์ศิลปาชีพ 904 ในบริเวณจังหวัด 193 หรือกรมทหารมหาดเล็ก รักษาพระองค์

ซึ่งหม่อมศรีรัศมิ์เป็นประธานคณะกรรมการ โดย พล.ต.ไพรัตน์ วิมุกตลพ ผู้ว่าราชการจังหวัด 193 เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ เพื่อเป็นการเสริมรายได้ในครอบครัวให้แก่ข้าราชบริพาร ที่พักอาศัยภายในบ้านพัก กว่า 5,000 คน
      
โดยรับสมัครแม่บ้านครอบครัวข้าราชบริพารภายในจังหวัด 193 เข้าเป็นสมาชิกเมื่อประมาณกลางปี 2544 และแบ่งกลุ่มงานออกเป็น 7 แผนกคือ 1.แผนกดอกไม้ประดิษฐ์ 2.แผนกปักผ้า 3.แผนกตัดเย็บเสื้อผ้า 4.แผนกเนิร์สเซอรี่ 5.แผนกการศึกษานอกโรงเรียน 6.แผนกขนมไทยและอาหารว่าง และ 7.แผนกห้องสมุด




ติดตามข่าวญาติพี่น้องหม่อมศรีรัศมิ์ที่พัวพันกับคดถูกจับในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ กักขังหน่วงเหนี่ยวและกรรโชกทรัพย์
ชมภาพขุมทรัพย์และภาพเหตุการณ์การจับกุมผู้กระทำผิดในคดีต่างๆของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. และเครือข่าย



       


ราชเลขาฯ สั่งยกเลิก นามสกุลพระราชทาน ‘อัครพงศ์ปรีชา‘

ที่มา : http://news.mthai.com/headline-news/403022.html

วันนี้(29 พ.ย.)กองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร สำนักงานราชเลขานุการในพระองค์ฯ ได้ส่งหนังสือถึง  ปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยระบุว่า

ด้วยกองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร ขอยกเลิกชื่อ สกุล พระราชทาน “อัครพงศ์ปรีชา” โดยให้ผู้ที่ใช้ชื่อ สกุล พระราชทานนี้ ในปัจจุบัน กลับไปใช้ชื่อสกุลเดิม

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และดำเนินการต่อไป ลงชื่อ พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์ฯ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร

ด้านพล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผบ.ตร.ในฐานะ รรท.ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และโฆษกตร.เผยกับไทยพีบีเอสว่าขณะนี้ได้รับหนังสือแล้วและจะมีการดำเนินการถอดนามสกุลดังกล่าวออกคาดว่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 1 ธ.ค.นี้

ด้านสำนักข่าวไทยรายงานว่า หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ได้มีคำสั่ง ปลดข้าราชการ ว่าที่ พ.ต.ณัฐพล อัครพงศ์ปรีชา ผู้ช่วยนายทหารธุรการ กองบังคับการ สำนักงานฝ่ายเสนาธิการในพระองค์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ออกจากราชการ

โดยไม่มีบำเหน็จบำนาญ และถอดออกจากว่าที่ยศทหาร เนื่องจากกระทำความผิดวินัยทหาร ผิดกฎหมายบ้านเมือง

รวมถึงปลดและถอดยศ จ.ส.อ.สิทธิศักดิ์ อัครพงศ์ปรีชา เสมียนกองบังคับการ สำนักงานฝ่ายเสนาธิการ ในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องจากกระทำความผิดวินัยทหาร ผิดกฎหมายบ้านเมือง ปละสำนักพระราชวังยังมีคำสั่งไล่ออกจากราชการ­นายณรงค์ อัครพงศ์ปรีชา ข้าราชการพลเรือนในพระองค์ด้วย






3 ผู้ต้องหา นามสกุล อัครพงศ์ปรีชา (นามสกุลพระราชทาน และเป็นน้องชายพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ)
ถูกจับในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และ กักขังหน่วงเหนี่ยว กรรโชกทรัพย์














ชีวิตดั่งละคร ‘ท่านผู้หญิง ศรีรัศมิ์ สุวะดี’ 13 ปี ในรั้วพระราชวัง

27 ธันวาคม 2557 เวลา 10:21 น.

ที่มา : โพสต์ทูเดย์

      

สูงสุดคืนสู่สามัญ ดูจะเป็นวลีที่เหมาะสมที่สุดหากจะขออนุญาตเอ่ยถึง ‘ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี’ ซึ่งถือเป็นบุคคลที่ตกเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในรอบปี 2557 เนื่องจาก อดีตคือพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

แต่ปัจจุบันคือสามัญชนคนเดินดิน หลังจากกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อขอลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ ซึ่งความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทและพระราชทานพระบรมราชานุญาตแล้ว

เรื่องของ ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี  ถือเป็นบุคคลสำคัญ ที่ถูกจับจ้องของสังคมไทย ทั้งคุณาปการที่ ‘ท่านผู้หญิง’ ที่ได้ปฏิบัติกรณียกิจไว้ขณะดำรงอิสริยยศ และสิ่งต่างๆ อีกมากมาย

เส้นทางของ ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ ก่อนเดินเข้าสู่พระราชวงศ์  และกลับออกมาเป็นประชาชนสามัญธรรมดาอีกครั้ง เดิมมีเล่นว่า อี๊ด เกิดเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2514 ที่จ.สมุทรสงคราม เป็นธิดาคนที่ 3 ในจำนวนพี่น้อง 5 คน ของนายอภิรุจ และนางวันทนีย์ สุวะดี

ด้านการศึกษา จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนเทศบาลบ้านมหาชัย (อนุกูลราษฎร์) จ.สมุทรสาคร ต่อมาสำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพจาก โรงเรียนกรุงเทพการบัญชีวิทยาลัย ก่อนจะเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรีที่ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช คณะวิทยาการจัดการ สาขาวิชาการจัดการทั่วไป (หลักสูตร 4 ปี) เมื่อปี 2540

และได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2545 และทรงสำเร็จการศึกษาปริญญาโท หลักสูตรปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (คหกรรมศาสตร์) ภาคพิเศษ สาขาวิชาการพัฒนาการครอบครัวและเด็ก คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ด้วยคะแนนเฉลี่ย 3.94

ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ เข้าถวายการรับใช้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ตั้งแต่ปี 2536 ในฐานะข้าราชการพลเรือนในพระองค์ นอกจากนี้ยังได้ถวายงานสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในด้านศิลปาชีพ และได้จดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย

จากนั้นเมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2544 เข้ารับพระราชทานน้ำพระมหาสังข์ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต่อมาวันที่ 6 พ.ค. 2547 เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ปฐมจุลจอมเกล้า ฝ่ายใน และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสถาปนาขึ้นเป็น “หม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา”

ในเวลาต่อมาหลังจากมีประสูติกาลพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2548 จึงได้รับการสถาปนาเป็น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2548

พร้อมกับ ได้รับสถาปนาเป็น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2548 ในระหว่างดำรงฐานันดรศักดิ์ เคยดำรงตำแหน่งเป็นประธานศูนย์ศิลปาชีพ 904 เป็นราชองครักษ์พิเศษ เป็นนายทหารพิเศษประจำกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ และ เป็นผู้อำนวยการสำนักเวชศาสตร์ครอบครัว กรมแพทย์ทหารบก

นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้งโครงการแห่งพระองค์ไว้หลายโครงการ เพื่อสร้างคุณประโยชน์ให้แก่สังคมและประเทศชาติ ได้แก่ โครงการสายใยรักแห่งครอบครัวในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ศูนย์ศรีทวีรักสตูดิโอศุโขโยคะ ศิลปาชีพ 904 เฮาส์โชว์ เป็นต้น

นี่คือเส้นทางของท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ที่ได้ขึ้นสู่จุดสูงสุด  ก่อนที่วันที่ 11 ธ.ค.2557   จะเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิต คล้อยหลังวันคล้ายวันเกิดเพียง 2 วันของท่านผู้หญิง ก็มีพระราชกิจานุเบกษา เล่ม 131 ตอนที่ 29  เผยแพร่เรื่องลาออกจากฐานันดรศักดิ์ สิ้นสุดการเข้าสู่พระราชวงศ์ของท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ และพ้นจากวังศุโขทัย หลังจากจดทะเบียนสมรสเมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2544

การกลับสู่สามัญครั้งนี้ตอกย้ำในเรื่องเครือญาติของท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ ที่ถูกดำเนินคดีอาญาหลายกระทง ไล่เรียงจากคดีทุจริตของพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่มีศักดิ์เป็น “อา” ของท่านผู้หญิง ก่อนจะนำไปสู่การขยายผลจับกุมเครือญาติของท่านผู้หญิงอีกมากมายในนามสกุล “อัครพงษ์ปรีชา” ที่เป็นนามสกุลพระราชทานตามความผิดอาญากระทำผิดฐานแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงหาประโยชน์เข้าใส่ตนเอง และคดีอยู่ในกระบวนการยุติธรรมแล้ว

จากการจับกุมเครือข่ายแอบอ้างสถาบันครั้งนั้นเอง ทำให้สังคมเกิดข้อสงสัยต่างๆ เกี่ยวกับคดีอาญาทุจริตเรียกรับประโยชน์หลายพันล้าน รวมถึงตัวผู้ต้องหาที่กระทำผิด เพราะหลายคนทราบดีว่าผู้ที่ถูกจับกุมไปนั้นเกี่ยวพันกับเครือญาติท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์โดยตรง

อย่างไรก็ตาม หลังจากลาออกจากฐานันดรศํกดิ์แล้ว ท่านผู้หญิงศรีรัศดิ์ ก็เลือกจะเดินทางไปทำบัตรประชาชนใหม่ทันที โดยใช้คำว่านางสาวนำหน้านามศรีรัศมิ์ และเลือกที่จะไปพักอยู่และขออยู่อย่างสงบที่บ้าน “สุวะดี” ตั้งอยู่เลขที่ 149 หมู่ 6 บ้านวัดเพลง อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นบ้านของนายภิรุจและนางวันทนีย์ สุวะดี ผู้เป็นบิดาและมารดา

ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ เลือกที่จะเก็บตัวเงียบอยู่ภายในบ้างพัก โดยบริเวณด้านหน้าบ้านพักมีการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ ขณะที่กองทัพสื่อมวลชนทุกแขนงได้ปักหลักทำข่าวความเคลื่อนไหวของท่านผู้หญิงอย่างต่อเนื่อง

กระทั่งวันที่ 17 ธ.ค.2557 มีจดหมายน้อยออกมาจากบ้านพัก เขียนด้วยลายมือของท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ ใจความว่า “เราขอขอบพระคุณผู้สื่อข่าวทุกท่าน ที่ให้ความเป็นห่วงเป็นใย คอยติดตามมาเสมอ เราขอความกรุณาผู้สื่อข่าวทุกท่านด้วย ช่วงนี้เราขออยู่ปฏิบัติธรรมเงียบๆในบ้านหลังนี้ พร้อมครอบครัวด้วยความสงบค่ะ” ลงชื่อ ศรีรัศมิ์ 17 ธ.ค.57 เป็นข้อความบ่งบอกถึงความเป็นอยู่ของท่านผู้หญิง พร้อมขอร้องกับสื่อมวลชนให้หยุดรบกวน

การเดินทางที่แสนยาวไกลของ ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี ที่เดิมจากสามัญชนสู่ชั้นฟ้าดวงดาว แต่ทุกวันนี้ก็กลับมาเป็นคนธรรมดาสามัญดังเช่นเคย   กระนั้นก็ตาม สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ  ได้พระราชทานเงินจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อพระราชทานให้ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ ใช้ในการดำรงชีพและดูแลครอบครัว

จะด้วยเหตุผลหรือข่าวลือมากมายที่สะพัดในสังคมเกี่ยวกับ ท่านผู้หญิง ศรีรัศมิ์   แต่เชื่อได้ว่าสิ่งที่ท่านผู้หญิงได้เคยปฏิบัติกรณียกิจไว้ขณะดำรงอิสริยยศเป็น พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารก็ยังคงสร้างคุณูปการหลายอย่างให้กับประเทศชาติ







ติดตามข่าวญาติพี่น้องหม่อมศรีรัศมิ์ที่พัวพันกับคดถูกจับในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ กักขังหน่วงเหนี่ยวและกรรโชกทรัพย์
ชมภาพขุมทรัพย์และภาพเหตุการณ์การจับกุมผู้กระทำผิดในคดีต่างๆของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. และเครือข่าย





     
copyright © www.photoontour.com, All rights reserved