Photoontour.com   โฟโต้ออนทัวร์
พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 มีพระนามว่า
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
    Home
Home   :    Royal Family  :   King RamaX Data 2
  ข้อมูลพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่10 แห่งราชวงศ์จักรี Maha Vajiralongkorn, King of Thailand
  ข้อมูลและประวัติ รัชกาลที่10 แห่งราชวงศ์จักรี พระเจ้าอยู่หัวพระมหาวชิราลงกรณ์ บดินทรเทพยวรางกูร : King RamaX of Chakri Dynasty


พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10
แห่งราชวงศ์จักรี


พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
การศึกษา
พิธีอภิเษกสมรส
ด้านการแพทย์ และการสาธารณสุข
ด้านสังคมสงเคราะห์
ด้านการต่างประเทศ
ด้านการพระศาสนา
ด้านการทหาร
พระองค์กับสาธารณะ


 

วีรกรรมสมเด็จพระบรม ณ.ฐานปฏิบัติการ อ.ด่านซ้าย
สนช. อัญเชิญ"สมเด็จพระบรม" ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ ร.10
ธงทองเผยเรื่องราวเมื่อครั้งพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระบรมฯ
เรื่องการสถาปนาแต่งตั้งพระรัชทายาท
10 เรื่องยิ่งใหญ่ พระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10
10 องคมนตรี ในรัชสมัย รัชกาลที่ 10



ชมภาพพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ
ชมคลิปพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ
ภาพรัชกาลที่10 ชุดเต็มพระอิสริยยศ
ชื่อเต็มในหลวงรัชกาลที่ 10

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สิริกิตยสมบูรณสวางควัฒน์
วรขัตติยราชสันตติวงศ์ มหิตลพงศอดุลยเดช จักรีนเรศยุพราชวิสุทธิ  สยามมกุฎราชกุมาร 


เสด็จขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี ตั้งคืนวันที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2559



พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
 


ข้อมูล ประวัติ รัชกาลที่ 10 ประวัติในหลวงรัชกาลที่ 10 พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
2/15





สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร

His Royal Highness Crown Prince Maha Vajiralongkorn

(จากวิกิพีเดีย)

(ข้อมูลชุด2)

< กลับไปหน้าแรก >


พระองค์กับสาธารณะ


ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ห้ามวิพากษ์วิจารณ์รัชทายาท ทว่า พระชนมชีพส่วนพระองค์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในหมู่ชนอย่างกว้างขวาง แต่โดยความเงียบ  วันที่ 10 มกราคม 2545 นิตยสาร "ฟาร์อิสเทิร์นอีโคโนมิกรีวิว" (Far Eastern Economic Review)


ลงบทความว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงมีความสัมพันธ์อย่างแนบแน่น กับพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รัฐบาลไทยได้สั่งห้ามจำหน่ายนิตยสารดังกล่าว และระงับหนังสือเดินทางของ ชอวน์ คริสปิน (Shawn Crispin) กับ รอดนีย์ แทสเกอร์ (Rodney Tasker) ผู้สื่อข่าวของนิตยสาร โดยอ้างว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง

อย่างไรก็ดี ในปี พ.ศ. 2553 หลังจากที่ พ.ต.ท.ทักษิณพ้นจากตำแหน่งไปโดยการรัฐประหารแล้ว พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ องคมนตรี ยอมรับว่า "...แน่นอนว่า เจ้าฟ้าชายยังทรงรักษาสัมพันธภาพบางอย่างกับอดีตนายกฯ ทักษิณเอาไว้ พระองค์ทรงพบกับทักษิณเป็นช่วง ๆ ..."




วันที่ 12 ธันวาคม ปีเดียวกัน บิลาฮารี เคาสิกัน (Bilahari Kausikan) ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ แถลงว่า พระองค์ทรงติดการพนัน และมีอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ คอยสนับสนุนการเงินให้พระองค์  

โอกาสเดียวกัน พลเอกเปรมเสริมว่า

"...ทักษิณกำลังเสี่ยงที่จะทำลายตัวเอง เขาอาจคิดว่า เจ้าฟ้าชายจะทรงปฏิบัติกับเขาเหมือนดังเขาเป็นพระสหายหรือผู้สนับสนุน เพียงเพราะเขาส่งเสริมการเงินให้แก่พระองค์ แต่เจ้าฟ้าชายไม่ทรงชอบพระทัยความสัมพันธ์แบบนั้นสักเท่าไร"

ในปี 2551 ราล์ฟ แอล.บอยซ์ (Ralph L. Boyce) นักการทูตชาวสหรัฐอเมริกา รายงานต่อรัฐบาลสหรัฐอเมริกาว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เคยตรัสปฏิเสธกับเขา เกี่ยวกับข่าวที่พระองค์ทรงมีความสัมพันธ์กับ พ.ต.ท.ทักษิณ บอยซ์กล่าวว่า

"...[สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรง] เห็นเป็นเรื่องตลกร้าย ที่นายกรัฐมนตรีทักษิณสามารถทำตัวเป็นเผด็จการได้ ทั้งที่มาจากการเลือกตั้ง...ในช่วงแรก ๆ ของรัฐบาลทักษิณ ดูเหมือนเขาจะลงทุนอย่างหนักเพื่อสร้างความใกล้ชิดกับมกุฎราชกุมาร ทั้งสองมีเรื่องผิดใจกันอย่างสังเกตเห็นได้ในเวลาต่อมา เป็นเหตุให้มกุฎราชกุมารละทิ้งพระตำหนักนนทบุรี ที่ทักษิณซื้อและตกแต่งถวายให้ แล้วย้ายมาประทับ ณ วังศุโขทัยซึ่งตั้งอยู่ในย่านกลางเมือง


"มีเรื่องเล่ากันไปต่าง ๆ นานา เกี่ยวกับการพบปะระหว่างทักษิณกับมกุฎราชกุมาร เกี่ยวกับการพบปะระหว่างทักษิณกับมกุฎราชกุมาร ที่ลอนดอนเมื่อช่วงต้นปีนี้ [พ.ศ. 2551] ซึ่งเรื่องที่เราพิจารณาว่า น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดคือ ทักษิณเข้าเฝ้ามกุฎราชกุมาร และเมื่อไม่ได้รับอนุญาต เขาจึงไปร่วมเข้าแถวรับเสด็จ ณ โรงแรมที่มกุฎราชกุมารประทับ และได้สนทนาอย่างไม่มีสาระสำคัญอะไร เพียงสี่สิบห้าวินาที"

ปัญหาการสืบราชสันตติวงศ์ หลังจากรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก็เป็นที่กล่าวถึงมากในสังคม นักวิชาการตั้งข้อสังเกตว่า ตัวแปรสำคัญในเรื่องนี้มีอยู่สามสิ่ง คือ องคมนตรี, กองทัพ และความเหมาะสมของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ

ในปี พ.ศ. 2545 นิตยสาร "ดิ อีโคโนมิสต์" (The Economist) ลงข้อความว่า "ผู้คนเคารพเจ้าฟ้าชายวชิราลงกรณ์น้อยมาก (กว่ากษัตริย์ภูมิพล) ชาวกรุงเทพมหานครพากันร่ำลือเรื่องชีวิตส่วนพระองค์อันมัวหมอง...ไม่มีผู้สืบราชบัลลังก์พระองค์ใด จะประสบความสำเร็จอย่างที่กษัตริย์ภูมิพลทรงได้รับมา ในช่วงเวลาทรงราชย์หกสิบเก้าปี..."

และรัฐบาลไทยได้สั่งห้ามจำหน่ายนิตยสารฉบับดังกล่าว

ในปี พ.ศ. 2553 "ดิ อีโคโนมิสต์" ลงบทความว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ นั้น "ทรงเป็นที่เดียดฉันท์และหวั่นเกรงอย่างกว้างขวาง" และ "ทรงผิดแปลกอย่างคาดไม่ถึง" และฉบับนี้ก็มิได้จำหน่ายในประเทศไทยเช่นกัน  ครั้นวันที่ 1 เมษายน 2553 นิตยสารออนไลน์ "เอเชียเซนทิเนล" (Asia Sentinel) ลงว่า พระองค์ " ถือว่าทรงเอาแน่นอนไม่ได้ และทรงไม่สามารถปกครองได้โดยแท้"




เว็บไซต์นี้ถูกสกัดกั้นในประเทศไทยอย่างรวดเร็ว] อนึ่ง มีผู้คนเห็นว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ชอบที่จะได้สืบราชสมบัติมากกว่า  พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ และองคมนตรีคนอื่น ๆ มีความเห็นค่อนข้างลบ เกี่ยวกับสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ









ส่วน ราล์ฟ แอล.บอยซ์ นักการทูตชาวสหรัฐอเมริกา เคยรายงานต่อรัฐบาลของตนว่า "...[พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ] ดูอึดอัดพระทัยอย่างเห็นได้ชัด ต่อคำถามธรรมดา ๆ เกี่ยวกับเจ้าฟ้าสิรินธร ซึ่งถูกมองว่าเป็นคู่แข่งของมกุฎราชกุมาร..."


ทั้งนี้ทั้งนั้น ตามกฎหมายไทยขณะนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะสืบราชบัลลังก์โดยชอบ นับแต่ทรงได้รับสถาปนาเป็นมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2515 แล้ว

วันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2552 แฮร์รี นิโคไลดส์ (Harry Nicolaides) ชาวออสเตรเลีย ถูกศาลไทยจำคุกสามปี เพราะเผยแพร่หนังสือวิพากษ์วิจารณ์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ความตอนหนึ่งว่า


"ถ้าเจ้าฟ้าชายทรงรักใคร่ชอบพออนุภรรยานางใด และต่อมาเธอทรยศพระองค์ เมื่อนั้นเธอและครอบครัวก็จะหายไปจากโลกนี้ สาบสูญไปทั้งชื่อเสียงเรียงนาม เทือกเถาเหล่ากอ และบรรดาเงื่อนเค้าร่องรอย เกี่ยวกับชีวิตของพวกเขาตลอดกาล"

และต่อมา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานอภัยโทษให้เขา

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงทราบปัญหา และข่าวที่กล่าวมาแล้วเป็นเบื้องต้น เป็นอย่างดี  และทรงเคยพระราชทานสัมภาษณ์ ในนิตยสาร "ดิฉัน" แก่ปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา ผู้ใกล้ชิดพระองค์ว่า


"บางทีในชาติปางก่อน เราอาจไม่ได้ทำบุญมากพอ หรือบางทีในบางครั้ง เราทำอะไรที่น่าตำหนิ เรายอมรับ...ถ้าหากสวรรค์คิดว่าเราไม่เหมาะสม หรือไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ในการทำหน้าที่ของเรา ก็หยุดและจบ ถ้าท่านคิดได้อย่างนี้ ท่านก็จะสบายใจ ท่านไม่ได้คิดเป็นอะไร หากสวรรค์ให้ท่านมีภารกิจต่อแผ่นดิน ก็ยอมรับ ถ้าเขาไม่ต้องการให้ทำงาน ก็โอเค"

วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2553 อีริก จี.จอห์น (Eric G. John) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย รายงานไปยังรัฐบาลสหรัฐอเมริกาว่า เขาได้เปรยกับพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ว่า "เวลานี้ เจ้าฟ้าชายทรงอยู่ที่ใด" พลเอกเปรมตอบว่า

"คุณก็รู้ว่าทรงใช้ชีวิตส่วนพระองค์แบบไหน...เจ้าฟ้าชายพอพระทัยใช้เวลาลอบเสด็จไปยังมิวนิก เพื่อประทับอยู่กับภรรยาเก็บของพระองค์ มากกว่าจะประทับอยู่ในประเทศไทย กับพระวรชายาและพระโอรส"

พลอากาศเอกสิทธิ เศวตศิลา องคมนตรีที่ร่วมวงสนทนา กล่าวเสริมว่า "...ข่าวเรื่องเมียน้อยของพระองค์ที่เป็นแอร์โฮสเตส มีอยู่เต็มเว็บไซต์ไปหมด...น่าเศร้าที่เดี๋ยวนี้ ท่านทูตไทยที่เยอรมนี ต้องออกจากเบอร์ลินไปมิวนิก เพื่อไปเข้าเฝ้าพระองค์เป็นประจำ..."

วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ศาลเมืองมิวนิก สั่งให้อายัดเครื่องบินโบอิง 737 ที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ใช้ประทับไปยังเมืองมิวนิก (ซึ่งจอดอยู่ ณ เมืองมิวนิก) เนื่องจากรัฐบาลไทยเป็นหนี้บริษัท วัลเทอร์เบา (Walter Bau AG) บริษัทก่อสร้างสัญชาติเยอรมนี เป็นจำนวนเงินมากกว่าสามสิบล้านยูโร และยังไม่ได้ชำระนานกว่ายี่สิบปี

เจ้าพนักงานอายัดทรัพย์ของเยอรมนี ซึ่งเข้าควบคุมบริษัทดังกล่าวแถลงว่า การอายัดนี้เป็นมาตรการสุดท้าย ที่จะให้ได้ทรัพย์สินของรัฐบาลไทยมาใช้หนี้ หลังจากรัฐบาลผิดนัดเรื่อยมา


  

กษิต ภิรมย์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้น แถลงตอบโต้ว่า

"ทางเจ้าทุกข์และศาลเยอรมนี สามารถอายัดทรัพย์สินของรัฐบาลไทยได้ แต่เครื่องบินลำนี้เป็นของส่วนพระองค์ ไม่เกี่ยวกับทรัพย์สินของรัฐบาลไทย เพราะฉะนั้นในแง่กฎหมาย เราถือว่าเป็นการอายัดทรัพย์สินส่วนบุคคล เป็นการผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง [...] โดยเราได้ยื่นหลักฐานคือ ใบทะเบียนแสดงความเป็นเจ้าของ ว่าเป็นเครื่องบินของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ไม่ใช่ของรัฐบาลไทย"






จากนั้น จึงดำเนินการให้คณะทำงานฝ่ายกฎหมายของไทย ซึ่งประกอบด้วย สำนักงานอัยการสูงสุด และรองอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ เดินทางไปพบกับรัฐบาลเยอรมนี เพื่ออธิบายความผิดพลาดดังกล่าว และร้องขอให้ถอนอายัดโดยเร็ว

วันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง เรื่อง ให้นายทหารรับราชการ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งให้ พันเอกหญิง สุทิดา วชิราลงกรณ์ เป็น นายทหารปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯสยามมกุฎราชกุมาร หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ สำนักผู้บัญชาการทหารสูงสุด (อัตราพลตรี) ตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ต่อมาในวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2556 พลตรีหญิง สุทิดา วชิราลงกรณ์ ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการโรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ สำนักผู้บัญชาการทหารสูงสุด


หลังรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 มีรายงานว่า พระองค์ทรงลี้ภัยในโรงแรมทิลนีย์ ฮอลล์ มณฑลแฮมป์เชอร์
วันที่ 7 สิงหาคม 2557 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารทรงเป็นประธานรัฐพิธิเปิดประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ประกาศเรื่องลาออกจากฐานันดรศักดิ์ ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2557
วันที่ 29 พฤศจิกายน 2557 สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงขอให้รัฐบาลริบนามสกุลพระราชทานของพระวรชายา ก่อนหน้านั้น มีการกวาดล้างญาติใกล้ชิดของพระองค์ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการฉ้อราษฎร์บังหลวง

ต่อมา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นลายลักษณ์อักษรว่าขอพระราชทานกราบบังคมทูลลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ มีผลตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2557

วันที่ 22 ธันวาคม 2557
มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอดยศทหารและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอด ร้อยเอก ณัฐพล อัครพงศ์ปรีชา สังกัดหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน2557 ซึ่งเป็นญาติใกล้ชิด พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ

ในวันที่ 16 สิงหาคม 2558
พระองค์พร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงเป็นประธานในกิจกรรมจักรยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ "ไบค์ฟอร์มัม ปั่นเพื่อแม่"

สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่ากิจกรรมนี้เป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของพระองค์ในห้วงเวลาที่ประชาชนยังมีความกังวลต่อพระอาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวบีบีซีกล่าวว่า กิจกรรมจักรยานดังกล่าวซึ่งจัดโดยรัฐบาลทหารส่งสัญญาณชัดแจ้งว่ามกุฎราชกุมารของไทยจะทรงเป็น "คนของประชาชน" ได้เช่นเดียวกับพระราชบิดา

ในวันที่ 4 ธันวาคม 2558

ญาติใกล้ชิดพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ได้ถูกถอดยศตำรวจและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณได้แก่
พลตำรวจโท พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ พลตำรวจตรี โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ และพลตำรวจตรี บุญสืบ ไพรเถื่อน

ในวันที่ 9 ธันวาคม 2558
บุคคลใกล้ชิดพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ได้ถูกถอดยศตำรวจและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ได้แก่ พันตำรวจเอก วุฒิชาติ เลื่อนสุคันธ์

วันที่ 4 มกราคม 2559
มีการเปลี่ยนชื่อมูลนิธิราชภักดิ์เป็น "มูลนิธิอุทยานราชภักดิ์ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร"

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559
ได้มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอดยศทหาร โดยถอดยศ นาวาตรีหญิง สุทัตตาภักดิ์ ยุวราชบริรักษ์ อดีตเจ้าพนักงานในพระองค์ ตําแหน่งประเภททั่วไป ระดับอาวุโส งานมหาดเล็ก ฝ่ายพระราชวัง กองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร  เนื่องจากมีทัศนคติไม่ดีต่อสถาบัน ไม่มีวินัย ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับ การเป็นข้าราชการ ให้มีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2558

วันที่ 24 พฤษภาคม 2559
ได้มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอดยศทหาร โดยถอดยศ พันตรี ปฏิภาณ เกษมสุวรรณ  ข้าราชการพลเรือนในพระองค์ สังกัดกองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ ออกจายศทหารตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 เนื่องจากกระทำผิดวินัยทหารประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา ประพฤติตนไม่เหมาะสม ผิดราชสวัสดิ์และขนบธรรมเนียมประเพณีในราชสำนัก

วันที่ 16 สิงหาคม 2559
ได้มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอดยศทหาร โดยถอดยศ พันเอกพงศกรณ์ รุ่งเรือง ข้าราชการพลเรือนในพระองค์ สังกัดกองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งได้ถูกปลดออกจากราชการออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย.2559

วันที่ 26 สิงหาคม 2559
ได้มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานยศทหารชั้นนายพล พระราชทานยศพลโท แก่ สุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา

(หมายเหตุ : ข้อมูลจากวิกิพีเดียอาจมีการถอดข้อมูลเดิมออก หรือ Update ข้อมูลใหม่ จึงเข้าใจว่ามีการปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์)





ชมภาพ/โหลดฟรี : สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร

ชมภาพสมเด็จพระบรมฯ และ หม่อมนุ้ย พลตรีหญิงสุทิดา(พระชายาองค์ใหม่) ได้ที่นี่<คลิก>




   
copyright © www.photoontour.com, All rights reserved