Photoontour.com   โฟโต้ออนทัวร์
พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 มีพระนามว่า
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
    Home
Home   :    Royal Family  :   King RamaX Data 4
  ข้อมูลพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่10 แห่งราชวงศ์จักรี Maha Vajiralongkorn, King of Thailand
  ข้อมูลและประวัติ รัชกาลที่10 แห่งราชวงศ์จักรี พระเจ้าอยู่หัวพระมหาวชิราลงกรณ์ บดินทรเทพยวรางกูร : King RamaX of Chakri Dynasty


พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10
แห่งราชวงศ์จักรี


พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
การศึกษา
พิธีอภิเษกสมรส
ด้านการแพทย์ และการสาธารณสุข
ด้านสังคมสงเคราะห์
ด้านการต่างประเทศ
ด้านการพระศาสนา
ด้านการทหาร
พระองค์กับสาธารณะ


 

วีรกรรมสมเด็จพระบรม ณ.ฐานปฏิบัติการ อ.ด่านซ้าย
สนช. อัญเชิญ"สมเด็จพระบรม" ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ ร.10
ธงทองเผยเรื่องราวเมื่อครั้งพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระบรมฯ
เรื่องการสถาปนาแต่งตั้งพระรัชทายาท
10 เรื่องยิ่งใหญ่ พระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10
10 องคมนตรี ในรัชสมัย รัชกาลที่ 10



ชมภาพพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ
ชมคลิปพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ
ภาพรัชกาลที่10 ชุดเต็มพระอิสริยยศ
ชื่อเต็มในหลวงรัชกาลที่ 10

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สิริกิตยสมบูรณสวางควัฒน์
วรขัตติยราชสันตติวงศ์ มหิตลพงศอดุลยเดช จักรีนเรศยุพราชวิสุทธิ  สยามมกุฎราชกุมาร 


เสด็จขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี ตั้งคืนวันที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2559



พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
 


ข้อมูล ประวัติ รัชกาลที่ 10 ประวัติในหลวงรัชกาลที่ 10 พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
4/15




วีรกรรม สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฏราชกุมาร
ณ.ฐานปฏิบัติการบ้านหมากแข็ง กองทัพภาคที่ 3

ที่มา จากคลิปยูทูป โพสต์โดยเรืองครับผม
(ถอดคลิปเสียงบรรยายโดย โฟโต้ออนทัวร์)

ชมภาพชุดนี้ได้ที่นี่   :   ชมคลิปและเสียงบรรยายได้ที่นี่

ในพื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัด ซึ่งครอบคลุม อำเภอหล่มสัก อำเภอหล่มเก่าจังหวัดเพชรบูรณ์ พื้นที่อำเภอด่านซ้าย อำเภอนาแห้วจังหวัดเลย และพื้นที่อำเภอนครไทย อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก

ประมาณเดือนมีนาคม 2511 พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยได้ส่งผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ทะยอยเข้ามาปฎิบัติการและได้ระเบิด "วันเสียงปืนแตก" ขึ้นที่บ้านห้วยทรายใต้ อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2511

และตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ได้มีการเคลื่อนไหวปฎิบัติการรุนแรงยิ่งขึ้น มีการซุ่มยิง ซุ่มโจมตี
เข้าตีฐานปฎิบัติการของเจ้าหน้าที่ และลอบยิงราษฎรจนได้รับบาดเจ็บล้มตายอยู่ตลอดเวลา

บ้านหมากแข้ง ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เป็นหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่อยู่ในพื้นที่ที่มีผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์เคลื่อนไหว

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2519 ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ได้ลอบเข้าโจมตีที่ฐานปฎิบัติการของตำรวจหน่วยปฎิบัติการพิเศษ ทำให้ตำรวจเสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บสาหัส 1 นาย

กองบัญชาการผสมพลเรือนตำรวจทหาร 1617 ได้ส่งเฮลิคอปเตอร์ไปรับ และขณะที่นักบินนำเครื่องขึ้น ได้ถูกผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ยิงตกลงมาถูกบ้านเรือนราษฎรจนได้รับความเสียหาย

และในวันต่อมาเมื่อหน่วยเหนือส่งกำลังไปช่วยเหลือ ก็ได้ถูกผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ระดมยิงจนนักบินไม่สามารถนำเครื่องลงได้ ต้องนำกำลังทั้งหมดไปส่งลงที่ฐานบ้านห้วยมุ่น และให้กำลังพลทั้งหมดเดินเท้าไปไปยังฐานบ้านหมากแข้ง แต่ระหว่างทางได้ถูกผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ซุ่มยิง ทำให้ฝ่ายเราเสียชีวิต 2 นาย และบาดเจ็บอีก 3 นาย

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทราบ ด้วยความห่วงใยพระองค์จึงทรงโปรดเกล้าให้ ร้อยเอก สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมทหาร ตำรวจและราษฎรในพื้นที่ โดยในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2519 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ได้เสด็จราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งไปยังฐานปฎิบัติการบ้านห้วยมุ่น

และหลังจากประทับรับฟังการบรรยายสรุปแล้ว พระองค์ได้รับสั่งกับพลโทสมศักดิ์ ปัญจมานนท์ แม่ทัพภาคที่ 3 ด้วยพระสุรเสียงอันหนักแน่นว่า

"จะต้องไปแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้นให้ได้"

ถึงแม้ว่าแม่ทัพภาคที่ 3 จะกราบบังคมทูลทัดทาน เนื่องจากสถานการณ์ขณะนั้นไม่น่าไว้วางใจ แต่พระองค์ก็ทรงยืนยันอย่างหนักแน่นว่า

" ชักช้าไม่ได้ ต้องไปแก้ไขให้ได้ในวันนี้ และเดี๋ยวนี้ "

จากนั้นเวลาประมาณ 15.30 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ได้ประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง ทรงรับสั่งให้นักบินนำเครื่องมุ่งตรงไปยังฐานบ้านหมากแข้งทันที

ขณะที่เฮลิคอปเตอร์กำลังจะร่อนลงยังไม่ทันที่สกี(ฐานเฮลิคอปเตอร์)จะแตะพื้น พระองค์ได้กระโดดลงและวิ่งโผเข้าหาที่กำบังอย่างห้าวหาญ ในขณะเดียวกันผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์จากเนินเขาด้านทิศตะวันตก ก็ได้ใช้อาวุธปืนเล็กระดมยิงเข้ามายังฐานบ้านหมากแข้งอย่างหนัก

พระองค์ได้ออกคำสั่งให้ทหารตามเสด็จมาด้วยทุกคน ประกอบด้วยพลโทสมศักดิ์ ปัญจมานนท์ แม่ทัพภาคที่ 3, พันเอกรวมศักดิ์ ไชยโกมินทร,์ พันเอกพิจิตร กุลละวณิชย,์ พันเอกเทียนชัย จั่นมุกดา, พันตรี สายันต์ คำพีรพัฒน์, ร้อยเอกอณุ สุมิตร นาวาอากาศตรีปรีชา ศักดิ์ณรงค์ แยกย้ายกันนำทหารยิงโต้ตอบกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ และพระองค์ได้มีคำสั่งให้ปืนใหญ่จากฐานบ้านห้วยมุ่นยิงถล่มผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ทันที

พร้อมกันนั้นพระองค์ได้เสด็จไปยังหลุมบุคคลรอบฐานปฎิบัติการ ทรงให้คำแนะนำแก่ทหารถึงวิธีการวางกำลัง การจัดฐาน และการวางระบบป้องกันตนเอง รวมทั้งทรงแนะนำเรื่องการกำหนดมุมยิงของปืนใหญ่ และเครื่องยิงลูกระเบิดด้วย

  

  

จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปจนถึงเวลา 16 นาฬิกา ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ก็ยังไม่ลดละความพยายามที่จะเข้าโจมตีฐานปฎิบัติการของฝ่ายเรา ยังคงระดมยิงก่อกวนอยู่ตลอดเวลา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร จึงทรงบัญชาการให้ทหารทำการยิงโต้ตอบ

พร้อมกันนั้นก็สั่งการให้ชุดปฎิบัติการออกลาดตระเวณพิสูจน์ทราบ โดยพระองค์ทรงทำหน้าที่เป็นหัวหน้าชุดด้วยพระองค์เอง ทั้งๆที่แม่ทัพภาคที่ 3 ได้กราบบังคมทูลทัดทาน ด้วยเกรงว่าพระองค์จะทรงเป็นอันตราย แต่พระองค์รับสั่งว่า "ชั้นต้องไปเพราะว่าเป็นหน้าที่ของทหาร"

ขณะที่ทรงนำชุดปฎิบัติการออกลาดตระเวณพิสูจน์ทราบ พระองค์ได้แสดงความกล้าหาญ มีน้ำพระทัยเด็ดเดี่ยวอย่างน่าสรรเสริญยิ่ง ทรงนำหน้าทหารเดินบุกตลุยไปตามเส้นทางสูงๆต่ำๆ มีหญ้าสูงรกทึบยากลำบากต่อการเคลื่อนที่ เสี่ยงอันตรายจากถูกซุ่มยิงและเสี่ยงต่อการถูกกับระเบิดเป็นอันมาก

แต่พระองค์ก็ไม่ได้ทรงหวาดหวั่น และในระหว่างนั้นผู้ก่อการร้ายได้ระดมยิงมายังชุดปฎิบัติการของพระองค์ เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว
แต่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ก็ไม่ได้ทรงกลัวแต่ประการใด ทรงมีพระสติมั่นคง สั่งทหารดำเนินกลยุทธยิงโต้ตอบ จนกระทั่งผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ต้องล่าถอยไป

ท่ามกลางสถานการณ์อันตรึงเครียด เพราะผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ยังคงยิงเข้ามาไม่ขาดระยะ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ได้รับสั่งให้จัดชุดปฎิบัติการ นำพระองค์ไปยังหมู่บ้านหมากแข้ง โดยพระองค์ทรงทำหน้าที่เป็นหัวหน้าชุดปฎิบัติการ ซึ่งหมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่ในระดับต่ำ และอยู่ห่างจากฐานปฎิบัติการออกไปมาก และเส้นทางที่ผ่านไปก็มีอันตรายรอบด้าน

  

  

การเสด็จไปยังหมู่บ้านหมากแข้งแห่งนี้ มีพระประสงค์เพื่อจะฟื้นฟูขวัญและกำลังใจแก่ราษฎร ท่ามกลางความปลึ้มปิติยินดีของชาวบ้าน

พระองค์ได้ทรงไต่ถามทุกข์สุข และขอให้ราษฎรทุกคนขยันขันแข็งทำมาหากิน อย่าได้ย่อท้อวิตกกังวล และขอให้ทุกคนมีความเชื่อมั่นว่า ทหารจะคุ้มครองความปลอดภัยให้อย่างเต็มที่

หลังจากนั้นได้เสด็จไปยังบริเวณที่เฮลิคอปเตอร์ถูกยิงตก ทรงตรวจสภาพเฮลิคอปเตอร์เครื่องนั้นอยู่เป็นเวลานาน และต่อมาก็ได้เสด็จไปที่โรงเรียนบ้านหมากแข้งที่เคยถูกผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ปิดล้อมและยึดไว้ และฝ่ายเรายึดกลับคืนมาได้ โดยพระองค์ได้ให้กำลังใจแก่ครูและนักเรียน ให้ทุกคนหายจากความหวาดกลัวอย่างทั่วถึง

การเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมทหารกองทัพภาคที่ 3 ที่ฐานปฎิบัติการเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2519 ตลอดวันนั้นพระองค์ทรงปฎิบัติพระราชภาระกิจอย่างมิทรงเห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย พระองค์ได้พระราชทานคำแนะนำยุทธวิธี ด้านต่างๆ ทั้งการลาดตระเวณ การพิสูจน์ทราบ การวางกับระเบิด พลุสะดุด สัญญาณเตือนภัยต่างๆ

  

ทรงอธิบายวิธีการแก้ปัญหาเกี่ยวกับพื้นที่ปฎิบัติการ ยุทธวิธีปฎิบัติการ ในพื้นที่ป่าเขา รวมทั้งพระองค์ได้ทรงกระทำเป็นตัวอย่าง
โดยทรงเป็นหัวหน้าชุดออกลาดตระเวณด้วยพระองค์เอง โดยมิได้หวั่นเกรงว่าจะเกิดอันตรายจากกับระเบิดและการซุ่มยิงของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์แต่อย่างใด

คืนนั้นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ได้ประทับแรมที่ฐานปฎิบัติการ โดยเข้าที่บรรทมเมื่อเวลา 24 นาฬิกา โดยพระองค์ทรงบรรทมในหลุมบุคคลด้านเหนือซึ่งมีความลึกประมาณ 2 ฟุต หลังคามุงด้วยหญ้าคา ในหลุมมีผ้าปันโจ(ผ้าปูพื้นสำหรับการเดินป่า)สำหรับปูรองพื้น พระองค์ใช้เป้ทหารหนุนพระเศียร และบรรทมในชุดเครื่องแบบสนามที่ทรงนำไปชุดเดียว โดยไม่มีเสื้อแจ๊กเก็ตฟิลด์(เสื้อกันหนาวสีเขียวของทหาร) กันหนาวหรือว่าผ้าห่มแม้แต่ผืนเดียว ทั้งๆที่คืนนั้นอากาศที่นั่นค่อนข้างหนาวเย็น และมีหมอกลงจัดตลอดเวลา

 

รุ่งเช้าวันที่ 6 พฤศจิกายน 2519 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ทรงตื่นบรรทมเมื่อเวลาประมาณ 5 นาฬิกา และมิได้ทรงสรงพระพักตร์(ล้างหน้า) พระองค์ได้เสด็จนำแม่ทัพภาคที่ 3 และคณะไปตรวจการวางกำลังของฝ่ายเรา และทรงควบคุมการกู้กับระเบิดรอบฐาน และต่อมาได้ทรงรับสั่งให้จัดกำลังออกทำการพิสูจน์ทราบเส้นทาง และพื้นที่เนินเขาด้านทิศตะวันตกบริเวณหมู่บ้านอีกครั้งหนึ่ง

จากนั้นได้เรียกนายทหารประจำฐานปฎิบัติการทุกคนมารับฟังคำสั่ง มารับฟังคำชี้แจงวิธีการปฎิบัติในการรักษาการป้องกันฐานปฎิบัติการ และการคุ้มครองความปลอดภัยให้กับราษฎรในหมู่บ้าน

จนได้เวลาอันสมควรจึงได้ประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งไปทรงเยี่ยมทหาร ตำรวจ ทีได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ต่อไป ซึ่งการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมหน่วยทหาร ตำรวจ และประชาชน ในพื้นที่การปฎิบัติการ ของกองทัพภาคที่ 3 ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ครั้งนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น อย่างหาที่เปรียบมิได้ ซึ่งกองทัพภาคที่ 3 จะขอจารึกจดจำไว้อย่างไม่มีวันลืมเลือนตลอดไป



พล.ท.นริศ ศรีเนตร พ.อ.พิชัย นวาวัฒน์ ข้อมูล
พ.อ.สมจริง สิงหเสนี บท-บรรยาย
ร.ต.เสรี ทองคู่ ประกอบเสียง
จ.ส.อ.สำราญ เบ็งยา ตัดต่อสำดับภาพ

ที่มา จากคลิปยูทูป โพสต์โดยเรืองครับผม
(ถอดคลิปเสียงบรรยายโดย โฟโต้ออนทัวร์)


ชมภาพชุดนี้ได้ที่นี่   :   ชมคลิปและเสียงบรรยายได้ที่นี่






ชมภาพ/โหลดฟรี : สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร

ชมภาพสมเด็จพระบรมฯ และ หม่อมนุ้ย พลตรีหญิงสุทิดา(พระชายาองค์ใหม่) ได้ที่นี่<คลิก>




   
copyright © www.photoontour.com, All rights reserved