Photoontour.com   โฟโต้ออนทัวร์
พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 มีพระนามว่า
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
    Home
Home   :    Royal Family  :   King RamaX Data 5
  ข้อมูลพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่10 แห่งราชวงศ์จักรี Maha Vajiralongkorn, King of Thailand
  ข้อมูลและประวัติ รัชกาลที่10 แห่งราชวงศ์จักรี พระเจ้าอยู่หัวพระมหาวชิราลงกรณ์ บดินทรเทพยวรางกูร : King RamaX of Chakri Dynasty


พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10
แห่งราชวงศ์จักรี


พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
การศึกษา
พิธีอภิเษกสมรส
ด้านการแพทย์ และการสาธารณสุข
ด้านสังคมสงเคราะห์
ด้านการต่างประเทศ
ด้านการพระศาสนา
ด้านการทหาร
พระองค์กับสาธารณะ


 

วีรกรรมสมเด็จพระบรม ณ.ฐานปฏิบัติการ อ.ด่านซ้าย
สนช. อัญเชิญ"สมเด็จพระบรม" ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ ร.10
ธงทองเผยเรื่องราวเมื่อครั้งพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระบรมฯ
เรื่องการสถาปนาแต่งตั้งพระรัชทายาท
10 เรื่องยิ่งใหญ่ พระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10
10 องคมนตรี ในรัชสมัย รัชกาลที่ 10



ชมภาพพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ
ชมคลิปพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ
ภาพรัชกาลที่10 ชุดเต็มพระอิสริยยศ
ชื่อเต็มในหลวงรัชกาลที่ 10

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สิริกิตยสมบูรณสวางควัฒน์
วรขัตติยราชสันตติวงศ์ มหิตลพงศอดุลยเดช จักรีนเรศยุพราชวิสุทธิ  สยามมกุฎราชกุมาร 


เสด็จขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี ตั้งคืนวันที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2559



พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
 


ข้อมูล ประวัติ รัชกาลที่ 10 ประวัติในหลวงรัชกาลที่ 10 พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
5/15



สนช.รับทราบมติครม. อัญเชิญ"สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช" ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ เริ่มรัชกาลใหม่


ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 11.19น. วันที่ 29 พ.ย. มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ครั้งที่ 76/2559(เป็นพิเศษ) เรื่อง การดำเนินการตามมาตรา 2 ของรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 ประกอบกับมาตรา 23 ของรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.แจ้งต่อที่ประชุมว่า ตามที่ได้มีประกาศสำนักพระราชวังเรื่อง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต

บัดนี้ นายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือด่วนที่สุดที่ นร.0503/44549 ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 เรื่อง แจ้งเรื่องการสถาปนาแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้แล้วตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467 แจ้งว่า

บัดนี้ราชบัลลังก์ว่างลงและพระมหากษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นพระรัชทายาทไว้ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467แล้ว

คณะรัฐมนตรีจึงขอแจ้งให้ประธานรัฐสภาทราบและประธานรัฐสภาเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อทราบ และให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญพระรัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์สืบไป

ท่านสมาชิกครับตามที่ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภาได้รับทราบการแจ้งมติคณะรัฐมนตรีแล้ว ในขั้นตอนต่อไปผมจะได้นำความกราบบังคมทูลอัญเชิญสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้นทรงราชย์สืบราชสันตติวงศ์เป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของประชาชนชาวไทยสืบไป

ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พุทธศักราช 2557 ประกอบมาตรา 2 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 23


“ ท่านสมาชิกครับในโอกาสอันเป็นมหามงคล
ผมขอให้ท่านสมาชิกทุกท่านโปรดยืนขึ้นเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลใหม่ ท่านสมาชิกครับขอได้โปรดกล่าวคำถวายพระพรพร้อมกัน ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ท่านสมาชิกครับบัดนี้หมดวาระการประชุมสำหรับวันนี้แล้ว ผมขอปิดประชุม "





ธงทองเผยเรื่องราวเมื่อครั้งพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระบรมฯ
ที่มา Facebook Tongthong Chandransu


ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุโพสต์ข้ความผ่านเฟซบุ๊กบอกเล่าเรื่องราวเมื่อครั้งวันพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระบรมฯและเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Tongthong Chandransu บอกเล่าเรื่องราวเมื่อครั้งที่มีพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมารเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2516 เอาไว้อย่างน่าสนใจดังนี้

"สายวันนี้ เมื่อครู่ที่ผ่านมา สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้รับทราบ มติของคณะรัฐมนตรีที่แจ้งว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งพระรัชทายาทไว้แล้ว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พุทธศักราช 2515

ซึ่งประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติจะได้เข้าเฝ้าฯ เพื่อกราบบังคมทูลอัญเชิญ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯขึ้นทรงราชย์ต่อไป ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญประกอบกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์

ผมนึกย้อนหลังถึงวันที่มีพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร เวลานั้นผมเรียนหนังสืออยู่ชั้นมัธยมปลายที่สาธิตปทุมวัน ยังจำได้ดีว่าประชาชนทั้งหลายตื่นเต้นดีใจกันมากกับข่าวที่เป็นมงคลครั้งนั้น ช่วงเช้ามีพระราชพิธีที่พระที่นั่งอนันตสมาคม ผมชมการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ ตกบ่ายเจ้านายทุกพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯที่ทรงได้รับสถาปนาใหม่ทรงดื่มน้ำพระพิพัฒน์สัตยา ผมขวนขวายเดินทางจากบ้านไปเฝ้าชมพระบารมีที่วัดพระแก้วและได้ฉายพระบรมฉายาลักษณ์ไว้หลายองค์ เมื่อหยิบภาพเหล่านี้มาชมอีกครั้งหนึ่งเลยวันนี้ ก็ยังรู้สึกนึกย้อนไปได้ดีว่าในวันนั้นมีความรู้สึกปิติเช่นไร

สมควรเล่าด้วยว่าวันเดียวกันนั้นมีเหตุสำคัญเกิดขึ้นในประเทศของเรา โดยมีคณะก่อการร้ายที่เรียกตัวเองว่า Black September ได้เข้ายึดสถานทูตอิสราเอลในกรุงเทพฯและจับเอกอัครราชทูตอิสราเอลเป็นตัวประกัน เพื่อต่อรองให้รัฐบาลอิสราเอลยอมปล่อยนักโทษจำนวนหนึ่งที่ถูกจับกุมอยู่ในประเทศนั้น เป็นการตอบแทน

รัฐบาลไทยได้เจรจากับผู้ก่อการร้ายพร้อมทั้งแจ้งให้ทราบด้วยว่าวันนั้นเป็นวันสำคัญและเป็นวันมหามงคลของคนไทย ด้วยเดชะพระบารมี ในที่สุดเหตุการณ์ครั้งนั้นก็ยุติลงด้วยความเรียบร้อยเกินคาดของชาวโลก เพราะไม่มีใครบาดเจ็บล้มตายเลยแม้แต่คนเดียว

คณะผู้ก่อการร้ายยอมเดินทางออกจากประเทศไทยไปยังประเทศอียิปต์ เป็นอันยุติเหตุการณ์ครั้งนั้นท่ามกลางความโล่งอกของทุกคน ถ้าไม่ใช่ด้วยอำนาจแห่งพระบารมีและด้วยบุญกุศลของชาวไทยร่วมกันแล้ว ความสงบเรียบร้อยเช่นนี้จะเกิดมีขึ้นไม่ได้เป็นอันขาด

"ในอนาคตอันใกล้ เมื่อประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้เข้าเฝ้าฯได้กราบบังคมทูลอัญเชิญขึ้นทรงราชย์แล้ว จะได้มีประกาศของสภานิติบัญญัติแห่งชาติแจ้งให้ประชาชนทราบต่อไป

“ตั้งแต่เวลาที่ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้เข้าเฝ้าฯและทรงรับอัญเชิญขึ้นทรงราชย์แล้ว จะได้ทรงดำรงอยู่ในฐานะเป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ของปวงชนชาวไทยสืบไป"









รายละเอียดหนังสือที่สำนักนายกฯส่งถึงสำนักเลขาฯสนช. เรื่องการสถาปนาแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้แล้วตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์



เมื่อวันที่ 29 พ.ย. สำนักนายกรัฐมนตรี ได้ส่งหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ นร 0503/44549 ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2559ถึงสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อเวลา 10.08 น. เรื่อง



แจ้งเรื่องการสถาปนาแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้แล้วตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้


  


ตามที่มีประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2559 และประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสวรรคต ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2559 นั้น ถือว่าเป็นกรณีที่ราชบัลลังก์ว่างลง และจำเป็นต้องมีการดำเนินการเกี่ยวกับการสืบราชสมบัติต่อไปเพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

ในเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลได้ชะลอการดำเนินการเกี่ยวกับขั้นตอนดังกล่าวในส่วนของรัฐบาลไว้ก่อนเพื่อสนองพระราชดำริในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่ว่า ยังไม่สมควรดำเนินการใดที่แสดงถึงการมีพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ในระหว่างที่ประชาชนอยู่ในภาวะทุกข์โศกและยากจะทำใจ

พระองค์เองก็ทรงขอเวลาร่วมทุกข์และทำใจเช่นเดียวกับประชาชนจนกว่าการพระราชพิธีพระบรมศพจะผ่านพ้นไประยะหนึ่ง ซึ่งมีพระราชดำริว่า เมื่อการบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทานผ่านพ้นจนถึงปัญญาสมวาร (ครบ 50 วัน) คือ วันที่ 1 ธันวาคม 2559 แล้ว จึงค่อยพิจารณาดำเนินการต่อไป ในระหว่างเวลานั้น รัฐธรรมนูญได้กำหนดให้มีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อนอยู่แล้ว จึงไม่น่าจะมีข้อขัดข้องใดๆ ในราชการบ้านเมือง

บัดนี้ การพระราชพิธีพระบรมศพได้ล่วงเลยเวลาบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน จนเข้าเขตปัญญาสมวาร (50 วัน) ทั้งประชาชนก็มีโอกาสเข้าถวายบังคมพระบรมศพแล้ว ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม ถึงบัดนี้ประมาณ 1 เดือน มีจำนวนประมาณหนึ่งล้านคน รัฐบาลจึงนำความกราบบังคมทูลว่า นับเป็นกาลอันควรดำเนินการต่อไปเพื่อให้เป็นไปตามพระราชประเพณีและรัฐธรรมนูญ อันจะยังความปลื้มปีติและสร้างขวัญกำลังใจแก่พสกนิกร ซึ่งทรงทราบฝ่าละอองพระบาทแล้ว

โดยที่การสืบราชสมบัติต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467 ซึ่งมาตรา 2 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนี้กำหนดให้นำบทบัญญัติในหมวด 2 ว่าด้วยพระมหากษัตริย์ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาใช้บังคับโดยถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2557 ดังนั้น การสืบราชสมบัติจึงต้องเป็นไปตามความในหมวด 2 พระมหากษัตริย์ ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ซึ่งมาตรา 23 วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญดังกล่าวบัญญัติว่า

ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลงและเป็นกรณีที่พระมหากษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467 แล้ว ให้คณะรัฐมนตรีแจ้งให้ประธานรัฐสภาทราบ และให้ประธานรัฐสภาเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อรับทราบ

และให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญองค์พระรัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์สืบไป แล้วให้ประธานรัฐสภาประกาศให้ประชาชนทราบ
คณะรัฐมนตรีจึงขอแจ้งมาเพื่อทราบว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 ธันวาคม 2515 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีสถาปนาเฉลิมพระนามาภิไธย สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณฯ เป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต ท่ามกลางมหาสมาคม

ประกอบด้วย พระบรมวงศานุวงศ์ คณะรัฐมนตรี คณะทูตานุทูตข้าราชการ ทหาร พลเรือนและสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ต่อมาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้ตรัสถวายสัตย์ปฏิญาณสาบานในการพระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดารามด้วยแล้ว
ประกาศพระบรมราชโองการสถาปนาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ วันที่ 28 ธันวาคม 2515 เล่นที่ 89 ตอนที่ 200

มีความตอนหนึ่งว่าก็โดยราชนีติอันมีมาในแผ่นดินนั้น เมื่อสมเด็จพระบรมราชโอรสซึ่งจะทรงรรับรัชทายาทสืบราชสันตติวงศ์ทรงพระเจริญวัยสมควรแล้ว ย่อมโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เฉลิมพระอิสริยยศ ตั้งแต่งไว้ในตำแหน่ง สมเด็จพระยุพราชมกุฎราชกุมาร ในกาลปัจจุบันนี้ประชาชนทั้งหลายตลอดถึง ชาวต่างประเทศทั่วไปในโลกย่อมพากันนิยมยกย่องว่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณทรงอยู่ในฐานะที่จะรับราชสมบัติปกครองราชอาณาจักรสืบสนองพระองค์

สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์นั้นเล่าก็ทรงพระเจริญพระชนมายุบรรลุนิติภาวะ ทรงพระวีรยภาพและพระสติปัญญาสามารถที่จะรับภาระของแผ่นดินตามพระอิสริยศักดิ์ได้ ถึงสมัยที่จะสถาปนาเป็นองค์รัชทายาท ควรทรงอนุวัตรให้เป็นไปตามธรรมนิยม และขัตติยราชประเพณี ตามความเห็นชอบเห็นดีของมหาชน และผู้บริหารประเทศทุกฝ่ายเฉลิมพระเกียรติยศขึ้นให้สมบูรณ์ตามตำแหน่งทุกประการ

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สถาปนา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ ขึ้นเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร
อนึ่ง ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467 มาตรา 4(1) บัญญัติ พระรัชทายาท คือ เจ้านายเชื้อพระบรมวงศ์ พระองค์ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สมมติขึ้น เพื่อเป็นผู้ทรงสืบราชสันตติวงศ์สนองพระองค์ต่อไป และ มาตรา 4(2) บัญญัติว่า;

สมเด็จพระยุพราช คือ พระรัชทายาทที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาขึ้นเป็นตำแหน่งสมเด็จพระยุพราช โดยพระราชทานยุพราชาภิเษกหรือโดยพิธีอย่างอื่นสุดแท้แต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ตำแหน่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมารที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งในวันที่ 28 ธันวาคม 2515 นั้น

เป็นตำแหน่งเดียวกับที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ เป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร พระองค์แรกของไทย เมื่อพ.ศ.2429 และสถาปนาสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ เป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร พระองค์ที่สอง เมื่อ พ.ศ. 2437

ซึ่งต่อมา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร  ได้ทรงรับราชสมบัติเป็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ต่อจากสมเด็จพระบรมชนกนาถ ตำแหน่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร จึงเป็นตำแหน่งพระรัชทายาท ตามกฎมณเฑียรบาลดังกล่าว และตามที่รัฐธรรมนูญระบุถึง

ดังนั้นเมื่อพิจารณาตามประวัติศาสตร์ ข้อกฎหมาย ประกาศพระบรมราชโองการสถาปนาและโบราณราชนิติประเพณีแล้ว โดยเฉพาะข้อกฎหมายที่ปรากฎในรัฐธรรมนูญบรรดาที่มีมาทุกฉบับนับแต่ พ.ศ.2534 จนกระทั่งถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ได้รับความเห็นชอบในการออกเสียงประชามติ เห็นได้ว่าล้วนแต่วางกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการสืบราชสันตติวงศ์ไว้เป็นแบบแผนเดียวกัน

คณะรัฐมนตรีจึงแจ้งมายังประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติในฐานะประธานรัฐสภาเพื่อทราบว่าสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเป็นพระรัชทายาทที่พระมหากษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้งไว้แล้ว ตามความในมาตรา 23 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 และทรงสถิตอยู่ในที่พระรัชทายาทสืบมาจนถึงปัจจุบัน

จึงกราบเรียนมาเพื่อทราบ และโปรดพิจารณาดำเนินการต่อไป ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง ลงชื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี



คลิกอ่านหนังสือฉบับจริงได้ ที่นี่

  

  







ชมภาพ/โหลดฟรี : สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร

ชมภาพสมเด็จพระบรมฯ และ หม่อมนุ้ย พลตรีหญิงสุทิดา(พระชายาองค์ใหม่) ได้ที่นี่<คลิก>




   
copyright © www.photoontour.com, All rights reserved