Photoontour.com   โฟโต้ออนทัวร์
    Home
Home   :   Royal Photos   :   King Family  :   Vajiralongkorn 04
  ข้อมูลสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร
 
  ออกไปหน้าหลัก ประวัติในหลวง พระราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์


สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช
เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์


  พระราชประวัติ
  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

  พระราชโอรส/ธิดา
  ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา
  สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์
  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร
  สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์


 
  (อดีต)พระวรชายาสมเด็จพระบรมฯ
  พระองค์เจ้าโสมสวลี (พ.ศ.2520-36)

  (อดีต)คู่สมรสสมเด็จพระบรมฯ
  สุจาริณี วิวัชรวงศ์ (พ.ศ.2537-2539)

  (อดีต)พระวรชายาสมเด็จพระบรมฯ
  พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ(พ.ศ.2540-2557)

 
พระวรชายา(ปัจจุบัน)
  พลโทหญิงสุทิดา วชิราลงกรณ์(พ.ศ.2556-ปัจจุบัน)

ข้อมูล สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร : Prince Maha Vajiralongkorn
 
 

ประวัติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร
การศึกษา
พิธีอภิเษกสมรส
ด้านการแพทย์ และการสาธารณสุข
ด้านสังคมสงเคราะห์
ด้านการต่างประเทศ
ด้านการพระศาสนา
ด้านการทหาร
พระองค์กับสาธารณะ




วีรกรรมสมเด็จพระบรม ณ.ฐานปฏิบัติการบ้านหมากแข็ง อ.ด่านซ้าย
พระบรมฯทรงตรัสถึงหม่อมศรีรัศมิ์ เมื่อค่ำวันที่ 25 มกราคม 2545



ชมภาพสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช
ชมมคลิปสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช


4/5






วีรกรรม สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฏราชกุมาร
ณ.ฐานปฏิบัติการบ้านหมากแข็ง กองทัพภาคที่ 3

ที่มา จากคลิปยูทูป โพสต์โดยเรืองครับผม
(ถอดคลิปเสียงบรรยายโดย โฟโต้ออนทัวร์)


ชมภาพชุดนี้ได้ที่นี่   :   ชมคลิปและเสียงบรรยายได้ที่นี่


(เสียงบรรยายจากคลิป)

ในพื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัด ซึ่งครอบคลุม อำเภอหล่มสัก อำเภอหล่มเก่าจังหวัดเพชรบูรณ์ พื้นที่อำเภอด่านซ้าย อำเภอนาแห้วจังหวัดเลย และพื้นที่อำเภอนครไทย อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก

ประมาณเดือนมีนาคม 2511 พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยได้ส่งผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ทะยอยเข้ามาปฎิบัติการและได้ระเบิด "วันเสียงปืนแตก" ขึ้นที่บ้านห้วยทรายใต้ อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2511

และตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ได้มีการเคลื่อนไหวปฎิบัติการรุนแรงยิ่งขึ้น มีการซุ่มยิง ซุ่มโจมตี เข้าตีฐานปฎิบัติการของเจ้าหน้าที่ และลอบยิงราษฎรจนได้รับบาดเจ็บล้มตายอยู่ตลอดเวลา

บ้านหมากแข้ง ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เป็นหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่อยู่ในพื้นที่ที่มีผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์เคลื่อนไหว

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2519 ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ได้ลอบเข้าโจมตีที่ฐานปฎิบัติการของตำรวจหน่วยปฎิบัติการพิเศษ ทำให้ตำรวจเสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บสาหัส 1 นาย

กองบัญชาการผสมพลเรือนตำรวจทหาร 1617 ได้ส่งเฮลิคอปเตอร์ไปรับ และขณะที่นักบินนำเครื่องขึ้น ได้ถูกผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ยิงตกลงมาถูกบ้านเรือนราษฎรจนได้รับความเสียหาย

และในวันต่อมาเมื่อหน่วยเหนือส่งกำลังไปช่วยเหลือ ก็ได้ถูกผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ระดมยิงจนนักบินไม่สามารถนำเครื่องลงได้ ต้องนำกำลังทั้งหมดไปส่งลงที่ฐานบ้านห้วยมุ่น และให้กำลังพลทั้งหมดเดินเท้าไปไปยังฐานบ้านหมากแข้ง แต่ระหว่างทางได้ถูกผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ซุ่มยิง ทำให้ฝ่ายเราเสียชีวิต 2 นาย และบาดเจ็บอีก 3 นาย

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทราบ ด้วยความห่วงใยพระองค์จึงทรงโปรดเกล้าให้ ร้อยเอก สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมทหาร ตำรวจและราษฎรในพื้นที่ โดยในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2519 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ได้เสด็จราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งไปยังฐานปฎิบัติการบ้านห้วยมุ่น

และหลังจากประทับรับฟังการบรรยายสรุปแล้ว พระองค์ได้รับสั่งกับพลโทสมศักดิ์ ปัญจมานนท์ แม่ทัพภาคที่ 3 ด้วยพระสุรเสียงอันหนักแน่นว่า

"จะต้องไปแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้นให้ได้"

ถึงแม้ว่าแม่ทัพภาคที่ 3 จะกราบบังคมทูลทัดทาน เนื่องจากสถานการณ์ขณะนั้นไม่น่าไว้วางใจ แต่พระองค์ก็ทรงยืนยันอย่างหนักแน่นว่า

" ชักช้าไม่ได้ ต้องไปแก้ไขให้ได้ในวันนี้ และเดี๋ยวนี้ "

จากนั้นเวลาประมาณ 15.30 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ได้ประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง ทรงรับสั่งให้นักบินนำเครื่องมุ่งตรงไปยังฐานบ้านหมากแข้งทันที

ขณะที่เฮลิคอปเตอร์กำลังจะร่อนลงยังไม่ทันที่สกี(ฐานเฮลิคอปเตอร์)จะแตะพื้น พระองค์ได้กระโดดลงและวิ่งโผเข้าหาที่กำบังอย่างห้าวหาญ ในขณะเดียวกันผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์จากเนินเขาด้านทิศตะวันตก ก็ได้ใช้อาวุธปืนเล็กระดมยิงเข้ามายังฐานบ้านหมากแข้งอย่างหนัก

พระองค์ได้ออกคำสั่งให้ทหารตามเสด็จมาด้วยทุกคน ประกอบด้วยพลโทสมศักดิ์ ปัญจมานนท์ แม่ทัพภาคที่ 3, พันเอกรวมศักดิ์ ไชยโกมินทร,์ พันเอกพิจิตร กุลละวณิชย,์ พันเอกเทียนชัย จั่นมุกดา, พันตรี สายันต์ คำพีรพัฒน์, ร้อยเอกอณุ สุมิตร นาวาอากาศตรีปรีชา ศักดิ์ณรงค์ แยกย้ายกันนำทหารยิงโต้ตอบกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ และพระองค์ได้มีคำสั่งให้ปืนใหญ่จากฐานบ้านห้วยมุ่นยิงถล่มผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ทันที

พร้อมกันนั้นพระองค์ได้เสด็จไปยังหลุมบุคคลรอบฐานปฎิบัติการ ทรงให้คำแนะนำแก่ทหารถึงวิธีการวางกำลัง การจัดฐาน และการวางระบบป้องกันตนเอง รวมทั้งทรงแนะนำเรื่องการกำหนดมุมยิงของปืนใหญ่ และเครื่องยิงลูกระเบิดด้วย

  

  

จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปจนถึงเวลา 16 นาฬิกา ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ก็ยังไม่ลดละความพยายามที่จะเข้าโจมตีฐานปฎิบัติการของฝ่ายเรา ยังคงระดมยิงก่อกวนอยู่ตลอดเวลา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร จึงทรงบัญชาการให้ทหารทำการยิงโต้ตอบ

พร้อมกันนั้นก็สั่งการให้ชุดปฎิบัติการออกลาดตระเวณพิสูจน์ทราบ โดยพระองค์ทรงทำหน้าที่เป็นหัวหน้าชุดด้วยพระองค์เอง ทั้งๆที่แม่ทัพภาคที่ 3 ได้กราบบังคมทูลทัดทาน ด้วยเกรงว่าพระองค์จะทรงเป็นอันตราย แต่พระองค์รับสั่งว่า "ชั้นต้องไปเพราะว่าเป็นหน้าที่ของทหาร"

ขณะที่ทรงนำชุดปฎิบัติการออกลาดตระเวณพิสูจน์ทราบ พระองค์ได้แสดงความกล้าหาญ มีน้ำพระทัยเด็ดเดี่ยวอย่างน่าสรรเสริญยิ่ง ทรงนำหน้าทหารเดินบุกตลุยไปตามเส้นทางสูงๆต่ำๆ มีหญ้าสูงรกทึบยากลำบากต่อการเคลื่อนที่ เสี่ยงอันตรายจากถูกซุ่มยิงและเสี่ยงต่อการถูกกับระเบิดเป็นอันมาก

แต่พระองค์ก็ไม่ได้ทรงหวาดหวั่น และในระหว่างนั้นผู้ก่อการร้ายได้ระดมยิงมายังชุดปฎิบัติการของพระองค์ เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว
แต่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ก็ไม่ได้ทรงกลัวแต่ประการใด ทรงมีพระสติมั่นคง สั่งทหารดำเนินกลยุทธยิงโต้ตอบ จนกระทั่งผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ต้องล่าถอยไป

ท่ามกลางสถานการณ์อันตรึงเครียด เพราะผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ยังคงยิงเข้ามาไม่ขาดระยะ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ได้รับสั่งให้จัดชุดปฎิบัติการ นำพระองค์ไปยังหมู่บ้านหมากแข้ง โดยพระองค์ทรงทำหน้าที่เป็นหัวหน้าชุดปฎิบัติการ ซึ่งหมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่ในระดับต่ำ และอยู่ห่างจากฐานปฎิบัติการออกไปมาก และเส้นทางที่ผ่านไปก็มีอันตรายรอบด้าน

  

  

การเสด็จไปยังหมู่บ้านหมากแข้งแห่งนี้ มีพระประสงค์เพื่อจะฟื้นฟูขวัญและกำลังใจแก่ราษฎร ท่ามกลางความปลึ้มปิติยินดีของชาวบ้าน

พระองค์ได้ทรงไต่ถามทุกข์สุข และขอให้ราษฎรทุกคนขยันขันแข็งทำมาหากิน อย่าได้ย่อท้อวิตกกังวล และขอให้ทุกคนมีความเชื่อมั่นว่า ทหารจะคุ้มครองความปลอดภัยให้อย่างเต็มที่

หลังจากนั้นได้เสด็จไปยังบริเวณที่เฮลิคอปเตอร์ถูกยิงตก ทรงตรวจสภาพเฮลิคอปเตอร์เครื่องนั้นอยู่เป็นเวลานาน และต่อมาก็ได้เสด็จไปที่โรงเรียนบ้านหมากแข้งที่เคยถูกผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ปิดล้อมและยึดไว้ และฝ่ายเรายึดกลับคืนมาได้ โดยพระองค์ได้ให้กำลังใจแก่ครูและนักเรียน ให้ทุกคนหายจากความหวาดกลัวอย่างทั่วถึง

การเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมทหารกองทัพภาคที่ 3 ที่ฐานปฎิบัติการเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2519 ตลอดวันนั้นพระองค์ทรงปฎิบัติพระราชภาระกิจอย่างมิทรงเห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย พระองค์ได้พระราชทานคำแนะนำยุทธวิธี ด้านต่างๆ ทั้งการลาดตระเวณ การพิสูจน์ทราบ การวางกับระเบิด พลุสะดุด สัญญาณเตือนภัยต่างๆ

  

ทรงอธิบายวิธีการแก้ปัญหาเกี่ยวกับพื้นที่ปฎิบัติการ ยุทธวิธีปฎิบัติการ ในพื้นที่ป่าเขา รวมทั้งพระองค์ได้ทรงกระทำเป็นตัวอย่าง
โดยทรงเป็นหัวหน้าชุดออกลาดตระเวณด้วยพระองค์เอง โดยมิได้หวั่นเกรงว่าจะเกิดอันตรายจากกับระเบิดและการซุ่มยิงของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์แต่อย่างใด

คืนนั้นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ได้ประทับแรมที่ฐานปฎิบัติการ โดยเข้าที่บรรทมเมื่อเวลา 24 นาฬิกา โดยพระองค์ทรงบรรทมในหลุมบุคคลด้านเหนือซึ่งมีความลึกประมาณ 2 ฟุต หลังคามุงด้วยหญ้าคา ในหลุมมีผ้าปันโจ(ผ้าปูพื้นสำหรับการเดินป่า)สำหรับปูรองพื้น พระองค์ใช้เป้ทหารหนุนพระเศียร และบรรทมในชุดเครื่องแบบสนามที่ทรงนำไปชุดเดียว โดยไม่มีเสื้อแจ๊กเก็ตฟิลด์(เสื้อกันหนาวสีเขียวของทหาร) กันหนาวหรือว่าผ้าห่มแม้แต่ผืนเดียว ทั้งๆที่คืนนั้นอากาศที่นั่นค่อนข้างหนาวเย็น และมีหมอกลงจัดตลอดเวลา

 

รุ่งเช้าวันที่ 6 พฤศจิกายน 2519 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ทรงตื่นบรรทมเมื่อเวลาประมาณ 5 นาฬิกา และมิได้ทรงสรงพระพักตร์(ล้างหน้า) พระองค์ได้เสด็จนำแม่ทัพภาคที่ 3 และคณะไปตรวจการวางกำลังของฝ่ายเรา และทรงควบคุมการกู้กับระเบิดรอบฐาน และต่อมาได้ทรงรับสั่งให้จัดกำลังออกทำการพิสูจน์ทราบเส้นทาง และพื้นที่เนินเขาด้านทิศตะวันตกบริเวณหมู่บ้านอีกครั้งหนึ่ง

จากนั้นได้เรียกนายทหารประจำฐานปฎิบัติการทุกคนมารับฟังคำสั่ง มารับฟังคำชี้แจงวิธีการปฎิบัติในการรักษาการป้องกันฐานปฎิบัติการ และการคุ้มครองความปลอดภัยให้กับราษฎรในหมู่บ้าน

จนได้เวลาอันสมควรจึงได้ประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งไปทรงเยี่ยมทหาร ตำรวจ ทีได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ต่อไป ซึ่งการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมหน่วยทหาร ตำรวจ และประชาชน ในพื้นที่การปฎิบัติการ ของกองทัพภาคที่ 3 ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ครั้งนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น อย่างหาที่เปรียบมิได้ ซึ่งกองทัพภาคที่ 3 จะขอจารึกจดจำไว้อย่างไม่มีวันลืมเลือนตลอดไป



พล.ท.นริศ ศรีเนตร พ.อ.พิชัย นวาวัฒน์ ข้อมูล
พ.อ.สมจริง สิงหเสนี บท-บรรยาย
ร.ต.เสรี ทองคู่ ประกอบเสียง
จ.ส.อ.สำราญ เบ็งยา ตัดต่อสำดับภาพ

ที่มา จากคลิปยูทูป โพสต์โดยเรืองครับผม
(ถอดคลิปเสียงบรรยายโดย โฟโต้ออนทัวร์)


ชมภาพชุดนี้ได้ที่นี่   :   ชมคลิปและเสียงบรรยายได้ที่นี่






ชมภาพ/โหลดฟรี : สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร

ชมภาพสมเด็จพระบรมฯ และ หม่อมนุ้ย พลตรีหญิงสุทิดา(พระชายาองค์ใหม่) ได้ที่นี่<คลิก>




   
copyright © www.photoontour.com, All rights reserved