โฟโต้ออนทัวร์ : เวปไซต์ภาพถ่ายที่ให้สาระประโยชน์และความบันเทิงแก่บุคคลทุกระดับ เรามีภาพการเดินทาง และ
ภาพอื่นๆอีกนับไม่ถ้วน เราคัดสรรภาพถ่ายที่มีคุณภาพ ในเมนู Gallery ,Events, City Tour , Special Photos & More
      Home >Special Photos > Royal Flora 2006 > Part 1      
Main page
Part 1 รวมภาพงานพืชสวนโลก ชุด 1 (จากกล้องดิจิตอล)
 






























 
   
 
ภาพ Panorama

ลานจอดรถนับพันๆคัน
 
อลังการกับถนนสู่งาน

   
                  
 

งานพืชสวนโลก ชุด 1 ร้านอาหารต้องห้ามในเชียงใหม่ 



                  ในที่สุดงานพืชสวนโลกที่หลายคนรอคอยก็มาถึง ระยะเวลาจัดงานจากวันที่ 1 พย.49 - 31 มค.50 รวม 92 วันพอดี น่าจะมากพอที่จะ ให้หลายๆคนได้แบ่งเวลามาเที่ยวกันได้ ส่วนเรื่องที่พักอาจมีปัญหาบ้าง โรงแรมเกือบทุกแห่งถูกจับจองล่วงหน้ามาหลายเดือนโดยธุรกิจท่องเที่ยว ทั้งของไทยและต่างประเทศ หากใครหาที่พักไม่ได้ก็ยังพอมีสถานที่อื่นๆรองรับ เช่นที่วัด สถานที่เอกชนบางแห่งที่เปิดให้บริการ หรือเต้นท์ที่พัก ที่กระจายตามจุดต่างๆใกล้บริเวณงาน นอกจากนี้ก็ยังมีอพาร์ทเมนท์ หรือคอนโด ี่ยังพอมีห้องว่างไว้บริการนักท่องเที่ยวเพื่องานพืชสวนโลก หรือ หากไม่สะดวกก็แนะนำให้ไปพักที่จังหวัดใกล้เคียงเช่นลำปาง ที่ยังพอรองรับได้ ระยะทาง 90 กม.จากลำปางมาเชียงใหม่ ในเวลาแค่ชั่วโมงเศษๆ น่าจะแก้พอปัญหานี้ได้ และหลายคนก็เลือกใช้วิธีนี้ หรือหากจะหาที่พักเองจากเวปไซต์ก็แนะนำที่นี่เลย http://www.cnxtourism.com

สำหรับผม งานนี้ไม่ได้จองที่พักเองแต่ก็มีญาติและคนรู้จักกันที่เชียงใหม่เป็นผู้หาให้ ก็ได้บ้านพักเป็นห้องรวมห้องใหญ่ ที่เจ้าของพึ่งจะมาปรับ ปรุงให้เช่ากันในช่วงนี้ เดิมก็คงจะเป็นบ้านว่างๆที่ไม่มีคนมาพัก แต่พอมีงานพืชสวนโลกก็ทำการปรับปรุงให้ดีขึ้น

ที่เชียงใหม่ตอนนี้เป็นช่วงทำเงินของธุรกิจเกี่ยวกับที่พัก บางแห่งก็ฉวยโอกาสโก่งราคาขึ้นไปหลายเท่าตัว ยังไงก็อยากฝากบอกเจ้าของธุรกิจว่า ่น่าจะใช้โอกาสนี้แสดงน้ำจิตน้ำใจกับคนต่างถิ่น ให้สมกับเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมอันดีงาม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงของเรา ชาวบ้านต่างเมืองเค้าจะได้จดจำ ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ที่ดีงาม และจะย้อนกลับมาสู่ชาวเชียงใหม่ในภายหลัง

งานพืชสวนโลกจนถึงขณะนี้ก็ผ่านมาเกือบเดือนแล้ว แรกๆก็มีปัญหามาก ใครไปเที่ยวก็บ่นผิดหวังตามๆกัน ตั้งแต่เรื่องขยะที่กองสุมโดยไม่มีใคร เหลียวแล เรื่องห้องน้ำห้องส้วมสกปรก เรื่องรถบริการชมงานที่มีน้อยเกินไปจนต้องรอกันนาน รวมไปถึงเรื่องอาหารการกิน แต่ครั้นเวลาผ่านไป ก็ได้รับการแก้ไขไปหลายเรื่อง ช่วงหลังๆเสียงบ่นเสียงว่าดูจะน้อยลง และยิ่งเมื่อวานนี้ เจ้าชายจิกมี จากภูฏาน ได้เสด็จมาชมงาน ก็เหมือนช่วย กระตุ้นให้ใครต่อใครอยากมาเที่ยวกันมากขึ้น

การจัดงานครั้งนี้นับว่าอลังการงานสร้าง ชนิดที่ยังไม่เคยมีมาก่อนในเมืองไทย พื้นที่ 470 ไร่ ถูกปรับให้เป็นสวน และอาคารนิทรรศการ จนเกือบ เต็มพื้นที่ ถ้าคิดจะเดินเที่ยวให้ทั่วภายในวันสองวันคงยากเต็มที การศึกษาคู่มือเที่ยวงานจากแผ่นพับที่แจกในงาน แล้ววางแผนให้เหมาะกับเวลา น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด หากเดินเที่ยวโดยไม่รู้ทิศทางจะทำให้เสียเวลาค่อนข้างมาก ดังนั้นควรเสียเวลาเล็กน้อยศึกษาคู่มือกันก่อนว่าจะไปที่ไหนบ้าง ทำได้แบบนี้ก็เชื่อว่าจะได้ประโยชน์มาก

หอคำหลวงดูจะเป็นไฮไลท์สำคัญที่สุดของงาน มีภูเขาเป็นฉากอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหน้าก็เป็นลานกว้างและสวนดอกไม้ที่ยาวต่อเนื่องไปถึงซุ้มประตู ูช้างหรือประตูทางเข้าหน้างาน ช่วงกลางวันตรงบริเวณลานจะมีการแสดงโยธวาธิตของนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆสลับกันในแต่ละวัน ส่วนตอนกลาง คืนราวทุ่มเศษๆ จะมีขบวนรถแฟนตาซีประดับไฟสวยงาม เคลื่อนช้าๆไปตามถนนสายหลัก เป็นสีสันงดงามที่หลายคนเฝ้ารอดู

การเตรียมตัวเที่ยวงานพืชสวนโลก สำคัญที่สุดคือกำลังขาและเรี่ยวแรง พื้นที่อันใหญ่โตและต้องเดินกันเป็นเวลานานหลายๆชั่วโมง จึงไม่ไช่ของง่าย ที่จะทนอยู่ได้ตลอดรอดฝั่ง ฟิตร่างกายมาบ้างก็จะเป็นประโยชน์ต่อตัวเองได้มาก

เรื่องอากาศร้อน เมื่อยแข้งเมื่อยขา เป็นเรื่องปกติสำหรับการมาเที่ยวงานครั้งนี้ สิ่งที่ต้องเตรียมตัวเพื่อรับกับสถานการณ์ ก็คงหนีไม่พ้นครีมกันแดด สำหรับสุภาพสตรี ร่ม หมวก หรือเสื้อแจ๊กเก็ตกันแดด ก็เป็นสิ่งจำเป็น บางคนอาจบอกว่าขอนั่งรถชมงานดีกว่า ก็ต้องบอกว่ามีสภาพไม่ต่างกันนัก เพราะด่านแรกก็ต้องยืนคอยรถนานนับชั่วโมง นั่งบนรถแล้วก็ไม่มีโอกาสเข้าไปชมสิ่งที่น่าสนใจภายในจุดต่างๆ หรือหากจะชมก็ต้องลงรถตามสถานี ที่กำหนดไว้ ทำไปทำมาก็คงต้องเดินเหมือนกัน  อีกอย่างที่ต้องคำนึงก็คือรองเท้า ควรเลือกแบบสบายๆ ประเภทรองเท้าผ้าใบ หรือรองเท้ากีฬา
จะดีมากทีเดียว

เรื่องอาหารการกินที่งานนี้ลำบากหน่อย ไม่ทราบว่าผู้จัดคิดอย่างไรกับการให้บริษัทใหญ่ๆ แบรนด์ดังจากกรุงเทพมาประมูลขาย ชนิดผูกขาดแต่ ่เพียงไม่กี่ราย โดยไม่เปิดโอกาสให้ร้านอาหารแบบ Food center ที่ราคาไม่แพงนัก และเป็นสิ่งที่หลายคนคุ้นเคยแม้กระทั่งในต่างจังหวัด มาเปิดขายเพื่อให้มีหลากหลายราคา และมีหลายทางเลือกสำหรับผู้มีฐานะต่างกัน

เจอราคาร้านดังเข้า ลูงมา กับ ป้าแม้น บอกแทบเป็นลม หากจัดที่กรุงเทพในสถานที่หรูหราก็คงไม่มีใครว่า แต่เมื่อมาจัดงานในต่างจังหวัดที่คน ส่วนใหญ่มีฐานะปานกลาง หรือระดับชาวบ้าน รวมทั้งมีเด็กนักเรียนมาศึกษาหาความรู้อีกนับพันๆคนในแต่ละวัน ผู้จัดน่าจะให้ความสำคัญกับคน กลุ่มนี้ที่ถือว่าเป็นกลุ่มใหญ่

นี่ผ่านไปเป็นเดือนแล้วก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข คนที่มาเที่ยวต่างบ่นอุบไปตามๆกัน

สำหรับคนที่ยังไม่ได้มาเที่ยวงาน อย่าพึ่งตกใจนะครับที่จะบอกว่า ข้าวแกงที่บรรรจุในกล่องโฟมขายกันกล่องละ 120 บาท...(.ถูกต้องแล้วครับ)

โปรดฟังอักครั้ง " ร้อยยี่สิบบาท " ขอย้ำอีกที

กล่องเดียวทานคนเดียว ไม่บอกก็ไม่รู้ว่าที่ศูนย์อาหารของการบินไทย และเป็นราคาซื้อขายกันบนภาคพื้นดิน ไม่ได้เหินขึ้นไปกินบนฟ้าแต่อย่างใด ใครคิดว่าเป็นเรื่องแปลกจนอยากมาดูด้วยตาตนเอง บอกใบ้ให้ก็ได้ว่าที่ศูนย์อาหารหมายเลข 1 เยื้องไปทางขวาของหอคำหลวง อาคารที่เห็นหลังคา สีขาวๆ นั้นแหละไช่เลย แล้วแหงนดูป้ายราคากันให้เต็มตา

ถ้าฟังไม่ผิดดูเหมือนหนังสือพิมพ์บางฉบับ กับทีวีบางช่อง เคยบอกว่า ให้เตรียมข้าวเหนียวหมูปิ้งมาทานด้วย เพราะอาหารในงานแพงมาก
ซึ่งดูจะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ต้นเหตุก็คือผู้จัดหรือ "กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ " ต้องหาทางแก้ไข หลายคนแปลกใจว่าเจ้าภาพ จัดงานเป็นหน่วยงานราชการแท้ๆ แต่ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ บางคนก็คิดไปไกลว่า สตง.เตรียมเข้ามาเช็คบิลหลังเสร็จงาน จึงไม่กล้าเปลี่ยนแปลง สัญญาใดๆ และได้ยินว่าหลายเรื่องที่มีปัญหา แม้แต่ ดร..ระพี สาคริก ก็ออกมาแฉ ก็ต้องติดตามเรื่องนี้กันในภาคต่อไปที่มีชื่อว่า "ตามล่าหาคนโกง"


........................................................................................................................................


พูดถึงเรื่องอาหารก็ขอต่ออีกหน่อยเถอะ คราวนี้ออกมานอกงานแล้ว ร้านอาหารนี้มีชื่อว่า "ราดหน้าเยาวราช" ป้ายชื่อร้านเป็นตัวหนังสือที่คล้าย ภาษาจีน อยู่ไม่ห่างจากห้างโลตัสหางดงเท่าใดนัก หรือเส้นทางสู่งานพืชสวนโลก วันนั้นขับรถออกจาก Central Airport ในเวลาประมาณ 2 ทุ่ม หลังกลับจากงานพืชสวนฯ จึงหาข้าวหาปลาทานก่อนกลับที่พัก ได้แวะร้านราดหน้าที่ว่านี้ เพราะเห็นว่าน่าจะเข้าท่า จึงสั่งราดหน้ามาเต็มโต๊ะ นั่งทานกันหลายคน ก็บังเอิญไปเห็นการหั่นผักคาน้าบนเขียงขนาดใหญ่ มีกะลามังรองรับอยู่ข้างล่าง

มาสะดุดตาก็ตรงที่เห็นหยิบคาน้าออกจากถุงพลาสติกใสห่อใหญ่ (แบบที่เคยเห็นขนส่งกันมาบนรถขนผัก) จากนั้นก็วางบนเขียง หั่นแฉลบไป แฉลบมา แล้วกวาดลงกะละมังใบใหญ่ที่ตั้งอยู่ใกล้เตาไฟหน้าร้าน ใครสั่งราดหน้างก็หยิบจากกะละมังโยนลงกระทะบรรเลงทันที

"อ้าว.... ไม่ต้องล้างผัก ล้างพิษจากยาฆ่าแมลงกันรึไง..."

แล้วถุงพลาสติกใสนั้นก็มาจากสวนผักที่ไม่ได้โดนน้ำแม้แต่หยดเดียว ยังสด ยังแห้ง ไม่ต่างกับพึ่งส่งมาจากสวนจากไร่

" ว้าว....นี่เค้าทำกันแบบนี้หรอกหรือ... มักง่ายไปหน่อยมั้ง.."

อดรนทดไม่ได้ เพราะรู้สึกพะอืดพะอมจนเหลือทน จึงเดินไปถามเจ้าของร้าน เป็นชายวัย 40 แกก็ตอบแบบเลี่ยงข้างๆ คูๆ ว่า
" ผักนี้ล้างเก็บไม่ได้ เพราะจะทำให้เน่า หั่นแล้วก็จะเอาไปล้างข้างหลังร้าน..."

เห็นกับตาว่าจากกะละมัง โดยไม่ได้ล้าง ยังมีหน้ามาพูดว่า เอาไปล้างด้านหลัง ซึ่งดูจะผิดปกติไปหน่อยที่ย้อนไปย้อนมา

ก็ไม่เถียงให้เมื่อยตุ้ม เพียงแต่จดจำไว้ว่าร้านนี้ สกปรกสิ้นดี และมักง่ายอย่างที่สุด แถมยังมีประกาศนียบัตรใส่กรอบหราว่า ผ่านการอบรมด้าน โภชนาการมาจาก อบต. หรือ อบจ. ของจังหวัดเชียงใหม่มาแล้วด้วย

" นี่ขนาดผ่านการ อบรมมาแล้วนะ หากไม่อบรมแล้วจะขนาดไหน "

ร้านอาหารที่ว่านี้อยู่ตรงไหน คนเชียงใหม่เห็นแล้วก็คงจะถึงบางอ้อว่า " ร้านอยู่ตรงนี้เองดอกหรือ "

ยังไงก็ขอป่าวประกาศให้นักท่องเที่ยวที่มางานพืชสวนโลกได้ทราบทั่วกัน จะได้เพิ่มความระมัดระวังในการกินให้มากขึ้น และประกาศนียบัตร ที่ออกมาจากทางการนั้น มันรับรองความปลอดภัยอะไรไม่ได้เลย



                
               
      ร้านราดหน้าเยาวราช ถนนหางดง เชียงใหม่ (เส้นทางสู่งานพืชสวนโลก) ไม่ได้มีการล้างผักคะน้าที่นำมาปรุงอาหารแต่อย่างใด







             เว็บมาสเตอร์
             โฟโต้ออนทัวร์
             27 พฤศจิกายน 2549



            (อ่านคำแนะนำการเตรียมพร้อมถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอล สำหรับงานพืชสวนโลก ที่นี่ )


 

               
                     
 
 copyright © All images www.photoontour.com, All rights reserved