Photoontour.com   โฟโต้ออนทัวร์ Home > Flower & Nature > Part 1       
 
 
Click >>
แนะนำการถ่ายภาพชุดนี้ < คลิก     Home  
ภาพชุดดอกไม้ ชุด 1 เป็นภาพจากสถานท่องเที่ยวบนเส้นทางบนดอยสาย อ.แม่ริม - อ.สะเมิง จ. เชียงใหม่ ที่เคยไปเที่ยวเมื่อหลายปีก่อน
 
         
   

ดอกไม้จากดอย


               เส้นทางสายเชียงใหม่ - แม่ริม - สะเมิง ถ้าย้อนไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน  เป็นถนนท่องเที่ยวสายสำคัญ ที่มีจุดแวะให้ชมธรรมชาติตลอดเส้นทางที่วนเวียนอยู่บนเขา เช่นศูนย์ฝึกช้าง รีสอร์ท และสถานที่พักต่างๆมากมาย แต่ละแห่งก็ปลูกดอกไม้นานาพันธ์อย่างสวยงาม สร้างรายได้ให้กับเจ้าของกิจการได้ไม่น้อย เป็นถนนท่องเที่ยวที่มีแต่ดอกไม้ ภูเขาและอากาศที่เย็นสบาย ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวขึ้นมาชมวันละหลายหมื่นคน

นอกจากจะมีรีสอร์ท ที่พัก อันเป็นธุรกิจหลักในช่วงแรกๆของยุคบุกเบิกแล้ว ก็มีธุรกิจอื่นเข้ามาเสริมการท่องเที่ยวให้มีความหลากหลาย มีทั้งคนไทย และต่างชาติที่มาลงทุน ที่พอจำได้ก็มีสวนงู สวนผีเสื้อ โดยเฉพาะสวนผีเสื้อ มีทั้งเลี้ยงผีเสื้อ ขยายพันธ์ ซึ่งทำในเชิงธุรกิจแล้ว ในพื้นที่นั้นก็ยังมีสวนดอกไม้ กล้วยไม้มากมายหลายชนิด ทำให้นักท่องเที่ยวเพลินเพลินและใช้เวลาเที่ยวชมภายในบริเวณเป็นเวลาหลายชั่วโมง

ปัจจุบันผมไม่ได้ไปเที่ยวแถวบริเวณนี้นานแล้ว แต่ก็เข้าใจว่าน่าจะยังเติบโตและเป็นแหล่งท่องเที่ยวในเส้นทางสำคัญของเชียงใหม่ และของอำเภอแม่ริม ใครที่ไม่ได้ผ่านไปเส้นนี้มานาน ก็อย่าแปลกใจ สภาพทุกอย่างเปลี่ยนไปค่อนข้างรวดเร็ว

ถนนสายเชียงใหม่ - แม่ริม มีโอกาสขับรถผ่านไปล่าสุดเมื่อคราวไปเที่ยววัดบ้านเด่นของครูบาเทือง ที่ขณะนั้นอยู่ระหว่างการก่อสร้าง(สค.47) วัดนี้อยู่เขตอำเภอแม่แตง ซึ่งหากจะมาแหล่งท่องเที่ยวบนเชิงเขาสายสะเมิงแล้วก็จะผ่านแม่แตงก่อน

ส่วนวัดบ้านเด่นขณะนี้ ( สค.49 ) เข้าใจว่าน่าจะเสร็จสมบูรณ์แล้วเป็นส่วนใหญ่ จึงอยากแนะนำให้แวะเที่ยว เพราะสวยมาก หากไปไม่ถูกหรือต้องการชมภาพที่ถ่ายไว้เมื่อปี '47  คลิกที่นี่


................................................................................................................................................................................................................

การถ่ายภาพ

ภาพชุดนี้ถ่ายไว้เมื่อปี 2537 หรือเมื่อ 12 ปีก่อน ถ่ายด้วยกล้อง Nikon F 90 เป็นช่วงปีแรกๆที่ซื้อกล้องตัวนี้ ตอนนั้นกล้องดิจิตอลน่าจะยังไม่เกิดโลกของการถ่ายภาพยังเป็นเรื่องของกล้องฟิล์ม ฟิล์มที่ใช้ในตอนนั้นเป็นสไลด์ Kodak Elite 100 เป็นฟิล์มราคาถูก และใช้มาเป็นเวลานานสีสันอยู่ในระดับที่น่าพอใจ อาจติดสีม่วงเล็กน้อยแต่ก็ช่วยให้ภาพดูมีชีวิตชีวา

ทุกครั้งที่ล้างสไลด์ในรุ่นนี้ ก็ออกจะตื่นเต้นที่เห็นภาพอยู่ในเกณฑ์ดี สีสันตรงตามที่คิดไว้ จะปรับ Under หรือ Over ก็ได้ผลตามคาดปัจจุบัน Elite 100 ยังคงรักษาคุณภาพได้ดี ไม่แพ้ฟิล์มโปรที่มีราคาแพง ภาพต่อภาพในระดับไวแสง ISO 100 อาจเฉือนกันแค่ปลายจมูกและหากนำภาพมาใช้งานแบบธรรมดาทั่วๆไป ไม่ได้ขยายภาพให้ใหญ่โตมโหฬาร ก็ถือว่าน่าใช้มาก ใครที่เบี้ยน้อยหอยน้อยก็หาซื้อได้โดยไม่เดือดร้อนนัก หรือหากใครที่ติดนิสัยต้องเล่นฟิล์มโปรแต่ฝีมือยังไปไม่ถึง หากหันมาเล่นฟิล์มตัวนี้ น่าจะเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง

ภาพในชุด " ดอกไม้จากดอย " เข้าใจว่าคนที่ใช้กล้องดิจิตอลมาตลอดอาจไม่ค่อยได้เห็นภาพที่ให้สัสันรุนแรงในลักษณะนี้กันบ่อยนัก ทั้งที่เป็นภาพที่ถ่ายแบบปกติธรรมดา อาศัยสีสันของดอกไม้ที่มีความสวยงามอยู่แล้ว บวกกับคุณสมบัติของสไลด์ ก็ได้ภาพที่สวยถูกใจ

นักถ่ายภาพที่ยังใช้ฟิล์มสไลด์ หรือที่เคยใช้แต่วางมือไปแล้ว ก็คงเข้าใจดีว่าคุณสมบัติตรงนี้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของฟิล์มสไลด์เท่านั้น และตรงนี้เองที่ทำให้ผู้หลงไหลการถ่ายภาพสไลด์วางมือจากกล้องฟิล์มค่อนข้างยาก หลายคนยังพอใจ และมีความสุขกับการถ่ายภาพสไลด์ แม้จะต้องผ่านหลายขั้นตอนกว่าจะได้ภาพออกมาเป็นไฟล์ดิจิตอล แต่ก็ถือว่ามันเป็นงานอดิเรกที่น่าสนุกไม่น้อย

คุณสมบัติของฟิล์มสไลด์ที่โดดเด่นและเห็นได้ชัดก็คือ contrast จัด ภาพจริงแสงอาจดูปกติ แต่เมื่อถ่ายด้วยสไลด์แล้วภาพกลับมืดลงกว่าที่เห็น หรือบางครั้งจะดูคล้ายกับถ่ายภาพตอนกลางคืน ตรงนี้อาจถือเป็นการสูญเสีย แต่สิ่งที่ได้มาทดแทนก็คือในเรื่องของสีสันที่อิ่มตัวและหากปรับแสงให้ under เล็กน้อยก็จะเพิ่มน้ำหนักภาพให้สดขึ้น

อารมณ์ของภาพ
หลายภาพในชุดนี้ให้โทนแสงที่ดูเหมือนภาพแต่ง แต่ความจริงแล้วมันเป็นอย่างนั้นเอง คุณสมบัติของฟิล์มสไลด์มักจะสร้างปรากฏการณ์ให้ดูเหมือนภาพเหนือจริงอยู่เสมอ เช่นภาพผีเสื้อ (ภาพที่ 15) ฉากหลังสีออกเข้มทึมๆ ทำให้ผีเสื้อและดอกไม้ดูโดดเด่น ซึ่งแท้จริงแล้วฉากหลังที่เห็นนั้นไม่ได้เข้มเหมือนในภาพ แต่พอถ่ายด้วยสไลด์แล้ว กลับได้ภาพที่ดูได้อารมณ์ ให้ความรู้สึกดี เหมือนกับเป็นภาพที่มีการจัดแสงไฟ

การวัดแสง
การถ่ายภาพที่ดีย่อมต้องรู้หลักที่ดีด้วย มิฉะนั้นก็จะกลายเป็นถ่ายแบบจับฉ่าย ฟลุ๊กๆ ก็ได้ภาพดี อาศัยถ่ายมากเข้าว่า แต่นักถ่ายภาพที่ดีคงไม่ทำแบบนั้น จะต้องเรียนรู้และฝึกฝนจนคิดว่า " สั่งได้ " ว่าจะให้ภาพออกมาแบบนั้น แบบนี้ ตรงนั้นสว่าง ตรงนี้เข้ม หรือตรงนั้นชัด ตรงนี้เบลอ หากเข้าถึงตรงนี้ได้ การถ่ายภาพก็จะเป็นเรื่องสนุก เล่นกับภาพได้อย่างไม่รู้จักเบื่อ เพราะมีความมั่นใจทุกครั้งที่กดชัตเตอร์ ถ่ายภาพกี่ครั้งก็จะได้แต่ภาพดีๆชนิดที่ไม่ผิดหวัง

สิ่งหนึ่งเป็นเป็นเรื่องค้างคาใจนักถ่ายภาพอยู่เสมอ และมักจะถูกถามบ่อยครั้งก็คือเรื่องของการวัดแสง จึงขออธิบายแบบฉบับย่อว่า การวัดแสงมีอยู่ 2 แบบที่นิยมกัน แบบเฉลี่ยหนักกลาง (center weighted ) และแบบเฉพาะจุด (Spot) แบบแรกถือเป็นแบบมาตรฐานของกล้องที่ set ไว้ในค่าปกติ หรือ auto ส่วนการวัดแสงเฉพาะจุด จะกระทำในกรณีเฉพาะอย่างเท่านั้น จะบอกว่าเป็นกรณีพิเศษก็ไม่ผิดนัก

หลักง่ายๆของการวัดแสงก็คือ ต้องการเน้นตรงไหนก็วัดแสงตรงนั้น เช่นถ้าต้องการเน้นภาพรวมๆตลอดทั่วทั้งภาพ ก็วัดแสงแบบเฉลี่ย ถ้าจะเน้น subject ก็วัดแสงเฉพาะจุดตรงนั้น เช่นถ่ายภาพคนก็เน้นตรงสีผิวใบหน้า ถ่ายดอกไม้หรือแมลงแบบเป็นจุดเล็กๆ ก็เน้นตรงจุดนั้น หลักพื้นฐานง่ายๆก็มีอยู่แค่นี้ ส่วนจะมีพลิกแพลงไปมากกว่านี้ก็เป็นเรื่องเฉพาะตัวของแต่ละคน หรืออาจมีความต้องการที่นอกเหนือจากหลักพื้นฐานตามที่กล่าวมา

กล้องในปัจจุบันมีระบบการวัดแสงที่ละเอียดมากขึ้น มีหลายระบบให้เราเลือกใช้ ซึ่งจะช่วยให้เราทำงานง่ายขึ้น แต่โดยหลักๆแล้วจะอยู่ที่ตัวเราจะเน้นอะไร จะเอาค่าแสงตรงไหน ตัวเรา ใจเราต้องเป็นหลัก แล้วค่อยให้กล้องปรับค่าต่างๆให้ได้ตามที่เราต้องการ สรุปว่าเราต้องเป็นนายมัน

ภาพในชุดนี้ใช้ระบบวัดแสงเฉพาะจุดในหลายภาพ ได้แก่ภาพ 9,10 , 11, 12, 13, 14, 15 ภาพเหล่านี้ต้องการเน้นที่ผีเสื้อ ต้องการให้สีสันของผีเสื้อตรงกับที่เราเห็น หากวัดแสงแบบเฉลี่ยหนักกลางแล้วภาพจะสว่างขึ้น ปีกของผีเสื้อที่โดนแสงจะ Over ( สว่างมากเกินไป) สีไม่สด

การวัดแสงเฉพาะจุด (Spot) ขอให้ถือว่าเป็นกรณีพิเศษเท่านั้น หากไม่แน่ใจ หรือคิดว่ายังก้ำกึ่ง ก็ขอให้เลือกวัดแสงแบบเฉลี่ยไว้ก่อนจะปลอดภัยกว่า หลักการในเรื่องการวัดแสงนี้สามารถนำไปใช้ได้ทั้งกล้องฟิล์มและดิจิตอล(ในบางรุ่น) และถ้าจะให้ดีควรลองซ้อม หัดปรับตั้งให้ชำนาญ เวลาใช้จริงปฏิบัติจริงจะได้ไม่เงอะงะจนเกิดความหงุดหงิดรำคาญ และเมื่อถ่ายไปแล้วก็อย่าลืมปรับตั้งมาที่เดิม(เฉลี่ยหนักกลาง)ด้วย ไม่เช่นนั้นการถ่ายภาพในเฟรมต่อๆไปอาจเสียหาย หากภาพนั้นต้องวัดแสงแบบเฉลี่ย

เลนส์
ภาพส่วนใหญ่ถ่ายในระยะไกล จึงใช้เลนส์ 75-300 มม. เกือบทุกภาพ เลนส์ตัวนี้ราคาถูก มีน้ำหนักเบา พกพาง่าย คุณภาพของภาพแม้ไม่เท่าเลนส์โปร (Professional) แต่เท่าที่ใช้มาเป็นเวลานานก็ไม่ได้ด้อยจนเสียความรู้สึกอะไรมากนัก

ขาตั้งกล้อง
เกือบทุกภาพได้ใช้ขาตั้งกล้อง เพื่อความมั่งคงในการถ่ายภาพสำหรับการใช้ Lens Zoom และเพื่อให้มีโอกาสใช้ความเร็วต่ำได้โดยที่ภาพไม่สั่นไหว



เว็บมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
19 สิงหาคม 2549


...............................................................................................................................................................................................................

 
  หลักการวัดแสงในการถ่ายภาพชุดนี้
  Spot
วัดแสงเฉพาะจุด ตำแหน่งปีกผีเสื้อ

เหตุผล :
- Subject มีความเข้มแสงต่างกับส่วน
   อื่นๆของภาพค่อนข้างมาก
- ต้องการให้แสงตรงจุดนั้นได้สีสัน
  ตามต้องการ

การวัดแสงเฉพาะจุดนี้ ในทางปฏิบัติ
ใช้กันน้อยมาก น่าจะประมาณ 5 %
  Center weighted
วัดแสงเฉลี่ยหนักกลาง

ภาพนี้ไม่เน้นแสงส่วนใดส่วนหนึ่งเป็น
การเฉพาะ จึงต้อง set กล้องให้วัดแสง
แบบเฉลี่ยหนักกลาง

การถ่ายภาพภาพส่วนใหญ่ถึง 95 %
จะวัดแสงด้วยวิธีนี้
ออกไปเมนูหลัก "ดอกไม้"
 
copyright © www.photoontour.com, All rights reserved