Photoontour.com   โฟโต้ออนทัวร์ Home > Flower & Nature > Part 4    
 
  Click >> เทคนิคการถ่ายภาพ< คลิก > Home  
ภาพสายหมอก พระอาทิตย์ขึ้นที่ริมแม่น้ำวังในช่วงฤดูหนาวต้นปี 2550 เขต อ. เกาะคา และ อ.ห้างฉัตร จังหวัดลำปาง
 
     
  ภาพพานอรามา นำ4 ภาพมาต่อกัน
  ภาพพานอรามา นำ3 ภาพมาต่อกัน
..........................................................................................................................................................................................................................
         
 



สายหมอก และ แสงตะวันยามเช้า

                  ภาพพระอาทิตย์ขึ้นหรือภาพพระอาทิตย์ตกเป็นภาพยอดนิยมที่นักถ่ายภาพส่วนใหญ่หลงไหล และมักหาทางบันทึกภาพหากมีโอกาส เหตุที่ชอบก็ตอบง่ายๆว่าเป็นภาพที่ดูง่าย เข้าใจง่าย ไม่ต้องไปครุ่นคิดหรือต้องใช้ความรู้สึกใดๆมาจับต้อง ได้ภาพสวยๆมาแล้วก็ชื่นชอบกันได้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนที่ชอบถ่ายภาพ หรือไม่ชอบถ่ายภาพก็ตาม

ภาพธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นพระอาทิตย์ ภาพวิวทิวทัศน์สวยๆนั้น เราจะพบเห็นอยู่ทั่วไปทุกหนทุกแห่ง ทั้งในกรุงเทพหรือต่างจังหวัดในกรุงเทพหรือเมืองใหญ่ๆอาจเห็นชินตาจนดูเป็นภาพธรรมดาๆไป แต่พอเดินทางออกต่างจังหวัดเราจะสนุกกับการเดินทาง เห็นอะไรก็ตื่นเต้นและอยากถ่ายภาพไปหมด กล้องถ่ายภาพก็อาจมีโอกาสใช้งานหลังจากที่เก็บอยู่กรุมาเป็นเวลานาน

ภาพดวงพระอาทิตย์ที่อยู่ในตำแหน่งเส้นขอบฟ้า ไม่ว่าจะเป็นช่วงเช้าหรือตอนเย็น หากลองสังเกตจะเห็นว่าเป็นเวลาที่บรรยากาศโดยรอบมีแต่ความสวยงาม เหมือนกับว่าพระอาทิตย์ออกมาทักทายตอนเช้า และร่ำลากันในเวลาเย็น

การดูพระอาทิตย์ขึ้นหรือดูพระอาทิตย์ตกตามสถานที่ท่องเที่ยว มักสร้างความประทับใจให้กับทุกคนที่เห็น หลายคนอยากถ่ายภาพเพื่อเก็บบรรยากาศนั้นไว้ หากเป็นภาพที่สวยถูกใจก็ยิ่งมีความหมาย เป็นความสำเร็จที่ให้ความพอใจและเป็นกำลังใจได้ดีทีเดียว

ภาพพระอาทิตย์ จึงเป็นภาพที่สร้างความสุขให้กับผู้ถ่าย และผู้พบเห็นอยู่เสมอ

คำถามที่มักถามกันเมื่อเห็นภาพพระอาทิตย์สวยๆ มักถามว่า " ถ่ายที่ไหน" หรือ " ถ่ายได้ยังไงนะ"

คำว่าถ่ายที่ไหน คนทั่วไปมักจะเสวงหาสถานที่ยอดนิยมต่างๆ เพื่อเดินตามรอยนักถ่ายภาพคนอื่นๆ แต่หากคนถ่ายภาพเป็นคนช่างสังเกตก็จะเห็นว่า ถ่ายที่ไหนก็ได้ ไม่จำต้องเฉพาะเจาะจงว่าเป็นที่ได ความสวยงามในยามเย็นและยามเช้ามีอยู่ทั่วไป มีมุมถ่ายภาพดีๆก็อาจได้ภาพสวยๆไม่ยากนัก คำว่าถ่ายที่ไหนจึงไม่ไช่เรื่องใหญ่โตนักสำหรับนักถ่ายภาพ

ตัวอย่างของภาพชุดนี้ หากใครเป็นเห็นของจริงแล้วก็อาจบอกว่างั้นๆ เพราะไม่เห็นว่าจะสวยอะไรมากมายนัก แต่สายตาของช่างภาพจะต้องมองลึกไปกว่านั้น บางภาพก็ต้องอาศัยมุมถ่าย หรือการปรับตั้งหน้ากล้องเพื่อให้ได้ภาพตามที่ต้องการ นักถ่ายภาพควรมองให้เห็นความสวยงามในหลากหลายมิติ ควรฝึก ควรคิดอยู่ในใจตลอดเวลา สิ่งนี้อาจเป็นเครื่องชี้วัดว่าอนาคตเราจะไปสู่จุดหมายปลายทางได้ดีแค่ไหนการถ่ายภาพพระอาทิตย์จึงเป็นบทเรียนง่ายๆสำหรับการฝึกหัด (อ่านเทคนิคด้านล่าง)

ภาพสายหมอก และแสงตะวันยามเช้าในชุดนี้ เป็นการถ่ายภาพโดยไม่ได้วางแผนอะไรนัก คงเตรียมพร้อมในเรื่องกล้องและอุปกรณ์เท่านั้น เพราะการถ่ายภาพลักษณะนี้จะไม่มีโอกาสทราบมาก่อนว่าที่ไหนสวยที่ไหนดี ขับรถไปเรื่อยๆ เจออะไรดีๆก็จอดรถถ่ายภาพ สำคัญที่สุดก็อยู่ที่ตัวเราต้องเป็นคนชอบสังเกต และไวต่อการมองเห็นภาพที่ปรากฏ ภาพดีๆอาจมาจากการมองเห็นเพียงเสี้ยววินาที


ภาพพานอรามาภาพที่สอง เป็นการถ่ายในช่วงเวลาเย็น หยิบขาตั้งกล้องมาตั้งบริเวณไหล่ถนน กวาดภาพเป็นแนวยาวเริ่มจากแนวแสงอาทิตย์แล้วเลื่อนไปทางขวาอีก 2 และ 3 ภาพ เห็นหมู่บ้านชนบท มีหมู่บ้าน วัด หมอกควัน ทุ่งนา และภูเขา เป็นภาพที่ดูครบเครื่องของคำว่าชนบทภาพลักษณะนี้หากถ่ายปกติด้วยเลนส์ธรรมดาแล้วไม่อาจเล่าเรื่องได้ครบถ้วนหรือเก็บภาพได้หมด จึงต้องใช้เทคนิคจากการถ่ายแบบปกติ แล้วนำมาต่อกันในโปรแกรมกราฟฟิก หรือ photoshop โดยพยายามต่อภาพแต่ละภาพให้กลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน

หรือภาพพานอรามาภาพแรก ก็ทำลักษณะเดียวกัน มีโจทย์คิดในใจขณะนั้นว่า จะทำอย่างไรให้เก็บภาพได้หมดทั้งแนวซ้ายที่เห็นไอหมอกไปจนถึงแสงแดดอ่อนๆ ที่อยู่ทางด้านขวา ภาพทั้งสองนี้ต่างอารมณ์ และการวัดแสงก็ต่างกันด้วย หากจะใช้เลนส์ 20 มม.ซึ่งเป็นเลนส์มุมกว้างที่มีอยู่ขณะนั้น ก็อาจต้องถอยไปไกลจนไม่สามารถมองเห็นสายน้ำได้ นอกจากนี้ก็ยังไม่สามารถเก็บภาพได้ทั้งหมด

การถ่ายด้วยวิธีนี้ใช้วิธีถ่ายทีละภาพให้เหลื่อมกัน แล้วคัดภาพเพื่อนำมาต่อกัน ปรับแต่งโทนสีให้เป็นเนื้อเดียวกันอีกเล็กน้อยก็ได้ภาพที่มีความยาวมากกว่าปกติทั่วไป เป็นภาพพานอรามาทำเองแบบง่ายๆ





ถ่ายด้วยเลนส์ 75-300 มม. ใช้ซูมระยะประมาณ 80 มม. ตั้งบนขาตั้ง ถ่ายแต่ละภาพให้เหลื่อมกันเล็กน้อย แล้วมาต่อกันใน Photoshop



สถานที่ถ่ายภาพ อยู่ในท้องที่ อ.เกาะคา และ อ.ห้างฉัตร ลำปาง ( บ้านวังพร้าว บ้านปงยางคก และริมแม่น้ำวังใกล้ที่ว่าการอำเภอเกาะคา)



เว็บมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
18 มีนาคม 2550

..................................................................................................................................................................................................


เทคนิคการถ่ายภาพหมอก

ภาพในชุดนี้มีภาพหมอกขาวอยู่หลายภาพ ภาพ 1, 2, 3 และภาพ 22, 23 การวัดแสงภาพที่มีพื้นที่สีขาวมากๆเช่นนี้ หากวัดแสงจากกล้องโดยตรงภาพจะ Under หรือมืดกว่าปกติ เพราะระบบวัดแสงจะเฉลี่ยพื้นที่ของภาพทั้งหมด หรือเฉลี่ยหนักกลาง ตามพื้นที่สีขาวที่มีเป็นจำนวนมาก จึงควรปรับหน้ากล้องให้ Over ประมาณ 1 Stop ภาพจึงจะออกมาพอดีหรือใกล้เคียง

หากมีข้อสงสัยในเรื่องการวัดแสงพื้นที่สีขาว สามารถทดลองทำง่ายๆโดยถ่ายภาพกระดาษสีขาวขนาด A 4 แบบเต็มเฟรม ก็จะได้คำตอบว่าทำไมกระดาษสีขาวจึงออกเทา หรือดูมืด ไม่เป็นสีขาวเหมือนปกติ ลองทดสอบโดยใช้กล้องดิจิตอลก็จะเห็นทันที

หลักการถ่ายภาพวัตถุสีขาวเช่นเมฆ พื้นทราย ท้องฟ้า ผนังปูน กำแพงวัด เจดีย์สีขาว ได้แนะนำไว้ในเว็บไซต์นี้อยู่หลายครั้ง ลองเข้าไปศึกษาได้และพยายามเตือนสติตนเองทุกครั้งที่มีโอกาสถ่ายภาพในลักษณะเดียวกันนี้ว่าอย่าเชื่อการวัดแสงจากกล้องเสียทุกอย่าง ต้องนำความรู้เรื่องนี้มาปรับแต่งการถ่ายภาพในแต่ละสถานการณ์ด้วย บางภาพอาจปรับ 1 Stop บางภาพอาจปรับเพียงแค่ 1/2 Stop หากเป็นกล้องฟิล์มก็ต้องอาศัยประสบการณ์หรือถ่ายเผื่อไว้กันผิดพลาด แต่ถ้าเป็นกล้องดิจอตอลก็สามารถมองเห็นในจอภาพได้เลย


เทคนิคการถ่ายภาพพระอาทิตย์


กล้องฟิล์ม /กล้องดิจิตอล
- ควรถ่ายหลายๆเฟรม โดยภาพแรกวัดแสงปกติแบบ Center weight ภาพต่อไปให้ปรับ under ทีละ step  จากค่า EV
   เช่น - 0.3 , - 0.7 , - 1.0 หรือ - 0.5 , - 1.0 , - 1.5 (แล้วแต่ว่ากล้องที่ถ่ายสามารถปรับได้ละเอียดแค่ไหน)
  กล้องดิจิตอลจะมีฟังชั่น EV ทุกตัว ทั้งกล้อง Digital แบบพกพา ไปจนถึง Digital SLR ลองศึกษาดูคู่มือให้ละเอียดและนำมาปรับใช้
  ก็อาจได้ภาพพระอาทิตย์ตกที่สวยงามกว่าที่เคยถ่าย ข้อสำคัญหลังปรับแล้วก็อย่างลืมกลับไปที่เดิมด้วย มิฉะนั้นภาพต่อไปจะดูมืด


ภาพตัวอย่าง 1 จากภาพแรกไม่มีการปรับค่า EV ให้ Under (ค่าเป็นลบ)


ตัวอย่าง 2

จะเห็นว่าภาพแต่ละ Step ใกล้เคียงกันมาก (ปรับลดที่ละ 0.3 stop ) แต่หากเปรียบเทียบภาพที่ 1 กับ ภาพที่ 3 หรือภาพที่ 1 กับ
ภาพที่ 4 จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน นักถ่ายภาพที่ชำนาญจะมองออกว่า ควรปรับลดเท่าใดในสถานการณ์นั้นๆ เช่นปรับไปที่
ี่EV - 0.7 หรือ EV - 1.0 ทันทีโดยไม่ต้องไล่ที่ละ Step เพราะรู้อยู่แล้วว่าผลจะเป็นอย่างไร หากไม่แม่นยำพอก็ควรปรับทีละขั้น
จะปลอดภัยกว่า

วิธีการนี้ต่างกับการถ่ายคล่อมอัตโนมัติที่กล้องบางรุ่นสามารถทำได้ และอาจทำได้หลาย Step หลักการการถ่ายคล่อมก็คือกล้องจะปรับ
๊ืให้ Over < ปกติ > Under เป็นการถ่ายแบบกันเหนียวที่ไม่แน่ใจว่าภาพจะออกมาเป็นอย่างไร จึงต้องเผื่อไว้ แล้วมาเลือกภาพที่ต้องการ
กันทีหลัง พูดง่ายๆว่า ต้องการ 1 ภาพ แต่กล้องจะเผื่อให้ถึง 3


ตัวอย่างการถ่ายคล่อม โดยตั้งค่าต่างกันที่ 0.5 Stop (หรือ 50%)


การปรับแสงให้ Over หรือ Under ไม่ว่าจะถ่ายภาพพระอาทิตย์ หรือภาพใดๆก็แล้วแต่ ควรพยายามสังเกตภาพที่ถ่ายในแต่ละภาพ
เพราะบางภาพหากปรับให้ต่างไปจากสภาพแสงจริง อาจให้ความรู้สึกและอารมณ์แตกต่างกัน เทคนิคง่ายๆแต่ก็สามารถแปรเปลี่ยน
ภาพธรรมดาให้เป็นภาพที่มี Power หรือภาพที่มีพลังขึ้นมาได้

ภาพธรรมดา กับภาพที่ดีและมีคุณค่าในเชิงศิลปะภาพถ่าย บางครั้งก็แค่เส้นผมบังภูเขาเท่านั้นเอง


..................................................................................................................................................................................................

ข้อมูลการถ่ายภาพชุดนี้
- กล้อง Nikon F90
- ขาตั้ง Gitzo
- เลนส์ 28-70 /75-300
- ฟิล์ม Fuji Vevia 50 / Kodak E100VS
- ฟิลเตอร์แผ่น สีม่วงอ่อน ฯลฯ


..................................................................................................................................................................................................





ต้องการนำภาพ หรือ บทความ จากโฟโต้ออนทัวร์ไปใช้งาน < คลิก >






 
         
copyright © www.photoontour.com, All rights reserved