Photoontour.com   โฟโต้ออนทัวร์ Home > Flower & Nature > Part 7    
 
Click >> Home
อลังการกับพื้นที่การเกษตรที่กว้างใหญ่ไพศาลของจีน บนเส้นทางจากคุนหมิืง สู่ อุทยานป่าหิน
 
           

การเกษตรในคุนหมิง (Kunming Plantation)
(บันทึกการเดินทางเมื่อเดือน มิถุนายน 52)

 


                              ปัจจุบันพืชผักทางการเกษตรของประเทศจีนหลั่งไหลมาสู่เมืองไทยกันมากขึ้น จนกระทบกระเทือนเกษตรกรไทยอย่างแทบไม่มีทางสู้ แถมราคายังถูกอีกต่างหาก

เมืองไทยห่างไกลจากจีนนับเป็นพันๆกิโล ราคายังถูกขนาดนี้ แล้วที่ขายในประเทศจีนละจะถูกกว่าไทยขนาดไหน เห็นแบบนี้แล้วคงพอจะเดาได้เลยว่า อนาคตตามตลาดสดในบ้านเราอาจมีพืชผักผลไม้จากจีนเข้ามาขายมากถึงครึ่งค่อนตลาดแน่

ทำไมสินค้าการเกษตรจากจีนจึงมีราคาถูก และมีคุณภาพดี เป็นคำถามที่หลายคนคงอยากรู้ โดยเฉพาะเกษตรกรบ้านเราที่ได้รับผลกระทบ และในอนาคตหากสินค้าเกษตรจากจีนไหลทะลักเข้ามามากกว่านี้ บ้านเราจะรับมือกันอย่างไร

FTA ( Free Trade Area)
จากอดีตที่คนในแต่ละประเทศต่างคนต่างอยู่ และใช้มาตรการทางภาษีนำเข้ามาเป็นเครื่องป้องกัน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในประเทศของตนเอง แต่ปัจจุบันประเทศต่างๆทั่วโลกต่างก็มาร่วมมือกันในรูปแบบต่างๆ

ในกลุ่มอาเซียน รวมทั้งในเอเชีย ประเทศสมาชิกได้หันมาทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนสินค้ากัน เพื่อประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย ที่เรียกว่าเขตการค้าเสรี หรือ FTA ( Free Trade Area) โดยไม่ให้มีกำแพงภาษีเข้ามาเป็นตัวขัดขวางเหมือนเมื่อก่อน อาจให้มีภาษีเหลือน้อยเต็มที จนกระทั่งเหลืออัตรา 0 % ซึ่งประเทศคู่ค้าแต่ละประเทศก็ต้องไปตกลงกันเองว่า สินค้าเกษตรชนิดใดที่จะให้มีภาษีในอัตราต่ำจนเหลือ 0 % รวมทั้งกรอบระยะเวลาว่าจะเริ่มใช้กันเมื่อไหร่

ไทยกับจีนก็มีข้อตกลงในเรื่อง FTA ภายใต้กรอบของอาเซี่ยน หรือกลุ่มอาเซี่ยนได้ลงนามตกลงกับจีน ส่วนจะเอาอะไรมาแลกกัน ก็ไปตกลงกันเอาเอง

ปี 2553 โน่นนะครับ กว่าข้อตกลงในเรื่องระยะเวลาจะมีสินค้าเกษตรเข้ามาแลกเปลี่ยนกันครบทุกรายการ หรือเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ เวลานี้ได้เดินมาได้ราวค่อนทางแล้ว แต่สินค้าจีนก็เข้ามาตีตลาดกระจุย ผิดกับไทยที่ยังมะงุมมะงาหรา

ใครไปเที่ยวจีนก็จะเห็นเองว่าหาผลไม้ไทยค่อนข้างยาก ที่เมืองคุนหมิงเองก็มีแต่มังคุดให้เห็นแต่เพียงเท่านั้น นอกนั้นก็ประปรายจนเกือบจะเรียกได้ว่าไม่มีผลไม้ไทยเลย ผิดกับสินค้าจีนที่ขายเต็มบ้านเต็มเมืองในบ้านเรา โดยที่จีนก็ไม่เคยมาโรดโชว์ เหมือนกับผลไม้ไทยที่นำคณะกลองยาว เอ้ย..คณะโรดโชว์ ไปจัดงานผลไม้ไทยที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ในคราวที่นายกฯ อภิสิทธ์ เวชชาชีวะ ไปเยือนจีนระหว่างวันที่ 24-26 มิถุนายน 2552

สินค้าเกษตรจากไทย โดยเฉพาะผลไม้ไทยส่งไปประเทศจีนน้อยมาก ขณะเดียวกันปัญหาในการขนส่ง และขั้นตอนต่างๆก็ล่าช้า กว่าจะไปถึงปลายทางก็เน่าหรือดูไม่สวยงาม


จำได้อยู่ประโยคหนึ่งที่นักธุรกิจจีนกล่าวว่า เรื่องราคาไม่มีปัญหาสำหรับผลไม้ไทยที่จะส่งมาขายในจีน (เพราะคนจีนมีฐานะดี) ปัญหาใหญ่ก็มาจากเรื่องการขนส่งและกฎระเบียบ เช่นการตรวจสอบทางฝั่งจีน ที่แต่ละเมืองจะมีกฏเกณฑ์เป็นของตนเอง และไม่่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งมีผลทำให้ล่าช้าจนพืชเกษตรจากไทยได้รับความเสียหาย

หากปัญหาเหล่านี้ได้รับการแก้ไข ก็คิดว่าผลไม้ไทยคงจะไปตีตลาดจีน เช่นเดียวกับผลไม่จีน พืชผักจากจีนที่กำลังเข้ามาตีตลาดไทยในขณะนี้

เขียนมาถึงตรงนี้ก็นับว่าเป็นเรื่องน่าแปลก และชวนให้สงสัยว่าทำไมสินค้าเกษตรจากจีนที่เข้ามาขายในบ้านจึงใหม่ สด เหมือนพึ่งเก็บมาจากสวน ทั้งๆที่อยู่ห่างไกลกันมาก

ที่ทราบและเห็นมากับตา คงพอจะเฉลยได้ในระดับหนึ่งว่า จีนได้แก้ปัญหาพื้นฐานไปได้เกือบทั้งหมด โดยเฉพาะเรื่องถนนหนทาง อาจกล่าวได้ว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จีนสร้างถนนกันยกใหญ่ และเป็นทางด่วนมอเตอร์เวย์ ที่ได้มาตรฐาน สามารถเชื่อมต่อกันได้ทั่วประเทศ เปรียบเทียบกับบ้านเราก็ประมาณว่า หากอยู่จังหวัดยะลาก็สามารถเดินทางไปเชียงใหม่ โดยใช้ทางด่วนมอเตอร์เวย์ ตลอดเส้นทาง หากจะแวะจังหวัดใดก็จะมีทางแยก เมื่อถึงเมืองนั้นจังหวัดนั้น นอนหลับผักผ่อนเสร็จก็กลับมาใช้ทางด่วนเพื่อต่อไปยังเชียงใหม่ และทุกระยะประมาณ 70 กม.บนทางด่วน จะมีจุดแวะพัก เข้าห้องน้ำ ทานอาหาร ที่มีหลายรูปแบบ ทั้งกินแบบจานด่วนๆหรือไม่ด่วน นับว่าสะดวกสบายและทันสมัยมาก

จีนได้เร่งก่อสร้างทางด่วนที่ว่านี้ก่อนจะเป็นเจ้าภาพจัดกีฬาโอลิมปิค ( Olympic Beiling 2008) และในปี คศ. 2009 หรือ พ.ศ.2552 นี้ ถนนเกือบทุกสายได้เสร็จสมบูรณ์หมดแล้ว ชาวจีนจึงเดินทางออกต่างจังหวัดกันอย่างสะดวกโยธิน ขณะเดียวกันสินค้าจากมุมต่างๆของประเทศจีนก็กระจายไปขายยังเมืองต่างๆได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งมีผลทำให้มีสินค้าจากจีนส่งมาจ่อตามชายแดนได้รวดเร็วเช่นกัน

และก็พอจะเป็นคำตอบว่า ทำไมสินค้าการเกษตรจากจีน ส่งมาถึงบ้านเราได้อย่างใหม่ สด เหมือนพึ่งออกมาจากสวน

ขอเบรกเรื่องทั่วๆไปของจีนไว้เพียงแค่นี้ก่อน เพราะมันจะยาวแบบไม่รู้จบ จึงขอวกกลับมาที่การเกษตรในเมืองคุนหมิง ตามที่เห็นภาพในชุดนี้

คุนหมิง ชื่อนี้คนไทยคงรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของจีน

เมื่อราว 10-20 ปีก่อน ใครไปเที่ยวจีนก็หนีไม่พ้นที่จะไปเที่ยวคุนหมิง เพราะราคาค่าทัวร์ที่ถูกมาก ใครไปตอนนั้นถือว่ารุ่นบุกเบิก และโชคดีที่มีโอกาสสัมผัสส้วมจีนโบราณ ดั่งเดิม คือส้วมแบบเตี้ยๆ ชนิดที่นั่งถ่ายนั่งอึแล้วก็จะเห็นก้นเพื่อนร่วมห้อง(ส้วม) ใครเดินผ่านหน้าห้องส้วมก็จะเห็นกันหมดเพราะ ไม่มีประตู หรือมีประตูแต่ไม่มีกลอน

พอละครั้บ...ไม่อยากนึกภาพ กลัวจะโอ๊กอ๊ากจนอาจียนออกมา นี่แค่เห็นแต่ภาพเท่านั้นนะ ยังไม่ได้พูดเรื่องกลิ่นเลย

แหล่งท่องที่ยวทางธรรมชาติของคุนหมิงที่คนไทยรู้จักกันดี ได้แก่ อุทยานป่าหิน ที่ถือว่ายิ่งใหญ่ระดับโลก และมีอาณาเขตนับเป็นพันๆตารางกิโลเมตร นอกจากนี้เมืองต่างๆที่อยู่ใกล้กับอุทยานป่าหิน ก็มีแต่หินงอกหินโผล่ขึ้นมาจากพื้นดินอยู่เต็มไปหมด เรียกว่าก่อนถึงอุทยานฯ ก็เห็นก้อนหินรูปร่างต่างๆตามสองข้างทางอยู่มากมาย

คุนหมิงเป็นเมืองที่อยู่บนเนินเขา แต่เป็นเนินเขาลูกเล็กๆ หรือเนินดินที่ไม่มีต้นใหญ่ (อาจถางป่าจนเหี้ยน) เหมือนกับฟาร์มเกษตรหรือเมืองชนบทในประเทศทางแถบยุโรป ที่เห็นปลูกพืชกันใหญ่โตสุดลูกหูลูกตา ในจีนก็มีคุนหมิงนี่แหละที่พอจะมีบรรยากาศคล้ายๆกัน

อากาศที่คุนหมิงโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 20-25 องศา C หรือระดับอยู่ห้องแอร์ในบ้านเรา หรือเบอร์ 5 นั่นแหละครับ เข้าใจง่ายๆก็เหมือนเมืองที่ติดแอร์กันตลอดปี

อากาศเย็นระดับนี้ก็แน่นอนว่าปลูกพืชปลูกผักอะไรก็คงจะงามและได้ผลดี เพราะเป็นอุณภูมิที่พอเหมาะ โดยเฉพาะกับพืชผักเมืองหนาวที่เห็นในบ้านเรา ไกด์บอกว่าผู้คนที่คุนหมิงมักจะไม่ไปทำงานที่เมืองอื่น สาเหตเป็นเพราะอากาศที่นี่ดีกว่า ที่อื่นอาจจะร้อน หรือหนาวเกินไป แต่ที่คุนหมิงจะเย็นสบายกว่ามาก

แม้แต่ชาวต่างชาติที่มาศึกษาอยู่ในคุนหมิงตามโครงการแลกเปลี่ยน ไกด์บอกว่ามีไม่น้อยที่ติดใจอากาศที่นี่จนไม่กลับประเทศของตน พอเรียบจบจากมหาวิทยาลัยในคุนหมิงก็หางานทำอยู่ที่นี่เลย

ฟังจากไกด์ ดูเหมือนว่าจะยกให้คุนหมิงเป็นเมืองที่มีอากาศดีที่สุดของจีน

จากคุนหมิง เราเดินทางสู่ป่าหิน โดยเส้นทางด่วนหรือมอเตอร์เวย์ เมื่อไปได้ไกลประมาณ 10 กิโลเมตร ก็เห็นแต่สวนผักเต็มไปหมด เรียกว่าจากเมืองสู่บ้านนอกบนถนนที่ทันสมัย

ภาพที่เห็นตลอดสองข้างทางจึงมีแต่ความสบายตา

(ยังมีต่อ)



โฟโต้ออนทัวร์
18 สิงหาคม 2552



ต้องการนำภาพ หรือ บทความ จากโฟโต้ออนทัวร์ไปใช้งาน < คลิก >


   
       
             
copyright © www.photoontour.com, All rights reserved