Photoontour.com   โฟโต้ออนทัวร์ Home > Flower & Nature > Part 9    
 
Click >> Home
อลังการกับฟาร์มเกษตร บนเส้นทางท่องเที่ยวจากคุนหมิงสู่ อุทยานป่าหิน และ สถานท่องเที่ยวอื่นๆบนเส้นทางสายนี้ (ภาพชุดที่ 3)
 
   

   Click ดูภาพชุดอื่นๆในเมนู Flower & Nature  
ต้องการ Save / Copy ภาพ   คลิก  
More >
1 ดอกไม้
เชียงใหม่
2 ดอกไม้
เชียงใหม่
3 กล้วยไม้
สวนผีเสื้อ
4 อรุณรุ่ง
ที่ริมวัง
5 หน้าต่าง
รถไฟ
6 เรฟซีด
ที่เซี่ยงไฮ้
7การเกษตร
ที่คุนหมิง 1
8 การเกษตร
คุนหมิง 2
9 การเกษตร
คุนหมิง 3

   
 




การเกษตรในคุนหมิง ตอน 3 (Kunming Plantation)
(บันทึกการเดินทางเมื่อเดือน มิถุนายน 52)



ภาพชุดท่องดินแดนการเกษตรของเมืองคุนหมิงได้มาถึงตอนสุดท้ายแล้ว จากนี้รถก็จะพาเข้าตัวเมือง

การท่องเที่ยวในคุนหมิง ส่วนใหญ่จะเป็นการเที่ยวชมธรรมชาติที่อยู่นอกเมือง หรือในชนบท เช่นอุทยานป่าหิน หุบเขาเปลี่ยนสี และถ้ำจิ่วเซียง ทั้งสามแห่งนี้ถือว่าเป็นสถานท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่มาก

การเดินทางสู่สถานที่เหล่านี้จึงมีโอกาสเห็นสภาพชนบทของจีนที่มีแต่ความสวยงาม ทุกพื้นที่จะไม่ปล่อยให้เป็นว่าง ระหว่างเดินทางก็จะไม่เห็น ปั้มน้ำมัน ตึกแถว ร้านค้า ตามริมทางเหมือนบ้านเรา

ในบ้านเราเมื่อมีถนนสายใหม่ตัดผ่านในพื้นที่การเกษตร สังเกตได้ว่าอีกไม่นานพื้นที่แถบนั้นก็จะกลายสถานที่ทำการค้า ที่ดินติดริมถนนมีราคา มีคนมาขอซื้อด้วยราคาที่สูงจนเจ้าของที่ต้องยอมขาย แต่ในท้องที่ต่างจังหวัดหรือในชนบทเช่นเมืองคุนหมิงจะไม่มีสิ่งเหล่านี้ ถนนไปที่ไหน ที่ดินริมถนนก็ยังทำการเกษตรเหมือนปกติ

จีนมีการควบคุมการใช้พื้นที่ที่อยู่ติดริมถนนได้อย่างรัดกุมมาก แม้แต่ป้ายโฆษณาก็ไม่มีให้เห็นแม้แต่ป้ายเดียว สถานบริการเช่นปั้มน้ำมัน ร้านค้า ร้านอาหาร หากจำเป็นต้องใช้บริการในระหว่างเดินทาง ก็ต้องเข้าไปยังหมู่บ้าน ที่อยู่ลึกเข้าไปราว 1 -2 กม.

ในระหว่างเดินทาง การเติมน้ำมัน หรือสถานบริการต่างๆ จะมีเป็นระยะๆ ไม่ไช่ว่านึกอยากจะตั้งร้านค้าตรงจุดไหนก็ได้ตามอำเภอใจ แม้จะเป็นที่ดินของเราก็ตาม

ถนนหนทางในชนบทของจีนจึงดูไม่ค่อยมีสิ่งเกะกะสายตา ช่วงระยะเวลา 2 วันที่นั่งรถผ่านที่ต่างๆ มีความรู้สึกว่าปลอดภัยมาก และดูเป็นเรื่องน่าแปลกมากที่ชาวบ้านในชนบทจะไม่มีรถยนต์ส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นรถอีแต๋น รถปิคอัพ หรือมอเตอร์ไซด์แบบบ้านเรา มีแต่รถหกล้อ หรือรถบรรทุกขนาดเล็กที่ใช้ในการขนส่ง ส่วนชาวบ้านทั่วไปเห็นใช้แต่รถเทียมม้า หรือรถเทียมควาย ซึ่งภาพแบบนี้ไม่มีให้เห็นในบ้านเราแล้ว

นั่งรถไปทำให้นึกถึงว่าทำไมเกษตรกรบ้านเราส่วนใหญ่ยังยากจน แต่คนจนๆบ้านเรากลับมีรถอีแต๋น มีรถปิคอัพ ผิดกับเกษตรกรในจีนไม่มีสิ่งที่ว่านี้ ขณะเดียวกันก็ทราบมาว่า เกษตรกรจีนมีฐานะดีกว่าเกษตรกรบ้านเรามาก และภาพที่เห็นผ่านตาก็ยังบอกกับตัวเองว่า พวกเค้าใช้ชีวิตกันแบบพอเพียงด้วยกันทั้งนั้น

ถนนนอกเมืองคุนหมิงเป็นเส้นทางสายเกษตรที่มีทิวทัศน์สวยงาม และสวยกว่าเมืองอื่นๆที่เคยผ่าน สองข้างทางมีแต่ทุ่งนา สวนผัก และผลไม้ มาเที่ยวคุนหมิงคราวนี้ ก็พอจะได้คำตอบว่า ทำไมพืชผักการเกษตรจึงเข้ามาตีตลาดบ้านเราอย่างกระจุยกระจาย

จีนมีพื้นที่เพาะปลูกกว้างขวาง ชนิดสุดลูกหูลูกตา แถมยังใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า ไม่มีที่ว่างเลยแม้แต่แห่งเดียว ต่างกับบ้านเราที่ปล่อยให้เป็นที่ว่างอยู่มากมาย หรือว่าเกษตรกรเจ้าของที่ได้เปลี่ยนอาชีพไปทำอย่างอื่น โดยขายที่ดินไปเป็นทุน

เกษตรกรจีนในคุนหมิง สังเกตเห็นได้ว่าจะไม่นิยมใช้เครื่องทุ่นแรง การทำนาทำสวนยังใช้แรงงานคน ไม่ต้องมีค่าใช้จ่าย เช่นค่างวดผ่อนชำระ ค่าซ่อมบำรุง และค่าน้ำมัน เรียกว่าไม่มีหนี้

ทุกวันนี้ คำว่า หนี้ กลายเป็นฝันร้ายของเกษตรกรไทย จะโทษใครไม่ได้ นอกจากโทษตัวเอง ที่ขาดความรอบคอบ และทำตามกระแส นิยมกันตามกระแส ในที่สุดก็หมดตัว

ประเทศจีนได้ชื่อว่ามีอัตราการเติบโตที่สูงมาก แต่ประชาชนในประเทศก็ยังมีปัญหาการว่างงาน ไม่ต่างกับประเทศอื่นๆ

ไกด์จีนบอกว่า จีนมีคนตกงานปีละราว 5 ล้านคน ฟังแล้วน่าตกใจ แต่ถ้าหากเทียบกับประชากร 1300 ล้านคน ก็ถือว่ามีเปอร์เซ็นไม่มาก

จีนแก้ปัญหาการว่างงานโดยส่งนักศึกษาที่จบมาทางด้านการเกษตรให้ไปทำงานในชนบท โดยจ่ายผลตอบแทนสูงกว่าจ้างงานในเมืองถึง 2-3 เท่า ใครได้ยินก็บอกว่าเมืองไทยทำไม่ได้เด็ดขาดเพราะงบประมาณไม่พอ แต่จีนทำได้ เพราะรัฐบาลมีเงินพอที่จะแก้ปัญหาการว่างงาน และมองอนาคตของประเทศในด้านการเกษตร ไม่ต่างกับการลงทุนตามโครงการต่างๆ ที่จำเป็นต้องลงทุนเพื่อผลผลิตที่จะตามมาในอนาคต

รัฐบาลจีนมีนโยบายให้คนเหล่านี้ ไปฝังตัวและคลุกคลีอยู่กับเกษตรกรระดับรากหญ้า เพื่อแนะนำและพัฒนาความรู้การเกษตรที่ทันสมัยให้กับเกษตรกร ขณะเดียวกันรัฐบาลยังมุ่งหวังให้บุคคลเหล่านี้เป็นผู้นำชุมชนในอนาคต โดยกำหนดว่าหลังพ้น 5 ปีไปแล้ว (ถ้าจำไม่ผิด) ก็มีสิทธิสมัครเป็นผู้แทนของชุมชน เทียบกับบ้านเราก็คล้ายๆกับผู้นำ อบต.

หากได้รับเลือกตั้งเป็นผู้แทนท้องถิ่น ก็หมายถึงอนาคตที่มั่นคง มีผลตอบแทนสูงตามไปอีก ดังนั้นคนจากส่วนกลางที่รัฐบาลส่งไปนี้ จึงต้องทำงานอย่างจริงจัง เพื่อให้ชาวบ้านยอมรับในความรู้ความสามารถ จนกระทั่งได้รับเลือกให้เข้ามาบริหารท้องถิ่น

บ้านเราคงทำแบบนี้ไม่ได้ ประเภทหัวเดียวกระเทียมลีบจะมาเป็นผู้แทนคงยาก เพราะรากหญ้าบ้านเรากลายเป็นผู้กระหายเงินไปแล้ว ชอบให้คนอื่นเอาเงินมาฟาดหัวตัวเอง หรือใครให้เงินคนนั้นก็จะได้เป็นผู้แทน ต่างกับจีนลิบลับ

วิธีการแบบนี้ ฟังดูเหมือนรัฐบาลจีนแก้ปัญหาว่างงานแบบง่ายๆ หรือแก้ผ้าเอาหน้ารอด แต่เบื้องลึกแล้วเข้าใจว่า รัฐบาลต้องการพัฒนาการเกษตรในระดับรากหญ้าแบบซึมลึก เพราะรู้ดีว่าทุกวันนี้ จีนโตแบบก้าวกระโดด ปัญหาอย่างหนึ่งที่จีนประสบก็คือทัศนคติของคนจีนรุ่นเก่า ที่ตามความเจริญไม่ทัน หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ คนเหล่านี้ก็อาจกลายเป็นคนตกยุค ไม่เท่าทันกับการพัฒนาประเทศ

การที่รัฐบาลจะเปลี่ยนค่านิยมของเกษตรกรระดับรากหญ้าซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ที่มีจำนวนมหาศาลเกือบถึงพันล้านคน ก็ไม่ไช่เรื่องง่ายๆ ขณะเดียวกันการส่งคนเข้าไปในพื้นที่ก็ต้องรวบรวมปัญหาและข้อมูลต่างๆกลับมายังส่วนกลาง ทำให้รัฐบาลเห็นปัญหาได้ชัดเจน สามารถเข้าไปแก้ปัญหาได้ตรงจุด

ทีผ่านมาวิธีการนี้ได้ผลหรือไม่

ไกด์บอกว่า ปัจจุบันคนจากรัฐบาลที่มาดูงานในชนบท ส่วนใหญ่จะแปลกใจด้วยกันทั้งนั้น เพราะผู้ที่มาต้อนรับในระดับผู้นำชุมชนหรือผู้นำท้องถิ่นกลายเป็นเด็กหนุ่มๆ อายุไม่มากนัก เท่านั้นไม่พอ ยังเป็นคนหนุ่มที่มีความรู้ความสามารถทั้งในทางด้านทฤษฏีและปฏิบัติอีกด้วย

การที่พืชผลทางการเกษตรจากจีนเข้าไปตีตลาดในต่างประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วย หากได้มาเห็น ก็จะพอทราบความจริงว่าทำไมสินค้าเกษตรจากจีนจึงส่งมาขายในบ้านเราเป็นจำนวนมาก ทั้งราคาถูกและคุณภาพดี

ภาคการเกษตรของไทยมีปัญหาและล้มเหลวมาตั้งแต่ แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ที่ละเลยการพัฒนาด้านการเกษตร เน้นแต่พัฒนาด้านอุตสาหกรรมและพาณิชย์กรรม ซึ่งถือว่าผิดฝาผิดฝั่ง เพราะเมืองไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม เป็นรากฐานของสังคมและวัฒนธรรมไทยมาช้านาน แต่เรากลับไม่ให้ความสำคัญ จนภาคการเกษตรแทบจะเป็นง่อยเป็นเปลี้ยหมดแล้ว

คิดดูง่ายๆว่าธุรกิจทางด้านการเกษตรขนาดใหญ่ๆในบ้านเราที่ชาวบ้านรู้จักนั้นมีสักแห่ง นอกจากซีพีแล้วยังมีที่ไหนอีกละ ใครนึกออกยกมือขึ้น.. ตอบว่าไม่มีครับ ผมก็นึกไม่ออกว่ามีที่ไหนบ้าง ส่วนใหญ่ถ้ามีก็เป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก

เกษตรกรละทิ้งที่นา แล้วหันไปประกอบอาชีพอื่น หรือจากข่าวต่างชาติมากว้านซื้อที่นา คงไม่ไช่เรื่องธรรมดาๆที่จะมองข้าม

เพราะมันเป็นสัญญานของความหายนะทางภาคการเกษตรในบ้านเรา

ที่ผ่านมาในหลายๆรัฐบาลก็ไม่ได้ให้ความสนใจ จนกระทั่งในช่วงไม่นานมานี้ ประชาชนคนไทยทั้งประเทศต่างหันมาให้ความสนใจเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำให้คนไทยต้องกลับมาคิดว่า เราคิดผิดมาเป็นเวลานาน ประเทศไทยขึ้นชื่อว่าอู่ข้าวอู่น้ำ แต่เรากลับมองไม่เห็นหรือมองข้าม ไม่ต่างกับมีทรัพย์อันล้ำค่าแต่กลับไม่ใช้ทรัพย์นั้นให้เป็นประโยชน์


เขียนเรื่องการเกษตรที่คุนหมิงมาได้ 2 ตอน นึกขึ้นได้ว่า มาเที่ยวคุนหมิงในช่วงนี้มีผลไม้ของจีนออกสู่ท้องตลาดค่อนข้างมาก คล้ายๆกับเป็นฤดูผลไม้ ผลไม้จีนมีหน้าตาเป็นอย่างไร ตอนต่อๆไปจะนำมาให้ชมกันครับ จะได้รู้ว่า ตลาดผลไม้ของจีน ที่มีแหล่งปลูกในคุนหมิง เทียบกับตลาดผลไม้ของไทยแล้วจะต่างกันหรื
อไม่




โฟโต้ออนทัวร์
6 ตุลาคม 2552



ต้องการนำภาพ หรือ บทความ จากโฟโต้ออนทัวร์ไปใช้งาน < คลิก >


   
         
               
copyright © 2009 www.photoontour.com, All rights reserved