Photoontour โฟโต้ออนทัวร์  
Home : Gallery : Chaophraya river #5              
ล่องเจ้าพระยา กรุงเทพฯ - บางไทร
 
 
 
 
     คลิกดูภาพชุดอื่นๆอีกมากมาย
 
 
 
 
 
 
 
     
 



ล่องเจ้าพระยา (ตอนที่ 5)
(บันทึกการเดินทางเมื่อวันที่ 8 กพ.53)



ภาพล่องเจ้าพระยาบนเรือขนาดใหญ่ (Cruise ) ที่จุผู้โดยสารสูงสุดถึงพันกว่าคน  แต่การเดินทางในทริปนี้มีเพียงครึ่งเดียว  จึงมีที่ว่างอีกมาก  เรือลำนี้มีชื่อว่า ริเวอร์ไซด์ 3  ออกจากท่าเรือโรงแรมริเวอร์ไซด์ ใกล้สะพานกรุงธนฯ หรือสะพานซังฮี้ตอนเช้ามืด  มีจุดหมายปลายทางที่วัดริมน้ำแห่งหนึ่งในเขตบางไทร อยุธยา คาดว่าจะถึงในเวลาก่อนเที่ยง ระหว่างทางก็มีโปรแกรมแวะเกาะเกร็ด นนทบุรี เพียงจุดเดียว

พูดแล้วอย่าแปลกใจ เรือริเวอร์ไซด์ลำใหญ่ แต่เดินทางจากกรุงเทพ ถึงบางไทร คาดว่าจะใช้เวลาราว 4 ชั่วโมง ใครไม่เชื่อ ตามมาดูหลักฐานจากภาพถ่ายที่บันทึกกันแทบจะทุกย่างก้าว ทำให้เห็นวันเวลา ่ปรากฏในไฟล์ภาพทุกภาพ
(กล้องดิจิตอลทุกชนิดมีบันทึกไว้หมด สามารถดูได้จากโฟลเดอร์ภาพ หากมาไม่เจอให้คลิกที่ Details)

- ออกจากท่าริเวอร์ไซด์ 7.00 น. (ตรงตามโปรแกรมเดินทางเป๊ะเลย)
- ถึงเกาะเกร๋ด 8.20 น. และใช้เวลาปรับลำเทียบท่าอีกราว 15 นาที)
- ก้าวขึ้นท่าเกาะเกร็ด 8.35 น.
- ออกจากเกาะเกร็ด 9.25 น.
- ถึงวัดบางโพธิ์แดง(เหนือ) เขตบางไทร 12.00 น.(ตรงเวลาเป๊ะอีกแล้วครับท่าน)

สรุป ใช้เวลาเดินทางที่อยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาประมาณ 4 ชั่วโมง

เอาเรื่องเวลามาให้ดูกันแบบสนุกๆ อย่าได้จริงจังอะไรมาก ขนาดเรือลำใหญ่กำลังเครื่องยนต์สูงๆยังใช้เวลามากขนาดนี้ เรือลำเล็กคงไม่ต้องพูดถึงเลยว่าจะนานแค่ไหน ยิ่งเป็นสมัยก่อนที่ชาวบ้านใช้เรือถ่อที่ใช้ไม้ไผ่ยาวๆ ช่วยกันท่อ 3-4 คน ก็คงใช้เวลากันหลายวัน

เรือลำใหญ่แล่นได้เร็วแต่ก็ต้องเดินทางกันนาน เพราะใช้ระยะทางมากกว่าทางรถยนต์ และถ้าจะเทียบระหว่างทางบกหรือทางรถยนต์กับทางเรือ แล้วไปบรรจบกันที่ อ.บางไทร คงเทียบกันไม่ได้  เพราะถนนจะตัดตรง  ผิดกับการล่องเรือตามแม่น้ำเจ้าพระยาที่คดเคี้ยวไปตามธรรมชาติ  ทางรถยนต์จึงสั้นกว่าระยะทางของแม่น้ำชนิดหลายช่วงตัว 

แม่น้ำเจ้าพระยาคดเคี้ยวไปมาก็จริง  แต่พอนั่งเรือแล้วแทบไม่รู้สึกอะไร  ทั้งนี้เนื่องจากเจ้าพระยาเป็นแม่น้ำสายใหญ่   จึงดูไม่ออกว่าช่วงไหนเป็นเส้นตรงช่วงไหนเป็นช่วงโค้ง  ผิดกับการนั่งรถซึ่งจะรู้สึกทันทีที่เข้าโค้ง

ภาพในชุดล่องเจ้าพระยาตอนที่ 5   นับเป็นตอนที่ 2 หลังออกจากท่าริเวอร์ไซด์มาแล้วตั้งแต่ฟ้าสาง ความรู้สึกที่นั่งในเรือว่าดูมันเนิ่นนาน  เหมือนกับว่าเรือยังแล่นไปไม่ถึงไหน  แต่ก็พอจะรู้ว่าขณะนี้กำลังอยู่แถวๆบางกรวย   สังเกตได้จากสิ่งปลูกสร้างที่ผ่านตา  เช่นสะพาน  หรือตึกอาคารโรงงานจากบริษัทใหญ่ๆที่ตั้งอยู่ริมน้ำ  ที่ผ่านมาก็เห็นโรงเบียร์ของบริษัทบุญรอดฯ  ทำให้รู้ว่าเป็นย่านสามเสน

ภาพชุดที่ 5  เป็นบรรยากาศริมเจ้าพระยาในเขตบางกรวย บางไผ่ ไทรม้า ท่าทราย ท่าอิฐ ในเขตจังหวัดนนทบุรี   สังเกตได้ว่าในย่านนนท์จะเห็นต้นไม้  ต้นมะพร้าวหรือป่ารกที่ค่อนข้างหนาตา  ผ่านวัดไปก็หลายแห่ง  ทั้งวัดขนาดเล็ก วัดขนาดใหญ่  รวมทั้งวัดเก่าแก่ที่มีอายุหลายร้อยปี  สภาพที่เห็นดูทรุดโทรมลงไปมาก 

นั่งเรือมาตอนเช้าๆแบบนี้  ตามท่าน้ำหรือท่าเทียบเรือดูคึกคักไปด้วยผู้คนที่กำลังจะไปทำงาน  มีทั้งเรือหางยาวลำเล็กๆ  และเรือขนาดใหญ่  บางครั้งก็เห็นกำลังแล่นออกมาจากลำคลองในสวน แล้วออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาสายใหญ่ เป็นการส่งผู้โดยสารกันเป็นทอดๆ  เมื่อมาถึงท่าเรือริมเจ้าพระยาแล้วก็อาจนั่งรถเมล์ต่อ  หรืออาจใช้บริการเรือด่วนเจ้าพระยา – สาธร  แล่นเข้าสู่ใจกลางเมืองหลวง  ซึ่งเรือด่วนเจ้าพระยานี้เป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตนนท์  หรือชานเมืองกรุงเทพ  ค่าโดยสารก็ไม่แพงนักแต่เร็วกว่า

การใช้บริการเรือด่วนในชั่วโมงเร่งด่วน  คนที่อยู่ในเมืองหลวงอาจไม่ค่อยรู้จักกันนัก แต่คนที่ใช้บริการก็บอกว่าใช้เวลาน้อยกว่าการเดินทางโดยรถเมล์ค่อนข้างมาก  ปัญหาการจราจรทางน้ำก็ไม่มี  พอเรือออกจากท่าก็สามารถกะเวลาถึงปลายทางได้เลย  ผิดกับการเดินทางโดยรถเมล์หรือรถส่วนตัว  ที่เอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้  ต้องไหว้วอนขออย่าให้รถติดมาก  ชอบไฟเขียว เกลียดไฟแดง (รวมทั้งเกลียดพวกเสื้อแดงด้วย)  มาถึงที่ทำงานได้ทันก็ถือว่าโชคดีหน้าระรื่น   มาไม่ทันก็หงุดหงิด และหายใจไม่ทั่วท้อง  ต้องเดินตัวลีบๆเข้าไปในห้องทำงาน

ล่องเจ้าพระยาทั้งขาไปและขากลับครั้งนี้ ทำให้เห็นว่าแม่น้ำเจ้าพระยายังมีพื้นที่อีกมากเพื่อรองรับเรือโดยสาร ที่สามารถขนส่งมวลชนจากชานเมืองเข้าสู้ใจกลางกรุงเทพได้วันละหลายๆแสนหรือนับล้านคน น่าแปลกที่การวางแผนทางด้านนี้มักจะคิดแต่เรื่องทางด่วน รถไฟฟ้า หรือ รถไฟใต้ดินเป็นหลัก แต่กลับมองข้ามการสัญจรทางน้ำ ที่นับวันเจ้าพระยาดูจะหงอยเหงาลงไปทุกขณะ ทั้งที่เป็นแม่น่ำที่ไม่เคยแห้ง มีปริมาณน้ำค่อนข้างคงที่ตลอดทั้งปี

ภาพเจ้าพระยาในตอนที่ 4 - 5 ซึ่งเป็นวันทำงานตามปกติน่าจะเป็นเครื่องยืนยันได้ ในทางกลับกัน ช่วงเวลาดังกล่าวคงไม่ต้องพูดถึงว่่าสภาพการจราจรบนท้องถนนในกรุงเทพฯ และบนทางด่วน จะแน่นขนัดกันขนาดไหน

หากนำเรื่องการสัญจนทางน้ำมาเสริมกับระบบขนส่งมวลชนที่มีอยู่แล้ว ผู้ที่อาศัยอยู่ตามชานเมืองก็คงจะมีทางเลือกในการเดินทางมากขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดการใช้รถใช้ถนนลงไปได้มาก

ล่องเจ้าพระยาตอนที่ 5 คงไม่ต้องมาพูดอะไรกันมาก  ดูภาพกันเลยดีกว่า  จะได้เห็นว่า  แม่เจ้าพระยาในชั่วโมงเร่งด่วนนั้นมีบรรยากาศอย่างไรกันบ้าง  พร้อมกับได้เห็นบ้านเรือนตามริมฝั่งว่าน่าดูน่าชม  มีสีสันที่ไม่ค่อยซ้ำกันตลอดการเดินทาง



โฟโต้ออนทัวร์
10  กรกฏาคม 2553



ดูภาพล่องเจ้าพระยา ตอนที่ 1
ดูภาพล่องเจ้าพระยา ตอนที่ 2
ดูภาพล่องเจ้าพระยา ตอนที่ 3
ดูภาพล่องเจ้าพระยา ตอนที่ 4




 
 
 
   

      copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ