Photoontour.com โฟโต้ออนทัวร์
Home > Gallery > Donwai market 03          
 
 
   
 
ล่องเรือชมวิถีชิวิตของชาวบ้านริมฝั่งแม่น้ำท่าจีน พบกับบ้านแบบไทยๆในบรรยากาศริมน้ำที่ชาวบ้านยังใช้เรือเป็นพาหนะสัญจร
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
www.photoontour.com โฟโต้ออนทัวร์
Home > Gallery > Donwai market 03          Home      
 




ล่องเรือชมทิวทัศน์ สองฝั่งแม่น้ำท่าจีน (ตอนหวายตอนที่ 3)
(บันทึกการเดินทางเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2551)


                          หลังเติมพลังให้กับตนเองด้วยอาหารอร่อยๆที่ขึ้นชื่อของตลาดดอนหวายแล้ว จากนั้นก็มีโปรแกรมนั่งเรือลำใหญ่ๆ กินลมชมวิวไปกับทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำท่าจีน หรือแม่น้ำนครชัยศรี ก่อนกลับบ้าน

ที่นี่คืออำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม สองฝังแม่น้ำจึงมีแต่สวนผลไม้ทีหลากหลาย ที่มองเห็นขณะนั่งเรือผ่านก็มีสวนมะพร้าว สวนหมาก ส่วนที่อยู่ลึกเข้าไป จะเป็นผลไม้ชนิดต่างๆ

ที่ขี้นชื่อก็หนีไม่พ้นมะพร้าวสามพราน หรือ มะพร้าวน้ำหอม ถือว่าครองแชมป์ประเทศไทยมาหลายปี และเป็นผลไม้ที่ส่งไปขายยังต่างประเทศมาหลายปีแล้วเช่นกัน

มะพร้าวน้ำหอมสามพราน ต้นไม่สูงใหญ่นัก ยืนอยู่ใต้ต้นก็สามารถเอื้อมถึงลูกได้ ปัจจุบันได้ขยายพันธ์ไปปลูกในจังหวัดอื่นๆบ้าง แต่ยังไงก็สู้รสชาติดั่งเดิมของอำเภอสามพราน หรือของที่นี่ไม่ได้

พิสูจน์ง่ายๆว่าไช่ของแท้หรือไม่ ให้สังเกตว่าจะมีลูกขนาดเล็ก น้ำมะพร้าวจะหวาน หอม ทานแล้วชื่นใจ สำหรับความหอมนี้ถือว่าเป็นลักษณะที่โดดเด่นกว่ามะพร้าวพันธ์อื่นๆ

ผลไม้ที่ขึ้นชื่อของนครปฐมอีกชนิดหนึ่งก็คือ ส้มโอนครชัยศรี ปลูกมากที่อำเภอนครชัยศรี (เริ่มแรก) อำเภอสามพราน และ อำเภอ พุทธมณฑล และสายพันธ์ที่มีชื่อมานานได้แก่ พันธ์ทองดี (เนื้อออกสีชมภ ูหรือสีทับทิม) อีกพันธ์หนึ่งที่มีชื่อในยุคแรกๆ คือพันธ์ขาวน้ำผึ้ง (เนื้อสีขาวอมเหลือง) ลักษณะเด่นของส้มโอนครชัยศรีคือ หวานชุ่มอร่อย ไม่มีรสขม หรือ มีน้อยมาก เปลือกบาง ลูกไม่ใหญ่นัก

ส้มโอนครชัยศรีมีชื่อเสียงมานานหลายสิบปีแล้ว จนมีผู้นำไปแต่งเป็นเพลงและโด่งดังไปทั่วประเทศ ทำให้ส้มโอนครชัยศรีเป็นที่รู้จักกันกว้างขวางขึ้น เพลงนั้นมีชื่อว่า “ สาวนครชัยศรี “ ขับร้องโดย ชรินทร์ นันทนาคร เป็นผลงานการประพันธ์เนื้อร้องของ ครู ชาลี อินทรวิจิตร และที่มาของเพลงนี้ก็คือชีวิตจริงของครูชาลีนั่นเอง

อยากรู้ว่าเนื้อเพลงมีความหมายเป็นอย่างไร.... ต้องขอเวลา Search หาจากเว็บไซต์ ก่อนครับ...


เนื้อเพลง : สาวนครชัยศรี
ประพันธ์โดย ชาลี อินรวิจิตร
ทำนอง : สมาน กาญจนผลิน
ขับร้อง : ชรินทร์ นันทนาคร





บุญ น้อมใจ พี่ให้ มาพบ ได้ใกล้ชิดโพสพ สาวนครชัยศรี
พี่อ้างว้าง หลงทางพลัดที่ แต่เจ้ามี น้ำใจให้พี่อาศัย
เพียง ขันหนึ่งน้ำจากมือสาว ต่อชีวิตให้ยาว เพราะสาวกรองจากใจ
เนตรเจ้าคม ผมยาวเคลียไหล่ ผิวคล้ำ กล่ำไอ แดดโลมไล้ กายสาว

ตางาม ยามช้อนชำเลืองชาย วาบหวามมิวาย ประกายรุ่งดังแสงดาว
นครชัยศรีไม่ใช่สวยแต่ลูกสาว ข้าวสาร ก็ขาวส้มโอนั้นเล่าก็หวาน

* ไม่ สำอางค์สวยอย่างนางฟ้า แต่เจ้าสวยทีท่า สวยวาจากล่าวขาน
อยากจุมพิต ผิวกาย ที่กร้าน ไม่หลบลม บ่มพรรณ ให้เฉิดฉันท์ ไฉไล

** พี่ปองรัก ฝังใจ เสมอไป นะสาวนครชัยศรี

(ซ้ำ * , **)

ที่มา http://www.nangdee.com/lyrics/song_preview.php?c_id= 4883

เพลง สาวนครชัยศรี ออกอัลบั้มกันหลายชุด มีผู้นำไปร้องใหม่กันหลายคน เรียกว่า เพลงเดียว แต่มีหลายเวอร์ชั่น

ลองดูเนื้อเพลงที่คุณครูชาลี อินทรวิจิตรแต่งขึ้น รู้สึกว่าใช้ภาษาไทยที่สละสลวยมากเลยที่เดียว เปรียบเทียบกับเพลงสมัยนี้แล้วจะเห็นว่า เพลงสมัยก่อนๆมีการใช้ภาษาที่ลึกซึ้ง กินใจกว่าเพลงยุคหลังๆ



เช่นเดียวกับเพลงของต่างประเทศในยุคเดียวกัน ก็ความหมายลึกซึ้ง พรรณาความรักเสียสวยหรู ตัวอย่างเช่น เพลง Sealed with a Kiss ของ Brian Hyland ที่รู้จักกันทั่วโลก แต่งไว้เมื่อ
ปี ค.ศ.1962 หรือ พ.ศ. 2505 เป็นเพลงเก่าออกแนวหวานๆ ซึ้งๆ โรแมนติก และอยู่ในยุคเดียวกับราชาเพลงร๊อคผู้โด่งดัง Elvis Presley ต่อมาก็ออกอัลบั้มใหม่ๆ กันหลายครั้ง และโด่งดังมาตลอด ปัจจุบันเพลง Sealed with the kiss มีอายุถึง 46 ปี แล้ว


ผมรู้จักเพลงนี้ราวปี พ.ศ. 2517-18 ตอนนั้นเพลงนี้กลับมาโด่งดังอีกครั้งหนึ่ง ตามสถานีวิทยุก็เปิดกันบ่อยทีเดียว มีความรู้สึกว่าเพราะมาก ฟังครั้งแรกก็ติดใจเลย ถามเพื่อนๆที่ชอบเพลงแนวนี้เค้าก็บอกว่าชื่อเพลง Sealed with a Kiss ความหมายก็คือการส่งจดหมายและปิดผนึก (Seal ) ด้วยรอยจูบ และความรัก ดูแล้วมันมีความหมายลึกซึ้ง และเป็นจดหมายที่มีคุณค่าในความหมายของผู้ส่ง บรรจงเขียนด้วยลายมือ ด้วยความรู้สึกดีๆ ต่อหญิงที่ตนรัก

ตั้งแต่นั้นมาผมก็จดจำเพลงนี้มาตลอด เรียกว่าเป็นเพลง Pop ของต่างประเทศที่ชื่นชอบเพลงหนึ่ง

ไม่นานนี้ก็ได้ซื้อแผ่น CD เพลงแนว Pop ที่รวมนักร้องหลายๆคน ฟังแล้วสบายๆ และมีเพลง Sealed with a kiss รวมอยู่ด้วย ปรากฏว่า เจ้าลูกชายผมดันปิ้งเพลงนี้เอามากๆครับ ถึงขนาดเอาไปแปลงเป็น MP3 เก็บไว้ฟังเอง

ฟังเพลงต้นฉบับได้ที่นี่เลยครับ จากเว็บ Youtube เป็นเว็บที่ผมมักเข้าไปฟังเพลงตอนก่อนนอน มีทั้งเสียง และภาพวิดีโอด้วย

    http://www.youtube.com/watch?v=xIkUiD8N81k&NR=1 (Original 1962)
ดู Concert http://www.youtube.com/watch?v=tlVnP141-kY

หาก ไม่สามารถเข้าได้ หรือ Links ขาด ก็เข้าไปที่ youtube.com แล้ว search คำว่า Sealed with a Kiss จากนั้นก็เลือกฟัง

ใครไม่เคยเข้าเว็บนี้ก็ลองดู เผื่อจะติดใจ ชื่นชอบเพลงไหน หรือ นักร้องคนไหน ก็ search หาได้เลย รับรองว่าได้ฟังเพลงที่คุณชื่นชอบแน่ๆ แถมได้เห้นหน้าตา และ วงดนตรีที่บรรเลงด้วย เพลงเก่าแต่ไหนก็มีหมด อยู่ที่ว่าจะมีใครเข้ามาโพสต์เก็บไว้หรือไม่.. YouTube เป็นเว็บสาธารณะ ที่ฮิตติดอันดับโลก ใครต่อใครสามารถ add ภาพ และคลิป VDO ได้อย่างอิสระ คุณอยากร้องเพลง อยากแสดงความสามารถ เช่นเล่นดนตรี เล่นกล หรือ ทุกๆอย่าง แล้วส่ง คลิป ขึ้นเว็บได้เลย คนที่เข้าไปใช้บริการจาก YouTube เมื่อ search คำทีคุณใส่ Keywords ไว้ก็จะเห็นคลิปของคุณเอง ...

..........................................................................................................................

เนื้อเพลง Sealed with a kiss

SEALED WITH A KISS (Brian Hyland)

Though we've got to say Goodbye
for the summer
Darling, I promise you this
I'll send you all my love
Every day in a letter
Sealed with a kiss

Yes, it's gonna be a Cold,
lonely summer
But I'll fill the emptiness
I'll send you all my dreams
Every day in a letter
Sealed with a kiss

I'll see you in the sunlight
I'll hear your voice everywhere
I'll run to tenderly hold you

But darling you won't be there
I don't wanna say Goodbye
for the summer
Knowing the love we'll miss
Oh, let us make a pledge
To meet in September
And seal it with a kiss

(Music)

Yes, it's gonna be a Cold,
lonely summer
But I'll fill the emptiness
I'll send you all my love
Every day in a letter
Sealed with a kiss

Sealed with a kiss

Sealed with kiss

.....................................................................................................

สนใจประวัติของ Brian Hyland ก็ที่นี่เลย
http://en.wikipedia.org/wiki/Brian_Hyland

ภาพล่าสุด Brian Hyland อายุราว 65 ปี

.....................................................................................................


จากล่องเรือที่แม่น้ำท่าจีน มาจนถึงบทเพลงโรแมนติกของต่างประเทศ ก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ

วันนี้ถือว่าเป็นวันสบายๆ ที่คนไทยทั่วประเทศมีความสุข สาเหตุจาก นาย สมัคร สุนทรเวช บอกลา ไม่ยอมรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในรอบที่สอง ถือว่าเป็นข่าวดีที่ทำช่วยให้คนไทยทั้งในและต่างประเทศมีความสุขกันถ้วนหน้า ไม่ต่างกับประเทศไทยได้เหรียญทองโอลิมปิค เรื่องนี้ก็ต้องให้เครดิตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญด้วย ที่พิฆาตนายสมัคร ด้วยกฏหมายรัฐธรรมนูญ จนทำให้พรรคพลังประชาชนเสียศูนย์ และ ปั่นป่วนกันใหญ่ ถ้าเป็นปลาก็เรียกว่าตายน้ำติ้นแบบง่ายๆโดยไม่คาดฝัน

ก็น่าแปลกนะ นายสมัคร สุนทรเวช อายุก็ปูนนี้แล้ว แต่ดิ้อด้านผิดมนุษย์มนา ยิ่งกว่าอย่างหนา ตราช้างดาว ตัวเองโดนซัดจนน่วม มีแผลเหวอะหวะเต็มตัว ซึ่งน่าจะยกธงขาวไปตั้งนานแล้ว แต่ก็พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นสู้ต่ออย่างโซซัดโซเซ ด้วยความยึดมั่นว่า ต้องรักษาระบอบประชาธิปไตยสุดชีวิต ยอมเป็นทาสรับใช้ของ นายใหญ่ นายหญิง ที่อยู่ประเทศอังกฤษ อย่างสาวกผู้ซื่อสัตย์ ที่มีข่าวว่างานนี้นายใหญ่สั่งลุยเต็มสูบ

วานนี้ ( 12 กย.51) ก็เดินสะเปะสะปะเข้าทำเนียบรัฐบาล หน้าตาดูไม่เป็นผู้เป็นคน แววตาเหม่อลอย ไม่พูดไม่จากับใคร ไม่ต่างกับร่างไร้วิญญาณ นักข่าวเห็นก็ตกใจนึกว่าผีหลอกกลางวันตอนฝนตก ต่างโดดหนีกันให้วุ่น ก็พอดีมีนักข่าวคนหนึ่งบอกให้ท่านยิ้ม นั้นแหละ สติ สตัง จึงได้กลับคืนมา ค่อยดูหน้าตาเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาบ้าง

นักข่าวสายสภา และสายสะดือ รายงานว่า เห็นทีแรก “ ตกใจหมกเลย ” นึกว่าท่านกินยาแก้เครียดเกินขนาด หรืออาจกินยาเม็ดแต่ไม่ได้กินน้ำตาม หรืออาจกินยาน้ำแต่ไม่ได้เขย่าขวดก่อน หรืออาจกินยาผิดขนาน อย่างใดอย่างหนึ่ง

ก็เล่นเอาผู้สื่อข่าวต้องหาสาเหตุกันให้วุ่น ว่าท่านมาประชุมที่รัฐสภาอีกทำไม ทำไมไม่อยู่เลี้ยงหมาเลี้ยงแมว หรือเลียแผลอยู่ที่บ้าน ในที่สุดก็มาถึงบางอ้อว่าท่านพร้อมจะรับตำแหน่งนายกฯ อีกรอบ โดยเชื่อว่า สส. พรรคพลังประชาชน และพรรคร่วมรัฐบาลจะเสนอชื่อให้ท่านเป็นนายกฯ ตามที่นายใหญหน้าเหลี่ยม จากอังกฤษสั่งการ แต่งานนี้เกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิค ไม่มี สส.ฝ่ายรัฐบาลเข้าประชุมเลย มีเพียงแต่พรรคประชาธิปัตย์ ท่านจึงรู้ความจริงว่าถูกหักหลัง.

พุทโธ่ พุทธัง สังฆังกินหัว..น่าสงสารนายกฯรับจ้าง ไม่มี สส.ในในสังกัดแม้แต่คนเดียว ยามตกระกำลำบาก เขา็ไม่สนใจใยดี ปล่อยให้สู้ชะตาอยู่ตามลำพัง เ็ห็นสัจจธรรมของนักการเมืองบ้านเราแล้วหรือยัง

แหม..ใช้คำที่เข้าใจยาก แปลเป็นไทยก็หมายความว่า เห็นสันดานนักการเมืองบ้านเราแล้วหรือยัง


สรุปว่าท่านสมัคร เป็นเพียงแค่หมากการเมืองที่เขาวางไว้ ไม่มี สส.พรรครัฐบาลคนไหนจะเห็นดีเห็นงามให้ท่านต้องมารับตำแหน่งนายกฯ เพื่อรักษาประชาธิปไตย ตามที่ท่านพล่ามมาตลอด

และจนถึงขณะนี้ มีใครบ้างที่ไปให้กำลังใจท่าน ถามหน่อบเถอะ..เห็นหรือยังว่าเขาถีบส่งอย่างไม่ใยดี

ใครคิดจะไปเยี่ยมท่านก็บอกฝากซื้อน้ำใบบัวบกไปฝากเยอะๆหน่อย ท่านลุยศึกด้วยตัวเองมาหลายสนาม และพ้ายแพ้ยับเยินหมดทุกสนาม ฟก ช้ำ ดำ เขียว ไปหมดแล้ว

ขณะนี้ถือว่านายสมัครยุติบทบาททางการเมืองอย่างไม่เป็นทางการ เพราะเป็นคำพูดที่มาจากคนใกล้ชิด หาไช่จากปากนายสมัครไม่ ถึงไช่ก็ยังมีลีลาให้แก้ตัวในภายหลังได้ว่า " ไม่ได้พูด สื่อคิดกันไปเอง "

เรื่องนี้วางใจใครไม่ได้ ขนาดผีอยู่ในหลุม ยังลุกขึ้นมาออกอาละวาดได้ นับประสาอะไรกับคนเป็นๆ ที่มีนิสัยดื้อด้าน จะกลับมาอาละวาดกันอีกไม่ได้ ... วุ้ย..เสียว วะ



็มานั่งเรือกันต่อดีกว่า

สองฝั่งแม่น้ำท่าจีน หรือเรียกชื่อว่า แม่น้ำนครปฐม หรืออีกชื่อหนึ่งก็คือแม่น้ำนครชัยศรี เพียงแค่ชื่ออาจดูสับสน แต่จริงๆแล้วแม่น้ำตลอดทั้งสายเรียกว่าแม่น้ำท่าจีน เมื่อไหลผ่านจังหวัดนครปฐมชาวบ้านก็จะเรียกว่าแม่น้ำนครปฐม และเมื่อผ่านเขตอำเภอนครชัยศรี เมืองส้มโอหวาน ก็เรียกว่าแม่น้ำนครชัยศรี ผิดกับแม่น้ำสายอื่นๆที่มีชื่อเรียกเพียงชื่อเดียว

จังหวัดนครปฐมมีฉายาที่เรียกติดปากกันมานานว่า “ เมืองส้มโอหวาน ข้าวสารขาว ลูกสาวสวย “ และเป็นคำขวัญของจังหวัดนครปฐมที่รู้จักกันทั่วประเทศ เช่นเดียวกับคำขวัญของจังหวัดสุราษฏร์ธานี ที่ว่า “ เมืองร้อยเกาะ เงาะหร่อย หอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรม “

แต่ปัจจุบันคำขวัญของจังหวัดนครปฐมได้เปลี่ยนไป โดยเพิ่มคำให้มากขึ้นไปจากเดิม จนมาเป็น

“ ส้มโอหวาน ข้าวสารขาว ลูกสาวงาม ข้าวหลามหวานมัน สนามจันทร์งามล้น พุทธมณฑลคู่ธานี พระปฐมเจดีย์เสียดฟ้า ”

ในความรู้สึกของผมแล้วดูมันเฟ้อไปหน่อย และจดจำยาก สู้ของเก่า สั้นๆ และมีความหมายที่แสดงถึงความเป็นอดีตได้ดีกว่า ต่อไปหากบ้านเมืองเปลี่ยนไปก็คงมีคำเพิ่มเข้าไปอีก นานเข้าก็อาจยาวถึงขนาดต้องพิมพ์เป็นหนังสือให้อ่านกัน

ความจริงแล้วคนทั่วไปก็มีคำล้อเลียนจังหวัดนครปฐมในเชิงตลกขบขัน เช่นเมื่อใครเดินทางมาถึงนครปฐมแล้วก็จะรู้ทันที่ โดยไม่ต้องมีใครบอกกล่าว นั่นก็คือ “ กลิ่นขี้หมูครับ “ ได้กลิ่นขี้หมู่เมื่อไหร่ ก็ไช่เลยนครปฐม มาถึงแล้วแน่ๆ

ครั้งหนึ่งที่ทำงานผมเค้าจัดนำเที่ยวโดยรถบัสติดแอร์และปิดประตูแน่นหนา พอผ่านนครปฐม กลิ่นไม่พึงประสงค์ก็อบอวลเข้ามาในรถ ต่างคนก็นึกว่า ต้องมีคนใดหนึ่งปล่อยตดแน่นอน..พร้อมกับนึกด่าในใจว่า พวกไม่มีมารยาท เหม็นครับ กลิ่นเหลือทนจริงๆ มารู้ความจริงก็ตอนที่ไกด์บอกว่าแถวนี้เลี้ยงหมูกันมาก นี่ยังไม่นับเส้นทางรถไฟนะครับ ซึ่งมีกลิ่นไม่ต่างกัน ใครคิดจะจีบสาวนครปฐมก็คงต้องคิดหนักกันหน่อย ทางที่ดีควรชวนกันไปคุยที่อื่นจะดีกว่า

จะเรียกว่ากลิ่นขี้หมูนี้ ถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองนครปฐมก็น่าจะพูดได้ ความจริงก็ไม่น่าเกลียดเท่าใด บางจังหวัดที่เลี้ยงวัวเลี้ยงควายกันมากๆ ก็มีกลิ่นทำนองนี้ หรือที่เรียกว่าได้ " กลิ่นโคลนสาปควาย" ไงละครับ ยิ่งเข้าไปในหมู่บ้านที่เป็นชนบทหน่อย กลิ่นอาจจะรุนแรงแรงขึ้น

นึกถึงตัวเองตอนทีเคยไปจีบลูกสาวกำนันในตำบลแห่งหนึ่งที่ไกลปืนเที่ยง ตอนนั้นไปกันหลายคน (เอาไปเป็นเกราะป้องกัน เพราะได้ข่าวว่ากำนันมีนิสัยนักเลง) ลูกสาวกำนัน สวย และ หุ่นดีครับ หนุ่มแถวนั้นไม่มีใครกล้าจีบเพราะกลัว มีแต่ผมเท่านั้นที่ทำเป็นใจดีสู้เสือ บุกกันถึงบ้าน ซึ่งลูกสาวได้กรุยทางไว้เรียบร้อยแล้ว ทำให้อุ่นใจได้เลย

ในหมู่บ้าน.. ชาวบ้านจะมีวัวควายเลี้ยงไว้ในบ้านกันเกือบทุกหลัง เรื่องกลิ่นนั้นไม่ต้องพูดถึง ดมกันจนชิน แต่ไอ้ที่เเดินเหยียบกับของสดๆนี่ซิ มันรับกันไม่ค่อยได้ จนไม่ค่อยกล้าออกเดินไปไหน หนักกว่านั้นก็คือต้องนอนดมกลิ่นไปตลอดคืน เพราะพ่อกำนันเลี้ยงวัวไว้ใต้ถุนเรือนตั้งหลายตัว ค่ำมาก็สุมไฟไล่แมลง

แต่ที่ทนแทบไม่ไหวก็ตอนทานข้าวครับ..เจ้าของบ้านอุตส่าห์ทำกับข้าวเลี้ยงเสียใหญ่โต แต่พวกเราทานกันแบบเกรงใจ กลืนไม่ลงครับ กลิ่นขี้วัว ขี้ควาย มันทำลายความอยากความหิวจนหมดสิ้น เพื่อนผมจึงแก้ปัญหาด้วยการก้งเหล้าให้หนักกว่าเดิม ได้ผลครับ พอหน้าตึงๆหน่อย รู้สึกว่ากลิ่นมันหายไปไหนหมดก็ไม่ทราบ

พูดเรื่องขี้หมูมาแล้วก็ขอต่ออีกหน่อย คือขณะนั่งเรือล่องแม่น้ำท่าจีนไปทางวัดไร่ขิง จะเห็นโรงงานขนาดใหญ่ ปล่อยควันโขมงอยู่ริมแม่น้ำ ดูไกลๆนึกว่าเป็นโรงสีข้าว แต่พอเรือเข้าไปใกล้ๆ กลิ่นเหม็นๆคล้ายขี้หมูก็โชยมา ไกด์บอกว่าเป็นโรงงานทำแบะแช แต่ไม่ทราบว่าทำไมโรงงานแบะแชจึงมีกลิ่นเหมือนขี้หมูด้วย ทำให้เสียบรรยากาศไปไม่น้อย

พอพ้นโรงงานแบะแช่ไปแล้ว อากาศค่อยดีขึ้นมาหน่อย ความรู้สึกดีๆค่อยกลับมาอีกครั้ง

ระหว่างที่เรือพาไปตามลำน้ำท่าจีน จะเห็นแต่สวนผลไม้ มีบ้านริมน้ำหลังเล็กๆ หรือบ้านทรงไทยเป็นระยะๆ ดูแล้วเข้ากับบรรยากาศแบบวิถีไทย เป็นภาพที่สบายตา โดยเฉพาะแม่น้ำท่าจีนที่มีน้ำท่าสมบูรณ์ ไม่ว่ามาเที่ยวช่วงเวลาไหน หรือฤดูไหน ก็จะเห็นน้ำเต็มฝั่งอยู่ตลอด เป็นแม่น้ำที่ยังดูดี ดู สะอาดกว่าแม่น้ำอีกหลายๆสายในเขตภาคกลาง

แต่ต่อไปก็ไม่แน่ใจนักเพราะได้ยินว่ามีโรงงานตั้งอยู่ริมแม่น้ำกันหลายโรง เหตุที่ต้องอยู่ริมแม่น้ำก็เพราะจะได้ปล่อยของเสีย ปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำได้สะดวก คงไม่มีไครมานึกถึงระบบนิเวศน์กันมากนัก ยิ่งชุมชนไม่เข้มแข็งพอก็จะทำลายแม่น้ำลำคลองกันมากขึ้น

นั่งเรือมาเพลินๆ ไม่นานก็กลับมาถึงฝั่ง ใช้เวลาไปกลับราว 1 ชั่วโมง

อย่าลืมนะครับมาเที่ยวตตลาดดอนหวาย ทานอาหารที่มีชื่อ แล้วต้องมานั่งเรือชมวิว เสร็จจากล่องเรือแล้วค่อยแวะซื้อของฝาก อุดหนุนชาวบ้าน เป็นรายการปิดท้าย

เป็นอันว่าจบโปรแกรมการท่องเที่ยวตลาดดอนหวายทั้งสามตอนได้โดยสมบูรณ์

โปรแกรมท่องเที่ยวที่โฟโต้ออนทัวร์จะพาไปเที่ยวเป็นรายการต่อไป จะพาไปเที่ยวกันต่อที่ประเทศเวียดนาม พาไปโฉบเมืองดานัง หรืออ่าวดานัง ที่เวียดนามกำลังพัฒนาให้เป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญทางตอนใต้ ตามแผนพัฒนาของประเทศ มีสิ่งที่น่าสนใจสำหรับคนไทยไม่น้อยครับ



เว็บมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
13 กันยายน 2551





การเดินทางมาตลาดดอนหวาย และ วัดไร่ขิง

ขับรถมาเอง
เส้นทางที่หนึ่ง
จากสะพานปิ่นเกล้า มุ่งตรงไป ถนนปิ่นเกล้า - นครชัยศรี แล้วใช้ถนนยกระดับไปจนสุดทางลง (ก่อนถึงพุทธมณฑล) จากนั้นขับผ่านสี่แยกพุทธมณฑล แล้วชิดซ้ายให้วิ่งในเส้นทางคู่ขนาน จากนั้นจะเจอสี่แยก (ไม่มีสะพานตัดข้ามทางแยก)
สังเกตป้ายบอกทางเลี้ยวซ้ายเข้าพุทธมณฑลสาย 5 (ถนนสายรอง) ขับมาประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะเจอสี่แยก(มีป้ายวัดดอนหวาย-วัดไร่ขิง) ให้เลี้ยวขวา มุ่งตรงสู่วัดดอนหวายหรือวัดไร่ขิงตามป้ายบอกทาง

มีข้อแนะนำว่าให้ใช้ถนนยกระดับ (ถนนบพระบรมราชนนี) หลังเลยแยกปิ่นเกล้ามาแล้ว แล้วขับชมวิวไปจนสุดทางลง ซึ่งถึงถนนตัดแยกเข้าพุทธมณฑล/ม.มหิดล (หรือวงแหวนทางแยก) ตรงนี้เรียกว่าแยก ถ.พุทธมณฑลสาย 4 พอพ้นแยกนี้ไปแล้วให้ชิดซ้ายเข้าช่องทางคู่ขนาน เพื่อเตรียมตัวเข้าถนนพุทธมณฑลสาย 5 (สามแยกเล็กๆ) อย่าลืมว่าถนนพุทธมณฑลสาย 5 เป็นถนนสายรอง หรือถนนท้องถิ่น สายเล็กๆ หากไม่สังเกตให้ดีอาจขับเลยไปก็ได้ (เหมือนผม) แต่ก็ไม่มีปัญหาครับ เพราะจากแยกนี้ไปไม่ไกลนักจะมีถนนสายเล็กๆอีกสายหนึ่งให้เลี้ยวซ้ายไปยังวัดดอนหวายได้เช่นเดียวกัน (ดูแผนที่ประกอบ)

เส้นทางที่สอง
ใช้เส้นทาง ถนนเพชรเกษม จากสี่แยกท่าพระ ตรงมาเรื่อยๆ ผ่าน บางแค หนองแขม ผ่านทางแยกเข้าพุทธมณฑลสาย 4
ตรงมาเรื่อยๆ เมื่อถึงทางแยกถนนพุทธมณฑลสาย 5 เลี้ยวขวา ตรงมาระยะทาง 6 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายมุ่งตรงสู่วัดดอนหวาย และหากขับเลยจุดนี้ไปก็สามารถยูเทิร์นใต้สะพานข้างหน้าได้ครับ (ดูแผนที่ประกอบ)

นั่งรถเมล์ - รถตู้ประจำทาง
รถตู้ปรับอากาศ เมอรี่คิงส์ปิ่นเกล้า - วัดดอนหวาย - วัดไร่ขิง ราคา 40 บาท ใช้เวลาประมาณ 20 -40 นาที
ถนนเพชรเกษม สามารถใช้บริการ รถโดยสารปรับอากาศสาย ปอ. 84 ลงตรงปากทางเข้าวัดไร่ขิง
  (ให้สังเกตุสวนสามพราน ก็ลงป้ายถัดไปได้เลย) และต่อรถสองแถวประจำทาง เข้ามาวัดดอนหวาย
   หรือไม่ทันใจ...ก็สามารถใช้บริการรถมอเตอร์ไซด์คิว ( 40 -50 บาท) ได้เลย.
สถานีขนส่งสายใต้ คุณสามารถใช้บริการรถโดยสารที่จะไปยัง จังหวัด นครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี
   ( ตอนขึ้นบอกกับพนักงานซักนิด "จะไปดอนหวาย ช่วยจอดปากทางเข้าหน่อยนะค่ะ/ ครับ"
   เมื่อถึงปากทางคุณก็สามารถใช้บริการรถสองแถวได้ทั้งสองฝั่ง ทั้งทาง ถนนเพชรเกษมและถนนปิ่นเกล้านครชัยศรี..


 แผนที่วัดดอนหวาย แผนที่วัดไร่ขิง (ต้องการดูภาพใหญ่ หรือ Save ภาพ ให้คลิกที่ภาพแผนที่)
แผนที่ดอนหวาย แผนที่ตลาดน้ำดอนหวาย แผนที่ตลาดดอนหวาย แผนที่วัดดอนหวาย วัดไร่ขิง แผนที่วัดไร่ขิง การเดินทางมาตลาดดอนหวาย เส้นทางพุทธมณฑล แผนที่ ม.มหิดล ศาลายา แผนที่พุทธมณฑล ถนนพุทธมณฑลสาย 4 ถนนพุทธมณฑลสาย 5 แผนที่สวนสามพราน การเดินทางมาสวนสามพราน



ต้องการดูภาพใหญ่ ให้คลิกที่ภาพ



 
     
copyright © 2008 www.photoontour.com, All rights reserved