Home > Gallery > Watprathat Lampangluang      หน้าบ้าน    
 
วัดพระธาตุลำปางหลวง ปูชนียสถานคู่เมืองลำปาง ในตอนที่ 3 นี้ เป็นภาพชุดประเพณีสรงน้ำพระแก้ว และสรงน้ำธาตุเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ไทยหรือวันสงกรานต์
   
 
เรื่องราวของวัดพระธาตุลำปางหลวง  ตอนที่1 : ตอนที่ 2
  อ่าน > การถ่ายภาพ   คลิก > ภาพเปรียบเทียบ  
แผนที่ อ.เกาะคา และสถารที่สำคัญๆ แผนที่วัดลำปางหลวง แผนที่วัดไหล่หิน แผนที่วัดจอมปิง แผนที่ ตลาดนัดเซรามิค
    ...............................................................................................................................................................................................................    
 
วัดพระธาตุลำปางหลวง (ตอนที่ 3)



วัดพระธาตุลำปางหลวงในตอนที่ 3 นี้ เป็นบรรยากาศของงานบุญในวันสงกรานต์ หรือวันขึ้นปีใหม่ไทยที่ทุกวัดจะมีการประกอบพิธีทางศาสนา โดยตอนเช้าจะมีพิธีทำบุญตักบาตร พอสายหน่อยก็จะสรงน้ำพระ แต่ในบางท้องที่ก็อาจมีพิธีรดน้ำน้ำผู้หลักผู้ใหญ่หรือผู้เฒ่าผู้แก่ซึ่งเป็นที่นับถือของชุมชนไปพร้อมๆกันด้วย

ที่วัดพระธาตุลำปางหลวง นอกจากจะมีพิธีทางศาสนาทำบุญตักบาตรแล้ว ก็ยังมีพิธีสรงน้ำพระธาตุเจดีย์และสรงน้ำพระแก้วมรกต ที่ถือเป็นงานใหญ่ประจำปีที่สืบทอดกันมาเป็นระยะเวลาอันนาน ทั้งชาวบ้านใกล้เคียงและที่อยู่ห่างไกลต่างก็ตั้งใจกันเดินทางมาร่วมพิธีกันเป็นจำนวนมาก

ประเพณีสรงน้ำพระแก้วมรกตจะกระทำกันในวันที่ 13 เมษายนของทุกๆปี โดยอัญเชิญพระแก้วมรกตไปประดิษฐานที่บริเวณสวนสาธารณะห้าแยกหอนาฬิกาในเมืองลำปาง เพื่อให้ประชาชนได้สักการะและสรงน้ำ จากนั้นก็จะอัญเชิญกลับมายังวัดพระธาตุลำปางหลวงในวันเดียวกัน เพื่อให้ชาวบ้านตำบลลำปางหลวงและใกล้เคียงได้ทำพิธีสรงน้ำตามประเพณีของท้องถิ่น

วันที่ 14 เมษายน 2548 ผมเดินทางไปที่วัดลำปางหลวง ก็ตั้งใจไปถ่ายภาพพิธีสรงน้ำพระแก้วมรกต ซึ่งคาดว่าจะมีพุทธศาสนิกชนมาทำบุญกัน กันมาก แต่ปรากฏว่าไปไม่ทัน พิธีมีขึ้นในตอนเช้า แต่ผมไปเอาบ่าย เลยอดถ่ายภาพมาให้ดู

แต่ถึงแม้จะไม่ทันพิธีการตอนเช้าแต่บรรยากาศในช่วงบ่ายก็มีความคึกคักและมีสิ่งน่าสนใจไม่น้อย

ประเพณีสรงน้ำพระแก้วที่วัดลำปางหลวงนี้อาจแตกต่างจากวัดอื่นๆ เนื่องจากชาวบ้านถือว่าน้ำที่ผ่านการสรงพระแก้วมรกตเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ หรือ " น้ำขี้พระเจ้า " ที่คนเฒ่าคนแก่เรียกกัน เมื่อเสร็จพิธีแล้วชาวบ้านก็จะนำน้ำนี้ไปทำพิธีกันต่อที่บ้าน เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัวและญาติมิตรที่นิยมกันก็จะนำไปผสมกับน้ำอาบหรือนำมารดศรีษะหลังจากสระผมมาแล้วใหม่ๆ ซึ่งการสระผมในวันสงกรานต์นี้เป็นประเพณีของไทยที่ถือปฏิบัติกันมาแต่อดีต เพื่อให้ร่างกายสะอาดผ่องใส ต้อนรับสิ่งดีๆในวันขึ้นปีใหม่ ปัจจุบันประเพณีนี้แทบจะไม่มีการพูดถึงกันอีกแล้ว

น้ำที่ใช้สรงพระแก้วเรียกว่าน้ำส้มป่อย โดยใช้น้ำสะอาดผสมกับฝักส้มป่อยที่ลนไฟจนหอม เพื่อให้เกิดกลิ่นหอมและให้น้ำมีสีเหลืองสวยงาม พร้อมกันนี้ก็จะโรยด้วยเกษรดอกไม้ น้ำส้มป่อยนี้ชาวบ้านทางภาคเหนือแต่ก่อนมักจะทำกันทุกครัวเรือน เพื่อใช้สรงน้ำพระในเทศกาลสงกรานต์ และใช้รดน้ำดำหัวผู้หลักผู้ใหญ่ตามประเพณี

( ส้มป่อยเป็นไม้มงคลและเป็นสมุนไพรของทางภาคเหนือ มีหลายชื่อ เช่น เมืองแพร่เรียกว่า เอกราช, แม่ฮ่องสอนและชาวไทยใหญ่เรียกว่า ส้มขอนฝักส้มป่อยมีรสเปรี้ยว มีสรรพคุณทางยาหลายอย่าง ส่วนใบ นำมาแกงกับปลา ออกรสเปรั้ยวๆ )

วันนั้นมาไม่ทันพิธีสรงน้ำพระแก้ว ก็เลยไปเข้าคิวต่อแถวเพื่อปิดทองพระแก้วมรกตที่ทางวัดอัญเชิญลงมาให้ประชาชนสักการะ

” ปิดทองพระแก้วมรกต ”

ทำเอาผมงงไม่น้อยที่รู้ว่าเป็นพระพุทธรูปที่ทางวัดค่อนข้างจะหวงแหนและเฝ้าระวังกันเต็มที่ ซึ่งในอดีตก็เกือบถูกโจรกรรมมาหลายครั้ง ปัจจุบัน ก็ต้องเก็บรักษาใน กุฏิพระเแก้ว ที่มี ลูกกรงเหล็ก ป้องกันแน่นหนาถึงสองชั้น แต่วันนี้ได้อัญเชิญให้ประชาชนสักการะและปิดทอง จึงรู้สึกแปลกใจไม่น้อย และไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ จึงสอบถามเจ้าหน้าที่ของวัดว่า เป็นพระแก้วองค์จริงหรือไม่ ก็ได้รับยืนยันว่าไช่ และยังบอกว่ามีองค์นี้องค์เดียว

” ไม่เชื่อ ” ผมนึกในใจ

ผมต่อแถวเพื่อเข้าไปปิดทององค์พระแก้วมรกต ซึ่งประดิษฐานอยู่ในซุ้มที่มีรั้วกัน แต่เมื่อเข้าไปด้านในแล้วก็ต้องแปลกใจอีกครั้ง ที่เห็นเจ้าหน้าที่ที่ดูแลภายในนั้นบอกผู้มาปิดทองว่าเขียนชื่อของตนเองลงตรงฐานพระได้(ผิวเนื้อหินมรกต) โดยใช้ปากกาที่ทางวัดได้เตรียมไว้ให้

" พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองทำกันแบบนี้หรือ "

จะเป็นองค์จริงหรือจำลองก็แล้วแต่ ก็เป็นเรื่องไม่บังควร เพียงแค่ได้ปิดทองก็น่าจะพอเพียงสมควรแก่ประเพณีแล้ว แต่นี่เล่นกันจนน่าเกลียด

ปีนี้เขียนชื่อกันได้ ปีต่อไปจะมีอะไรเพื่อตอบสนองผู้คนกันอีกก็ไม่ทราบได้ วิธีการแบบนี้ถือเป็นการทำลายความศักดิ์สิทธิ์พระแก้วมรกต และยังเป็นการปลูกฝังความเชื่อความศรัทธาแบบผิดๆให้กับประชาชน จะบอกว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์คงไม่ไช่ กรรมการของวัดซึ่งเป็นคนใกล้ชิดพระศาสนาน่าจะรู้ดี ว่าควร หรือไม่ควร การลงชื่อหรือขีดๆเขียนๆกับพระพุทธรูป ถือว่าล้ำเส้นจนเกินงาม ที่อื่นมีแต่คนภายนอกมาทำลาย แต่นี่คนในวัดกลับ เป็นผู้ทำลายเสียเอง

เขียนมาถึงตรงนี้ก็ไม่ไช่จะมาใส่ความกับทางวัด เพราะ ภาพถ่าย ก็มีให้ดูเป็นเครื่องยืนยัน

ผมเดินต่อเข้าไปในเขตวัดที่เป็นเขตศาสนสถานสำคัญ พอพ้นประตูก็เห็นผู้คนมากมายกำลังเขียนชื่อตนเองลงในผ้าจีวรผืนยาวเพื่อนำไปห่มพระ ธาตุ ซึ่งก็เหมือนตามเจดีย์ต่างๆที่มีผ้าเหลืองพันไว้โดยรอบในช่วงเทศกาลงานบุญ บริเวณนี้มีผู้ให้ความสนใจกันเยอะ จะเขียนอวยพรให้ตนเอง มีความสุข หรือเขียนเพื่อครอบครัวและญาติมิตร ก็เขียนกันๆได้บนผ้าเหลืองที่ปูไว้บนโต๊ะยาว เด็กๆมาเขียนกันเป็นที่สนุกสนาน แต่ก็มีพวกมือบอนวาดรูปการ์ตูนลงไปด้วย จนทางวัดต้องมีป้ายเตือน

ส่วนทางด้านองค์พระธาตุเจดีย์ก็มีการสรงน้ำพระธาตุ ตรงนี้ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ประชาชนให้ความสนใจ มีการชักรอกนำน้ำส้มป่อยขึ้นไปสรงพระธาตุกันตลอดเวลาไม่มีหยุดหย่อน

การสรงน้ำพระธาตุเจดีย์ของวัดพระธาตุลำปางหลวงนี้ ถือเป็นแห่งแรกของทางภาคเหนือ เป็นประเพณีที่จัดให้มีขึ้นทุกปีในเทศกาลสงกรานต์ และสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน จนปัจจุบันวัดต่างๆได้นำไปใช้กันอย่างแพร่หลาย

ในเทศกาลสงกรานต์ วัดลำปางหลวงจะเป็นช่วงเวลาที่มีประชาชนเดินทางมาสักการะกันมากเป็นพิเศษ ทั้งคนท้องถิ่น คนลำปางที่อยู่ต่างอำเภอรวมไปถึงนักท่องเที่ยวอีกเป็นจำนวนมาก หากใครผ่านมาที่อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง ก็ไม่ควรพลาดโอกาส เพราะสถานที่นี้นอกจากเป็นวัดเก่าแก่แล้วก็ยังเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ล้านนา เป็นจุดพลิกผันของการสู้รบในประวัติศาสตร์ระหว่างไทย(ล้านนา) กับพม่า และเป็น ต้นกำเนิดของต้นตระกูลเชื้อเจ็ดตน อันเป็นราชสกุลยุคสุดท้ายของเมืองล้านนาก่อนที่จะรวมกับอาณาจักรไทยในเวลาต่อมา





เวปมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
26 มีนาคม 2549



แผนที่ วัดพระธาตุลำปางหลวง แผนที่วัดไหล่หิน แผนที่วัดจอมปิง แผนที่ อ.เกาะคา

คลิกที่ภาพ


 
   
     

ติดตามเรื่องราวของวัดพระธาตุลำปางหลวงและเรื่องอื่นๆของจังหวัดลำปาง (จนถึงเดือนมีนาคม 2549)


     ั;วัดพระธาตุลำปางหลวง ตอนที่ 3 (Menu Gallery)
     บทความ ปริศนาพระแก้วมรกต (Menu Articles)
     วัดพระธาตุลำปางหลวงตอนที่ 2 (Menu Gallery)
     วัดพระธาตุลำปางหลวงตอนที่ 1 (Menu Gallery)
     วัดไหล่หิน (Menu Gallery)
     บทความเรื่อง วัดไหล่หิน (Menu Articles)
     ควันหลงเรื่องวัดไหล่หิน (Menu Today Talk)
     ตลาดอัศวิน ลำปาง (Menu Gallery)



...............................................................................................................................................................................................................
   
     



การถ่ายภาพ

ภาพชุดนี้ถ่ายทั้งสไลด์และภาพสี ภาพสไลด์นั้นใช้ Kodak E 100VS ซึ่งเป็นตัวที่ใช้อยู่เป็นประจำสำหรับความไวแสงที่ 100 ปกติก็จะใช้เป็นฟิล์มหลักไว้ติดกระเป๋ากล้อง ส่วนอีกรุ่นหนึ่งก็จะเป็น Fuji Velvia 50 ตัวนี้สำหรับภาพ Outdoor สำหรับการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ ในสภาพที่ท้องฟ้าสดใสส่วนฟิล์มไวแสง 400 ก็จะซื้อเตรียมไปทุกครั้งที่เดินทาง แต่ถ้าหากว่ามีโปรแกรมที่จะใช้ค่อนข้างแน่นอนก็จะเตรียมไปมากหน่อย

และที่ไม่ลืม ก็คือฟิล์มสี Gold 100 เอาไว้เป็น spare ยามคับคัน หรือฟิล์มสไลด์ที่เตรียมไปไม่พอ หรืออาจจำเป็นในกรณีที่เห็นว่าสภาพการณ์ขณะนั้น น่าจะให้ภาพดีกว่าสไลด์ แต่ก็มีโอกาสน้อยมาก

วัดพระธาตุลำปางหลวงคราวนี้ส่วนใหญ่จะเป็นภาพทั่วๆไป เช่นภาพโบสถ์วิหาร หรือภาพ portrait จึงใช้ E 100VS ถ่ายทั้งหมด ภาพใดที่เห็นว่ามืดก็จะใช้แฟลชช่วย ส่วนภาพสีได้ใช้ในบางภาพ แต่ก็เป็นการถ่ายเพื่อเปรียบเทียบ เพราะไม่แน่ใจว่าสภาพแสงที่ค่อนข้างน้อย ภาพสไลด์จะออกมาดีหรือไม่ โดยเฉพาะที่วิหารน้ำแต้ม ตรงนั้นเป็นสถานที่คนไม่ค่อนสนใจ จึงทำให้มีเวลาและสะดวกที่จะถ่ายภาพแบบไม่ต้องรีบเร่งนักและมีโอกาสใช้ขาตั้งกล้องได้

ความจริงวิหารน้ำแต้มนี้ได้เล็งๆมาตั้งแต่ที่มาถ่ายภาพครั้งก่อนๆแล้ว แต่ตอนนั้นสภาพแสงไม่ค่อยดี และบรรยากาศสู้ครั้งนี้ไม่ได้ มาคราวนี้จึงเหมือนกับว่ามาถูกเวลา สภาพการณ์ก็แตกต่างกว่าครั้งก่อนมาก

วันนี้มีคนมาทำบุญกันมาก พื้นตรงหน้าพระพุทธรูปมีวางดอกไม้ธูปเทียน เทียนบางเล่มก็กำลังติดไฟอยู่ เห็นแล้วก็รู้สึกว่าเป็นการแสดงความศรัทธาแบบชาวบ้านที่ดูแล้วเรียบง่าย ไม่มีการปรุงแต่งอะไรเลย ไม่ต่างกับที่วัดไหล่หิน ภาพตรงจุดนั้นจุดเดียว ก็ทำเอาหายเหนื่อยหายร้อนไปเยอะทีเดียว


ภาพสีและสไลด์ได้เปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่าง โดยถ่ายที่วิหารน้ำแต้ม เพื่อให้เห็นว่า
ภาพสไลด์ก็ดี ภาพสีก็ไม่เลว






   
www.photoontour.com copyright © www.photoontour.com, All rights reserved