I Home I Articles I City Tour I Events I Gallery I Royal Photos I Portraits IToday Talk I Photo Services I Wallpapers I Free e-card I About site I Site update I Outbound toour I
 
  Pang Ma Pha, Mae Hong Son ปางมะผ้า เส้นทางแม่ฮ่องสอน - ปาย
Home > Gallery > On the Road     
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
เขื่อนภูมิพล
ล่องเรือ 1
ล่องเรือ 2
ออบหลวง
กะเหรี่ยง
ตักบาตร
วัดจองกลาง
ดอยกองมู
อช.ถ้ำปลา
ถนนบนดอย
ปางมะผ้า
   
Gallery ภาพจากทริปแม่ฮ่องสอนบนถนนสาย Unseen เขื่อนภูมิพล - เชียงใหม่ - แม่ฮ่องสอน
เขื่อนภูมิพล :: บนเเรือรอยัลไดมอนด์ (1) :: บนเรือรอยัลไดมอนด์ (2) :: ออบหลวง สวนสนบ่อแก้ว แม่สะเรียง ::
กะเหรี่ยงคอยาว
:: ตักบาตรตอนเช้า :: วัดจองกลาง วัดจองคำ ::วัดพระธาตุดอยกองมู :: ถ้ำปลา : ถนนบนดอย ภูโคลน วัดน้ำฮู้
โป่งเดือด ท่าปาย :: ปางมะผ้า โค้งที่ 1548
  แผนที่/ข้อมูล จากทริป Unseen แม่ฮ่องสอน
แผนที่เขื่อนภูมิพล ::  ภาพเขื่อนจากดาวเทียม ::แผนที่ จ.แม่ฮ่องสอน
ข้อมูลชาวกระเหรี่ยง :: Karen People :: แผนที่หมู่บ้านกะเหรี่ยง ไทย-พม่า ::  ภาพกระเหรี่ยงในพม่า
Pang Ma Pha, Mae Hong Son ปางมะผ้า เส้นทางแม่ฮ่องสอน - ปาย โค้งที่ 1548 เส้นทางสาย Unseen
 
 
     
 
 


ปางมะผ้า โค้งที่ 1548
(บันทึกการเดินทางเมื่อวันที่ 1 มค.51)


ทริป Unseen แม่ฮ่องสอนในตอนที่ 11 นี้ เป็นตอนปิดท้ายรายการ หลังจากว่ากันมาหลายตอน และมีภาพให้ดูกันอย่างจุใจ

การดำเนินเรื่องราวในทริปต่างๆของโฟโต้ออนทัวร์ในระยะหลังๆนี้ มักจะเป็นหนังซี่รี่ย์ยาว ไม่ได้เป็นตอนเดียว หรือม้วนเดียวจบเหมือนเมื่อก่อน สาเหตุก็เพราะเป็นการถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอล จึงสะดวก ถ่ายเสียก็ลบทิ้ง เพียงแค่มี Memory card พกไปหลายๆอัน หรือพก USB Portable Storage ชนิดพกพา ก็สามารถโหลดภาพจาก Memory มาเก็บไว้ใน Hard disk ทำให้ถ่ายภาพกันได้ไม่อั้น เ
มื่อมีภาพจากการเดินทางมากขึ้น จึงต้องซอยบทความท่องเที่ยว ออกเป็นหลายๆตอน เรียกว่าดูภาพกันจนเบื่อ ผลดีก็คือทำให้มีภาพประกอบมากขึ้น ทุกซ้อตทุกตอนจึงไม่พลาดภาพสำคัญๆ

การเดินทางลักษณะที่ออกทริปไปหลายๆแห่ง และต้องเดินทางกันหลายวัน ทำให้มีภาพต่อเนื่องไปตลอดเส้นทาง หรือตามลำดับเหตุการณ์ ตั้งแต่ต้นจนจบ ทุกภาพเป็นภาพจริงเสียงจริง ตามเวลาที่ได้ผ่านไปในสถานที่นั้นๆ อนาคตภาพเหล่านี้อาจเป็นประวัติศาสตร์ สามารถย้อนกลับมาดูได้ว่า เมื่อก่อนมันเป็นแบบนั้นแบบนี้

ภาพในเว็บนี้จึงมองไปถึงจุดนั้นด้วย ทุกภาพทุกชุดที่ได้ลงไปแล้วก็จะไม่มีการลบทิ้ง หรือมีภาพใหม่มาทับภาพเก่า หากมีโอกาสไปเที่ยวยังสถานที่เดิม ก็จะมีให้ดูในทุกภาคทุกตอน จึงสะสมไปเรื่อยๆ ถึงเหนื่อยก็จะไม่พัก เพราะพักไม่ได้ ยังมีภาพอีกมากมายที่ยังไม่ได้นำมาลง ระยะนี้จึง Update กันถี่ยิบ เพื่อให้ในชุดอื่นๆที่ยังคั่งค้าง ได้ออกสู่สายตากันเร็วขึ้น หากไม่เร่งก็จะกลายเป็นดินพอกหางหมู พาลหมดอารมณ์ที่จะเล่าเรื่องราวต่างๆ ซึ่งตอนนี้ก็หลุดไปหลายทริปแล้ว

สำหรับทริปแม่ฮ่องสอนในภาคสุดท้าย จบลงที่ ปางมะผ้า

ปางมะผ้า ชื่อนี้ได้ยินจนคุ้นหู แต่ไม่มีโอกาสมาเที่ยว เพราะรู้สึกว่าไกลเหลือเกิน


จังหวัดแม่ฮ่องสอน ในความรู้สึกแล้วเหมือนกับว่า หากไม่ตั้งใจมาเที่ยวจริงๆแล้วก็คงหาโอกาสกันยาก เพราะภาคเหนือมีหลายจังหวัดที่เป็นคู่แข่ง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ หากมีเวลาน้อย หรือไม่ค่อยได้เดินทางกันบ่อย ก็คงเลือกจังหวัดอื่นๆ เช่นเชียงใหม่ และ เชียงรายกันหมด เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อของภาคเหนือ

พูดถึงเชียงใหม่ หลายคนอาจบอกเฉยๆ เพราะกลายเป็นเมืองที่ใหญ่โตมาก จะเป็นรองก็แต่กรุงเทพ ปัจจุบันในตัวเมืองแทบจะหาบรรยากาศของคำว่าล้านนาได้ยาก ก็คงต้องออกไปนอกเมือง ที่ยังพอให้สัมผัสกับวิถีชีวิตแบบเดิมได้บ้าง

จากเมืองดอกไม้ที่เชียงใหม่เคยโด่งดัง มาระยะหลังๆดูทำท่าว่า เชียงรายจะคว้าตำแหน่งนี้ไปแล้ว และยิ่งช่วงปีสองปีนี้ เชียงใหม่มีข่าวภาพลบปรากฏอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเสื้อแดง กลุ่ม 51 ที่รุมฆ่ากันคนเชียงใหม่ด้วยกันเองอย่างสยดสยองกลางเมืองเชียงใหม่ เพียงแค่มีความคิดเห็นทางการเมืองต่างกัน
สิ่งเหล่านี้จะค่อยๆทำลายภาพลักษณ์ที่ดีๆ ให้ลดลงไปทีละเล็กละน้อย

คำว่าถิ่นไทยงาม เมืองแห่งวัฒนธรรม มันสวนทางกับข่าวที่ปรากฏมาเป็นระยะๆ ที่มีแต่ความรุนแรง บางคนอาจจะบอกว่าเป็นเรื่องของการเมือง เรื่องสิทธิเสรีภาพ แต่คนส่วนใหญ่ที่ติดตามข่าว เขามองว่าคนภาคเหนิอ กำลังเผาบ้านตัวเอง ยิ่งมาเห็นข่าว ตบตีอาจารย์กันในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก็ยิ่งเติมเชื้อเข้าไปอีก การแสดงออกทางการเมืองมันต้องรุนแรง ตบตี และฆ่ากันแบบนั้นหรือ จะรักจะชอบ หรือจะยกย่องสนับสนุนใครให้เป็นประธานาธิบดี (คนแรกของประเทศไทย) ก็น่าจะมีสติกันหน่อย อย่าให้ถึงกับต้องตกเป็นทาส

หากคนที่ยกย่องเป็นคนดีจริงๆแล้วผลกรรมย่อมจะต้องส่งผลให้ได้ดีมีความสุข มันเป็นกฏห่งกรรมที่ใครๆก็เลี่ยงไม่ได้ แต่บุคคลประเภทที่หนีหมายศาล หลบๆซ่อนๆอยู่ในต่างประเทศ และมีสถานะภาพเป็นนักโทษชาย (น.ช.) แถมมีคดีความติดตัวมากมาย ก็น่าฉุกคิดนะว่าคนๆนี้ เป็นบุคคลประเภทไหน ดีจริงหรือลวงโลก
เห็นพร่ำเพ้อข้ามประเทศว่าตัวเองถูกกลั่นแกล้ง ปากก็บอกว่าจะขอพระราชทานอภัยโทษบ้าง หรืออ้างว่าขึ้นอยู่กับในหลวงบ้าง แบบนี้มันไหวหรือ เห็นในหลวงเป็นใคร จึงได้พูดจาตีตนเสมอท่านเช่นนี้ ประชาชนคนไทยทั่วไปเพียงแค่คิดก็ยังไม่กล้า แต่บุคคลพิเศษผู้นี่ กลับพูดได้อย่างไม่มีความเคารพนับถือและไม่ยำเกรงกฏหมาย ที่สำคัญพูดมาได้แบบไม่เกรงใจคนไทยทั้งประเทศที่เคารพเทิดทูนในหลวงและสถาบัน

ทางที่ดีน่าจะเข้ามาต่อสู้คดีให้มันถูกต้องตามกระบวนการยุติธรรม เช่นเดียวกับประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่ต้องอยู่ภายใต้กฏหมายเดียวกัน
ถ้าคิดว่าบริสุทธิ์จริงก็ต้องไปแก้ต่างกันในศาล และหากจะขอพระราชทานอภัยโทษ ก็ต้องถือตามหลักเกณฑ์ของกรมราชทัณฑ์ คือต้องติดคุกกันก่อน แล้วจึงค่อยมาทำเรื่องขอพระราชทานฯกันภายหลัง นี่เล่นตั้งท่าอ้อนวอนขอกันแต่ไก่โห่ แสดงว่ารู้ตัวว่าทำผิดจริง

ความจริงแล้วก็ไม่ควรมาขอพระราชทานอภัยโทษให้วุ่นวายมากเรื่องและดูเป็นการรบกวนเบื้องสูง สู้ติดตุกติดตารางประชดชีวิตให้มันรู้แล้วรู้แรดไปเลยน่าจะดีกว่า เพื่อนๆนักโทษการเมืองก็ติดคุกกันหลายคน ดูแล้วไม่น่าจะเหงา เรียกว่ามีเพื่อนเยอะว่างั้นเถอะ หากเหงามากก็อาจหาหนังสือมาอ่าน เช่นการ์ตูนโดราเอมอน หรือหนังสือประวัติบุคคลสำคัญเช่น นายเนลสัน แมนเดลา อดีตผู้นำอัฟริกา อ่านไปอ่านมาก็อย่าได้เคลิบเคลื้ม หรือฝันกลางวันว่าตัวเองกำลังจะเป็๋นแบบนั้น ความฝันมันก็คือความฝัน หาไช่ความจริงไม่ อยากเป็นแบบนั้นคงต้องรอชาติหน้า และต้องทำบุญให้มากกว่านี้
หรือหาหนังสือเรื่องกฏแห่งกรรมของท่านพุทธทาสมาอ่าน จะได้เข้าใจเรื่องสัจจธรรมได้ดียิ่งขึ้น





แม่ฮ่องสอน

จังหวัดเล็กๆ แต่ก็ไม่ได้ด้อยกว่าจังหวัดอื่นๆ อาจเรียกว่าอยู่แถวหน้าของจังหวัดท่องเที่ยวของภาคเหนือตอนบนด้วยซ้ำ หากไล่ลำดับก็น่าจะอยู่อันดับ 3 รองจากเชียงราย โดยมีเชียงใหม่เป็นแชมป์ ส่วนแพร่ น่าน ลำปาง อุตรดิตถ์ และ พะเยา หากให้คะแนนก็ถือว่ายังสู้ แม่ฮ่องสอนไม่ได้

แม่ฮ่องสอนแต่เดิมนั้นเป็นจังหวัดไกลโพ้น เดินทางลำบาก และเป็นจังหวัดที่เล็กสุดของภาคเหนือ ข้าราชการที่ถูกทำโทษ ก็มักย้ายมาอยู่ที่นี่ เรียกว่ามาอยู่เมืองลับแลจริงๆ

หากย้อนความจำไปสู่อดีตประมาณ 20 ปี ก็คิดว่าทุ่งบัวตองนี่แหละ ที่เป็นการจุดประกายให้การท่องเที่ยวเติบโต ทำให้แม่ฮ่องสอนเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น จากทุ่งบัวตองที่บานสพรั่งเต็มเขา เป็นจุดสนใจให้สื่อมวลชน และ นักท่องเที่ยวเดินทางสู่แม่ฮ่องสอน เมืองในหมอก เพื่อเก็บเรื่องราวและบันทึกภาพ

ต่อมาก็มี อ.ปาย ที่เป็นแม่เหล็กให้หลายๆคนอยากมาสัมผัสกับสิ่งที่เป็นแบบพื้นบ้าน ธรรมดาๆ ไม่มีสีสัน ไม่มีการปรุงแต่งมากนัก อาจเรียกว่าเป็นการท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์ สัมผัสกับวิถีชนบท และธรรมชาติ

พูดถึงปาย คงต้องให้เครดิตกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในฐานะเป็นผู้บุกเบิกให้เป็นที่รู้จักกันในต่างประเทศ จากกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการมาใช้ชีวิตในแบบธรรมชาติ หลีกหนีจากความเจริญ ต่อมาคนไทยก็หันมาสนใจกันมากขึ้น แรกๆก็ยังสงสัยงุนงงว่า เหตุใดพวกต่างชาติจึงชอบ ปาย กันนัก

กว่าจะรู้จัก และได้สัมผัสกับจิตวิญญาณที่แท้จริงของปาย พวกต่างชาติเหล่านี้ก็หนีไปเที่ยวที่อื่นกันหมดแล้ว เหลือแต่นักท่องเที่ยวไทยที่เดินตามต่างชาติ เรียกว่าใกล้เกลือกินด่าง

หากมองประวัติศาตร์การท่องเที่ยวที่สำคัญๆของไทยไม่ว่าภาคไหน มักพบว่าต่างชาติเป็นผู้บุกเบิกทั้งนั้น แม้แต่เกาะสมุย เคยถามคนเก่าคนแก่ก็บอกว่า เมื่อก่อนเป็นเกาะมะพร้าวของชาวบ้าน ฝรั่งยุคแรกก็มาแก้ผ้าอาบแดด และเสพกัญชา โดยชาวบ้านสร้างกระต๊อบเล็กๆให้เช่าอยู่ตามสวนมะพร้าว พอคนไทยรู้เข้าก็พยายามไปด้อมๆมองๆ ดูว่าฝรั่งหัวดำ และหัวแดงนั้น มันมีหน้าตาเป็นอย่างไรหนอ (เหมือนคนไทยตัวเล็กๆหรือไม่) จนชาวสวนมะพร้าวที่มีพื้นที่ชายหาด ต้องกั้นเป็นเขตหวงห้ามไม่ให้คนไทยเข้าไป

ยังพูดติดตลกกันว่า คนไทยเข้าไปได้แต่ต้องแก้ผ้าก่อนจึงจะอนุญาต ซึ่งความเป็นจริงแล้วก็คงไม่มีใครกล้า เพราะคนไทยชอบมองของคนอื่น มากกว่าจะให้คนอื่นมองของตัวเอง เรียกว่ายังไม่แน่จริง

ปาย ไม่มีชายหาดให้พวกฝรั่งมาแก้ผ้าอาบแดด ครั้นจะอาบแดดกันกลางทุ่งนาก็คงกลัวนกไล่จิก

ฝรั่งที่มาเที่ยวปายจึงมีแต่พวกที่ชื่นชอบธรรมชาติ ชอบความสงบ และปลอดภัย สิ่งนี้น่าจะเป็นหัวใจหลัก เรื่องความสะดวก หรืออาหารการกิน พวกนี้เค้าปรับตัวได้ไม่มีปัญหา เรากินอะไร เค้าก็กินได้ ผิดกับคนไทยที่กินยากอยู่ยาก เป็นเรื่องน่าแปลกที่ฝรั่งมังค่า กินง่ายจริงๆ กินได้เกือบทุกอย่างที่ไม่มีรสเผ็ด


จบละครั้บทริปแม่ฮ่องสอน เขียนมากไปเดี๋ยวจะไปไกลจนกู่ไม่กลับ




เว็บมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
10 กุมภาพันธ์ 2552



           
copyright © www.photoontour.com, All rights reserved