ภาพท่องเที่ยวจากโฟโต้ออนทัวร์ Thailand Photo Gallery
       Photoontour โฟโต้ออนทัวร์  
Home : Gallery : Phuket53 #1              
ภาพชุดท่องเที่ยวภูเก็ตปี 2553 : Phuket 2010
Phuket 1 ร้านอาหารสาหร่ายบนเส้นทางสายใต้ เกาะนาคา รถไม้โบราณเมืองภูเก็ต
1 Koh Naka
2 Street walk
3 Old town
4 Muslim dress
5 Old House
6 Local market
7 Elephant ride
7 Big Buddha
 
 
Phuket 2010 Part 1 ภูเก็ตตอนที่ 1 หลากหลายในภูเก็ต
 
 
 
 
 
 
 
   ชมภาพชุดท่องเที่ยวภูเก็ตก่อนหน้่านี้ : Previous Phuket photo's gallery
 
เกาะราชาภาคที่ 1
ราตรีที่ป่าตอง
ภูเก็ตแฟนตาซี
99 บาท แอร์เอเชีย
โรงเรียนดาราสมุทร ภูเก็ต

พระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพ
เกาะไข่ หาดสวย น้ำใส
Portrait เด็กอนุบาล โรงเรียนดาราสมุทร
Portrait ลูกหลานชาวไทยใหม่
Portrait เด็กฝรั่งโต้คลื่น

กาะราชาภาค 2 (ตอนที่ 1) เดินทางสู่ภูเก็ต
เกาะราชาภาค 2 (ตอนที่ 2) นั่งสปีดโบ๊ตสู่เกาะราชา
เกาะราชาภาค 2 (ตอนที่ 3) ทะเลสวยน้ำใส
เกาะราชาภาค 2 (ตอนที่ 4) นอนเกาะ
เกาะราชาภาค 2 (ตอนที่ 5) เกาะเฮ เที่ยวรอบเกาะภูเก็ต
     
 

ภูเก็ต 53 ตอนที่ 1
(เดินทางเมื่อ 16 มีนาคม 2553)



ภาพท่องเที่ยวภูเก็ตชุดล่าสุดที่เราได้นำเสนอไป เป็นชุดเรื่องราวของเกาะราชา ปี 51 นั่งนับวันเวลาจนถึงวันนี้ก็ล่วงเลยมา 2 ปีพอดี ลองย้อนกลับไปดูภาพชุดนี้ก็มีไม่น้อย เห็นน้ำใสหาดสวยๆก็อยากไปเที่ยวอีก อยู่บนเกาะราชาตอนนั้นเหมือนหลุดโลกจริงๆ

เรื่องเกาะราชา ปรากฏว่ามีคนสนใจและสอบถามกันมามาก แต่อย่าลืมว่าการเที่ยวเกาะราชาให้ได้ครบเครื่องเหมือนในภาพ คำตอบเดียวคือ ต้องนอนค้างที่เกาะด้วย จะนั่งเรือไปเช้าเย็นกลับมันคงได้อรรถรสไม่ครบถ้วน

สำหรับการไปภูเก็ตครั้งนี้ (กลางเดือนมีนาคม ปี 53 ที่ผ่านมา) เป็นการไปทำธุระในช่วงเวลาสั้นๆ ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนแบบเป็นเรื่องเป็นราว ธุระที่ว่าก็คือมางานศพญาติที่เสียชีวิตแบบกระทันหัน อันเนื่องมาจากอุบัติเหตุบนท้องถนน

คนภูเก็ตรู้ดีว่าเมืองนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก โดยเฉพาะกับการขับขี่รถจักรยานยนต์ เรียกว่าเป็นปัญหายอดฮิตติดอันดับสำหรับในต่างจังหวัด เรื่องนี้คงไม่ต้องไปวิเคราะห์หาสาเหตุอะไรกันมากนัก คำตอบก็คือ เมื่อมีมอเตอร์ไซด์เป็นจำนวนมาก อุบัติเหตุก็มากขึ้นเป็นเงาตามตัว

ประเทศจีนก่อนหน้านี้ก็มีปัญหาแบบเดียวกับเรา ทั่วประเทศมีรถมอเตอร์ไซด์ไม่รู้กี่ร้อยล้านคัน และมีมากเป็นพิเศษสำหรับเมืองใหญ่ๆ เช่นปักกิ่ง อุบัติเหตุเกิดขึนบ่อยมากจนรู้กันไปทั่วโลก แต่รัฐบาลจีนก็แก้ปัญหาแบบชนิดที่ใครได้ยินแล้วก็ต้องแปลกใจ นั่นก็คือออกกฏหมายมอเตอร์ไซด์ ห้ามวิ่ง ห้ามต่ออายุ และห้ามจดทะเบียน สำหรับเมืองปักกิ่ง ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าจีนกำหนดไว้ไม่เกิน 5 ปี จะต้องไม่มีมอเตอร์ไซด์ในเมืองนี้ เรียกว่าสูญพันธ์กันไปเลย

ล่าสุดที่ไปเที่ยวปักกิ่งเมื่อปี 52 ได้ยินว่าตอนนั้นเหลืออยู่ราว 1800 คัน จนไกด์พูดติดตลกว่า หากเจอก็ถ่ายภาพเก็บไว้ด้วย เพราะเป็นของหายาก และจะไม่เห็นอีกต่อไปแล้ว

หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วบรรดาธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับมอเตอร์ไซด์ เช่นโชว์รูมขายรถใหม่ ร้านขายอะไหล่ หรือร้านซ่อม ไม่เดือดร้อนหรือ ตอบว่าไม่ทราบครับ ประเทศจีนก็รู้ๆกันอยู่ว่ามีความเด็ดขาดในการแก้ปัญหา เรื่องผลกระทบอาจไม่ค่อยคำนึงมากนัก ดูการสร้างเขื่อนแม่น้ำโขงเป็นตัวอย่าง จีนสร้างไม่รู้ต่อกี่เขื่อน เอาแต่ได้ลูกเดียว ประเทศที่อยู่ตอนล่างของเขื่อนเดือดร้อนกันไปหมด จนต้องนำปัญหามาถกกันในที่ประชุมของสุดยอดผู้นำ ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมขึ้นที่หัวหินเมื่อวันที่ 26 มีค.53 หรือไม่กี่วันมานี้เอง และ การประชุมคราวนี้ ประเทศจีนดูไม่ต่างกับผู้ตกเป็นจำเลย

สำหรับกรณีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับญาติที่ภูเก็ต บนถนนเลี่ยงเมือง(บายพาสต์)ที่ทันสมัยแบบ 3 เลน

เหตุการณ์ครั้งนี้ปราฏว่าทางฝ่ายเราไม่ผิด แต่อีกฝ่ายหนึ่งขับรถปิคอัพมาด้วยความเร็วสูงในเลนที่ 3 (ขวาสุด) ที่ชิดกับเกาะกลางถนน ขับอีท่าไหนไม่ทราบ รถกระบะขับเบียดเกาะกลางถนนจนเสียหลัก ท้ายกระบะปัดกระแทกโดนรถมอเตอร์ไซด์ ที่ขับมาในเลนกลางชนิดเต็มแรง จนคนขับกระเด็นตกลงไปข้างถนน เสียชีวิตคาที่ ข่าวนี้คนภูเก็ตรู้กันทั้งเมือง เพราะลงในหนังสือพิมพ์ของท้องถิ่นด้วย

ในวันที่เดินทางไปถึง ญาติได้ขับผ่านจุดเกิดเหต เห็นร่องรอยการเบรคของรถกระบะเป็นแนวยาวชัดเจน พร้อมชี้ให้ดูหินก้อนหินขนาดใหญ่ข้างทางที่คนขับมอเตอร์ไซด์กระเด็นไปกระแทกอย่างจัง เห็นสภาพแล้วก็คงรอดยาก เพราะไปกระแทกก้อนหินที่เกิดจากการสร้างทางริมเนินเขา

มาภูเก็ตคราวนี้เจอแต่เรื่องไม่เป็นมงคล จะขอเล่าต่ออีกนิด ว่า

ขณะที่ญาติพานั่งรถออกไปทางถนนบายพาสต์ เห็นคาตาตรงสี่แยกใกล้ๆกับโรงเรียนดาราสมุทร ปิคอัพฝ่าไฟแดงชนกับมอเตอร์ไซด์ ล้มคว่ำกลางสีแยกพอดี โชคดีว่าคนขับมอเตอร์ไซด์บาดเจ็บไม่มาก

วันถัดมาได้นั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์รับจ้างเข้าเมือง โชเฟอร์เล่าให้ฟังขณะกำลังจะผ่านคลีนิคแห่งหนึ่งว่า

“ หมอคลีนิคที่นี่ถูกยิงตายเมื่อวานนี้ ตำรวจโรงพักภูเก็ตต้องปิดถนนเพื่อทำแผน “

“ ถึงขนาดปิดถนนเลยหรือ แสดงว่าเป็นเรื่องใหญ่มากนะ “

เค้าถามผมว่ารู้เรื่องหรือเปล่าเป็นข่าวลงหน้า 1 ไทยรัฐเลยนะ พร้อมเล่าต่อว่า เป็นการหักหลังเรื่องค้ายาเสพติด

“ หมอนี่นะค้ายาเสพติด เป็นไปได้ไง เป็นหมอก็รวยอยู่แล้วนี่ “ ผมออกความเห็น

แกบอกว่า เป็นหมอตุ๊ด..

“ อ้าว..แล้วมันเกี่ยวอะไรกับยาเสพติดด้วยละ “

“ เห็นเขาบอกว่า แกเลี้ยงเด็กผู้ชายไว้หลายคน แต่ละคนก็ติดยา สงสัยว่าแกคงซื้อยาไว้เอาใจเด็กๆ นานเข้าแกก็เลยกลายเป็นผู้ค้ายาเสียเอง... ”

“ มิน่าละ พวกค้ายา เมื่อร่วมทำธุรกิจนี้แล้วก็เลิกไม่ได้ เหมือนขี่บนหลังสือ ลงจากหลังเสือหรือคิดจะเลิกค้าเมื่อไหร่ ก็ตายเมื่อนั้น “


นั่งซ้อนมอเตอร์ไซด์รับจ้างเข้าไปในเมือง ได้รู้อะไรมามากพอสมควร

พูดถึงเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในภูเก็ต คนท้องถิ่นถึงกับส่ายหัว ว่าเกิดบ่อยมาก โดยเฉพาะสายเลี่ยงเมืองหรือบายพาสต์ บอกว่าขับกันเร็วมาก สาเหตุเนื่องจากเป็นถนนสายใหญ่ที่ทันสมัย ช่วงเย็นๆและเช้าๆในเวลาทำงาน รถราจะคับคั่งจนเกิดอุบัติเหตุกันเป็นประจำ


ภูเก็ต 2553

2 ปี ที่ผมไม่ได้มาภูเก็ต สภาพการจราจร ณ วันนี้ เปลี่ยนไปจนรู้สึกได้ สี่แยกชานเมืองรถราติดกันยาวกว่าเมื่อก่อนมาก คนภูเก็ตเล่าว่าคนต่างถิ่นเข้ามาทำงานในภูเก็ตกันมาก เช้าก็จะขับรถไปไปทำงานตามโรงแรมหรือสถานประกอบการที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว เลิกงานก็จะกลับที่พักที่อาศัย ตามคอนโดหรือบ้านจัดสรร หากเป็นพวกธุรกิจโรงแรมหรือบริษัทใหญ่ๆ ก็จะมีรถรับส่งพนักงาน ส่วนใหญ่จะเป็นรถตู้ รถสองแถวขนาดใหญ่ หรือรถบัสติดแอร์สภาพดี

แกเล่าว่าอาชีพของคนที่นี่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวทั้งนั้น หากท่องเที่ยวซบเซาก็จะเดือดร้อน และกระทบไปถึงอาชีพอื่นๆด้วย

เห็นสภาพการจราจรที่คับคั่งแล้วก็ต้องบอกว่า การท่องเที่ยวบนเกาะภูเก็ตสร้างรายได้มหาศาลให้กับจังหวัด สร้างงานสร้างเงินให้กับผู้คนได้ไม่น้อย บริษัทต่างชาติก็เข้ามาประกอบธุรกิจแข่งกับคนไทยมากมายหลายประเภท อัตราเงินเดือนที่ว่าจ้างคนไทยก็สูงไม่แพ้ที่กรุงเทพ

ภูเก็ต เมืองเก่าในอดีต

แม้ภูเก็ตจะเปลี่ยนแปลงและเติบโตไปพร้อมๆกับธุรกิจท่องเที่ยว จนติดแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก แต่สิ่งที่ดูเหมือนว่า สภาพของตัวเมืองภูเก็ตทั่วๆไป ยังมีภาพเดิมๆ ถนนหนทางหรือร้านค้าที่อยู่ในย่านกลางเมือง บ้านเก่า อาคารร้านค้ารูปทรงแบบสมัยก่อนที่ปลูกสร้างด้วยไม้ยังพบเห็นอยู่มาก

น่าจะถือว่าเป็นความโชคดีของภูเก็ตที่สภาพทางภูมิศาสตร์ได้แบ่งแยกระหว่าง เมืองเก่า กับเมืองใหม่ ได้ค่อนข้างชัดเจน โดยตัวเมืองภูเก็ตจะเป็นที่อยู่อาศัยของคนท้องถิ่น หรือคนจีนดั่งเดิม ส่วนความเจริญของแหล่งท่องเที่ยว ถนนหนทาง ศูนย์การค้า หรือตึกขนาดใหญ่ๆ จะกระจายอยู่นอกเมือง เช่นหาดป่าตอง หาดกะตะ – กะรน หรือหาดกมลา เป็นต้น ทำให้เมืองภูเก็ตเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป

คงต้องบอกว่าเมืองเก่าภูเก็ต มีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย และจะนำมาบอกกล่าวในตอนต่อๆไป ครับ


รถไม้ภูเก็ต เอกลักษณ์ที่ควรสืบสาน

น่าเสียดายที่มาภูเก็ตครั้งนี้ มาเพื่อทำธุระ เสร็จงานแล้วก็ต้องกลับ จึงไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนแบบเป็นรื่องเป็นราว คิดว่าวันข้างหน้าหากมีเวลาก็จะนั่งรถไม้ออกเที่ยวไปตามนอกเมือง หรือจะนั่งรถไม้เที่ยวรอบเกาะก็ยังทำได้

รถไม้ภูเก็ต ท่ารถอยู่แถวหน้าตลาดสดเทศบาล ใครอยากนั่งต้องมาเริ่มต้นที่นี่

รถไม้ในภูเก็ต หรือรถประจำทางในอดีต มีเวลาออกที่ไม่แน่นอน ต้องรอคนเต็มล้อจึงจะหมุน หรืออาจออกตามอำเภอใจของคนขับ เมื่อนั่งในรถแล้วก็ไม่ควรเหลือบมองนาฬิกาว่ากี่โมง หรือดูเวลาว่ารอนานแค่ไหนแล้ว ต้องใจเย็นๆ ดูโน่นดูนี่ไปเรื่อยๆ สบายๆ ที่นี่มีอะไรแปลกๆให้ดูมากสำหรับคนต่างถิ่น

ในรถเที่ยวนั้นมีแรงงานพม่ามานั่งบนรถไม้หลายคน เห็นหน้าก็บอกนี่ห้อได้เลยว่าพม่าแน่นอน ดูท่าทางแล้วก็น่าจะเดาว่าอยู่ที่นี่มานาน พูดไทยได้ ได้ยินคนพม่าคุยกันแล้วฟังไม่รู้เรื่อง นึกในใจว่า หากทางจังหวัดให้ความสำคัญในเรื่องวัฒนธรรมของแรงงานต่างชาติ อาจร่วมมือกับวัดใดวันหนึ่งสร้างวิหาร หรือเจดีย์แบบศิลปะพม่า ก็อาจดึงดูดให้คนพม่ามารวมตัวกันได้ ส่วนย่านใกล้เคียงก็จะได้ประโยชน์ ขายสินค้าและผลิตภัณฑ์ของพม่า หากประสบความสำเร็จก็อาจอาจพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ได้

อย่าลืมนะครับ ชาวพม่าเลื่อมใสศรัทธาในพุทธศาสนามาก เข้าวัด เข้าวา กันเป็นประจำ

ีรถไม้มีความกว้างไม่น้อย คนมากก็เพิ่มแถวนั่งตอนกลางได้ ใต้ม้านั่งมีที่วางของเหลือเฟือ ใครมีของมากก็ลากมาซุกๆใต้ม้านั่ง ประหยัดเงินไปได้เยอะ มีของ มีสัมภาระมากแค่ไหนดูเหมือนจะไม่เป็นการคิดเงินเพิ่ม เก็บแต่ค่าโดยสารอย่างเดียว แบบนี้ชาวบ้านชอบ ไม่ต้องเสียเงินมาก แถมกระเป๋ารถยังใจดี ช่วยยกของให้ด้วย

การเดินทางด้วยรถไม้ ผมไม่ได้นั่งมาเป็นเวลานาน มาคราวนี้จึงรู้สึกแปลกๆ แต่ได้อรรถรสมากทีเดียว

สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาภูเก็ต หากพอมีเวลาก็แนะนำว่าควรจะลองนั่ง ถ้าขับรถส่วนตัวมาเองก็แนะนำว่าควรจอดรถไว้ (ที่วัดขจรรังสรรค์) แล้วเปลี่ยนมานั่งรถไม้แทน รับรองว่าได้คุณค่าของการท่องเที่ยวภูเก็ตอย่างมากเลยทีเดียว รถกว้าง โล่งสบาย อากาศผ่านได้ทุกทิศทาง เป็นการสัมผัสการเดินทางของคนภูเก็ตในสมัยอดีต

ครั้งนี้ผมมาธุระที่ภูเก็ตด้วยรถทัวร์ครับ

ทีแรกไม่รู้ว่าค่ารถทัวร์ท่าไหร่ เพราะไม่ได้ใช้บริการมานาน ฝากให้คนอื่นจองตั๋วให้ เค้าก็จองแบบ 24 ที่นั่ง เป็นรถวีไอพี ค่ารถเกือบพัน หรือราว 975 บาท แพงจนน่าตกใจ

แต่รถวีไอพี 24 ที่นั่ง นั่งสบายไม่อึดอัด เบาะนั่งขนาดใหญ่ เหยียดแข้งเหยียดขาได้เต็มที่ แต่ว่ารถวีไอพี มีที่นั่งเฉพาะชั้นบนเท่านั้น

นั่งไปนานๆชักไม่มันส์ รถเหวี่ยงจนนอนไม่เต็มอิ่ม หลับๆตื่นๆ จนมาถึงภูเก็ต รถบัสทรงสูงก็แบบนี้แหละ เข้าโค้งแรงๆก็เหวียงจนรู้สึก

ขากลับจึงเปลี่ยนมานั่งแบบวีไอพี 36 ที่นั่ง เพราะมีที่นั่งชั้นล่างด้วย ชั้นล่างจะไม่เหวี่ยงมาก ปรากฏว่านั่งนอนสบายใช้ได้เลย ขากลับจึงหลับเกือบตลอดทาง ขนาดใกล้ถึงกรุงเทพแล้วยังไม่อยากตื่น เพราะมันหลับสบาย แถมค่าโดยสารก็ถูกกว่า 24 ที่นั่งถึงสามร้อยกว่าบาท จากภูเก็ต – กรุงเทพ ตกประมาณหกร้อยกว่าบาทเท่านั้นเอง

ตอนนี้ต้องบอกว่าชักจะติดใจแล้วครับ ขับรถมาภูเก็ตเองก็หลายครั้ง จนระยะหลังไม่ค่อยจะตื่นเต้น เพราะเคยแวะเที่ยวมาหมดแล้ว อีกอย่างรถทัวร์ก็นั่งสบาย ทุกอย่างดูดีกว่าที่คาดไว้เยอะ เช่น

สถานีขนส่งสายใต้(ใหม่) ทันสมัยดีทีเดียว ไม่รกรุงรังและวุ่นวายเหมือนสายใต้เก่า ที่ใหม่นี้กว้างขวางทั้งพื้นที่รอบนอกและภายในอาคาร ขณะเดียวกันก็มีรถเมล์ ขสมก.บางสาย เข้าไปบริการ รับ-ส่งผู้โดยสารจนถึงภายใน ยิ่งเพิ่มความสะดวกมากขึ้น

เข้ามาภายในอาคารสถานีขนส่งแล้วเหมือนเข้ามาในห้างสรรพสินค้า มีของกินของขายมาก แต่วันนั้นดูจะมั่วๆ ของวางขายเกะกะไม่เป็นระเบียบ ทำให้ทางเดินแคบลงไปมาก คนที่มีสัมภาระมากจะรู้สึกว่าเดินลำบาก ที่เสียความรู้สึกก็ตอนที่เปิดประตูเข้าไปจากหน้าอาคารชั้นล่าง ที่ถือว่าเป็นหน้่าบ้าน พอเข้าประตูไปแล้วก็มีของขายเต็ม ทั้งๆที่โซนนี้น่าจะเปิดให้โล่ง ดูแล้วขาดความสง่างามไปไม่น้อย

วันนั้นผมไปสถานีขนส่งสายใต้ด้วยแท๊กซี่ ออกจากบ้านแต่วันเพราะกลัวรถติด เนื่องจากเป็นวันที่พวกเสื้อแดงแห่กันมาปิดถนนหน้ากองพันทหารราบที่ 11 ย่านบางเขน ซึ่งเป็นกองบัญชาการของรัฐบาลอภิสิทธิ์ วันนั้นเรียกแท็กซี่ในช่วงเย็นๆ หรือก่อนรถออกราว 2 ชั่วโมง ปรากฏว่าพวกเสื้อแดงกลับไปหมดแล้ว ทำให้ใช้เวลาเดินทางเร็วกว่าที่คิดไว้เป็นชั่วโมง จึงมีเวลาเดินดูบริเวณสถานีขนส่งแห่งใหม่เพื่อฆ่าเวลา

สภาพทั่วๆไปของสถานีขนส่งสายใต้แห่งใหม่นี้ใช้ได้ดีทีเดียว จัดระบบระเบียบค่อนข้างดี โดยเฉพาะผู้โดยสารที่จะไปขึ้นรถยังชานชลาต้องแสดงบัตรโดยสารตรงจุดผ่าน เพื่อกันผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องให้เข้าไปในลานจอดรถ และจะอนุญาตให้เข้าไปได้ก่อนเวลารถออกไม่เกินครึ่งชั่วโมงเท่านั้น

ทำแบบนี้ถือว่าเป็นไปตามมาตรฐานตามที่เคยเห็นในต่างประเทศ

ประเทศไหนหรือ

ก็ประเทศเวียดนามไงละ ครับ

คราวที่นั่งรถไฟจากฮานอยไปยังเมืองล่าวกาย (สุดเส้นทางรถไฟสายเหนือ) วิธีปฏิบัติก็คล้ายๆกับที่สถานีขนส่งสายใต้ในบ้านเรา แต่ระบบปฏิบัติที่ว่านี้ การรถไฟไทยไม่ได้นำมาใช้ (ผู้ว่าการรถไฟน่่าจะไปศึกษาดูงานที่เวียดนาม)


บริเวณชานชลาสถานีรถไฟ(ไทย)ไม่มีการแบ่งแยกโซน จึงมีคนพลุกพล่านทั้งผู้ที่จะเดินทาง ญาติพี่น้องที่มาส่ง รวมไปถึงพวกมิจฉาชีพ แก๊งแท๊กชี่ หรือรถรับจ้าง รวมทั้งพวกคอยฉกกระเป๋า ที่คอยจ้องหาเหยื่อตามชานชลา

ที่เวียดนามเมื่อรถไฟมาถึง หรือได้เวลาที่กำหนด ประตูชานชลาก็จะเปิดให้เข้า เมื่อเข้าไปแล้วก็เดินขึ้นรถไฟได้เลย ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องจะเข้าไปไม่ได้ ส่วนผู้ที่มารอรับญาติของรถไฟขบวนที่มาถึงนี้ จะต้องไปรอบริเวณประตูทางออก เรียกว่าขึ้นรถไฟ กับลงรถไฟ คนละประตูกัน

เวียดนามล้าหลังกว่าไทยในหลายเรื่อง แต่บางเรื่องโดยเฉพาะเรื่องรถไฟล้ำหน้าเราไปแล้ว แต่คนของรถไฟไทยยังนักอนุรักษ์ของเก่าค่อนข้างมาก

โดยเฉพาะเรื่องส้วม

กลิ่นส้วม กลิ่นห้องน้ำเหม็นหึ่ง เหมือนสะสมกลิ่นมาตั้งแต่ยุคสร้างรถไฟไทยใหม่ๆหรือเมื่อร้อยกว่าปีก่อน แรกๆขณะรถออกก็ไม่ค่อยมีปัญหามากนัก แต่พอตอนเช้าๆ มันเริ่มออกฤทธิ์ นานเข้าผู้โดยสารเริ่มชิน หรือเหม็นจนจมูกเริ่มคุ้นเคยกลิ่น

ขอแถมอีกเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องจุดแวะทานอาหารกลางทางของสายใต้

คืนนั้นราวตี 1 รถมาจอดให้ทานอาหาร(มื้อดึก) ที่ร้านใหญ่ได้มาตรฐาน อยู่ในเขตจังหวัดชุมพร ชื่อว่า ร้านสาหร่าย ร้านนี้ใหญ่โตโอโถงดูดีจนต้องให้คะแนนเกือบเต็ม

ส่วนคะแนนที่เสียไปก็เป็นเรื่องของกลิ่นห้องน้ำ (อีกแล้วครับท่าน) โดยเฉพาะบริเวณที่ปัสสาวะชาย

ตี 1 แล้วนะครับ ผู้คนก็น้อย รถทัวร์ก็ไม่มากเพราะเป็นวันธรรมดา ไม่ไช่เทศกาลที่มีคนพลุกพล่าน แต่ว่ากลิ่นปัสสาวะชาย (กลิ่นเยี่ยว) ทำไมมันแรงถึงขนาดนี้(วะ) ที่ก็ออกโล่ง โถปัสสาวะเรียงเป็นระเบียบอยู่ด้านหลังอาคาร มีลมพัดผ่านสะดวก ไม่ได้อยู่ในห้องในหับแต่อย่างใด

หากจุดนี้แก้ไขได้ ก็รับคะแนนแต็มไปเลย

อ่านมาถึงตรงนี้คงอยากเห็นภาพว่า ร้านอาหารสาหร่าย หน้าตาเป็นอย่างไร เรามีภาพให้ชมครับ วันนั้นเห็นร้านนี้แล้วก็ชอบใจจึงถ่ายภาพมาให้ดูกันหลายๆภาพ

ใครขับรถส่วนตัวไปเที่ยวภาคใต้ น่าจะลองแวะร้านสาหร่ายสักนิด เข้ามาแวะจอดดูก็ได้ว่าทันสมัยหรือไม่ อย่างน้อยๆผู้ประกอบการในเส้นทางภาคอื่นๆ น่าจะศึกษาเป็นตัวอย่าง โดยเฉพาะเส้นทางสายหนือ ที่ต้องจอดแวะนครสวรรค์ ต้องบอกว่าห่างไกลกับที่นี่มาก





โฟโต้ออนทัวร์
9 เมษายน 2553







 
 
 
   

      copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ