ภาพท่องเที่ยวจากโฟโต้ออนทัวร์ Thailand Photo Gallery
       Photoontour โฟโต้ออนทัวร์  
Home : Gallery : Phuket53 #2              
ภาพชุดท่องเที่ยวภูเก็ตปี 2553 : Phuket 2010
Phuket 2 อาหารรถเข็น ขนมดั่งเดิมของภูเก็ต
1 Koh Naka
2 Street walk
3 Old town
4 Muslim dress
5 Old House
6 Local market
7 Elephant ride
7 Big Buddha
 
 
Phuket 2010 Part 2 ภูเก็ตตอนที่ 2 อาหารรถเข็นที่ภูเก็ต และขนมพื้นเมืองดั่งเดิม
 
 
 
 
 
   ชมภาพชุดท่องเที่ยวภูเก็ตก่อนหน้านี้ : Previous Phuket photo's gallery
 
เกาะราชาภาคที่ 1
ราตรีที่ป่าตอง
ภูเก็ตแฟนตาซี
99 บาท แอร์เอเชีย
โรงเรียนดาราสมุทร ภูเก็ต

พระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพ
เกาะไข่ หาดสวย น้ำใส
Portrait เด็กอนุบาล โรงเรียนดาราสมุทร
Portrait ลูกหลานชาวไทยใหม่
Portrait เด็กฝรั่งโต้คลื่น

กาะราชาภาค 2 (ตอนที่ 1) เดินทางสู่ภูเก็ต
เกาะราชาภาค 2 (ตอนที่ 2) นั่งสปีดโบ๊ตสู่เกาะราชา
เกาะราชาภาค 2 (ตอนที่ 3) ทะเลสวยน้ำใส
เกาะราชาภาค 2 (ตอนที่ 4) นอนเกาะ
เกาะราชาภาค 2 (ตอนที่ 5) เกาะเฮ เที่ยวรอบเกาะภูเก็ต
     
 

ภูเก็ต 53 ตอนที่ 2
(เดินทางเมื่อ 16 มีนาคม 2553)



กาแฟ คนภูเก็ตเรียกว่า โกปี้

แต่โกปี้จะหมายถึงกาแฟโบราณที่ชงด้วยถุงผ้า และทุกครั้งที่ผมมาภูเก็ตก็มักจะหาโอกาสทานโกปี้พร้อมกับขนมที่ห่อด้วยใบตองบ้าง บรรจุในถุงพลาสติกบ้าง วางอยู่ในถาดบนโต๊ะที่มีหลากหลายชนิด

โกปี้ กับขนมที่วางในถาดตามร้านกาแฟแบบพื้นบ้าน คนท้องถิ่นมักจะมานั่งทานกันตอนเช้าๆเป็นประจำก่อนจะไปทำงาน แต่ปัจจุบันบรรยากาศแบบนี้เริ่มหายากขึ้นทุกวันๆ

หลายปีก่อนเคยเห็นตามชานเมือง หรือตามในเมืองที่เป็นย่านค้าขาย แต่มาปี 53 กลับหาไม่ค่อยเจอ บางแห่งก็เลิกกิจการ เนื่องจากคนขายเกษียณตัวเอง บางร้านก็เปลี่ยนมาชงกาแฟขวดหรือเนสกาแฟแทนกาแฟถุงแบบเดิม

เช้าวันก่อน (มีนาคม 53) ขณะเดินผ่านตลาดสดเทศบาล เจอร้านป่าท่องโก๋กำลังทอดร้อนๆอยู่หน้าตลาด เห็นตัวเหลืองสวยน่าทานจึงแวะซื้อ เผื่อว่าจะทานกับกาแฟโบราณที่น่าจะหาได้ในแถวๆนั้น เพราะอยู่ในย่านตลาดสด

ถามคนขายปาท่องโก๋ว่าร้านกาแฟถุงมีที่ไหนบ้าง แกก็ชี้เข้าไปในซอยเล็กๆข้างตลาดเทศบาลที่ยังสร้างไม่เสร็จ พอเดินเข้าไปก็ไม่เห็นร้านกาแฟ มีแต่ร้านอาหารและร้านชำเล็กๆ นึกในใจว่าคนขายปาท่องโก๋นี่แกมั่วจริงๆ

ออกมาจากซอยก็ถามคนแถวนั้น พร้อมกับชี้มือไปทางสี่แยกที่อยู่เลยออกไป บอกพอถึงให้เลี้ยวซ้าย ข้ามถนนก็จะเจอเอง (ภาพที่ 1) พอไปถึงปรากฏว่าร้านนี้เปลี่ยนมาขายเนสกาแฟแล้วละครับ เป็นอันว่าผิดหวังเป็นครั้งที่ 2

ก็ยังไม่ละความพยายาม กะว่าจะทานกับปาท่องโก๋กำลังร้อนๆที่อุตส่าห์หิ้วมาซะไกล จึงถามมอเตอร์ไซด์รับจ้าง ที่คาดว่าน่าจะรู้ดี แกก็บอกว่าเดินไปอีกแยกหนึ่งเป็นร้านเล็กๆอยู่ข้างๆธนาคาร จึงเดินไปตามทางที่แกบอก แต่ตอนนี้อากาศเริ่มร้อน เดินไปก็หยิบปาท่องโก๋กินไปพลาง เพราะซื้อมาเยอะทีเดียวตั้ง 20 บาทแนะ

อ้า.. เห็นแล้ว ร้านเล็กๆแบบรถเข็นอยู่ข้างธนาคารเหมือนที่บอกไว้ไม่มีผิด

นึกในใจว่าคงมีโอกาสนั่งทานกับปาท่องโก๋แน่เลย แต่พอเดินข้ามถนนเข้าไปใกล้ๆกลายเป็นร้านแบบรถเข็น ไม่มีเก้าอี้นั่ง..

" ทำไงดีหว่า
"

“ ถ้วยกาแฟลืมเอามาค่ะพี่ พี่คอยก่อนได้ไม๊ จะไปเอาที่บ้าน ประมาณ 20 นาที “

เห็นท่าทางแล้วคงไม่ไหว ถึงมีแก้วแล้วจะให้ยืนกินกันข้างกำแพงตรงนี้เลยหรือ อีกอย่างเห็นสภาพแล้วคงไม่ได้เรื่อง คนขายคงถนัดประเภทกาแฟเย็น หรือชาเย็นใส่แก้วกระบอกหรือใส่ถุงขาย ส่วนกาแฟโบราณอย่างที่เราต้องการแกคงไม่ถนัดแน่

ว่าแล้วก็เดินต่ออย่างเซ็งๆ นึกในใจว่าเราไม่ได้มาภูเก็ตแค่ 2 ปี สภาพการณ์มันเปลี่ยนไปถึงขนาดนี้เลยหรือ ก่อนนั้นยังจำได้ว่าเคยนั่งทานกาแฟที่ร้านติ่มซำ และร้านขนมจีนภูเก็ต ที่ขายรวมกันหลายๆอย่าง แต่วันนี้ไม่มีแล้ว บริเวณที่เคยตั้งร้านกลายเป็นอาคารพาฌิชย์สร้างใหม่

มาทราบความจริงว่าร้านกาแฟโบราณส่วนใหญ่เลิกกิจการ ถึงมีก็หาทานยาก และรสชาติไม่ค่อยได้เรื่องได้ราว

ที่สุดแล้วก็มานั่งในร้านกาแฟสดบนถนนสายหนึ่ง หลังจากที่เดินตะลอนๆจนเหงื่อตก นึกแล้วก็แค้นจริงๆ จะหาร้านกาแฟสักแห่ง เดินไปเดินมาเหมือนหลงทางอยู่บนเขาวงกต

เป็นอันว่าปาท่องโก๋ ทีซื้อมา 20 บาท หิ้วตะลอนรอบเมือง มาลงตัวที่ร้านกาแฟสดเป็นที่เรียบร้อย


กาแฟโบราณไม่ได้กิน แต่ได้กาแฟสดมาทดแทนถือว่าพอไปกันได้

เขียนมาถึงตรงนี้ บังเอิญได้คุยกับเจ้าของร้านกาแฟ พร้อมกับได้ส่งนามบัตรไห้ ร้านนี้ชื่อว่า ร้านตัวหนอน มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Books and fresh coffee ในร้านขายทั้งกาแฟ และขายหนังสือเก่าที่หายาก เหลือบไปข้างผนังเห็นหนังสือเกี่ยวกับสมเด็จพระเทพฯ และพระราชนิพนธ์ฯ หลายเล่ม

ร้านนี้อยู่ที่ถนนพังงา สังเกตได้ไม่ยาก เจ้าของร้านเป็นสุภาพสตรีวัย 30 ปลายๆ ชื่อเล่นว่าฟาง หน้าตาดูดี คิดว่าสมัยยังเป็นสาวรุ่นคงสวยน่าดู ส่วนจะเป็นคนภูเก็ตหรือเปล่าก็ไม่ได้ถาม เพราะเกรงใจสามีแกที่ยืนใกล้ๆกัน

มีคนเล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนที่ภูเก็ตมีโรงงานกาแฟคั่วบดที่ขึ้นชื่อ ขณะคั่วกาแฟจะมีกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่ว เป็นกลิ่นกาแฟผสมกับเนย หลายจังหวัดที่เคยขึ้นชื่อในเรื่องกาแฟคั่วที่เป็นสูตรของตนเอง ปัจจุบันแทบไม่มีเหลือแล้ว เพราะสมัยนี้นิยมกาแฟสดแบบของต่างประเทศกันจนหมด

แต่จะว่าไปแล้วกาแฟสดหรือกาแฟนอกเหมาะสำหรับทานร้อนๆ ประภทได้รสชาติกาแฟแท้ ส่วนกาแฟเย็น ยังไงก็สู้กาแฟแบบถุงไม่ได้เพราะรสชาติที่ผสมผสานกับนมข้นหวาน มันกลมกล่อมเข้มข้น ได้เนื้อได้หนังจริงๆ ผู้หญิงหลายคนชอบกาแฟเย็นแบบนี้มาก โดยเฉพาะแม่ผมเอง แกมีความสุขทุกครั้งที่ได้ทาน บอกชื่นใจจัง

การเดินทางท่องเที่ยวกับร้านกาแฟ คิดว่าคอกาแฟหลายคนคงให้ความสนใจ ไปถึงที่ไหนก็พยายามหาร้านกาแฟที่มีชื่อ เป็นการพักผ่อน และพักใจในระหว่างเดินทาง สำหรับผมก็พึ่งพา ร้านกาแฟอเมซอน ที่ขายในปั้มน้ำมัน ปตท. บางร้านเจอคนขายน่ารัก เช่นกำแพงเพชร ในเส้นทางสายเหนือ ทำให้กาแฟแก้วนั้นหมดช้ากว่าที่ควร

ไปไหนมาไหน ทานกาแฟแล้วไม่ถูกใจ ก็แนะนำว่า กาแฟอเมซอน ในปั้ม ปตท. น่าจะเป็นทางเลือก รับรองว่าบางร้านอาจอร่อยจนติดตาตรึงใจ

ครั้งหนึ่งเคยไปเที่ยวพังงา มีโอกาสทานกาแฟถุงในตลาดสด ตอนนั้นไปนอนพักบ้านญาติ เช้าขึ้นก็ไปเดินหาของทานแถวๆตลาดสด ปรากฏว่าในตลาดมีปลาตัวใหญ่ๆ และพวกของทะเลขายเต็มไปหมด เห็นแล้วก็อยากซื้อมาเผา มาปิ้งย่างกินกันเอง เพราะมันทั้งสดทั้งถูก

เมื่อเดินเข้าไปในตลาดเห็นร้านขายไก่ทอดห่อใบตองกับข้าวเหนียว พร้อมโรยหอมเจียว เห็นคนรอคิวกันแยะ  ใกล้ๆกันมีร้านปาท่องโก๋ กับร้านกาแฟ จึงสั่งกาแฟพร้อมปาท่องโก๋ที่มีขนาดใหญ่ (มากๆ) ปรากฏว่าทานกาแฟแล้วติดใจ รสชาติเข้มข้น จนตราตรึงอยู่ในความทรงจำมาถึงทุกวันนี้ ทั้งๆที่ผ่านมาแล้วเป็นสิบๆปี

เรื่องกาแฟ ในภูมิภาคนี้ เห็นมีแต่ประเทศไทยและประเทศเวียดนามเท่านั้น ที่นิยมกันมากกว่าประเทศอื่นๆ

ส่วนมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโด เขมร และจีน ไม่นิยมทานกาแฟกัน ชาติมูสลิมอย่างอินโด และมาเลเซีย นิยมทานชามากกว่า เช่นชาชักที่รู้จักกันดี ส่วนสิงคโปร์ ฮ่องกง และจีน เลิกพูดกันเลย เพราะคนจีนนิยมทานแต่น้ำชา ยิ่งเป็นจีนแผ่นดินใหญ่แล้วยิ่งแย่กว่าที่อื่นๆ ถึงมีก็ประเภทขอไปที เรียกว่า “ พอแหลกล่าย “ หรือพอแดกได้


กลับมาที่ภูเก็ตกันต่อ

หลายคนที่มาเที่ยวภูเก็ตอาจเคยเห็นขนมแบบดั่งเดิมที่มีรสชาติแปลกๆ และมีมากมายหลายอย่าง แต่ก็หากินยาก เพราะคนรุ่นใหม่ๆไม่ค่อยนิยมทานกัน มีแต่คนท้องถิ่นเท่านั้นที่ยังเป็นขาประจำ

วันนั้นมีโอกาสมาทำธุระในตัวเมือง ใกล้ๆกันเป็นตลาดเล็กๆอยู่หัวมุมสามแยก มีคนเดินเข้าเดินออกกันมาก มอเตอร์ไซด์ก็แวะเวียนกันมาเยอะ เมื่อเดินเข้าไปดูเห็นร้านขายขนมที่มีหลากหลายชนิด ทั้งขนมที่เป็นของภูเก็ตดั่งเดิม และขนมแบบทางภาคกลางขายปะปนกัน

คุณป้าอายุวัย 70 กว่าๆ กำลังสาละวนกับการจัดขนมลงในถาด บอกว่าที่นี่ขายกันทั้งวัน พอมีคนนำมาส่ง แกก็จัดแยกคัด ด้วยท่าทางที่ทะมัดทะแมงแข็งแรงเกินวัย

หากเป็นแบบนี้ก็ต้องบอกว่าคนขายรับทรัพย์กันเละแน่ วันนั้นได้ถ่ายภาพไปเท่าที่มีพอมีเวลา ขนมบางอย่างก็ไม่เคยเห็น ถามคนภูเก็ตก็รู้บ้างไม่รู้บ้าง แสดงว่าเป็นขนมที่หาทานค่อนข้างยาก

คนภูเก็ตบอกว่าร้านขนมแถวนี้แหละที่เป็นแหล่งใหญ่ของภูเก็ต บางแห่งก็รับจากที่นี่ไปขาย

ร้านเล็กๆที่ปลูกสร้างกันแบบง่ายๆคล้ายเพิง ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นที่รวมแหล่งขนมของภูเก็ต ใครไม่เชื่อลองมาสังเกตการณ์ แล้วจะเห็นว่าคึกคักกันตลอดเวลา

ขนมภูเก็ตที่มีรสชาติและหน้าตาแปลกๆ ส่วนใหญ่จะมีชื่อเป็นภาษาจีน ทำให้นึกถึงเมืองภูเก็ตในสมัยที่ยังทำเหมืองแร่ดีบุก หรือในยุคที่พ่อค้าชาวจีน ฮกเกี้ยน ค้าขายด้วยเรือสำเภากับเกาะปีนัง (มาเลเซีย) ทั้งคนภูเก็ตและคนปีนังสมัยนั้นมีการไปมาหาสู่กัน จึงคิดว่าขนมดั่งเดิมที่เห็นในเมืองภูเก็ต ก็น่าจะมีที่บนเกาะปีนังด้วย


ภูเก็ตในตอนที่สอง ก็ยังเป็นเรื่องราวทั่วไปที่พบเห็นในตัวเมืองภูเก็ต หยิบเรื่องโน้นผสมเรื่องนี้ จนได้ภาพมาอีกชุดหนึ่ง


ส่วนชุดที่ 3 หรือตอนต่อไปก็จะพาไปชมเมืองเก่าสไตล์คลาสสิค ที่เรียกว่า ชิโน-โปรตุกีส มนต์เสน่ห์ที่อยู่คู่กับภูเก็ตมาเป็นเวลานาน






โฟโต้ออนทัวร์
21 เมษายน 2553







 
 
 
   

      copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ