ภาพท่องเที่ยวจากโฟโต้ออนทัวร์ Thailand Photo Gallery
       Photoontour โฟโต้ออนทัวร์  
Home : Gallery : Phuket53 #3              
ภาพชุดท่องเที่ยวภูเก็ตปี 2553 : Phuket 2010
Phuket 3 ตึกไสตล์ ชิโน - โปรตุกีส บนถนนถลาง ถนนสายเก่าแก่ สร้างในสมัย รัชกาลที่ 5-8
1 Koh Naka
2 Street walk
3 Old town
4 Muslim dress
5 Old House
6 Local market
7 Elephant ride
7 Big Buddha
 
 
Phuket 2010 Part 3 ภูเก็ตตอนที่ 3 ตึกสไตล์ ชิโน - โปรตุกีส บนถนนสายเก่าแก่กลางเมืองภูเก็ต
 
 
 
 
 
 
 
   ชมภาพชุดท่องเที่ยวภูเก็ตก่อนหน้านี้ : Previous Phuket photo's gallery
 
เกาะราชาภาคที่ 1
ราตรีที่ป่าตอง
ภูเก็ตแฟนตาซี
99 บาท แอร์เอเชีย
โรงเรียนดาราสมุทร ภูเก็ต

พระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพ
เกาะไข่ หาดสวย น้ำใส
Portrait เด็กอนุบาล โรงเรียนดาราสมุทร
Portrait ลูกหลานชาวไทยใหม่
Portrait เด็กฝรั่งโต้คลื่น

กาะราชาภาค 2 (ตอนที่ 1) เดินทางสู่ภูเก็ต
เกาะราชาภาค 2 (ตอนที่ 2) นั่งสปีดโบ๊ตสู่เกาะราชา
เกาะราชาภาค 2 (ตอนที่ 3) ทะเลสวยน้ำใส
เกาะราชาภาค 2 (ตอนที่ 4) นอนเกาะ
เกาะราชาภาค 2 (ตอนที่ 5) เกาะเฮ เที่ยวรอบเกาะภูเก็ต
     
 

ภูเก็ต 53 ตอนที่ 3
(เดินทางเมื่อ 16 มีนาคม 2553)



ตอนนี้ผมกำลังเดินทอดน่องอยู่ย่านตึกเก่ากลางเมืองภูเก็ต  หลังให้มอเตอร์ไซด์รับจ้างพามาส่งที่ถนนถลาง  หรือถนนคนเดินที่ปรับโฉมใหม่จนดูแปลกตา ตึกเก่าในย่านนี้เรียกว่าสไตล์ ชิโน-โปรตุกีส (Chino Portuguese)  แต่คนภูเก็ตมักจะเรียกกันว่า ตึกปีนัง

ถนนถลาง  ถนนสายเก่าที่มีระยะทางสั้นๆ  ปัจจุบันเป็นถนนสายเดียวที่ไม่มีเสาไฟฟ้าตลอดทั้งสาย ทางจังหวัดได้ย้ายสายไฟ และสายโทรศัพท์ที่ระเกะระกะลงดินจนหมด  ทำให้ดูดีมีมาตรฐานเช่นเดียวกับในเกาะปีนัง หรือเมืองมะละกาของมาเลเซีย  รวมทั้งในย่านไชน่าทาวน์ของสิงคโปร์  

บ้านอื่นเมืองอื่นเขาทำล้ำหน้าเราไปนานแล้วก็ไม่เป็นไร  เริ่มทีหลังก็ไม่ถือว่าเสียหาย  เพียงแต่ว่าการย้ายสายไฟหรือสายต่างๆลงใต้ดินดินนี้มันมีค่าใช้จ่ายไม่น้อย  หากใช้เงินไม่มาก  การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขาคงทำไปตั้งนานแล้ว 

ส่วนถนนสายอื่นๆได้ยินว่ากำลังดำเนินการให้เป็นแบบเดียวกับถนนถลาง   หากทำได้ทุกสายก็คิดว่าเมืองภูเก็ตคงดูมีสง่าราศี และสวยงามไม่น้อย  สามารถต่อยอดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้อีกมากมายหมายอย่าง   

หากเอากันจริงจังก็อาจตั้งชื่อในย่านนี้ให้ดูเก๋ๆ ว่า ” ถนนสายทอดน่องท่องเที่ยว”  หรือต่อไปก็อาจเรียกสั้นๆว่า  ถนนทอดน่อง  ใครสงสัยเรื่องชื่อว่ามีที่มาอย่างไร  ก็อาจตั้งร้านขายน่องไก่ทอดขึ้นมาสักร้าน  จะได้บอกนี่ไง มาจากร้านขายน่องไก่ทอดนี่แหละ  

ผมมาภูเก็ตครั้งแรกเมื่อหลายสิบปีก่อน  หรือตอนสมัยยังหนุ่มๆ (หนุ่มหล่อ)

ตอนนั้นก็ดูจะตื่นเต้นจนอยากจะนั่งรถตะเวนชมตึกเก่าๆที่มีอยู่รอบเมือง  และยังกระจัดกระจายอยู่ตามที่ต่างๆอีกหลายแห่ง 

ยังแปลกใจว่า ภูเก็ตนี่มีเจ้า  มีผู้ดีเยอะจริงๆ  คนธรรมดาทั่วไปคงไม่มีปัญญาได้อยู่บ้านแบบนี้แน่   หากเป็นกรุงเทพแล้วก็ต้องบอกว่า เป็นบ้านผู้รากมากดี (ตรงข้ามกับไพร่) ถ้าเป็นละครน้ำเน่าทางทีวีก็น่าจะเทียบได้กับบ้านผู้ดีในเรื่อง  บ้านทรายทอง 

ในกรุงเทพฯ บ้านหลังใหญ่สไตล์เก่าๆเริ่มหายากขึ้น  เพราะที่ดินมีราคาแพง  ลูกหลานรุ่นปัจจุบัน  คงคิดในเชิงธุรกิจมากกว่าจะอนุรักษ์ไว้ 

แต่ก็มีหน่วยงานหนึ่งที่ทำหน้าที่อนุรักษ์อาคารเก่าในกรุงเทพฯ   ได้แก่ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์  มีที่ทำการอยู่ในเขตพระราชวัง หรือภายในวัดพระแก้ว  ตึกเก่าๆหลายแห่งที่ยังคงอยู่ เจ้าของตัวจริงส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นสำนักงานทรัพย์สินฯ เช่นธนาคารไทยพาณิชย์สาขาถนนเพชรบุรีตัดใหม่  และสาขาสี่พระยาที่อยู่ติดริมน้ำเจ้าพระยา ตึกเก่าสวยงามทั้งสองแห่งนี้มีสำนักงานทรัพย์สินฯเป็นเจ้าของ

ตึกทรงโบราณในภูเก็ตส่วนใหญ่สูงไม่เกินสองชั้น  โดยเฉพาะตึกแถวที่เป็นอาคารพาณิชย์จะสูงเสมอกันหมด  ที่น่าสังเกตก็เรื่องการตกแต่งประตูหน้าต่างของแต่ละห้องจะไม่เหมือนกัน   เข้าใจว่าเจ้าของหรือผู้ซื้อน่าจะมีส่วนในการตัดสินใจเลือกลวดลายตามที่ตนชอบ   ใครซื้อล็อคเดียวหรือห้องเดียวก็จะแต่งเพียงล๊อคเดียว  ใครซื้อสองล๊อค  ก็จะแต่งให้เหมือนกันทั้งสองล๊อค 

ตึกอาคารเก่าในภูเก็ตเป็นสถาปัตยกรรมแบบ  ชิโน-โปรตุกีส (Chino – Portuguese ) ชิโนก็มาจากคำว่า ไชน่า (China)  ส่วนปอร์ตุกีส ก็มาจากคำว่า โปรตุเกส  หรือ Portugal นำสองคำมาสนธิหรือนำมาผสมกันก็กลายเป็นศัพท์ใหม่

ชิโน-โปรตุกีส เป็นสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างศิลปะแบบตะวันออก กับตะวันตก

ตึกทรงแบบนี้มีมากแถวเกาะปีนัง มะละกา สิงคโปร์  มาเก้า และไทย   โดยเฉพาะเกาะปีนัง มาเลเซีย ถือว่าเป็นต้นแบบ เพราะเป็นเมืองในอาณานิคมของอังกฤษ  จึงเห็นสถาปัตย์กรรมแบบชิโน-โปรตุกีสเกือบทั้งเมือง และยังมีอาคารใหญ่ๆที่เป็นสถานที่ราชการอีกหลายแห่ง 

ต้นแบบของสถาปัตย์กรรมแบบ Chino – Portuguese ก็มาจากสถาปัตย์กรรมแบบ  โคโลเนียล Colonial หรือสถาปัตย์แบบอาณานิคม

บางประเทศเช่นเวียดนาม เคยเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสมาก่อน  ตึกสไตล์ โคโลเนียล หรือ French Colonial กลายเป็นแฟชั่นของคนเวียดนามไปแล้ว  แต่รู้สึกว่าจะเล่นสีสันฉุดฉาดบาดตามากไปหน่อย

ภูเก็ตหากย้อนอดีตไปหลายร้อยๆปี  เป็นดินแดนที่มีชื่อว่าเมืองถลาง  ชาวบ้านมีอาชีพร่อนแร่ดีบุกมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา  มีพ่อค้าชาติตะวันตก  ได้แก่ ฮอลันดา โปรตุเกส  อังกฤษ และออสเตรเลีย เข้ามาทำกิจการเหมืองแร่ดีบุกบนเกาะภูเก็ตเรื่อยมา  โดยมีเกาะปีนัง  และเกาะสิงคโปร์เป็นแหล่งรับซื้อ

จะว่าไปแล้ว ภูเก็ตก็คล้ายๆเป็นโรงงานผลิตสินค้า  ส่วนปีนังและสิงคโปร์จะเป็นตลาดกลางหรือเป็นสถานที่ตกลงซื้อขาย เมื่อตกลงกันเรียบร้อยแล้วแร่ดีบุกก็จะขนลงเรือแล้วนำไปส่งถึงลูกค้าปลายทาง

จากการค้าขายระหว่างคนจีนของทั้งสองประเทศ  ทำให้สถาปัตย์กรรมแบบชิโน-โปรตุเกส จากปีนัง เข้ามามีอิทธิพลต่อการก่อสร้างตึกอาคารบนเกาะภูเก็ต  โดยเฉพาะบ้านและอาคารพาณิชย์ของคนจีนที่มีฐานะ  ซึ่งสวนใหญ่จะเป็นจีนฮกเกี้ยน  เช่นเดียวกับตัวแสดงในละครทีวีเรื่อง บ้าบ๋า หญ้าหย๋า ทางโทรทัศน์ไทย พีบีเอส
 
หากจะเปรียบการทำแร่ดีบุกในสมัยนั้น ก็ไม่ต่างกับการทำแร่ทองคำในบางประเทศ  เพราะทำรายได้เข้ารัฐทั้งค่าสัมปทาน และค่าภาคหลวง(หรือค่าภาษี)  อยู่ในระดับต้นๆของประเทศ  จะเป็นรองก็แต่ ข้าว กับไม้สัก เท่านั้น

คิดไปก็แทบไม่น่าเชื่อว่าแร่ดีบุกจากพื้นที่ของเกาะเล็กๆ  จะเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญ  จึงไม่แปลกใจว่าคนภูเก็ตที่ทำมาค้าขายกับแร่ดีบุกจะมีฐานะดี  สามารถสร้างบ้าน สร้างตึกอาคารพาณิชย์ต่างๆได้หลังใหญ่ๆโตๆ ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมตกทอดมาสู่คนในรุ่นปัจจุบัน  

จังหวัดภูเก็ตนับว่าเป็นจังหวัดที่ค่อนข้างโชคดีกว่าจังหวัดอื่นๆ  ในดินก็มีสินแร่ที่มีค่าและเคยทำเงินทำเงินมหาศาล   แร่หมดก็ทำสวนยางพารา และยังเป็นยางพาราที่มีคุณภาพดีที่สุดของประเทศ (ให้น้ำยางมากเพราะภูมิอากาศดี)  ถัดจากยางพารา หรือสวนยางหมดไปจากการถูกโค่นทำบ้านจัดสรรและอาคารพาณิชย์จนหมด ก็มีเกาะพีพีที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ทำให้ มีเงินหมุนเวียนนับหมื่นๆล้านในแต่ละปี

มาเที่ยวภูเก็ตแล้วอย่าลืมมาเดินเล่นบนถนนถลาง ที่อยู่ไม่ห่างจากหอนาฬิกามากนัก ย่านนี้จะเป็นตึกเก่า ตึกทรงโบราณทั้งหมด อาจจะตั้งต้นจากถนนถลางก่อน หากยังไม่สะใจก็อาจเดินต่อไปยังถนนสายอื่นๆที่อยู่ใกล้เคียงกัน ถนนถลางสังเกตได้ไม่ยาก จะไม่มีเสาไฟฟ้าหรือสายไฟให้เกะกะ มองไกลๆเข้าไปคล้ายกับภาพวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่ ใครชอบศิลปะ อาจมาเก็บเกี่ยวความสวยงามของถนนสายนี้ไปสร้างผลงานให้กับตนเองได้

ภาพตึกเก่า ชิโน-โปรตุกีส ในชุดนี้ได้ถ่ายมาให้ดูเพียงบางส่วน อยากเห็นทั้งหมดต้องมาดูกับตาตนเอง คนต่างถิ่นที่มาเห็น ต่างอดไม่ได้ที่จะถ่ายภาพเก็บไว้ และอาจพูดได้เต็มปากว่า มีที่นี่เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย

สิ่งดีๆเหล่านี้ ก็อยากให้คนภูเก็ตที่อาศัยอยู่ในย่านตึกเก่าทั้งหมดได้เห็นคุณค่าทางวัฒนธรรม เพราะมันไม่ต้องลงทุนสร้างอะไรใหม่ๆขึ้นมาเลย แค่รักษาสภาพให้มันคงทนถาวรตลอดไป เพียงแค่นี้ก็ถือว่ามีส่วนร่วมกันอนุรักษ์แล้ว และหากมองข้ามซ้อตไปในอนาคตก็สามารถตั้งความหวังให้เป็นมรดกโลกได้ แต่ต้องใช้เวลามากหน่อยเท่านั้นเอง ลองศึกษากฏเกณฑ์ในการยื่นเรื่องต่อยูเนสโก แล้วกลับมาดูว่าของเราทำได้หรือไม่ คิดว่าหากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงจังแล้วก็น่าจะสำเร็จ

ถนนถลางอาจเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการสู่มรดกโลก ปลุกจิตสำนึกของผู้คนให้เห็นความสำคัญ พร้อมกับตั้งความหวังร่วมกัน ใครจะรู้ว่าวันข้างหน้าถนนถลางและย่านตึกโบราณเหล่านี้ อาจได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งแรกของประเทศไทยก็เป็นได้

เรามีมรดกโลกทางธรรมชาติ และทางประวัติศาสตร์ อยู่หลายแห่ง รวมทั้งบางแห่งได้ยินว่า ยูเนสโกอาจขอคืนหรือปลดป้าย เพราะคนท้องถิ่นและหน่วยงานที่ดูแลไม่ใส่ใจ ทำเละเทะอย่างชนิดที่ต้องใช้คำว่าย่อยยับ (จะมีภาพมาให้ดูกันในไม่ช้า)

เมืองเก่ามะละกาของมาเลเซีย พึงขึ้นทะเบียนมรดกโลกทางวัฒนธรรมไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว (พร้อมๆกับเขาพระวิหาร) ส่วน เมืองเก่าฮอยอันของเวียดนาม
ก็ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกไปเมื่อปี 2542 ทุกวันนี้ก็กำลังรับทรัพย์จากนักท่องเที่ยวกันเพลิน ยังขาดเมืองเก่าในประเทศไทยเท่านั้นที่ยังไม่เห็นแววว่าจะมีที่ไหน หากจะเทียบกับตลาดสามชุก สุพรรณบุรีแล้วต้องบอกว่า เมืองเก่าภูเก็ตมีศักยภาพกว่า ดูแล้วน่าจะเข้าเกณฑ์ที่ยูเนสโกกำหนดมากกว่าด้วย

หลายประเทศพยายามอนุรักษ์เมืองเก่า หรือชุมชนเก่าแก่ พร้อมกับปรัปปรุงสภาพแวดล้อมให้ดูดี เค้าทำก็เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว จะได้มีเงินสะพัดกลับมาคืนทุน การที่ทางการคิดจะอนุรักษ์ หรือป่าวประกาศเรียกร้องให้ชาวบ้านช่วยกันอนุรักษ์ ดูแล้วเหมือนเป็นการขอร้อง เพื่อปลุกจิตสำนึก ซึ่งไม่ค่อยจะได้ผลอะไรมากนัก โฆษณาประชาสัมพันธ์มากไปก็ไม่ต่างกับตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ

การอนุรักษ์กับการท่องเที่ยวจะต้องทำควบคู่ไปพร้อมกันจึงจะได้ผล เมื่อการท่องเที่ยวคึกคัก ความรู้สึกที่จะอนุรักษ์ก็จะตามมาเอง เพราะมันเห็นผลแล้วว่า มันขายได้ มันทำเงินได้ ต่างคนก็เต็มใจที่จะนำวิถีชีวิตแบบดั่งเดิมออกนำเสนอให้เป็นจุดขาย ต่อจากนั้นมันก็จะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นด้วยตัวของมันเอง เรียกว่าติดลมบน

สำหรับภาพชุดท่องเที่ยวภูเก็ตในตอนต่อไป จะพาเข้าร้านแขกขายผ้าที่อยู่ในย่านถนนถลาง  เป็นแขกอิสลามตัวจริงเสียงจริง ในร้านแขกมีผ้าลวดลายสวยๆ จนอดไม่ได้ที่จะขอถ่ายภาพมาให้คนอื่นๆได้ดูกัน 


ใครชอบผ้าที่มีลวดลายแบบไหน  พบกันในตอนที่ 4 นะครับ





โฟโต้ออนทัวร์
12 พฤษภาคม 2553





 
     
 
 
   
     

      copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ